"ไป๋เซียนเ้าทำเพื่อพ่อได้หรือไม่ เ้าก็รู้ว่าหากไม่ส่งเ้าไปเป็เชลยศึก ทางนั้นก็จะเข้าโจมตีเมืองเราจนสิ้นหากไม่สงสารข้าก็ขอให้เ้าคิดถึงชาวเมืองที่นี่ด้วย ช่วยพวกเราเถิดนะไป๋เซียน"
เ้าเมืองจางหลงเอ่ยกับบุตรสาวคนเล็กที่ร้องไห้น้ำตาอาบใบหน้าที่งดงามปานเทพเซียนนั้นอย่างน่าสงสาร ในหัวคิดเพียงว่าเหตุใดึงเป็นางที่ต้องเป็ผู้ไป
ตามจริงคนที่จะต้องถูกส่งตัวไปแต่งกับหัวหน้าเผ่าต้องเป็บุตรสาวคนโต แต่เพราะไป๋เซียนนางเป็ลูกของอนุภรรยา
มารดาของนางเป็เพียงอดีตบ่าวรับใช้ในตำหนักเท่านั้นจึงทำให้เป็ที่เกลียดชังของฮูหยินจางฉือและบุตรสาวของนางจางถิน
แม้จะถูกเลื่อนขั้นเป็อนุภรรยาของท่านเ้าเมืองแต่เจียงเฟยและบุตรสาวของนางก็ถูกกดขี่ให้อยู่ดังเช่นบ่าวรับใช้ในจวนเช่นเดิม
จางหลงเองก็ไม่อาจจะพูดเช่นไรได้แม้จะรักใคร่เจียงเฟยที่มีสถานะเป็นางรับใช้แต่ก็ไม่อาจแสดงตัวได้มากนักเพราะเกรงใจจางฉือฮูหยินที่มาจากตระกูลใหญ่เช่นกันทำให้ได้แต่ทำตนเมินเฉยต่อเื่ภายในที่เกิดขึ้น
"ท่านเ้าเมืองได้โปรดสงสารไป๋เซียนบุตรสาวของข้าและท่านด้วยเถิด ข้ายอมตายดีกว่าปล่อยให้ลูกของข้าไปเป็เมียของชนเผ่ากินคนนั้น ได้โปรดเห็นใจเราสองแม่ลูกด้วยเถิดเ้าคะ ฮือๆ"
เจียงเฟยมารดาของไป๋เซียนร้องไห้คุกเข่ากอดขาผู้เป็สามี นางไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดตลอดเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้นางไม่อาจทนมองบุตรสาวที่น่าสงสารและเจียมเนื้อเจียมตัวตลอดมาจองนางไปตกระกำลำบากที่ชายแดนใต้เมืองที่ไร้ซึ่งอารยธรรมได้
"ท่านแม่อย่าทำเช่นนั้นเลย ข้าไม่เป็ไรข้าเต็มใจไปแทนท่านพี่หากเป็บัญชาของท่านพ่อ"
ตลอดมาที่อยู่ที่นี่นางก็อยู่อย่างกล้ำกลืนฝืนทนเพียงเพราะเป็ลูกนอกสมรสแถมเป็ลูกของบ่าวรับใช้ด้วยทำให้ชีวิตของไป๋เซียนถูกจางถินพี่สาวต่างมารดารังแกมาตลอด
ไป๋เซียนทนได้เพราะมารดาของนางยังอยู่ที่นี่ หากนางจะต้องไปตายที่นั่นจริงนางก็ไม่หวั่นขอเพียงหลุดพ้นจากที่แห่งนี้ หากนางไปมารดาของนางก็จะได้สุขสบายขึ้นมาหน่อยเพราะลำพังหากไม่มีนางมารดาก็จะตัดสินใจอะไรได้ง่ายกว่านี้
"เ้าพูดอะไรของเ้าไป๋เซียน แม่ไม่ยอมให้เ้าไปเด็ดขาด"
"นี่! เจียงเฟยเ้าพูดเช่นนี้จะให้จางถินของข้าไปตกระกำลำบากงั้นรึ เ้านี่มันไม่สำนึกข้าวแดงแกงร้อนที่บุญคุณที่ท่านเ้าเมืองชุบเลี้ยงเ้าและลูกสาวของเ้ามาตลอดเลยงั้นรึ! "
"ฮูหยินเ้าคะ ข้ายอมทุกอย่างแต่ในชีวิตนี้ข้ามีเพียงไป๋เซียน ข้าไม่อาจเสียลูกไปได้ ฮูหยินโปรดเห็นใจข้าด้วยเถิดนะเ้าคะ"
"เห็นใจ! แล้วเ้ากับลูกเคยเห็นใจข้าบ้างหรือไม่ ข้าต้องอับอายผู้คนที่สามีคว้านางรับใช้มาเป็อนุ รู้หรือไม่ว่าข้ากล้ำกลืนฝืนทนมองหน้าเ้ากับลูกมานานแค่ไหน เ้ายังมีหน้ามาถามหาความเห็นใจจากข้างั้นรึ ถ้าเ้าจะตายก็ตายไปหรือจะตามลูกเ้าไปเลยก็ได้ข้าจะได้หมดเสี้ยนหนามตำใจ"
"ข้ายอมตามลูกข้าเพื่อไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่โดยที่ไม่รู้ว่าส่งลูกข้าไปเป็ตายร้ายดีเช่นไรเ้าค่ะ"
"พอได้แล้ว! ข้าตัดสินใจไปแล้ว อีกอย่างทางนั้นให้ไปเพียงแค่คนเดียวห้ามมีผู้ติดตาม ห้ามเด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นข้อตกลงลงสงบศึกถือว่ายกเลิกข้าให้เ้าไปด้วยไม่ได้เจียงเฟย "
จางหลงประกาศเสียงกร้าวเป็อันว่าสิ้นสุดและไม่อาจโต้แย้งสิ่งใดได้ ทำได้เพียงจำใจยอมรับในโชคชะตาที่แสนอาภัพ
"ท่านเ้าเมืองฮือๆ ท่านทำเช่นนี้กับลูกของท่านได้เช่นไร นางก็เป็เืเนื้อเชื้อไขของท่านนะ ฮือๆ "
จางหลงไม่อาจทนมองน้ำตาของเจียงเฟยสตรีที่รักได้อีกจึงตัดใจเดินออกจากตรงนี้ไปแม้แต่บุตรสาวที่รักและสงสารยังไม่อาจกล้าทนมองหน้านางได้ต้องรับเดินหลบไป
ใช่ว่ามีทางให้เลือกมากนัก หากไม่ส่งใครคนใดไปก็ต้องเสียเมืองไป เมืองที่ห่างใกล้วังหลวงเช่นนี้การช่วยเหลือก็ล่าช้ากว่าทหารของเมืองหลวงที่ส่งมาจะมาถึงเมืองนี้ก็คงกลายเป็ซากประหลักหักพังเสียแล้ว
การที่จะส่งจางถินบุตรสาวคนโตไปมันเป็เื่เป็ไปไม่ได้อยู่แล้ว ตระกูลของจางฉือนั้นคอยสนับสนุนตัวเขาอยู่หากทำเช่นนั้นมันคงเป็เื่ที่ไม่ดีต่อตัวเขาเอง
"ท่านแม่อย่าเป็เช่นนี้เลยข้าใจคอไม่ดี"
"เ้าจะให้แม่ทำเช่นไร แม้แต่บุตรสาวคนเดียวยังรักษาไว้ไม่ได้"
ไป๋เซียนที่เห็นน้ำตาของมารดาแล้วนางก็อดที่จะเสียใจไม่ได้ คิดอดสู่ในโชคชะตาชีวิตของตนเองที่เกิดมาอาภัพแถมยังต้องเป็ได้เพียงเชลยศึกอีก
แม้จะทำตัวเข้มแข็งเพียงใดแต่ใจของนางตอนนี้ก็ระส่ำระสาย ไม่อาจรู้ชะตาชีวิตตนในภายหน้าได้ว่าจะเป็เช่นไรนับจากวันนี้ไป นางอาจไปตายที่ต่างถิ่นต่างบ้านต่างเมืองก็ได้
"ท่านแม่อย่างร้องไปเลย ลูกไปคราวนี้มันอาจจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับลูกก็ได้นะเ้าคะ"
"แม่ผิดเองที่ทำให้เ้าเกิดมามีชะตาชีวิตเช่นนี้ แม่ผิดเอง..."
"อย่าพูดเช่นนี้อีกเลย ไป๋เซียนไม่เคยคิดน้อยใจที่ได้เกิดมาเป็ลูกท่านแม่เลย ท่านแม่รอไป๋เซียนอยู่ที่นี่นะเ้าคะ วันหนึ่งข้าจะกลับมารับท่านแม่ไปอยู่ด้วย"
"ฮือๆ ไป๋เซียนลูกแม่ "
สองแม่ลูกร้องไห้ระงมกอดกันแน่นอย่างน่าสงสาร ไป๋เซียนคิดเพียงว่าวันหน้าหากนางยังมีลมหายใจอยู่นางจะกลับมาพามารดาออกจากที่แห่งนี้ให้ได้
แม้จะยังไม่รู้ภายภาคหน้าเป็เช่นไร หากเทพเ้ายังมีเมตตาสงสารนางและแม่บ้าง การไปครั้งนี้ของนางอาจจะเกิดผลดีก็เป็ได้ไป๋เซียนคิดปลอบใจตัวเอง
นางไม่สนใจว่าบุรุษเผ่ามองโกรผู้นั้นจะเป็เช่นไร ขอเพียงชายผู้นั้นรักเมตตานางและมารดา ไป๋เซียนผู้นี้ก็ยอมถวายชีวิตให้ได้หมด
เมื่อกำหนดวันเดินทางมาถึงไป๋เซียนที่เก็บของจำเป็ในการเดินทางไปเพียงเท่านั้น รถม้าและคนที่นำพานางไปที่เผ่าอาซานล้วนแต่เป็คนที่ทางนั้นส่งมาทั้งหมด
นางเพียงเตรียมของใช้ระหว่างทางเพียงเท่านั้น แม้จะมีสายตาเหยียบหยามจากคนที่ส่งมารับแต่ไป๋เซียนก็ไม่คิดใส่ใจ
นางอยู่ในสถานะเชลยศึกไม่อาจเรียกร้องสิ่งใดได้ข้อนี้นางทราบดี เพียงในใจคิดวางแผนทำเช่นไรก็ได้ให้ชายผู้นั้นรักนางหมดหัวใจ นางต้องหาจุดยืนให้ตัวเองให้ได้และมีชีวิตรอดเพื่อผู้เป็มารดา
"ขอให้เ้ามีชีวิตรอดหลังจากเจอหัวหน้าเผ่าอาซานที่เลื่องลือว่าสังหารเมียตัวเองไปถึงสามศพนะน้องพี่"
จางถินเดินเข้ามากอดไป๋เซียนและกระซิบข้างหู นึกดีใจที่ใจที่สุดเห็บหมัดอย่างนางผู้นี้ก็ถูกกำจัดไปแล้วเหลือก็แต่แม่ของนางที่อีกไม่นานก็ต้องตายตามไปเช่นกัน
ไป๋เซียนไม่ตอบสิ่งใด นางเพียงมองมารดาที่ร้องไห้ระงมอยู่ด้วยความเ็ปใจ ยิ่งมองไปเห็นบิดาใจร้ายผู้นั้นยืนมองนางนิ่งไม่แสดงความอาวรณ์ออกมานางก็ยิ่งเ็ปใจและนึกแค้นใจในท่าทีของคนพวกนั้น
"ท่านแม่จำคำลูกเอาไว้ รอข้ากลับมานะเ้าคะ"
ไป๋เซียนเข้าไปโอบกอดลาผู้เป็มารดาครั้งสุดท้าย นางตั้งมั่นต้องทำให้มารดาสบายให้ได้ไม่ว่านางจะต้องแลกกับสิ่งใด
"ท่านพ่อได้โปรดทำตามที่ได้ลั่นวาจากับข้าเอาไว้ด้วยนะเ้าคะ หากท่านแม่ของข้าเป็เช่นไรไปข้าจะไม่มีวันให้อภัยท่านเด็ดขาด"
หันไปพูดกับผู้เป็บิดาเสร็จนางไม่รอคำตอบรับใดๆ ตัดใจเดินขึ้นรถม้าไปทันที
หากประวิงเวลาอยู่ต่อหัวใจนางอาจแตกสลายมากไปกว่านี้ ระยะทางที่จะไปแม้จะเดินทางด้วยรถม้าแต่ก็ยังถือว่าอีกนานนับเดือนกว่าจะถึงเผ่าอาซานที่อยู่ทางใต้สุดและหนาวเหน็บใน่นี้
สถานที่ที่ไป๋เซียนไม่มีทางรู้เลยว่าที่แห่งนั้นเป็ขุมนรกที่นางกำลังจะได้พบเจอ และเป็สถานที่ที่โชคชะตานางจะเปลี่ยนไปตลอดกาล