อาการของท่านแม่เหมือนจะค่อยๆดีขึ้น สามารถพยุงตัวให้ลุกขึ้นมานั่งกินโจ๊กได้เองเด็กหนุ่มยังคงออกไปหาของจากในป่าลึกเพื่อนำออกมาเป็อาหารรอบๆบ้านเขาเก็บต้นอ่อนกลับมาพยายามเพาะไว้ แต่ด้วยพื้นดินที่แห้งแล้งต้นกล้าส่วนใหญ่มักแห้งตายมีเพียงบางต้นที่รอดแต่ก็ไม่ได้แข็งแรงนักเขาพยายามหาบน้ำจากบนเขามาให้มากหลังใช้แล้วก็เอามารดต้นกล้าเหล่านี้แล้วใช้หญ้าแห้งปิดคลุมไว้
เ้านกอ้วนสีแดงยังอาศัยกับเขาเขาพยายามต่อกรงอยู่เป็เวลานานมันก็ไม่ยอมเข้าไปนอน มันชอบนอนในในตะกร้าใบเล็ก
่นี้ของปีมีงานที่เด็กหนุ่มตัวเล็กเช่นเขาจะทำได้อยู่บ้างจึงต้องออกไปเร่หางานทำเพื่อให้ได้เงินเพิ่มขึ้นวันนี้เขาได้งานช่วยถอนหญ้าในแปลงดินเ้านกอ้วนยังคงตามไปเช่นเดิมเกือบเดือนที่ผ่านมาหลายคนในหมู่บ้านได้เห็นเด็กหนุ่มผอมแกรนเดินไปพร้อมกับนกตัวอ้วนสีแดงสดจนเริ่มกลายเป็ภาพที่เคยชิน
“เ้านกบ้า คุ้ยกองหญ้าอีกแล้ว ไปเลยชิ้วๆ ดีแต่กิน”
“เสี่ยวอี้ เ้าคุยกับนกรู้เื่หรือไร มันฟังไม่รู้เื่หรอกมันเพียงแค่หาหนอนหาแมลงในกองหญ้าเท่านั้น”
“ข้ารู้ ป้าเฉินแต่มันลอยหน้าลอยตามองข้าเวลาใช้ขาเขี่ยที่กองหญ้าท่านดูสิ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าก็น้าเอาอะไรกับนก”
“ช่างเถอะๆ ข้าไม่ยุ่งกับเ้านกอ้วนแล้ว”
ตกเย็นเขารับเงินยี่สิบเหวินตามป้าเฉินเดินกลับมาพร้อมกันไหล่ซ้ายชาหนึบเ้านกนี่จะอ้วนเกินไปเสียแล้วพลางเหล่ตามองเ้านกบนไหล่เป็นกแต่ไม่ชอบบินไปไหนมาไหน มันจะบนมาเกาะบนไหล่เสมอเมื่อถึงบ้านก็เอ่ยปากลาป้าเฉินเดินเข้าบ้านนำเงินไปวางไว้ในกล่องไม้เล็กๆข้างหัวนอนรวมกับของเดิมได้สองร้อยยี่สิบเหวินทุกครั้งที่ได้มาจะเก็บรวบรวมไว้ใช้ยามจำเป็แม้จะเป็เงินจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับบ้านอื่นแต่เขาก็ดีใจท่านแม่ลำบากเลี้ยงเขามาสิบกว่าปียามนี้เขามีเรี่ยวแรงจะต้องทำให้ท่านแม่มีชีวิตที่มีความสุขชดเชยกับที่เสียไปให้ได้นี่คือความตั้งใจของเด็กหนุ่มเขาเดินเข้าไปดูท่านแม่ไม่มีคนอยู่จึงเดินออกมานอกห้องสวนเข้ากับนางพอดีในมือถือถ้วยข้าว
“กลับมาแล้วเหรอเสี่ยวอี้”
“แม่เตรียมอาหารเย็นเสร็จแล้ว มีข้าว ผัดผักที่เ้าเก็บมากับต้มจืดอีกถ้วยเ้าไปยกเข้ามา”
บ้านมีขนาดเล็กครัวจึงต่อยื่นชายคาออกมาเป็เพิงไม่มีผนังมีเตาไฟ ที่วางของที่ต่อจากไม้บนเขา เขายกสองชามเข้าไปในบ้านสองคนแม่ลูกกินข้าวพูดคุยกัน
“เดี๋ยวข้าเก็บล้างเองท่านพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปหาของป่างานที่ทำวันนี้วันสุดท้ายแล้ว”
“ข้าใกล้จะหายแล้ว เ้าก็ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป”
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าตัวเองมีแรง มีแรงมากกว่าท่านแน่นอนปล่อยข้าออกไปทำงานเถอะ หากให้ข้าอยู่บ้านนั่งมองท่านทำงานหนักหาเงินมาเลี้ยงข้ายิ่งทำให้ข้าไม่มีความสุข แบบนี้แหละดีแล้วข้าตัวเล็กแรงน้อยข้าก็รับเงินที่ข้าไหวเท่านั้น ไม่อันตรายหรอกท่านแม่”
“แม่ตามใจเ้าแต่ระวังตัวด้วยแล้วกัน”
“ขอรับ”
ในมือเขาเต็มไปด้วยของป่ามีลูกหมูป่าตัวเท่าสุนัขโตเต็มวัยหนึ่งตัวมันพอที่เขาจะตากแห้งรมควันเก็บไว้กินยามหน้าหนาวที่จะมาถึงได้พอดีกระต่ายหนึ่งตัว ผักหลายชนิดและเห็ด
วันนี้จะทอดกระต่ายและตุ๋นกระต่ายเก็บไว้ให้ท่านแม่กินเป็มื้อเช้าวันพรุ่งนี้วันนี้เ้านกอ้วนดูผิดปกติมันบินวนเวียนรอบหัวเขาได้สักหนึ่งถึงสองเค่อแล้วส่งเสียงร้องดังทำให้สัตว์หนีหายไปหมด
“เฮ้ย ร้องทำไมเ้าพอเสียทีไปกลับบ้าน”
“ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว”
เด็กหนุ่มวางสิ่งของต่างในมือลงกับพื้นถลาเข้าไปหาร่างผอมบางที่นอนเหยียดยาวอยู่กับพื้นริมฝีปากมีคราบเืแห้งติดอยู่ ท่านแม่ของเขานอนอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไรจำได้ว่ายามเช้าก่อนเข้าป่าท่านแม่ยังยิ้มอ่อนโยนให้กับเขาก่อนที่จะโบกมือให้เขาบอกให้ระวังตัวให้ดีนางจะเตรียมอาหารมื้อเย็นไว้ให้เขา
“ท่านแม่ ฮือฮือฮือท่านแม่ทำไมเป็เช่นนี้”
“ท่านแม่ ท่านต้องไม่เป็ไร อีกเดี๋ยวข้าจะไปตามท่านหมอ ฮือ ฮือ”
เด็กหนุ่มพยายามยกร่างของมารดาขึ้นมาหากแต่เรี่ยวแรงกับไม่พอได้แต่พยายามพยุงร่างที่ไร้การทรงตัวจึงใช้เวลานานกว่าจะพาขึ้นไปนอนบนเตียงได้รีบปิดประตูบ้านวิ่งไปบ้านท่านหมอประจำหมู่บ้านทันทีหลังการตรวจร่างกายก็ได้ยาสมุนไพรมาต้มหลายเทียบ เมื่อป้อนยาแล้วเด็กหนุ่มก็ลุกออกมานั่งนอกบ้านเขารู้สึกหัวใจเข้าพลิกไปพลิกมาตลอดเวลาใน่หลายวันที่ผ่านมาเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้งมีมารดาที่สุดแสนจะรักเขาเลี้ยงดูแม้มิใช่มารดาที่แท้จริงก็รักเสมอมารดาแท้ๆนางอาการดีขึ้นเขาก็มีความสุข วันนี้อาการนางก็ทรุดลงทันทีเขารู้สึกว่าจิตใจดิ่งลงหดหู่ยิ่งนัก
“เสี่ยวอี้ เสี่ยวอี้”
เสียงเรียกเบาๆทำให้เขารีบปาดน้ำตาทิ้งก่อนที่จะเช็ดหน้าเช็ดตาให้เรียบร้อย รีบเดินเข้าไปในบ้าน
“ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว”
“เด็กดีเ้าคงใมากสินะ ไม่ต้องร้องไห้ เ้าต้องเข็มแข็งหากวันใดไม่มีแม่เ้าต้องอยู่ให้ได้และมีความสุขเป็ของตัวเองให้ได้นะจำไว้”
“ท่านแม่ท่านต้องอยู่กับข้า ข้ายังเด็กท่านต้องเลี้ยงข้าอีกหลายปีรอดูข้าเติบโตมีลูกมีหลานให้ท่านเลี้ยงดูดีหรือไม่”
“เสี่ยวอี้แม่ก็อยากเลี้ยงลูกให้เ้า แต่ร่างกายของแม่ แม่รู้ดีว่าอีกไม่นานคงต้องจากเ้าไปเ้าต้องจำคำข้าไว้ให้ดีนะ” พูดจบนางก็ไอต่อเนื่องจนมีเืเปื้อนที่ฝ่ามือ
“ท่านแม่ไม่ต้องกังวลเสี่ยวอี้เข้าใจแล้วจะทำตามคำสอนของท่านอย่างดี”
“เสี่ยวอี้เ้าหยิบถุงผ้าบนหลังตู้ให้แม่หน่อย”
เขาลุกขึ้นปาดน้ำตาที่คลออยู่ในตาออกก่อนที่จะเขย่งเท้าเอื้อมมือควานหาบนหลังตู้จนเจอถุงผ้าเล็กๆ เขาหยิบมันลงมาดูเป็ถุงผ้าเล็กๆสีแดงมีฝุ่นจับเต็มไปหมดเห็นได้ว่ามันไม่เคยถูกหยิบถูกจับมาเป็เวลานานมากแม้แต่เชือกที่ใช้ผูกยังหลุดรุ่ยหมดสภาพเสียแล้วจึงปัดฝุ่นออกให้มากที่สุดก่อนจะนำมายื่นให้นาง
“ท่านแม่ นี่ใช่หรือไม่”
“ใช่ เ้าเก็บไว้ให้ดีของชิ้นนี้มันอยู่ในห่อผ้าที่เ้าถูกนำมาวางทิ้งไว้แม่ก็ไม่เคยเปิดออกดูแต่อาจจะเป็ของบิดาหรือมารดาของเ้า เก็บมันไว้ให้ดี”
“เก็บไว้ที่ท่านเหมือนเดิมก็ดีแล้วท่านแม่ข้าไม่อยากได้มัน ข้าเป็ลูกของท่าน”
“เด็กโง่ เ้าเป็ลูกแม่อยู่แล้วแต่ของสิ่งนี้เมื่อแม่จากไปเ้าต้องเก็บเอาไว้กับตัว จำไว้นะ”
“เมื่อถึงวันนั้นข้าจะเอามันไว้กับตัวตลอดเวลาไม่ให้ห่างตัวเลยขอรับ”
“เด็กดีวันนี้แม่เหนื่อยแล้ว”
“ท่านนอนเถอะข้าออกไปก่อน”
เสียงของท่านแม่เบามากคล้ายจะหมดไปได้ตลอดเวลาเด็กหนุ่มลุกไปต้มยาสมุนไพรด้วยความตั้งใจคาดหวังว่ายาเหล่านี้จะทำให้ท่านแม่ของเขาลุกขึ้นมาได้ในเร็ววัน
"แกว๊กแกว๊ก"
“แม้แต่เ้าก็ยังเป็ห่วงข้าเหรอเ้านกอ้วน”
“แกว๊ก”
"ทำไมต้องเสียงสูงใส่ข้าเ้าอยู่กับข้ามาตั้งนาน ข้าตั้งชื่อให้เ้าแล้วกัน"
“เ้าชื่อ เสี่ยวหง(สีแดงน้อย) ดีหรือไม่”
“ป้าปๆๆ”
“เ้าตีข้าทำไมไม่ชอบหรือ เ้าอ้วนขนาดนี้ ต้าหง(สีแดงใหญ่) ดีไหม”
“ต้าหงข้าเป็ห่วงท่านแม่มาก ข้ามีท่านเพียงคนเดียว ข้ากลัว ฮึกฮึก ฮือๆๆ”
เด็กหนุ่มกอดเ้านกตัวอ้วนก่อนจะสะอึกสะอื้นเบาๆเขาไม่กล้าร้องไห้เสียงดังเขากลัวท่านแม่ที่อยู่ด้านในจะได้ยิน
สองวันถัดมานางรู้ตัวเองดีวันนี้คงไม่รอดแล้วจึงเรียกลูกชายที่น่าสงสารเข้ามาหา
“ท่านแม่ท่านเป็อย่างไรบ้างเ็ปตรงไหนข้านวดให้ท่านดีหรือไม่”
“เสี่ยวอี้แม่คงอยู่กับเ้าไม่ได้แล้วแม่รู้ตัวดีเ้าเป็เด็กดีมากแม่โชคดีที่ได้อยู่กับเ้ามานานเ้าเข้ามาให้แม่กอดเ้าอีกสักครั้งเถอะ”
น้ำตาค่อยๆไหลลงมาเขาก้าวขาเข้าไปทรุดลงข้างเตียงโทรมๆมองดูท่านแม่ที่พยายามเอื้อมมือที่สั่นระริกมาหาเขาแต่เหมือนนางจะหมดแรงเขาจับมือนางเข้ามาััใบหน้าทั้งก้มลงโอบรอบตัวนางทิ้งตัวซบลงไปบนอกที่แบบบางนั้น สะอื้นแบบไม่มีเสียง เขาอดกั้นไว้อย่างถึงที่สุด
“เสี่ยวอี้ ลูกชายแม่แม่รักเ้านะ”
“ข้าก็รักท่านแม่ข้ารักท่านที่สุด”
“มีชีวิตต่อไปดีๆขอให้ลูกมีความสุขทุกวัน”
“ท่านแม่”
หลังจากแม่บุญธรรมจากไปเด็กหนุ่มจัดการฝังร่างของมารดาเรียบร้อยแล้วก็ไม่คิดจะอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกเขาอยากไปจากที่นี่สักระยะเขาทนเห็นทุกอย่างไม่ได้
“ต้าหงข้าจะพาเ้าไปส่งกลับบ้านนะ"
เด็กหนุ่มตั้งใจจะเอาเ้านกอ้วนกลับไปคืนป่าในจุดที่ได้เจอมันก่อนจะเดินทางไปที่ต่างๆ
แต่มันพาวนเวียนจนเขาหลงทางสุดท้ายเปลี่ยนเป็การเดินเที่ยวในป่าแทนพวกเขาเดินกันมาหลายวันเก็บผลไม้กินตามทางเรื่อยมาเหนื่อยก็พักหาที่นอนหายเหนื่อยก็ออกเดินต่อ
“หากเดินขึ้นไปเรื่อย พวกเราจะได้เห็นหรือได้ยืนบนยอดเขาใช่ไหมต้าหงข้ายังไม่เคยออกมาไกลขนาดนี้ พวกเราค่อยปีนขึ้นไปกันเถอะ”
ใครเห็นคงคิดว่าเด็กหนุ่มเป็บ้าเขาพูดกับนกมาตลอดทางหากไม่พูดกับมันเขาก็เหงาต้องมีเพื่อนคุยบ้างแม้ว่ามันจะตอบกลับมาไม่ได้ก็ตาม
“เย้ๆๆๆๆ ฮ่าฮ่าฮ่าในที่สุดข้าก็ปีนถึงยอดเขาได้แล้ว”
เขายืนอยู่บนเขาที่ยื่นออกไปดูวิวที่สวยงามที่สุดั้แ่เคยเกิดมาที่เดียวมองไปสุดสายตาท้องฟ้าช่างกว้างใหญ่เป็สีฟ้าที่ใสสะอาดยิ่ง
ด้านล่างมองเห็นูเาสีเขียวไปหมดไม่รู้ว่าต้นไม้นั่นสูงใหญ่เพียงใดไม่น่าเชื่อเลยว่ามันคือแถวที่เขาอาศัยอยู่ฝั่งนั้นแห้งแล้งมองไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้แห้งเหลืองมีแต่ฝุ่นสีแดงสีเหลือง
“วู๊ๆๆๆๆๆ”
เขารู้สึกสบายใจเหมือนได้ปลดปล่อยจึงตะเบ็งออกไปสุดเสียงมีเสียงสะท้อนกลับมาให้เขาได้ยินเบาๆ