กลุ่มของเว่ยซือหงเดินสำรวจป่าจินหลินชั้นนอกต่อไปเรื่อยๆ ระหว่างนี้เก็บผักป่าบางชนิดที่เริ่มแตกยอดได้จำนวนไม่น้อยเลยสำหรับคนที่ชอบกินผักอย่างเว่ยซือหงนางรู้สึกมีความสุขมาก
“น้องสามเหนื่อยหรือยัง”
“ยังเ้าค่ะพี่ใหญ่พวกท่านเหนื่อยหรือยังเ้าคะ”
“ยังไม่มีใครเหนื่อยหรอกถามเพราะเป็ห่วงเ้า”
“ขอบคุณเ้าค่ะแต่อาหงยังไม่เหนื่อย อยากสำรวจต่ออีกสักหน่อยค่อยหยุดพักได้หรือไม่เ้าคะท่านพ่อ”ตอบพี่ชายคนโตเสร็จก็หันไปออดอ้อนบิดา
“ได้”
“เย้ท่านพ่อดีที่สุด!” เ้าตัวะโดึ๋ง ๆ ราวกระต่ายป่าอารมณ์ดี
เว่ยซือซานส่งสายตาเหนือกว่าโอ้อวดไปยังบุตรชายทั้งสองเว่ยซือหลางเพียงกลอกตาเล็กน้อย ส่วนเว่ยซือเหลียงแอบหรี่ตาลงคิดหาทางเอาคืนบิดาบ้างที่แย่งชิงความโปรดปรานของน้องสาวไป
ั้แ่เข้าป่ามาเขาพยายามเข้าไปจับมือน้องสาวตั้งหลายครั้งแต่ก็โดนท่านพ่อขัดขวางไปเสียทุกรอบจะไม่ให้เขาโมโหจนเก็บมาใส่ใจได้อย่างไรไหว เขาไม่ใช่พี่ใหญ่นะที่เก็บอารมณ์ได้ดีน่ะแต่เชื่อเถอะว่าหน้านิ่ง ๆ ดูสุภาพชนเช่นนั้นร้ายกาจกว่าเขาและท่านพ่อเยอะ อืม...ก็สมเป็ศิษย์ของสำนักศึกษาพยัคฆ์ทมิฬนั่นแหละ
จะว่าไปปีนี้เขาอายุ15 ปีหน้าก็ต้องเข้าสำนักศึกษาแล้ว เฮ้อแค่คิดว่าต้องไปร่ำเรียนและไม่เจอน้องสาวนาน ๆ พลันไม่อยากไปดื้อ ๆ
“พี่ใหญ่ตอนที่ท่านไปอยู่สำนักศึกษา ท่านคิดถึงพวกข้าและน้องเล็กหรือไม่ขอรับ”
“ย่อมต้องคิดถึง”
“อา...ข้าชักไม่อยากเข้าสำนักศึกษาเสียแล้วสิ ข้าไม่อยากห่างจากน้องเล็ก”
“ใช่ว่าจะไม่เจอกันตลอดเสียหน่อย”เว่ยซือหลางปลอบน้องชาย
“โถ่พี่ใหญ่หนึ่งปีเราได้กลับบ้านแค่สองครั้ง ครั้งละเดือนเองนะขอรับ หากข้าไม่อยู่นาน ๆท่านพ่อต้องแย่งความโปรดปรานของน้องสาวไปหมดแน่” นี่เื่ใหญ่มากนะแค่คิดว่าเ้าตัวเล็กจะออดอ้อนท่านพ่อเพียงผู้เดียวก็รู้สึกรับไม่ได้แล้ว
เว่ยซือหลางปรายตามองน้องชายด้วยสายตาดูแคลนช่างโง่งมไม่สมกับเป็น้องชายของเขาเลยสักนิดเดียว “หากเ้าอยากมีเวลาอยู่กับน้องเล็กนานๆ เ้าก็ขยันทำภารกิจแล้วขอของรางวัลเป็เพิ่มเวลากลับบ้านก็ได้แล้ว”
“จริงด้วยพี่ใหญ่ทำไมข้าถึงคิดไม่ได้นะ”
“เพราะเ้าโง่งม”
“พี่ใหญ่!”
เว่ยซือซานมองบุตรชายถกเถียงกันพร้อมนึกขันพวกเ้าทะเลาะกันไปเถิด ข้าจะรับความน่าเอ็นดูของลูกสาวข้าไว้ผู้เดียว
เว่ยซือหลางรู้ความคิดบิดาจากการอ่านสายตาเขาชักสีหน้าไม่ชอบใจ ก่อนสายตาของเขาจะหยุดชะงักยังจุดจุดหนึ่ง
ดวงตาสีดำแฝงไว้ด้วยเล่ห์กลบางอย่างเขาหันมาสบสายตากับบิดาก่อนกระตุกยิ้มมุมปากและกระโจนออกไปพรวดเดียวก็ถึงตำแหน่งที่หมายตา
สายตาของเขาตรึงอยู่ที่พืชล้มลุกที่เขาไม่รู้จักขึ้นอยู่เป็จำนวนมากมีขนบาง ๆ ตามลำต้น ใบเป็กลุ่มและมีขนเล็กน้อย เขาใช้พลังปราณต่างการขุดเพียงวาดมือเล็กน้อย ต้นของมันก็หลุดออกมาจากพื้นดิน พร้อมทั้งมีหัวกลมอ้วนผิวสีเหลืองหลุดออกมาด้วยกะด้วยสายตา 1 ต้นมีหัวราว ๆ 8-10 หัว
“เ้าสิ่งนี้จะทำให้น้องเล็กพอใจหรือเปล่านะ”ชายหนุ่มพึมพำ ฉวยหยิบติดมือมาหนึ่งหัวและกระโจนกลับมายังกลุ่ม
“น้องเล็กเ้าสิ่งนี้กินได้หรือไม่”
ทันทีที่เว่ยซือหงเห็นผลกลมอ้วนผิวสีเหลืองยื่นมาตรงหน้านางก็ปล่อยมือบิดาทันที
“ถู่โต้ว!” นี่แหละที่นางตามหา คิดว่าจะไม่เจอเสียแล้วเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงฤดูที่ควรเก็บเกี่ยวมันฝรั่งแต่ในสภาวะที่ผู้คนขาดความรู้เื่อาหารการกิน นางคิดว่ามันคงมีให้เก็บแค่ยังหาไม่เจอ
เ้าเด็กน้อยตาเป็ประกายส่งสายตาวิบวับให้พี่ใหญ่ “พี่ใหญ่เ้าสิ่งนี้ชื่อว่าถู่โต้วหรือมันฝรั่งเ้าค่ะมันกินได้ ทำอาหารได้หลายอย่าง คล้าย ๆ มันเทศ แต่อร่อยมากเ้าค่ะ พี่ใหญ่เจอจากที่ใดหรือเ้าคะพาอาหงไปเก็บมันเร็วเข้า”
ไม่พูดเปล่ากระโจนกอดขาพี่ใหญ่แหงนหน้ามองจนคอตั้ง ส่งยิ้มประจบ น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
เว่ยซือซานที่ถูกบุตรสาวทิ้งมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าเว่ยซือเหลียงอิจฉาเข้าไปใหญ่ ขณะที่เว่ยซือหลางรู้สึกดีใจที่แย่งชิงความสนใจของน้องสาวจากบิดามาได้
“ได้พี่ชายจะพาเ้าไปเก็บ”
จากนั้นคนทั้งกลุ่มจึงเดินตามคุณชายใหญ่เว่ยซือหลางไปยังตำแหน่งของมันฝรั่งและจัดการขุดทันที
“คุณหนูเ้ามันฝรั่งนี่ทำอันใดกินได้หรือขอรับ”
“จะทำอะไรก็ได้ต้มผัด แกงทอด ทำได้หมด คล้าย ๆ มันเทศนั่นแหละเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นข้าน้อยขอแบ่งไปสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”ลู่คงเอ่ยขอด้วยความเกรงใจสีหน้ากระอักกระอ่วน เนื่องจากเขาไม่ได้รู้จักและไม่ได้เป็คนเจอยามพูดออกไปจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกละอายใจ
“เก็บไปเถิดเ้าค่ะในป่ายังมีอีกมาก อ้อ แต่จำไว้นะเ้าคะ ให้กินผลที่ยังไม่แตกหน่อเท่านั้นถ้าผลที่แตกหน่อแบบนี้มันจะมีพิษไม่ดีต่อร่างกายเ้าค่ะ” เว่ยซือหงบอกพร้อมหยิบมันฝรั่งที่แตกหน่อเล็กๆ สีเขียวออกมา
นางจำเป็ต้องบอกถึงอันตรายของเื่นี้ให้ทุกคนรู้เพราะถ้ามีคนเผลอกินหน่อเล็ก ๆหรือบริเวณที่มีสีเขียวเข้าไปได้เกิดอันตรายต่อชีวิตแน่ ดังนั้นเตือนไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
“ขอบคุณขอรับคุณหนู”
“น้องเล็กถ้ามันเป็พิษแล้วทำไมเ้ายังเก็บมันกลับไปอยู่ล่ะ”เว่ยซือเหลียงถามเพราะไม่เข้าใจเขาเห็นน้องสาวเดินหยิบมันฝรั่งที่มีหน่องอกออกมาเข้าแหวนมิติที่ท่านย่าให้มาหัวแล้วหัวเล่าไม่มีทีท่าจะหยุด
“ข้าจะเอาไปปลูกเ้าค่ะหัวที่มีหน่องอกแบบนี้ถึงเราจะกินไม่ได้ แต่เราสามารถเอาไปปลูกขยายพันธุ์ได้เ้าค่ะหากปลูกสำเร็จก็ไม่ต้องกลัวเสบียงเื่หน้าหนาวของปีหน้าแล้วดูสิเ้าคะหนึ่งต้นให้ผลผลิตตั้งเยอะ”
เว่ยซือซานได้ยินคำพูดของบุตรสาวก็คิดตามทุกวันนี้ชาวบ้านอดอยากกันทั่วทุกพื้นที่ไม่ต้องพูดถึงเหล่าทหารที่ประจำอยู่พื้นที่กันดารต่าง ๆยิ่งทางเหนืออาหารยิ่งขาดแคลน หากปลูกได้จริง เ้าสิ่งนี้จะเป็ประโยชน์ต่อประชาชนแคว้นโจวอย่างแน่นอนแม่ทัพเช่นเขาจึงไม่ลังเลบอกให้องครักษ์เก็บพวกที่มีหน่อแยกไว้กลับไปด้วย
เว่ยซือหลางที่เห็นน้องสาวเอาแต่สนใจมันฝรั่งพวกนี้ต่อไปไม่ไหวจึงกล่าวขึ้นบ้าง“น้องเล็ก พี่หาเ้ามันฝรั่งนี่จนเจอ เ้าควรให้รางวัลพี่ใหญ่หน่อยหรือไม่”
เด็กอ้วนแหงนคอมองพี่ชายจนคอตั้งบ่ากะพริบตาปริบ ๆ หยุดใช้ความคิดไปแวบหนึ่งก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสดใสของเ้าตัว
“เช่นนั้นอาหงจะทำมันบดจากเ้านี่ให้กินดีหรือไม่เ้าคะ”
“มันบด?”
“เ้าค่ะมันบด ที่จริงเอาไปทำได้หลายอย่าง แต่อาหงจะทำมันบดให้พี่ใหญ่กินอร่อยแน่นอนเ้าค่ะเชื่ออาหงได้เลย”
“ได้ๆ เช่นนั้นต้องรบกวนน้องเล็กแล้ว”
เว่ยซือเหลียงทำใจไม่ได้ที่ทั้งท่านพ่อและพี่ใหญ่ได้รับความสนใจจากน้องสาวเขาจึงเเยกตัวออกไปอีกด้านเผื่อจะเจออะไรดี ๆ ทว่าจนแล้วจนรอดก็ไม่เจออะไร นอกจากเฉ่าเหมยป่าที่ลูกไม่ใหญ่นักและเหลือไม่มาก คาดว่าคงถูกชาวบ้านเก็บกลับไปกินจนหมดแล้ว
ในขณะที่กำลังจะกลับไปรวมตัวกับกลุ่มหางตาเขากลับเห็นเ้าผลเล็กๆ สีดำและสีฟ้าติดอยู่บนต้นที่มีลักษณะเป็พุ่มจำนวนมาก เด็กหนุ่มตัดสินใจเก็บติดมือกลับไปเล็กน้อยเพื่อถามน้องสาวว่ามันกินได้หรือไม่
“น้องเล็กดูสิพี่ชายมีอะไรให้เ้า” พูดพร้อมยื่นลูกเฉ่าเหมายสีแดงของโปรดเ้าตัวให้อย่างใจดี
“เฉ่าเหมย! ขอบคุณเ้าค่ะพี่รอง” ถึงจะลูกเล็กไม่ใหญ่เท่ามิติแต่ตราบใดที่มันเป็เฉ่าเหมยนางก็ชอบทั้งนั้น
“อร่อยหรือไม่”
“อร่อยเ้าค่ะอมเปรี้ยวอมหวาน อาหงชอบมาก” พอของชอบเข้าปากปากของเว่ยซือหงก็เพิ่มความหวานขึ้นมาทันที เอ่ยออดอ้อนเว่ยซือเหลียงยกใหญ่
“ฮ่าฮ่าหงเอ๋อร์ของเราชอบก็ดีแล้ว จริงสิพี่มีผลไม้แปลก ๆ มาด้วยไม่รู้ว่าชื่ออะไรและกินได้หรือไม่ น้องเล็กลองดูหน่อยเถอะ”
ดวงตากลมโตเป็ประกายระยิบระยับสองขาเริ่มสั่นและย่ำอยู่กับที่ด้วยอารมณ์ตื่นเต้นที่ผลไม้สองชนิดถูกยื่นมาตรงหน้าฮือ ของอร่อย!
“กินได้ใช่หรือไม่”
พยักหน้ารัว“เ้าค่ะ พี่รองเก็บเฮยเหมยกับหลานเหมยมาจากไหนหรือเ้าคะ พาอาหงไปเก็บได้หรือไม่ เ้าพวกนี้รสชาติอร่อยไม่แพ้เฉ่าเหมยเลยเ้าค่ะอาหงจะเก็บไปฝากท่านปู่ท่านย่าและท่านแม่”
“ได้ๆ พี่จะพาเ้าไปเก็บ สรุปเ้าสิ่งนี้เรียกว่าเฮยเหมยกับหลานเหมยใช่หรือไม่”
“เ้าค่ะพี่รองไปเร็วเ้าค่ะ ไปเก็บพวกมันกัน” เด็กน้อยเร่งพี่ชายคนรอง เว่ยซือซานและเว่ยซือหลางก็ตามทั้งคู่ไปเช่นกันเว่ยซือหงไม่ลืมเรียกลู่คงไปด้วย เพราะท่านลุงมีบุตรชายตัวน้อยรออยู่ที่บ้านหากมีผลไม้พวกนี้กลับไปฝาก ย่อมต้องดีใจแน่
“ฮึกขอบคุณคุณหนูที่แบ่งปันข้าน้อยขอรับ” ลู่คงอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาเขาโชคดีเหลือเกินที่วันนี้มาเจอคุณหนูน้อยผู้จิตใจดีไม่หวงแหนความรู้ในสถานการณ์ที่ปลูกอะไรไม่ขึ้นเช่นนี้ หากเป็คนทั่วไปคงจะปิดบังไว้กินเองเฉพาะครอบครัวเเล้วไม่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เช่นนี้หรอก
“ไม่เป็ไรๆ หากท่านลุงเจอพวกมันก็เก็บกลับไปกินได้เ้าค่ะ เอาไปทำกั่วเจี้ยง(แยม) ได้ด้วยนะเ้าคะ กินกับขนมปังอร่อยมาก”
ขนมปังไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่เพราะเป็ของกินที่มีติดอยู่ทุกบ้านอยู่แล้ว โดยปกติถ้าไม่ถึงขั้นอดอยากจริง ๆพวกเขาจะไม่นำหรือทำออกมากิน เพราะมันทั้งแข็งและไม่อร่อยแต่คุณหนูตรงหน้ากลับบอกว่าหากกินคู่กับสิ่งที่เรียกว่ากั่วเจี้ยงจะอร่อยมาก
กั่วเจี้ยงคืออะไร?ปกติพวกเขากินแต่ขนมปังเปล่า ๆ หรือไม่ก็จุ่มน้ำแกงกินแทนข้าว ถึงมันจะแข็งแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรกินเลย อย่างไรก็อิ่มท้องไว้ก่อน
“กั่วเจี้ยงคืออะไรขอรับคุณหนู”
“กั่วเจี้ยงก็คือกั่วเจี้ยงเ้าค่ะมันคือการเอาผลไม้พวกนี้ไปทำ วิธีการก็คือ เอาผลไม้ไปเคี่ยวใส่น้ำและน้ำตาล เคี่ยวจนผลไม้เป็เนื้อเดียวกันและมีความข้นก็สามารถนำมาทากับขนมปังและกินได้เลยเ้าค่ะอร่อยมากนะเ้าคะ ท่านลุงลองไปทำดู”
“ขอบคุณที่ชี้แนะขอรับคุณหนู”
“เ้าไม่เห็นเคยบอกพ่อว่าผลไม้เอามาทำสิ่งที่เรียกว่ากั่วเจี้ยงได้”
“ที่อาหงไม่บอกเพราะบ้านเราไม่ได้มีผลไม้เยอะนี่เ้าคะที่พอหาได้ก็ไม่มาก มาถึงจวนทีไรข้าก็กินหมดแล้ว แต่ตอนนี้ท่านพ่อดูสิหลานเหมยกับเฮยเหมยเยอะเเยะเต็มไปหมด ไม่มีใครเก็บพวกมันเลยดังนั้นเราเอาไปทำกั่วเจี้ยงได้เ้าค่ะ” เว่ยซือหงตอบตามความจริง
ลู่คงที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างพ่อลูกแม้จะสงสัยในความรอบรู้ของเด็กอายุ 7 ขวบ ที่มีมากกว่าผู้ใหญ่เช่นพวกเขากระนั้นก็ไม่คิดถาม เพราะเขารู้ว่าทุกคนย่อมมีความลับเป็ของตัวเอง ถึงอย่างนั้นเขาก็อดทึ่งกับคุณหนูตัวน้อยไม่ได้จริงๆ นางราวกับเป็เทพธิดา...
เทพธิดาเช่นนั้นหรือ?ต้องใช่แน่ ๆ นางต้องเป็เทพธิดาน้อยลงมาจุติเพื่อช่วยมวลมนุษย์ให้หลุดพ้นจากความอดอยากแน่ๆ ลู่คงเชื่อความคิดของตนเองอย่างกู่ไม่กลับ
“อาหงเดี๋ยวเก็บผลไม้พวกนี้เสร็จแล้วเราพักกินข้าวกันสักชั่วครึ่งยามนะลูกแล้วค่อยเดินเข้าป่าชั้นกลาง”
“ทราบแล้วเ้าค่ะท่านพ่อ”
ตกลงกันเรียบร้อยทุกคนต่างเร่งมือเก็บผลไม้ตรงหน้าอย่างรวดเร็วใบหน้าทุกคนเปื้อนด้วยรอยยิ้ม พวกเขาไม่เคยมีความสุขแบบนี้มาก่อนเข้าป่ากับคุณหนูเว่ยซือหงครั้งเดียวได้ของกินมากมาย!
์เข้าข้างแล้ว!
ด้วยในกลุ่มมีคนที่มีพลังธาตุลมอยู่ด้วยการเก็บผลไม้ตระกูลเหมยตรงหน้าจึงเสร็จอย่างรวดเร็ว พวกเขาแยกย้ายกันพักผ่อน ครบครึ่งชั่วยามก็มุ่งหน้าเข้าป่าชั้นกลาง
่นี้สัตว์ยังไม่ออกจากการจำศีลจึงค่อนข้างปลอดภัยแต่อีกราวครึ่งเดือนคงต้องเว้น่การเข้าป่าไปก่อน เพราะ่เวลานั้นเป็่ที่สัตว์ออกจากการจำศีลจะดุร้ายมากที่สุดเว่ยซือหงไม่ลืมเตือนลู่คงถึงเื่นี้ทั้งยังย้ำบอกให้เขาเตือนชาวบ้านคนอื่น ๆด้วย แน่นอนว่าลู่คงย่อมรับปาก การรับใช้เทพธิดามีอะไรที่ไม่ดีเล่าเขาเชื่อว่าถ้ารับใช้เว่ยซือหงต่อไปชีวิตจะมีแต่ดีขึ้นแน่นอน!
เข้าเขตป่าชั้นกลางเกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดความอุดมสมบูรณ์ที่ต่างจากป่าชั้นนอกนี้ ช่างเป็์ของคนที่หาของป่าจริง ๆไม่เเปลกเลยที่คนมีความสามารถส่วนใหญ่จะพากันเข้าป่าชั้นกลาง
ผักป่ามากมายสมุนไพรบางประเภทและสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ ที่สามารถล่าไปทำอาหารได้ เช่น กระต่ายป่าไก่ป่า หมู่ป่า ก็อยู่ที่เขตชั้นกลางด้วย
“แปลกมากที่สัตว์พวกนี้ไม่ออกไปป่าชั้นนอก”
“ไม่แปลกหรอกเ้าค่ะพี่รองป่าชั้นกลางอุดมสมบูรณ์กว่าเห็น ๆ มันต้องไม่อยากออกไปหาอาหารที่ป่าชั้นนอกอยู่แล้วเ้าค่ะ”
“อ่า...งั้นสินะ” เว่ยซือเหลียงรู้สึกอิหลักอิเหลื่อ น้องสาวเ้าไม่ต้องพูดออกมาก็ได้
“เหอะข้าถึงบอกอย่างไรเล่าว่าเ้าโง่งม” ปรามาสน้องชายไปปราดหนึ่งก็เดินหนีทิ้งเว่ยซือเหลียงกระทืบเท้าด้วยความแค้นใจ รอถึงทีเขาก่อนเถอะ ฮึ่ม!
กรี๊ดดดดดด!
“อาหง! เ้าเป็อะไร” เว่ยซือซานใที่จู่ ๆบุตรสาวก็กรีดร้องออกมาแถมยังเต้นเร่า ๆ ด้วยทว่าพอมองสำรวจร่างกายนางแล้วกลับไม่พบร่องรอยาเ็เลยสักนิด
“น้องเป็อะไรขอรับท่านพ่อ!” สองพี่น้องรีบะโพรวดเข้าหาน้องสาวแล้วถามบิดาทันทีหากได้รับสายตาไม่รู้เป็การตอบกลับ
“นั่น นั่น นั่นเ้าค่ะท่านพ่อ”
เว่ยซือซานเว่ยซือหลาง และเว่ยซือเหลียงมองตามนิ้วชี้ของเทพธิดาน้อยประจำครอบครัวแล้วมุ่นคิ้ว
อะไร?ต้นที่มีความสูงเกือบ ๆ หนึ่งจั้งและมีดอกสีเหลือง ๆ ประดับอยู่นี่คือสิ่งที่ทำให้ลูกสาว/น้องสาวของพวกเขากรีดร้องเช่นนั้นหรือ?
“ตื่นเต้นอะไรน้องเล็กเ้าต้นไม้นี้พี่เจอออกบ่อย ผืนป่าขนาดย่อม ๆ ก็เห็นได้ทั่วไป”
“ฮึ่ม! พี่รองท่านไม่รู้จักของอร่อยเสียแล้วเ้าสิ่งนี้เรียกว่าเสวี่ยเหลียนกว่อหรือบัวหิมะเ้าค่ะ ผลเป็หัวคล้ายมันเทศสามารถนำมากินสดหรือนำไปทำอาหารก็ได้เ้าค่ะ สรรพคุณเป็เลิศไม่ว่าจะนำไปทำยาหรืออาหารส่วนใหญ่นิยมกินสดเพราะรสชาติหวานกรอบอร่อยฉ่ำน้ำ มีประโยชน์มากนะเ้าคะ!”
“บัวหิมะ?บัวหิมะไม่ใช่สมุนไพรหายากที่เกิดในเทือกเขาสูงภูมิอากาศหนาวเย็นผู้คนต้องปีนป่ายไปจนถึงยอดูเาสูงถึงจะได้มาหรอกหรือ?” เว่ยซือหลางถามเพราะบัวหิมะที่เขารู้จักคือสมุนไพรชั้นสูงที่หาได้ยาก หนึ่งปีจะบานสักครั้ง และทุกครั้งที่บานจะเกิดการนองเืจากการแย่งชิง
“คนละประเภทเ้าค่ะพี่ใหญ่เ้าบัวหิมะตรงหน้าคือพืชกินหัว ส่วนบัวหิมะที่ท่านพูดถึงคือสมุนไพรเ้าค่ะพวกท่านอย่าดูเฉยสิเ้าคะ รีบไปขุดเร็ว ตอนนี้อากาศยังไม่ร้อนขุดแล้วพวกท่านลองปอกกินดูว่าอร่อยเหมือนที่ข้าพูดหรือไม่” ตอบพี่ชายแล้วหันไปพูดกับองครักษ์
เหล่าองครักษ์ไม่รอช้าเพราะรู้ดีถึงความสามารถของคุณหนูอยู่แล้วเมื่อขุดได้ก็รีบปอกเปลือกทันทีที่เปลือกด้านนอกถูกปอกออกไปก็พบกับเนื้อในสีส้มอมเหลืองใสกระจ่างมากทั้งยังดูฉ่ำน้ำ
กรอบ!
“อื้ออร่อย! อย่อยมาก ๆ” เว่ยซือหงคือคนแรกที่ลิ้มลองบัวหิมะเ้าตัวน้อยโยกตัวไปมาด้วยความดีใจ ทุกคนที่ได้เห็นอาการของนางก็ไม่รอช้าที่จะลิ้มลอง
ทันทีที่บัวหิมะเข้าปากพวกเขาััได้ถึงความสดกรอบ หวานฉ่ำน้ำรสชาติความอร่อยที่ไม่เคยลิ้มลองอบอวลในโพรงปาก เ้าสิ่งนี้ขึ้นอยู่ทั่วป่า ต้นไม้ที่พวกเขาคิดว่าไร้ประโยชน์กลับมีรสชาติอร่อยเกินบรรยายกินแล้วสดชื่นหากรู้ว่าอร่อยขนาดนี้พวกเขากินมันไปตั้งนานแล้ว ไม่มองข้ามมันไปหรอก!
“ทุกคนถ้ากินจนพอใจแล้วช่วยกันขุดนะเ้าคะบัวหิมะมีเยอะมาก ขุดเสร็จก็กลับกันเถอะเ้าค่ะ อาหงเริ่มเหนื่อยแล้ว วันหน้าค่อยมาสำรวจใหม่”เว่ยซือหงสั่งการแทนบิดาและพี่ชายทั้งสองที่ตอนนี้ถูกความอร่อยของบัวหิมะตรึงไว้
“ขอรับคุณหนู”องครักษ์ทุกคนรับปากและช่วยกันขุดบัวหิมะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เก็บเหง้าให้อาหงด้วยนะเ้าคะอาหงจะเอาไปลองปลูก”
“ขอรับ”
“ดีที่ไม่ใช่่ที่ฝนตกไม่เช่นนั้นคงไม่ได้กินของอร่อยแน่”
“ทำไมเล่าขอรับคุณหนู”ลู่คงถามด้วยความสนใจ
“บัวหิมะเป็พืชที่มีน้ำสะสมมากเ้าค่ะหากโดนน้ำฝนจะทำให้หัวเน่าได้”
“เช่นนั้นเราต้องเก็บมันก่อนที่ฝนจะตกใช่หรือไม่ขอรับคุณหนู”
“ใช่แล้วเ้าค่ะท่านลุงลู่คงท่านก็เก็บกลับไปเยอะหน่อย บัวหิมะนี้มีสรรพคุณทางยามากมายเ้าค่ะ ดีต่อร่างกายกินสดเป็ผลไม้ หรือจะนำไปทำน้ำแกงกระดูกหมูก็ได้เช่นกันเ้าค่ะอร่อยไม่แพ้รากบัวเลย”
“ขอบคุณคุณหนูขอรับข้าจะเก็บไปมากหน่อย”
เว่ยซือหงไม่รบกวนผู้อื่นนางไปนั่งกินบัวหิมะที่ปอกเสร็จแล้วเงียบ ๆ อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่รอจนทุกอย่างเรียบร้อยก็พากันออกจากป่า