“อี้เออร์ลูกได้ััคุณชายท่านนี้จริงใช่หรือไม่”สุดท้ายแล้วคนทั้งหมดก็ได้ย้ายมายังจวนตระกูลเฟย ทุกคนนั่งรวมตัวกันบนศาลาที่พวกเขามักจะมาใช้เวลาว่างร่วมกันอยู่เป็ประจำ
“ขอรับท่านพ่อ” เขายอมรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่มีแววล้อเล่นแต่ติดจะหงอยๆ ส่วนคนที่ได้ยินคำยืนยันเกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
“เหตุใดลูกถึงได้...” มองบิดาที่มีสีหน้าลำบากใจเขาก็ได้แต่รู้สึกผิด
ก็คนมันไม่รู้จะให้ทำยังไงในเมื่อเื่มันมาถึงขั้นนี่แล้วก็มีแต่ต้องตามน้ำไปก่อนส่วนเื่หลังจากนี้เอาไว้เขาไปพูดคุยกับว่าที่สามีในอนาคตก็ได้แล้ว
แต่ตอนนี้ต้องแก้ไขสถานการณ์ที่อาจจะถูกดุตรงหน้าเสียก่อน
“ท่านพ่อ!!” เฟยอี้หลินะโกอดบิดาน้ำเสียงสั่นไหวในยามที่น้ำตากำลังจะไหลรินออกจากหน่วยตาก็เงยหน้าขึ้นมองเฟยอันฟาง
“ฮึก ลูกขอโทษทุกอย่างเป็ความผิดของลูกเองลูกเพียงแค่อยากเข้าไปทำความรู้จักกับคุณชายทั้งสองท่านแต่ไม่ระวังสะดุดเท้าตัวเอง ฮึก ฮือ ด้วยเหตุนี้ลูกจึงล้มไปััตัวคุณชายท่านนี้เข้า” เฟยอี้หลินร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่นใบหน้าเนียนสวยเต็มไปด้วยคราบน้ำตาในยามที่ช้อนตาขึ้นมองบิดานั้นช่างดูน่าสงสาร
เฟยอันฟางมีหรือจะสามารถหักใจต่อว่าแก้วตาดวงใจผู้นี้ได้แค่เห็นน้ำตาลูกน้อยความรู้สึกโกรธที่อยู่ในใจก็หายไปจนหมดสิ้นฝ่ามืออ่อนโยนของผู้เป็พ่อวางลงบนศีรษะบุตรชาย ถอนหายใจออกมา
“อี้เออร์ไม่ร้องนะลูก พ่อไม่ได้จะดุด่าว่าเ้า”ส่วนคนอื่น ๆ ในครอบครัวไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาทำเพียงเผยสีหน้าสงสารที่เห็นเฟยอี้หลินร้องไห้ในเมื่อเกิดเื่ขึ้นแล้วก็มีแต่ต้องจัดงานแต่งงานขึ้นเพราะสิ่งนี้ถือว่าเป็กฎที่ราชวงศ์ร่างขึ้นมาแม้แต่ผู้ครองแคว้นก็ไม่อาจขัดขืนต่อกฎที่ว่าได้
“จริง ฮึก หรือขอรับ” มองบุตรชายในอ้อมกอดซึ่งยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุด
“เป็ความจริงเพราะงั้นหยุดร้องนะลูก” เขาปวดใจจริง ๆ ที่ได้เห็นใบหน้างดงามเต็มไปด้วยคราบน้ำตาเช่นนี้บุตรชายของตนเหมาะกับรอยยิ้มมากที่สุด
“อี้เออร์มาหาแม่สิลูก” เฟยอี้หลินยกมือเช็ดน้ำตาก้มหน้าเดินไปหามารดา “คุณพี่คุยเื่วันจัดงานรวมไปถึงเื่อื่นๆ ให้เรียบร้อย น้องขอพาลูกไปล้างหน้าล้างตาก่อน ดูสิตาแดงไปหมดแล้ว”เซวี่ยหลินยกมือเช็ดน้ำตาให้บุตรชาย เห็นท่าทางเศร้า ๆเช่นนี้ก็ได้แต่รู้สึกปวดใจ
ถึงอี้เออร์จะซุกซนไปบ้างแต่ก็เป็เด็กดีมากเช่นกันนางไม่อยากเห็นน้ำตาจากใบหน้าน้อย ๆ นี้เลย
เฉินป๋อมองเด็กหนุ่มตัวน้อยที่อยู่ดี ๆก็รีบะโเข้าไปกอดบิดาร้องไห้ พัดซึ่งอยู่ในมือถูกยกขึ้นปิดบังครึ่งหน้ามองตามหลังเกอตัวน้อย
ิเทียนก็มองตามทางที่เกอตัวน้อยเดินไปในดวงตาฉายแววประหลาดใจและสนใจขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะหายไป
ไม่น่าเชื่อว่าเกอตัวน้อยจะมีความสามารถในการแสแสร้งแกล้งร้องไห้ได้แเีถึงเพียงนี้แม้แต่เขาเองก็แทบจะหลงเชื่อไปกับน้ำตานั่น หากไม่เผลอสังเกตเห็นรอยยิ้มตรงมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยเข้าเสียก่อน
ถึงว่า เด็กหนุ่มที่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขาอย่างไม่เกรงกลัวจะร้องไห้ออกมาง่ายๆ เช่นนี้ได้ยังไง
“คุณชายิ เื่งานแต่งของอี้เออร์...” ท่าทางของเฟยอันฟางมีความเคารพเกรงใจอยู่เล็กน้อย เขาพอจะรู้จักคนผู้นี้อยู่บ้างส่วนนิสัยจริง ๆ เป็เช่นไรนั้นไม่มีใครรู้
ยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบประโยคิเทียนก็เอ่ยขัดขึ้นมาก่อน
“ท่านไม่คิดจะเปิดเผยสถานะที่แท้จริงของข้าให้บุตรชายท่านได้รู้?” เขาเชื่อว่าเกอตัวน้อยไม่รู้ว่าเขาเป็ใครถึงแม้เฟยอี้หลินจะแสดงละครเก่งมากแค่ไหนแต่ในตอนที่เผชิญหน้ากันบนถนนก็ต้องมีหลุดออกมาบ้างแต่กับััถึงการโกหกเ่าั้ไม่ได้ทั้งยังไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่หวาดกลัวมาก่อน
เฟยอันฟางส่ายหน้า “ไม่ขอรับข้า้าปล่อยให้บุตรชายเรียนรู้ด้วยตัวเอง” เขาหยุดเอาไว้แค่นั้นก่อนจะพูดต่อ“อี้เออร์พึ่งจะเคยออกนอกจวนเื่โลกภายนอกก็รู้ไม่มากนักหวังว่าคุณชายจะไม่ถือสา”
เขาพูดถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ถึงจะไม่รู้ว่าเฟยอี้หลินได้สร้างความลำบากใจให้ิเทียนหรือไม่แต่การที่คนตรงหน้าต้องมาเกี่ยวดองกับตระกูลของตนเพราะความซุ่มซ่ามของบุตรชายเฟยอันฟางก็ไร้ซึ่งคำแก้ตัว
“ท่านไม่ต้องคิดมาก พูดเื่แต่งงานกันเถิด” ิเทียนปัดตกเื่ที่เกอผู้นั้นได้กระทำลงไปอย่างน้อยก็เชื่อได้ว่าเกอการละครไม่ได้้าจะจับตนเพื่อหวังพึ่งต้นไม้ใหญ่อย่างที่คิดเอาไว้ในตอนแรก
เด็กที่เื้ัไม่ได้ยิ่งใหญ่แถมครอบครัวยังไม่ได้มีตื้นลึกหนาบางอะไรเลยแบบนี้ไม่มีทางมีความคิดอยากเกาะต้นไม้ใหญ่อย่างแน่นอนรวมไปถึงนิสัยส่วนตัวของเกอตัวน้อยที่ออกจะเปิดเผยมากเกินไปคิดเช่นไรก็คิดไม่ออกว่าจะเก็บแผนการร้ายอะไรเอาไว้กับตัวได้
“วันงานให้เป็วันที่เร็วที่สุดส่วนสินสอดเ้าสาวเงินสิบหีบผ้าแพรสิบหีบ รวมไปถึงเครื่องประดับห้าหีบท่านเห็นเป็เช่นไร” ิเทียนกล่าวออกมาเรียบ ๆ ราวกับว่าเื่แต่งงานไม่ได้สำคัญต่อตน
ที่คิดเอาไว้ตอนแรกว่าจะเรียกให้แม่สื่อไปจัดการสุดท้ายก็ไม่ได้ทำ
“ข้าไม่้าแต่งไปเป็อนุ!!” เสียงนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเฟยอี้หลินมาทันได้ยินิเทียนพูดคุยเื่สินสอดเข้าพอดีจำได้ว่าในนิยายที่อ่านมีการแต่งงานเข้าไปในฐานะอนุอยู่ด้วยอีกทั้งเขายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสถานการณ์ภายในครอบครัวของบุรุษผู้นี้ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็ที่จะต้องแต่งเข้าไปในฐานะภรรยาเอกถึงแม้ว่าที่บ้านเขาจะมีมารดาเป็ภรรยาเพียงหนึ่งเดียวแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าบ้านอื่นจะเป็เช่นเดียวกับบ้านตน
“คุณชายน้อย” อาซินวิ่งตามหลังมาดึงเฟยอี้หลินเอาไว้อย่างห้ามปรามกลัวเหลือเกินว่าคุณชายน้อยจะะโเข้าไปร่วมวงด้วย
“อี้เออร์!?” เสียงพ่อแม่และพี่ชายทั้งสอง
“ข้ายอมรับการแต่งงานก็จริงแต่หากต้องแต่งออกไปเป็อนุข้าไม่้า!!” เขายืนยันหนักแน่น เฟยอันฟางก็เห็นด้วยกับบุตรชายและคิดจะต่อรองให้ถึงที่สุดเช่นกันตนไม่มีทางยอมให้บุตรแต่งออกไปแล้วได้รับความอยุติธรรมอย่างแน่นอน
ิเทียนมองนิ่ง ๆ ก่อนจะเอ่ย “ได้เ้าแต่งเข้าในฐานะฮูหยินของข้า”
ความประหลาดใจเกิดขึ้นในดวงตา ง่ายดายถึงเพียงนี้ เฟยอี้หลินเก็บความสงสัยตอนนี้เอาไว้ก่อนเพราะยังมีสิ่งที่เขา้าจะเอ่ยอีกอย่าง
“ต้องเป็ฮูหยินใหญ่เท่านั้นหาใช่ฮูหยินรอง” พูดลองเชิงออกไปอีกครั้งในเมื่อท่านพ่อยอมพูดออกมาแล้วว่าไม่คิดจะดุเขาเช่นนั้นก็ต้องใช้โอกาสนี้ให้เต็มที่
“ได้”
“เยี่ยม”เฟยอี้หลินยิ้มออกมาพร้อมกับยกมือแตะนิ้วโป้งเข้ากับนิ้วนางก่อนจะดีดจนเกิดเสียง“เช่นนั้นเชิญพวกท่านพูดเื่สำคัญกันต่อ”เมื่อได้ในสิ่งที่้าก็ขอตัวแล้วเดินหลบออกไป
เฉินป๋อซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างพยายามกลั้นขำสุดชีวิตให้กับท่าทางประหลาดที่เห็นเมื่อครู่ เกอที่ดูมีชีวิตชีวาและไม่รู้กาลเทศะเช่นนี้บางทีอาจจะเหมาะสมกับสหายแสนเคร่งครัดของตน
แล้ววันแต่งงานก็มาถึง
เฟยอี้หลินในชุดสีแดงดูงดงามขึ้นมาหลายส่วนเขานั่งอยู่หน้ากระจกเหลืองมองผ้าปิดหน้าซึ่งมารดาเป็คนคลุมให้จวนทั้งหลังประดับประดาไปด้วยโคมและผ้าสีแดงดูงดงามทุกอย่างถูกเตรียมขึ้นมาในเวลาอันสั้นตอนนี้ก็รอเพียงให้เกี้ยวจากบ้านเ้าบ่าวมารับ
ไม่นานก็ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูจวน รวมไปถึงเสียงพูดคุยของชาวบ้านมีชาวบ้านมากมายออกมายืนดูความครึกครื้นและยิ่งใหญ่ของงานแต่งในครั้งนี้ ชาวบ้านที่มาโดยส่วนมากมาเพราะ้าอยากจะเห็นใบหน้าเ้าสาว
ผู้ที่นำทางเกี้ยวรับเ้าสาวมาคือชายหนุ่มหล่อเหลาองอาจซึ่งนั่งอยู่บนหลังม้าชุดพิธีการสีแดงขับเน้นให้ใบหน้าเขาดูหล่อเหลาขึ้นหลายส่วนควบม้าเดินนำขบวนสินสอดมาหยุดอยู่ที่หน้าจวน
เขาขยับตัวลงจากหลังมาด้วยท่วงท่าคล่องแคล่วมากด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลสะบัดแขนเสื้อไปข้างหลังก่อนจะเดินข้ามธรณีประตูเข้าไป
เฟยอี้หลินได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวออกมายืนรออยู่ที่หน้าประตูก่อนแล้ว
ิเทียนเดินมาหยุดยืนตรงหน้าว่าที่เ้าสาวที่หลังจากเสร็จสิ้นพิธีไหว้ฟ้าดินก็จะกลายเป็สามีภรรยากันอย่างแท้จริง
“จับมือพี่เขาไว้สิลูก” เซวี่ยหลินเอ่ยบอกเฟยอี้หลินมองหน้ามารดาและหันไปมองมือที่ยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะวางมือตนเองลงไป
“จากนี้ก็ช่วยดูแลบุตรชายของแม่แทนในส่วนของแม่ด้วย”เซวี่ยหลินกล่าวเสียงสั่นเครือใครจะคาดคิดว่าบุตรชายคนเล็กจะได้แต่งงานออกไปก่อนพี่ชายทั้งสองเช่นนี้
“วางใจได้ขอรับ” แค่นี้ก็พอแค่ได้รับคำยืนยันจากบุรุษตรงหน้านางก็พึงพอใจมากแล้ว
ิเทียนทำหน้าที่ประคองว่าที่เ้าสาวขึ้นเกี้ยวจากนั้นก็หันไปตวัดตัวขึ้นหลังม้า นำขบวนเ้าสาวกลับจวนส่วนสินสอดทั้งหมดที่นำมายังคงอยู่บนรถลาซึ่งจอดอยู่หน้าจวนตระกูลเฟย สินสอดทั้งหมดยังไม่สามารถนำเข้าไปในจวนได้ต้องรอส่งเกี้ยวเ้าสาวไปจนลับตาแล้วจึงจะสามารถขนย้ายเข้าไปในจวน
เฟยอี้หลินที่นั่งอยู่ข้างในคนเดียวรู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่สุข สองมือที่กำเข้าหากันชื้นไปด้วยเหงื่อเขาพึ่งจะนึกได้ตอนนี้เองว่าหลังจบพิธีไหว้ฟ้าดินก็ต้องมีการส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ
ให้ตายสิ เขายังไม่เคยกับใครมาก่อนเลยนะ จะทำยังไงดี หากิเทียนไม่พอใจกับบทรักที่เขามอบให้จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นหรือเปล่า
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว
ความคิดทะลึ่ง ๆ ผสมปนเปกันอยู่ในหัวจนใบหน้าน่ารักเห่อร้อนขึ้นมา
เฟยอี้หลินพึ่งรู้ว่าตนเองเป็คนลามกมากขนาดนี้ก็วันนี้