หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก

    บทที่ 49 พ่อที่ดีที่สุด

    หลี่เป่า น้องสาวคนเล็ก


    บทที่ 49 พ่อที่ดีที่สุด




    หลังได้รับราชโองการ เหล่าขุนนางในเมืองทังโจวล้วนแวะเวียนมาแสดงความยินดีกับหลี่ต้าที่บ้านตระกูลหลี่อย่างไม่ขาดสาย ทำให้ผู้คนในตระกูลหลี่ต้องผลัดเปลี่ยนกันมาคอยรับแขก ซึ่งเป่าเปาเตรียมการต้อนรับไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะคาดเดาได้ว่าต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้ผู้คนที่มาเยี่ยมเยียนตระกูลหลี่ต่างชื่นชมพวกเขาเป็นอย่างมาก


    เหล่าขุนนางที่มาบ้างก็มาแสดงความยินดี บ้างก็มีจุดประสงค์แอบแฝง


    "นี่คือสมุนไพรชั้นดีมอบให้ใต้เท้าหลี่ ข้าคิดไว้แล้วว่าคนมีความสามารถอย่างท่านต้องก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดเช่นนี้"


    "ขอบคุณมากขอรับ ไม่เห็นใต้เท้าต้องลำบากเลย"


    "ไม่ลำบากๆ ว่าแต่ได้ยินว่าน้องชายคนที่สามของท่านอายุยี่สิบสองแล้ว ยังไม่มีคู่หมาย บุตรสาวคนเล็กของข้าปีนี้อายุสิบหก หน้าตางดงาม มารยาทเรียบร้อย ยังไงให้ทำความรู้จักกันไว้..."


    ยังไม่ทันที่ขุนนางผู้นั้นจะพูดจบดี เสียงสตรีน้อยนางหนึ่งก็ดังขึ้นด้านข้าง


    "ท่านพ่อให้แต่งกับพ่อค้าอายุเยอะแบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก สงสัยที่ยังไม่แต่งงานเพราะหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่แน่"


    "ชิงเอ๋อร์เหตุใดถึงเสียมารยาทแบบนี้ ขอโทษใต้เท้าหลี่เร็ว"


    "ข้าไม่สนใจหรอก ข้าจะกลับบ้าน"


    กล่าวจบบุตรสาวขุนนางผู้นั้นก็สะบัดหน้า คิดจะเดินจากไป แต่กลับชนเข้ากับคนผู้หนึ่ง เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องรู้สึกเขินอายที่ได้พบกับบุรุษรูปงาม หรือนี่มันคือบุพเพสันนิวาสกันนะ


    "ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ ที่ชิงเอ๋อร์เดินไม่ทันระวัง ไม่ทราบว่าคุณชายคือ...?"


    เสียงอ่อนเสียงหวานที่ต่างกันกับตอนที่พูดกับบิดาเอ่ยขึ้น


    "ข้าคือหลี่ซานน้องชายคนที่สามของตระกูลหลี่"


    "เอ๊ะ ท่านคือคนที่ท่านพ่อพูดถึงเมื่อครู่เองหรือเจ้าคะ"


    "ข้าคือคนที่พวกท่านพ่อลูกพูดถึงนั่นแหละ อ้อที่ข้ายังไม่แต่งงานไม่ใช่เพราะข้าขี้ริ้วขี้เหร่หรอกนะ แต่เพราะข้าหน้าตาดีเกินไปจนไม่อยากได้สตรีหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่กว่าอย่างคุณหนูมาเป็นภรรยาต่างหาก"


    สตรีน้อยที่ได้ยินคำพูดของหลี่ซาน ถึงกับหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะร้องไห้โฮวิ่งหนีออกจากตระกูลหลี่ โดยมีบิดาและบ่าวรับใช้รีบวิ่งตามไปทันที หลี่ต้าพี่ชายคนโตที่เห็นการกระทำของน้องชายก็ได้แต่ส่ายหน้า


    "น้องสาม เจ้าไม่พูดแรงไปหน่อยหรือ"


    "ข้าพูดผิดตรงไหน นี่คือความจริงชัดๆ"


    คนในบ้านที่อยู่บริเวณนั้นล้วนแต่หัวเราะออกมาอย่างตลบขบขันไม่เว้นแม้แต่สาวใช้ เมื่อเห็นว่าสองพ่อลูกจากไปแล้ว


    ขุนนางผู้นี้ไม่ใช่คนแรกที่เอ่ยเรื่องคู่ครองของน้องชายคนที่สามและน้องชายคนที่สี่ แต่เพราะมารยาทของหญิงสาวผู้ถูกแนะนะแย่เกินไป ทำให้สองพ่อลูกถูกตอบกลับอย่างร้ายกาจแทนที่จะได้รับการตอบปัดอย่างนุ่มนวล


    ไม่ใช่เพียงหาคู่ให้น้องชายของเขา ขนาดตัวเขายังมีคนมาเสนออนุให้ถึงบ้าน ทำเอาหมิงจูโกรธจนควันออกหู แต่ดีที่มีเป่าเปาคอยห้ามเอาไว้ไม่ให้ทำร้ายขุนนางผู้นั้น ขุนนางอื่นที่รู้ข่าวจึงไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องอนุของหลี่ต้าอีก


    นอกจากเรื่องเกี่ยวดอง ยังมีเรื่องผู้ช่วยสี่คนที่หลี่ต้าสามารถพาไปทำงานด้วยได้


    "ใต้เท้าหลี่ ได้ยินว่าท่านกำลังหาผู้ช่วยดีๆ อยู่ หลานชายคนโตของข้ามีรูปร่างกำยำ ความรู้ก็ไม่เป็นสองรองใคร ข้าว่าเขาน่าจะช่วยท่านได้ไม่มากก็น้อย"


    "ใต้เท้าหลี่ บุตรชายคนเล็กข้าฉลาดหลักแหลม..."


    หลี่ต้ายิ้มน้อยๆ ไม่ได้ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ตอบรับ ก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยเรื่องผู้ช่วยภายในครอบครัวมาแล้ว


    'ท่านพ่อ ท่านสนใจมาเป็นผู้ช่วยของข้าหรือไม่ขอรับ'


    'ไม่ล่ะ ข้าอยู่กับแม่เจ้าที่นี่ดีกว่า หากย้ายไปที่นู่นแม่เจ้าจะลำบาก'


    'ท่านอา ท่านสนใจมาเป็นผู้ช่วยของข้าหรือไม่ขอรับ'


    'หากเจ้าไม่รังเกียจคนพิการอย่างข้า ข้าก็จะตามเจ้าไป'


    'น้องรองเจ้าสนใจมาเป็นผู้ช่วยของข้าหรือไม่'


    'ครอบครัวภรรยาของข้าอยู่ที่นี่ อีกอย่างข้ามีงานมั่นคงดีอยู่แล้ว คงไม่ได้ไปกับท่าน'


    'น้องสาม เจ้าสนใจมาเป็นผู้ช่วยของข้าหรือไม่'


    'ข้าชอบทำงานอิสระอย่างตอนนี้มากกว่า หากต้องไปทำงานในกรอบข้าต้องทนไม่ได้แน่ แต่ข้าจะตามพี่ไปเมืองหลวง คอยสนับสนุนด้านการเงินของพี่เอง'


    'น้องสี่ เจ้าสนใจมาเป็นผู้ช่วยของข้าหรือไม่'


    'ข้าเป็นหมอคงช่วยพี่ไม่ได้มาก พี่ให้สิทธิกับคนอื่นจะมีประโยชน์กว่า ข้าจะอยู่ช่วยท่านพ่อดูแลท่านแม่อยู่ที่นี่'


    'น้องเล็ก เจ้า...'


    'พี่ใหญ่ ข้าจะคอยช่วยท่านลับๆ จะหาข่าวได้ง่ายกว่า อีกอย่างข้าก็ได้เริ่มกิจการร้านน้ำชาที่เมืองหลวงแล้ว หากใช้เวลาราชการมาคลุกคลีอยู่แต่ร้านน้ำชา ข้าคงถูกสอบสวนก่อนที่จะได้ลงมือสอบสวนคนอื่นแน่'


    'แล้วเจ้าหละหนิวหนิว'


    'โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง'


    'ตกลงๆๆ เจ้าจะไปด้วยแต่ไม่ใช่ฐานะผู้ช่วยของข้างั้นหรือ ฮ่าๆๆๆ?'


    'โฮ่ง โฮ่ง'


    ดังนั้นมีเพียงหลี่กังผู้เป็นอาที่เป็นผู้ช่วยผู้ตรวจสอบทุจริต นอกนั้นคนในบ้านไม่มีใครได้รับหน้าที่ผู้ช่วยหลี่ต้าอีก อย่างไรก็ตามผู้ช่วยที่ขาดไม่ได้เลยก็คืออดีตเจ้าเมืองอย่างจางเหว่ย ที่ยินดีรับหน้าที่นี้ อีกสองตำแหน่งที่เหลือยังคงว่างเปล่าอยู่


    "น้องเล็ก เจ้าว่าข้าควรเลือกใครมาเป็นผู้ช่วยอีกดี"


    "พี่ใหญ่ ข้าว่าการเลือกตำแหน่งผู้ช่วยในครั้งนี้มีความสำคัญไม่น้อยเลย ทางการบอกว่ามีได้สี่คน แต่ไม่ได้บอกว่าต้องมีสี่คนเสียเมื่อไหร่กัน"


    หลี่ต้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความหมายที่น้องสาวคนเล็กกำลังจะสื่อออกมา หน้าที่ของเขาคือการตรวจสอบทุจริต หากมีผู้ช่วยที่เอนเอียงหรือรับสินบน หรือไม่ก็เป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาแล้วล่ะก็ แทนที่เขาจะได้ทำงานอย่างเต็มที่โดยมีผู้ช่วยดีๆ คอยสนับสนุน จะกลายเป็นผู้ช่วยที่สร้างภัยให้แก่เขาเสียมากกว่า 


    ดังนั้นหลี่ต้าจึงยังไม่ตัดสินใจเลือกผู้ช่วยเพิ่มเติม กำหนดการนับตั้งแต่รับราชโองการคืออีกหนึ่งเดือนเขาต้องไปรายงานตัวเพื่อรับตำแหน่งใหม่ ตอนนี้พวกเขาจึงมีเวลาเตรียมตัวให้พร้อม


    ผู้ที่จะเดินทางไปกับหลี่ต้าพี่ชายคนโตในครั้งนี้คือภรรยาและลูกๆ ของเขา หลี่กังผู้เป็นอา หลี่ซานน้องชายคนที่สาม เป่าเปาน้องสาวคนเล็ก และหนิวหนิวสุนัขแสนรู้ ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ในเมืองเพื่อดูแลครอบครัวและกิจการของครอบครัวที่เมืองทังโจว นอกจากคนในตระกูลหลี่แล้ว ยังมีจางเหว่ยผู้เป็นอดีตเจ้าเมืองพร้อมครอบครัวของเขาเดินทางไปด้วย


    ทุกๆ วันที่พวกเขายังอยู่ที่เมืองทังโจว แทบไม่มีใครได้หยุดพักผ่อน หลี่ต้าต้องเร่งมือจัดการงานเดิมที่ยังคั่งค้าง หลี่กังต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายเพื่อรับการเดินทางไกล ส่วนหลี่ซานกับเป่าเปาต้องจัดการมอบหมายงานของตัวเองให้เรียบร้อย


    เพื่อไม่ให้การเดินทางเร่งรีบมากนัก เพราะร่างกายของหลี่กังหลังจากฟื้นตัวยังคงอ่อนแออยู่ พวกเขาจึงมีเวลาเพียงครึ่งเดือนในการจัดการธุระของตัวเองรวมทั้งจัดเก็บของที่จำเป็นก่อนออกเดินทาง


    จนมาถึงคืนก่อนออกเดินทาง คืนนี้เป่าเปารู้สึกใจหายที่ต้องจากท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายทั้งสองคนไป ตั้งแต่นางลืมตาขึ้นมาในร่างนี้นางไม่เคยจากพวกเขาไปไหนไกลๆ มาก่อน เมื่อเดินออกมานอกห้องก็พบเข้ากับหลี่กังที่กำลังนั่งอยู่ในสวนเช่นกัน


    "ขอนั่งด้วยคนได้หรือไม่เจ้าคะ"


    "นั่งเถอะ ดึกแล้วยังไม่นอนอีกหรือ"


    "ข้านอนไม่หลับเลยออกมาสูดอากาศสักหน่อยเจ้าค่ะ"


    "งั้นหรือ ข้าเองก็เหมือนกัน"


    หลังจากจบคำพูดของหลี่กังทั้งสองก็เงียบเสียงลง ต่างคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่


    "ข้ารู้สึกเริ่มง่วงนอนแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะเจ้าคะ ท่านอาก็รีบๆ ไปนอนล่ะ หากพรุ่งนี้ตื่นสาย ข้าจะไม่รอท่านหรอกนะ"


    เป่าเปาที่รู้สึกง่วงขึ้นมาเล็กน้อยก็ลุกขึ้นยืน หมุนตัวหมายจะเดินจากไป แต่หลี่กังที่ยังคงนั่งมองไปที่สวนได้เอ่ยถามขึ้นว่า


    "เจ้าคิดว่าข้าเป็นพ่อที่แย่ใช่หรือไม่?"


    หลี่กังถามความรู้สึกที่ตนอยากรู้มานานแล้วขึ้นมา ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสองคนอีกครั้ง เขากลัวว่าสิ่งที่เขาคิดจะไม่ใช่อย่างที่เขาหวัง เขาจึงกลัวที่จะถามความในใจกับเป่าเปามาตลอด


    แต่หลังจากนี้พวกเขาต้องเดินทางไปเมืองหลวง อาจต้องเจอสิ่งไม่คาดคิดที่ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ถามสิ่งที่ค้างคาใจอีก ดังนั้นหลี่กังจึงรวบรวมความกล้าถามคำถามเหล่านี้ออกไป


    เป่าเปานิ่งงันไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับมาที่หลี่กังผู้เป็นอาแล้วเอ่ยขึ้นว่า


    "ในฐานะหลี่ลู่จิว ท่านคือพ่อที่ดีที่สุด และในฐานะหลี่เป่า ท่านคืออาที่ดีที่สุดเจ้าค่ะ"


    กล่าวจบนางก็น้ำตาที่เอ่อคลอ ในที่สุดบิดาก็จำนางได้ จำเรื่องราวตอนเขาถูกแทงในวันนั้นได้ นึกว่าจะมีเพียงนางที่ต้องเก็บเรื่องราวทุกอย่างไว้ในใจ 


    "เจ้าบอกได้หรือไม่ว่าเจ้าจากไปได้อย่างไร"


    "ข้าจากไปด้วยความเขลาของตัวเอง แต่ข้าก็ได้กลับมาด้วยวาสนาของตัวเองเช่นกัน ดังนั้นข้าจะไม่มีวันจากไปง่ายๆ อีกเจ้าค่ะ"


    "งั้นหรือ เป่าเปาของอาช่างเข้มแข็งจริงๆ เราไปนอนกันเถอะ พรุ่งนี้เจ้านั่นแหละระวังจะตื่นสาย"


    สองอาหลานมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินแยกกันไปที่ห้องนอนของตัวเอง


    เช้าวันต่อมา


    "มีใครเห็นท่านอา กับน้องเล็กบ้างหรือไม่"


    ผู้คนในบริเวณนั้นต่างส่ายหน้า เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีใครเห็นทั้งสองคนออกมาจากห้องเลย ขณะที่หลี่ต้าคิดจะไปตามหาทั้งสองคนนั้น เสียงคนสองคนก็ดังขึ้นพร้อมกันแต่มาจากคนละทิศทางว่า


    "ขอโทษทีข้าตื่นสาย!!"


    หลี่กังกับเป่าเปาที่ได้ยินคำพูดประสานเสียงของตัวเองกับอีกฝ่ายต่างก็หันมามองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะขึ้น


    "ไปๆ เรารีบเดินทางกันเถอะ เดี๋ยวจะสายนะพี่ใหญ่ พี่สาม"


    "..."


    ที่จะสายไม่ใช่เพราะเจ้าหรือยังไงกัน หลี่ต้าพี่ชายคนโตและหลี่ซานพี่ชายคนที่สามได้แต่คิดในใจ


    และแล้วการผจญภัยในเมืองหลวงของเป่าเปาและครอบครัวก็ได้เริ่มขึ้น

    คล้ายกับเรื่องหลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก ที่คุณอ่าน