ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 20 เสนอขาย
"ท่านพ่อ ข้ากับน้องๆ กำลังรอท่านกลับมานะขอรับ"
จางหย่งที่ได้ยินคำพูดของลูกชายคนโตก็งุนงง เขาเอ่ยลาแม่ค้าร้านขายปลาก่อนจะเดินกลับมาหาลูกชาย อาเฟยที่เห็นพ่อเดินมาหาก็ร้องไห้ออกมาก่อนจะวิ่งไปกอดพ่อแล้วพูดขึ้นว่า
"ในที่สุดท่านพ่อก็กลับมาหาข้าเสียทีนะขอรับ ฮือๆๆ"
เขาแค่ออกไปหาข้อมูลเพียงครู่เดียว จู่ๆ บุตรชายของเขาเป็อะไรไปนะ จางหย่งได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะนั่งลงปลอบบุตรชายจนหยุดร้องไห้ หลังสอบถามก็ได้ความว่าลู่ต้าแกล้งหยอกลูกชายคนโตของเขาจนร้องไห้ยกใหญ่ ลู่ต้าที่เห็นจางหย่งมองมาก็เอ่ยขึ้นว่า
"โถ่ ข้าก็แค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ใครจะไปรู้ว่าลูกชายของพี่จะคิดจริงจังขนาดนี้"
จางหย่งที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับทันทีว่า
"ระวังข้าจะล้อเล่นคืนบ้างก็แล้วกัน"
เมื่อเห็นสายตาและคำขู่จากจางหย่ง ลู่ต้าก็เข่าอ่อนลงทันที ต่อไปเขาจะไม่กล้าล้อเล่นแบบนี้อีกแล้ว เสี่ยวเหมาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็หาวออกมาทีหนึ่งก่อนจะพูดกับจางหย่งขึ้นว่า
'ลูกเ้านายกลัวจะถูกเ้านายทิ้งไปหาแม่ใหม่'
'อ้อ มิน่าล่ะถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้'
จางหย่งที่รู้ต้นสายปลายเหตุก็ขมวดคิ้ว เพราะมัวแต่คิดเื่ปากท้องจนลืมเื่สำคัญเช่นนี้ จริงๆเขาพอจะเดาได้ว่าแม่ของเด็กๆต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขากลัวว่าหากถามไปจะกระทบกระเทือนจิตใจเด็กๆ จึงรอจังหวะแต่ก็ไม่ได้ถามจนมาถึงตอนนี้ เอาไว้กลับไปค่อยหาจังหวะดีๆถามจากลูกๆดูก็แล้วกัน เขาได้แต่คิดในใจ
เมื่อทั้งสามจัดเรียงของที่จะขายเสร็จ จางหย่งก็ถามราคากับลู่ต้า พบว่าราคาของผักป่ามีราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับผักที่ปลูกในครัวเรือน เพราะผักป่าไม่ค่อยเป็ที่นิยมทำให้ราคาค่อนข้างต่ำ ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่จางหย่งก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจ เพราะอีกไม่นานผักผลไม้ในมิติก็จะเติบโต เขาสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารหรือนำออกมาขาย แม้จะไม่รู้ว่าเมล็ดพันธุ์ 20 ชนิดที่สุ่มมาได้จะเติบโตเป็ต้นอะไรบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไม่มี
ผ่านไปสองเค่อ มีลูกค้าเพียงรายเดียวที่สนใจและซื้อผักป่ากลับบ้าน หลังจากนั้นก็มีแต่คนมาหยิบจับๆแต่ไม่ได้มีใครซื้ออีก จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเอ่ยว่า
"ข้าขอไปทำธุระสักครู่หนึ่ง ฝากดูอาเฟยหน่อยได้หรือไม่"
ลู่ต้าพยักหน้าก่อนจะหันไปนั่งกับอาเฟยและเสี่ยวเหมาที่อยู่ข้างๆ จางหย่งที่กำลังจะเดินจากไปนึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เอ่ยกับเสี่ยวเหมาขึ้นในใจว่า
'เสี่ยวเหมา เ้าก็มากับข้าด้วย ข้าจะไปทำการค้า'
เสี่ยวเหมาสะดุ้งสุดตัววิ่งไปแอบที่ด้านหลังอาเฟย ก่อนจะชะโงกหน้าเล็กๆออกมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
'ไม่เอาข้าไม่ไป!!'
จางหย่งที่ได้ยินก็รู้สึกงุนงง
'ข้าจะเอาของในมิติไปลองขาย หากเ้าไม่ไปด้วย ข้าจะขายของยังไง หรือเ้าจะเอาออกมาให้ข้าตอนนี้เลย'
'อ้าว ไม่ได้จะพาข้าไปขายทำลูกชิ้นหรอกหรือ'
เสี่ยวเหมาคิดว่าเ้านายขายของไม่ได้เลยจะพาตัวเองไปขายเสียอีก สงสัยมันจะคิดมากเกินไป จางหย่งที่ได้ฟังคำพูดของเสี่ยวเหมาก็คิดขึ้นในใจว่า
'ความคิดนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ ขุนให้อ้วนสักหน่อยคงได้ราคาดี'
'โถ่ เ้านาย ข้าจะกินให้น้อยลง อย่าทำแบบนั้นเลยนะ'
กล่าวจบเสี่ยวเหมาก็ลุกขึ้นมาวิ่งไปคลอเคลียขาจางหย่งอย่างเอาอกเอาใจ จางหย่งได้แต่หัวเราะออกมาก่อนจะเดินเข้าไปกลางตลาด โดยมีเสี่ยวเหมาวิ่งตามไปติดๆ
จางหย่งเพิ่งเคยมาตลาดแห่งนี้เป็ครั้งแรก ทำให้เขาไม่รู้ทางสถานที่ที่้าจะไป เขาคิดจะออกตามหาสตรีที่ทะเลาะกับสามีตรงท้ายตลาดเมื่อครู่นี้ เพราะเขาคิดจะเอาชุดชั้นในคัพซี เซ็กซี่ขยี้ใจครบชุด ไปเสนอขาย มันอาจช่วยลดปัญหาสามีไม่กลับบ้านได้ อีกทั้งเขายังจะได้เงินอีกต่างหาก เขาไม่รู้หรอกว่าคัพซีนี่มันขนาดใหญ่หรือเล็กแค่ไหน แต่ก็คงใส่ได้เหมือนๆกันนั่นล่ะ
ก่อนหน้านี้ที่จางหย่งหาข้อมูลจากร้านค้าข้างเคียง พบว่าสตรีผู้นั้นทำงานที่ร้านขายผ้าตระกูลหลัว ดังนั้นตอนนี้เขาจึงพยายามเดินหาร้านขายผ้าร้านนั้น หลังจากที่สอบถามสถานที่ตั้งของร้านที่เป็เป้าหมายมาตลอดทาง ก็พบกับร้านขายผ้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงข้ามกันสองร้าน ร้านหนึ่งเป็ร้านขายผ้าตระกูลหลัว อีกร้านหนึ่งเป็ร้านขายผ้าที่มีป้ายหน้าร้านว่าตระกูลอี้ จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปที่ร้านขายผ้าตระกูลหลัว ขณะที่เขากำลังก้าวเข้าด้านใน เสียงจากร้านตรงข้ามก็ดังขึ้น
"โอ๊ะโอ๋ ร้านตระกูลหลัวตกต่ำถึงขนาดขายผ้าเหลือใช้ให้ขอทานเลยหรือนี่"
พนักงานในร้านขายผ้าตระกูลอี้เอ่ยขึ้นเสียงดังจนคนรอบข้างที่ได้ยินต่างหันมามองจางหย่งเป็สายตาเดียวกัน จางหย่งที่ถูกมองถึงกับทำตัวไม่ถูก เขาสวมเสื้อผ้าค่อนข้างเก่า มีรอยปะชุนมากมาย พนักงานในร้านตระกูลหลัวกลับเอ่ยแก้สถานการณ์ขึ้นว่า
"ร้านของเรายินดีต้อนรับทุกคน ไม่ใช่พวกหน้าเงินแบบพวกเ้าหรอก เชิญท่านด้านในก่อน"
จางหย่งยกมือขึ้นเกาหัวอย่างเขินๆก่อนจะเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่เสี่ยวเหมากำลังจะตามเข้าไป พนักงานร้านก็เอ่ยถามขึ้นว่า
"ขออภัย ร้านเราไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าด้านใน"
"งั้นหรือขอรับ เสี่ยวเหมาเ้ารอข้าตรงนี้นะ"
เสี่ยวเหมาที่ได้ยินเช่นนั้นก็นั่งลงอย่างว่าง่าย พนักงานร้านคนนั้นถึงกับมองหนึ่งคนหนึ่งสุนัขด้วยความแปลกใจ นางนึกว่าเขาจะหาอะไรมาผูกสัตว์เลี้ยงไว้เสียอีก แค่บอกให้สัตว์เลี้ยงรออยู่นิ่งๆก็ได้งั้นหรือ ฝ่ายสัตว์เลี้ยงเองก็ดูเหมือนจะฟังคำสั่งออกเสียด้วย น่าสนใจจริงๆ นางเองก็อยากได้สัตว์เลี้ยงแบบนี้บ้าง หากมีโอกาสคงต้องลองถามดูเสียแล้วว่าบุรุษผู้นี้ซื้อสัตว์เลี้ยงมาจากที่ใด
ขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามาในร้าน จางหย่งที่รู้สึกอายเล็กน้อยที่ตัวเองไม่ได้มาซื้อของก็กระซิบบอกจุดประสงค์ที่ตัวเองมาร้านแห่งนี้ว่า
"จริงๆ ข้าไม่ได้มาซื้อของหรอก แต่ข้ามาขอพบสะใภ้ตระกูลเฟินน่ะ"
พนักงานร้านไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่เขาไม่ได้มาซื้อของ แต่แปลกใจที่เขามาหาสะใภ้ตระกูลเฟิน จึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"ข้าขอถามได้ไหม ว่าท่านมาพบนางทำไม"
"เอ่อ..."
จางหย่งรู้สึกเขินขึ้นมาเมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่จะมาขอพบสะใภ้ตระกูลเฟิน เขากำลังมาเสนอขายชุดชั้นในแบบครบชุดกับสตรีที่ไม่รู้จัก แถมชุดชั้นในกล่องนั้นยังเป็รุ่นเซ็กซี่ขยี้ใจ สีแดงสลับดำลายลูกไม้ อีกต่างหาก แต่เมื่อนึกถึงลูกๆทั้งสามที่กำลังเฝ้ารอเขาอยู่ด้านหลัง เขาก็หายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ข้ามีของจะมาเสนอขายนาง"
พนักงานร้านคนนั้นมองจางหย่งด้วยความแปลกใจอีกครั้ง จางหย่งที่ไม่เห็นพนักงานร้านพูดอะไรออกมาก็เงยหน้าขึ้นมองพนักงานผู้นั้นตรงๆ พบว่านางเป็สตรีที่แลดูงดงามผู้หนึ่ง ผิวขาวนวลเนียน ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต จ้องมองมาทางเขาอย่างสงสัย จางหย่งที่ถูกจ้องมองอยู่นานจนทนไม่ไหวจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ไม่ทราบว่าข้าจะขอพบสะใภ้ตระกูลเฟินได้หรือไม่"
"อ่อ ขออภัยที่ข้าเสียมารยาท เดี๋ยวข้าพาท่านไปพบ ว่าแต่ข้าสนใจของที่ท่านจะมาเสนอขาย ไม่ทราบว่าข้าขออยู่ฟังด้วยได้หรือไม่"
จางหย่งที่ได้ยินคำถามก็คิดจะเอ่ยปฏิเสธทันที แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าบุคคลตรงหน้าก็เป็สตรี หากสะใภ้ตระกูลเฟินไม่ซื้อ สตรีผู้นี้ก็อาจจะซื้อ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนจากคำปฏิเสธเป็ตอบรับว่า
"ได้ แต่เ้าห้ามมาหาว่าข้าโรคจิตนะ"
"หืม??"