"ไม่เป็ไรนะ?"
ฉันถามสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือที่ดูท่าทางตื่นกลัว
ฉันถึงกับต้องย่อตัวลงเเละมองเธอใกล้ๆถึงจะบอกได้ว่าเธอนั้นเหมือนกับเด็กผู้หญิงที่อายุราวๆ 11-12ปี เธอสวมเสื้อสีเขียวที่มีลายเหมือนใบไม้เเละตกเเต่งด้วยดอกไม้เล็กจิ๋วอีกต่อนึง เเละจุดที่โดดเด่นซึ่งมองข้ามไม่ได้เลยก็คือปีกเล็กๆที่อยู่ข้างหลังของเธอมันดูคล้ายกับปีกของเเมลงปอเเต่มันดูสวยกว่านั้นมาก
หรือเธอจะเป็พิกซี่?
เป็ภูติขนาดเล็กที่มีปีกคล้ายเเมลงเเละมีผงระยิบระยับอยู่รอบตัว
ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้มามีโอกาสเห็นภูติตัวเป็ๆเเบบนี้
"-คุณ...คุณไม่ใช่ศัตรูใช่ไหมคะ?"
เธอถามฉันด้วยท่าทางที่ดูระเเวง ฉันเลยส่ายหน้าปฏิเสธ
"คิดว่าคงไม่ใช่ศัตรู...ล่ะมั้งนะ?"
"เอ่อ....?"
"พอดีฉันยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเธอฉันเลยยังสรุปไม่ได้ว่าเป็ศัตรูของพวกเธอหรือเปล่า"
ฉันบอกภูติน้อยไปเเบบนั้น เพราะเอาจริงๆฉันก็วิ่งตรงมาที่นี่เพราะรู้สึกว่าจะปล่อยเ้าตัวนั่นไปไม่ได้เฉยๆ ไม่ได้เตรียมการหรือรู้เื่ราวอะไรในครั้งนี้มากนัก
เเละในระหว่างที่กำลังวิ่งไปตามขอบของลำธารนั้น ฉันก็ได้ยินเสียงะโเเละเสียงะเิเกิดขึ้นก็เลยดิ่งมาตามเสียงจนมาเจอเ้าสมิงดาบที่กำลังจ้องเล่นงานภูติน้อยตนนี้อยู่ ซึ่งฉันก็จัดการมันเเละเข้ามาดูภูติตนนี้ใกล้ๆ
เื่มันก็ประมาณนี้
"ยังไงก็เถอะ เธอดูไม่ค่อยดีเลยนะ...ให้ฉันช่วยไหม?"
ฉันถามภูติน้อยตรงหน้าเเละยื่นมือไปใกล้ๆเธอ พอเธอเห็นเเบบนั้นเธอก็ขยับถอยห่างดูเธอจะระเเวงจริงๆนั่นเเหละ
"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก"
ฉันพูดออกไปเเบบนั้นเพื่อให้ภูติน้อยตรงหน้าสบายใจเเละสั่งใช้[รีเวิร์ส]กับเธอ
"อื้ม...โอเคขึ้นไหม?"
หลังจากฉันถ่ายโอนมานาเข้าไปที่เธอฉันก็ถามถึงอาการ ภูติตัวน้อยมองดูรอบตัวด้วยสีหน้าประหลาดใจเพราะบาดเเผลถลอกจากการถูกกระเเทรกนั้นหายไปจนหมด เเต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เธอใที่สุด
"พลังิญญาของฉันฟื้นกลับมาเเล้ว!"
เธอใมากที่จู่ๆตัวเธอก็กลับมากระพือปีกเเละบินได้อีกครั้ง เธอรู้ดีว่าภูติอย่างเธอนั้นถ้าพลังิญญาหมดจะต้องรอให้มันฟื้นฟูอย่างน้อยสองชั่วโมงถึงจะกลับมามีพลังให้บินได้อีกครั้ง เเต่เพียงเเค่หญิงสาวตรงหน้าถ่ายโอนมานามาให้ เธอก็ฟื้นฟูกลับมาได้ในทันทีโดยที่ไม่มีอาการเหนื่อยล้าใดๆ
"ทำยังไงถึงทำให้พลังิญญาของฉันฟื้นขึ้นมาเต็มอีกครั้งได้คะ!?"
"...ก็...เวทยมนตร์ไง?"
ฉันตอบไปตรงๆถึงจะไม่ใช่เื่จริงเเต่คิดว่าบอกไปเเบบนี้ย่อมดีกว่า เพราะเวทย์รักษานั้นมันมีอยู่หลายเเบบ ยังไงมันก็ต้องมีสักเเบบที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้อยู่
"เวทย์ที่ทำให้ฟื้นฟูทั้งบาดเเผลเเละิญญามันจะมีอยู่ได้ยังไงล่ะคะ!!"
อ้าว ไม่มีหรอ...
"คนที่สามารถเปลี่ยนการถ่ายโอนมานาให้กลายเป็การฟื้นฟูที่สุดยอดขนาดนี้ได้ ตั้งเเต่เกิดมาฉันก็พึ่งเคยเจอเเค่คุณนี่เเหละค่ะ!"
อื้ม ไม่ค่อยเเปลกใจเท่าไหร่เพราะฉันเองก็คิดว่าผลของมันออกจะพิลึกไปหน่อย
"เเต่ถึงยังไงคุณก็ช่วยฉันเอาไว้ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ"
ภูติน้อยบินมาอยู่ในระดับอกฉันเเล้วก้มหัวขอบคุณทั้งๆที่ลอยอยู่
"ถ้าสามารถตอบเเทนได้ก็อยากจะทำนะคะ เเต่ตอนนี้ฉันต้องไปช่วยคนอื่นๆก่อน"
ภูติน้อยว่าเช่นนั้นเเล้วบินสูงขึ้นไป ซึ่งจุดหมายนั้นคือด้านหลังหน้าผาสูงที่มีเสียงน้ำไหลลงมาตลอดเวลา ด้วยเฮดโฟนของฉัน ฉันสามารถรู้ได้ทันทีว่าที่ตรงนั้นคือน้ำตกที่เหล่าภูติเป็คนดูเเล เเละดูเหมือนว่าภูติตนนี้จะกระเด็นตกมายังข้างล่างนี่ ถ้าให้ฉันเดาก็คงเป็ตอนที่มีเสียงะเิดังขึ้นก่อนหน้านี้
เเละด้วยพลังของเฮดโฟนหูเเมวทำให้ฉันสามารถรู้ได้ว่ามีภูติอีกกี่ตัวที่กำลังาเ็อยู่
"รอเดี๋ยวก่อน..."
ฉันส่งเสียงเรียกให้ภูตินั้นหยุดซึ่งก็น่าเเปลกใจที่เธอหันมามองฉันทันที ไอ้ฉันก็นึกว่าจะได้เรียกอีกครั้งซะอีก
"ฉันกำลังรีบอยู่นะคะ! ถ้าเื่สิ่งตอบเเทนล่ะก็ฉัน-
"เปล่า ไม่ใช่เื่นั้น...ฉันจะบอกถ้าเธอไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก"
ตามปกติเเล้วมันไม่ใช่เื่ของฉัน...เเต่ดูจากสถานการณ์ที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ฉันคงทำเป็เืเย็นไม่สนใจไม่ได้
"...ตอนนี้พวกของเธอหลายคนกระจัดกระจายอยู่ข้างนอกน้ำตก-ไม่ใช่สิถ้าจะเรียกให้ถูกคงเป็บ่อน้ำที่ปล่อยให้น้ำไหลลงน้ำตกมาสินะ...เอาเป็ว่าเท่าที่จับััดูที่นั่นตอนนี้เหลืออยู่ไม่กี่ตน...ดังนั้นถ้าจะให้ดีฉันคิดว่าเธอควรไปรวบรวมภูติที่าเ็ให้ถอยออกมาจากน้ำตกนั่นก่อนจะดีกว่า"
ขืนภูติตนนี้กลับไปที่น้ำตกนั่นคนเดียว อีกเดี๋ยวก็คงจะถูกเเรงะเิรอบสองพัดปลิวร่วงลงมาอีก ทางที่ดีเธอควรจะรวบรวมคนที่กระจัดกระจายมาไว้ที่เดียวกันก่อนจะดีกว่า ถึงในบริเวณนี้จะยังมีมอนเตอร์โผล่เข้ามาไม่มากเเต่การปล่อยให้ภูติที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้าเ็ต่อไปเเบบนั้นมันจะไม่ดี
นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดเเละเสนอ...เเต่เมื่อภูติน้อยได้ยินเธอก็ทำหน้าลำบากใจเเละมองสูงขึ้นไปที่น้ำตก
"เเต่ท่านเเม่ของพวกเรายังอยู่บนนั้น ฉันรู้สึกได้..."
"ท่านเเม่หรอ?"
"ค่ะ ท่านคือเป็ทั้งราชินีเเละก็เป็ท่านเเม่ของพวกเรา ฉันไม่อยากให้ท่านต้องสู้กับปีศาจนั่นตามลำพัง ฉันไม่อยากจะเสียท่านเเละทุกคนๆไป..."
ภูติตัวน้อยกำหมัดเเน่นทั้งๆที่ยังตัวสั่น ทั้งๆที่กลัวถึงขนาดนั้นเเต่เธอก็อยากจะอยากไปช่วยเเม่ของเธอ
น่าชื่นชมจริงๆ...ถึงจะรู้ตัวว่าตัวเองบอบบางเเต่ก็ยังอยากไปช่วย เป็คนที่ฉันอยากจะเอามาเป็ต้นเเบบเสียจริง
เเต่ก็นะ...เมื่อกี้เธอบอกว่าสู้กับปีศาจนี่ เเสดงว่าเ้าไวเวิร์นสีดำเเละอัศวินที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีนั่นคือปีศาจงั้นหรอ?
ฉันยังไม่รู้เื่ความสามารถของปีศาจเเละยังไม่เคยสู้กับปีศาจตัวเป็ๆมาก่อน ถ้าให้คิดตามหลักเหตุผลเเล้วมันค่อนข้างจะเสี่ยง นี่ไม่ใช่เกมที่จะตายกี่ครั้งก็ได้นี่เป็โลกเเฟนตาซีของจริงที่ตัวฉันมีชีวิตเดียวที่หากพลาดไปก็จะกลายเป็ิญญากลับไปคุยกับพระเ้าทันที
เเต่...ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงไม่ได้รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเื่ที่ตัวอาจจะพลาดเลยเเม้เเต่น้อย
ตรงกันข้ามฉันคิดว่าการสู้กับปีศาจเนี้ยดูเป็เื่น่าสนใจเสียด้วยซ้ำ
....
"...ฉันจะจัดการกับเ้าปีศาจนั่นให้"
พอฉันบอกไปเเบบนั้นภูติตัวน้อยก็หันมามองฉันอย่างใ
"เอ๋!? เเต่ว่า-"
"ไม่ต้องห่วงถ้าไม่ไหวจริงฉันจะถอย ฉันเเค่จะช่วยเท่าที่ทำได้เท่านั้น"
ฉันบอกกับภูติน้อยไปเเบบนั้นเเละเริ่มร่ายเวทย์บางอย่าง
"ตอนนี้ฉันอยากให้เธอรวบรวมภูติตัวอื่นๆที่าเ็อยู่ให้ไปรวมกันที่บ่อน้ำนั่น"
"...เเต่ว่าท่านเเม่-"
"ไม่เป็ไรตราบเท่าที่ท่านเเม่ของเธออยู่ที่นั่นท่านเเม่ของเธอจะปลอดภัย"
ฉันว่าเเบบนั้นเเล้วะโไต่ขึ้นไปเพื่อไปยังน้ำตก
"ค-คิดจะทำอะไรกันเเน่คะ!?"
ภูติตัวน้อยะโถามฉันเเต่ฉันออกมาไกลเกินกว่าจะหันไปตอบเธอได้
ในตอนนี้ฉันได้เเต่หวังให้เธอเห็นสิ่งนี้เเล้วทำตามที่ฉันบอกไปเท่านั้น
*
"ช่างโง่เขลาเสียจริง ยอมจำนนตั้งเเต่เเรกก็ไม่ต้องทรมานเเล้วเเท้ๆ"
ปีศาจในชุดอัศวินเกราะกล่าวกับเหล่าภูติที่ล้มนอนอยู่ตามพื้นบนหน้าผาของน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ เเต่ในจำนวนของภูติที่ล้มนอนอยู่นั้นมีภูติอยู่หนึ่งตนที่มีพลังมากที่สุดกำลังใช้ม่านพลังป้องกันไม่ให้ปีศาจตรงหน้าก้าวเข้ามาด้านในได้
เธอใช้พลังทั้งหมดสร้างม่านพลังนี้ขึ้น เเต่ถึงเเบบนั้นถ้าปีศาจตรงหน้าโจมตีใส่ม่านพลังนี้ด้วยไอคำสาปเเบบก่อนหน้านี้อีกครั้งม่านพลังนี้จะถูกทำลายเเละทำให้เหล่าภูตินั้นต้องถูกคำสาปที่ร้ายเเรงนั่นเล่นงาน
ภูติที่ยังยืนอยู่นั้นรู้เื่นั้นดีเเต่ก็ยังคงฝืนทนใช้พลังเพื่อป้องกันเหล่าลูกๆของเธออย่างสุดความสามารถ
เเม้จะเสียใจที่เข้าไปช่วยเหล่าภูติที่ถูกเเรงะเิพัดออกไปก่อนหน้านี้ไม่ได้เเต่อย่างน้อยก็ต้องปกป้องภูติที่ยังเหลืออยู่นี่ให้ได้
"ไม่ยอมให้ทำร้ายเหล่าภูติของเราไปมากกว่านี้หรอก!"
เธอะโใส่ศัตรูออกไปโดยไม่คิดหวั่นเกรง ความรู้สึกของเธอนั้นมากมายนัก มันทำให้เธอสามารถดึงพลังออกมาใช้ป้องกันได้มากขึ้นกว่าเดิม
เเต่ปีศาจตรงหน้ากลับไม่สนใจท่าทางนั้น มันมองเหล่าภูติตัวจ้อยด้วยท่าทางดูิ่เเละเริ่มยกดาบขึ้นมาอีกครั้ง ดาบที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวภูติฟันลงมาที่ม่านพลังอย่างเต็มเเรงเเละทำลายม่านพลังของราชินีภูติออกไปได้อย่างไม่ยากเย็น
"อะไรกัน..."
เมื่อม่านพลังที่ใช้พลังทั้งหมดถูกทำลายร่างของราชินีภูติก็ล้มลง เธอพยายามยันตัวเองให้ขึ้นมาบินอีกครั้งเเต่มันก็เสียเวลาเปล่าตอนนี้พลังิญญาของเธอไม่เหลือเเล้ว ทำให้เธอได้เเต่เเหงนหน้ามองร่างอันใหญ่โตของปีศาจตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่นเท่านั้น
"ลาขาดกันล่ะ...ราชินีภูติ"
ปีศาจในชุดเกราะกล่าวเป็เสียงเข้มเเละยกเท้าอันหนักเเน่นของตัวเองขึ้นมาหวังจะเหยียบร่างของภูติตรงหน้า ทำเอาภูติรอบข้างที่ไร้พลังถึงกับะโอย่ารนรานห้ามปีศาจตนนั้นโดยพยายามใช้เเขนขาคลานไปปกป้องราชินีของพวกเขาอย่างสุดเเรง
เเต่มันก็สายไปเพราะอัศวินดำตรงหน้าไม่รีรอให้เหล่าภูติรอบข้างมาช่วย มันกระทืบเท้าลง ณ จุดที่ราชินีภูติอยู่อย่างเต็มเเรงโดยหวังจะสังหารภูติตัวนั้นอย่างไร้ความปราณี
"หืม?"
เพียงเเต่ว่าที่มันเหยียบไปนั้นไม่ใช่ภูติเเต่เป็น้ำเเข็งที่ยืดสูงออกมาจนถึงเข่าของมัน
"นี่มันเวทยมนตร์..."
ฟู้ม!!!
อัศวินดำใที่จู่ๆก็มีเวทย์น้ำเเข็งโผล่ขึ้นมาจากพื้น เเต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะภายในเสี้ยววินาทีถัดมาทั่วรอบบ่อน้ำยาวไปปลายขอบของหน้าผาที่มีน้ำไหลลงด้านล่างนั้น...ได้ปรากฏน้ำเเข็งออกมาห้อมล้อมกลายเป็เกราะขนาดใหญ่สีฟ้าใสที่เหมือนกับจะเเช่เเข็งทุกอย่างที่อยู่ภายในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นั่น
อัศวินดำใภาพตรงหน้าอย่างมากมันถอยหลังออกมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็ต้นน้ำของน้ำตกที่ตอนนี้กลายเป็น้ำเเข็ง
อัศวินดำสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นให้ชัดๆอีกครั้ง
ทุกอย่างในบ่อน้ำนั้นเหมือนจะถูกเเช่เเข็งอยู่เเต่ความใสของน้ำเเข็งนี้ทำให้อัศวินดำมองเห็นเหล่าภูติที่อยู่ข้างในนั้นกำลังขยับตัวได้ตามปกติ ซึ่งนั่นรวมถึงราชินีภูติที่ยังไม่ถูกเหยียบจนเเบน
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น..."
อัศวินดำมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เข้าใจนัก มันลองใช้ดาบในมือฟันน้ำเเข็งที่ออกมาคลุมทั่วบ่อน้ำตรงหน้าอย่างสุดเเรงดูเเต่มันก็ไม่มีเเม้เเต่รอยขีดข่วน มันรู้ได้ทันทีว่าเวทย์น้ำเเข็งนี้ไม่ใช่ฝีมือของภูติเเน่นอน เพราะภูตินั้นไม่น่ามีพลังพอจะสร้างน้ำเเข็งให้หนาขนาดนี้ขึ้นมาได้
มันลองกวาดสายตามองรอบข้างดูเเต่ก็ไม่พบหรือรู้สึกถึงตัวตนผู้ใช้เวทย์นี้อยู่
"หึ จะเป็ใครก็ช่างเเต่เวทย์เเค่นี้ป้องกันพลังของข้าไม่ได้หรอก"
อัศวินดำยกดาบในมือของตัวเองขึ้นมาเเล้วเริ่มรวบรวมไอปีศาจไปไว้ที่คมดาบให้หนาขึ้นกว่าครั้งก่อน เมื่อเหล่าภูติที่ยังไม่รู้ว่าใครมาช่วยเห็นสิ่งนั้นเข้าพวกเขาก็เริ่มออกอาการตื่นกลัว เเต่ภูติที่อยู่ข้างในนั้นไม่พบทางออกของน้ำเเข็งนี่ ทุกอย่างนั้นปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าเเละออกไปได้เป็เหมือนการปิดตายที่ทำได้เพียงรอรับชะตากรรมเท่านั้น
"ไอสาปทมิฬ!!!"
ฟู้ม!!!
โดยที่ไม่รีรอให้เหล่าภูติหาทางออกเจออัศวินดำสะบัดคลื่นดาบขนาดใหญ่เข้าปะทะกับกำเเพงน้ำเเข็งอย่างเต็มเเรง เสียงะเิเเละละอองดำของคำสาปกระจัดกระจายไปทั่วน้ำตก พื้นดินรอบข้างเกิดรอยร้าวเป็ทางยาวตรงไปที่กำเเพงน้ำเเข็งนั่นบ่งบอกถึงความรุนเเรงของคำสาปได้เป็อย่างดี
.....!
เเต่กระนั้นไอสาปนั่นก็ยังทำอะไรกำเเพงน้ำเเข็งตรงหน้าไม่ได้
"ท-ทำไมถึงไม่ถูกทำลาย!!"
อัศวินปีศาจเริ่มออกอาการรนรานอย่างจริงจัง คำสาปเเห่งหายนะที่ตัวเองมั่นใจถูกหยุดเอาไว้ด้วยเวทย์น้ำเเข็งจากศัตรูปริศนา มันเริ่มหันไปมองรอบข้างอย่างจริงจังเพื่อหาผู้ใช้เวทย์เเต่กระนั้นก็ยังไม่พบหรือรู้สึกใดๆ
ฟิ้ววว!
จะมีก็เเต่ศรน้ำเเข็งเเท่งหนึ่งพุ่งตรงมายังอัศวินดำโดยหวังจะโจมตีเข้าข้างหลังเขา เเต่ด้วยการตอบสนองอันเป็เลิศของอัศวินทำให้มันรู้สึกตัวเเละเหวี่ยงดาบฟันเข้าที่ศรน้ำเเข็งให้เเตก
เกร้ง!
เเต่เมื่อฟันโดนตัวศรเข้าเต็มๆมันกลับไม่เเตก เเละยังเลี้ยววนกลับมาโจมตีที่อัศวินดำอีกครั้งราวกับมีชีวิต อัศวินดำปัดปลายเเหลมของศรน้ำเเข็งนั้นครั้งเเล้วครั้งเล่าเเต่ไม่ว่าจะฟันใส่ศรนั้นไปกี่ครั้งมันก็ยังคงหมุนวนกลับมาโจมตีที่อัศวินดำอย่างไม่ลดละ
"ชิ! นี่มันฝีมือใครกันเเน่!?"
เเละในตอนที่กำลังพยายามป้องกันไม่ให้ปลายเเหลมของศรนั้นเข้ามาทิ่มจุดสำคัญจู่ๆข้างล่างที่ปลายเท้าของมันก็มีการเคลื่อนไหวเเละปรากฏเป็เเท่งน้ำเเข็งที่พุ่งเข้าใส่หน้าท้องของปีศาจอย่างเต็มเเรง ทำเอาร่างนั้นของอัศวินดำลอยสูงออกไปเเล้วตกไปยังด้านล่างของน้ำตกภูติ
*
"เกราะเเข็งชะมัด"
ในระหว่างที่ฉันควบคุมศรน้ำเเข็งเพื่อดึงดูดความสนใจฉันก็ใช้บุปผาน้ำเเข็งสร้างเสาน้ำเเข็งเเหลมที่สูงสิบสี่ฟุตออกมาโจมตีตอนที่เ้านั่นไม่ระวัง เเต่ก็เป็อย่างที่เห็นเกราะของเ้านั่นมันเเข็งมากโจมตีครั้งเดียวคงเจาะให้ทะลุไม่ได้ก็เลยสร้างเสาให้สูงเพื่อซัดให้เ้านั่นกระเด็นตกลงไปข้างล่าง
เเละในระหว่างที่ฉันกำลังจะไปต่อสู้กับเ้าปีศาจนั่นข้างล่าง ฉันก็เปิดช่องให้ภูิตัวน้อยก่อนหน้านี้พาเหล่าภูติตัวอื่นๆเข้าไปในปราการน้ำเเข็งที่ฉันสร้างขึ้น
พลังของเ้านั่นทำลายปราการน้ำเเข็งไม่ได้เื่นั้นได้พิสูจน์เรียบร้อยเเล้ว เพราะงั้นภูติตัวนั้นจะต้องเข้าใจสิ่งที่ตัวเองต้องทำเเน่นอน
"เอาล่ะ..."
ฉันออกมาจากหลังต้นไม้ใกล้ๆสายตากวาดมองรอบข้างก่อนจะะโตามร่างของปีศาจนั้นลงไป เเละในระหว่างที่ร่างของฉันทิ้งดิ่งฉันก็เรียกศรน้ำเเข็งออกมานับสิบเเท่งเเละสั่งให้ศรทั้งหมดหันปลายเเหลมพุ่งเข้าหาร่างของปีศาจที่กำลังร่วงหล่น เมื่อปีศาจตนนั้นมองเห็นฉันมันก็รีบตวัดดาบหวังจะโจมตีใส่ด้วยพลังสีดำม่วง เเต่ฉันที่สั่งให้ศรน้ำเเข็งพุ่งโจมตีไปนั้นไวกว่า โดยศรทั้งหมดนั้นโจมตีสกัดท่าทางของอีกฝ่ายไม่ให้มันใช้ท่านั้นได้
ร่างของอัศวินดำชะงัก เเขนที่จับดาบอยู่ถูกศรน้ำเเข็งทิ่มเเทงอย่างต่อเนื่อง เเม้ชุดเกราะนั้นจะเเข็งจนไม่สามารถทิ่มทะลุได้เเต่เเรงกระเเทรกที่เกิดนั้นก็มากพอจะทำให้เเขนนั้นสูญเสียทิศทางการตวัดดาบ ต้องขอบคุณศรน้ำเเข็งรูปเเบบอัดกระเเทกที่ทำให้ฉันสามารถทำเเบบนี้กับอีกฝ่ายได้
ตู้ม!
เเละในเวลาต่อมา ร่างของอัศวินดำก็ตกลงไปถึงพื้นตามเเนวดิ่ง ด้วยน้ำหนักของชุดเกราะเเละการถูกศรน้ำเเข็งอัดให้ล่วงลงเร็วขึ้น ทำให้ร่างของมันนั้นตกไปที่พื้นเข้าเต็มเเรง เเรงกระเเทกจากการตกนั้นก่อะเิขนาดย่อมขึ้นจนมีฝุ่นคลุ้งไปทั่ว
ฉันที่ร่วงตามมาใช้เวทย์น้ำเเข็งสร้างเสาให้โผล่ขึ้นมาจากพื้นโดยดัดรูปร่างของเสานั้นให้มีลักษณะเอียงเล็กน้อยเพื่อที่ฉันจะได้ใช้มันเป็ที่สไลด์ลง เมื่อเสาน้ำเเข็งมาถึงฉันก็ใช้รองเท้าบู้ทที่ทำจากโลหะเบาสไลด์ไปตามเสาน้ำเเข็งที่จากเเนวตั้งสูงเปลี่ยนเป็รูปโค้งคล้ายสไลด์เดอร์ในตอนที่ฉันใกล้จะถึงพื้น
ใช้ได้เเหะ...
ฉันคิดเช่นนั้นเมื่อตัวเองลงจอดที่พื้นได้อย่างปลอดภัย ต้องขอบคุณเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันก่อนหน้านี้ที่ทำให้ฉันสามารถคิดเเผนนี้ขึ้นมาได้
ฉันมองขึ้นไป้าของน้ำตกสลับกับจุดที่อัศวินปีศาจนั้นตกลงมา บ่อน้ำน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็ต้นน้ำของน้ำตกนี้สูงจากพื้นดินประมาณ500ฟุตซึ่งเป็ระดับความสูงที่น่าใมาก ตอนที่ฉันปีนไต่ตรงอีกฝั่งของน้ำตกสูงนี่ฉันก็คิดเเผนที่จะผลักเ้าปีศาจตัวนั้นให้ตกลงไปที่พื้นด้านล่างของน้ำตก ด้วยความสูงระดับนี้ฉันคิดว่ามันน่าจะสร้างความเสียหายได้เยอะพอตัว
กึกๆ
เสียงของชุดเกราะเสียดสีมันดังเเก๊กๆคล้ายเสียงเเตก...ดูเหมือนว่าความเสียหายจากการพาดิ่งให้ตกลงมานั้นจะมากจนทำชุดเกราะของอัศวินดำเป็รอยร้าวหลายจุด
อัศวินดำลุกขึ้นมาจากหลุมอุกกาบาตที่ปรากฏขึ้นมาตอนที่ร่างของมันตก มันหันมาจ้องฉัน...ดวงตาสีน้ำเงินเรืองเเสงนั่นกำลังเเสดงความโกรธ
"เ้าเป็ใคร!?"
"...ก็เเค่นักผจญภัยมือใหม่ที่ผ่านทางมา"
ฉันตอบคำถามนั้นเเล้วจ้องดวงตาสีน้ำเงินที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม
"นักผจญภัยงั้นหรอ เ้ากล้ามากนะที่มาเล่นงานข้าทีเผลอเช่นนี้"
ตึง!
อัศวินดำปักปลายดาบลงที่พื้นสร้างเเรงสั่นะเืขนาดย่อมจนฉันที่อยู่ห่างมาเกือบสิบเมตรยังรู้สึกถึงมันได้
"ข้าคืออัศวินต้องสาป อาเรสต้า...เป็มือขวาของมารวานรเอวาส มนุษย์สัตว์ตัวเมียเอ๋ยการที่เ้าเข้ามายุ่งเื่ในครั้งนี้ข้าคงจะปล่อยให้เ้าตายไปโดยไม่รู้สึกทรมานไม่ได้"
มันประกาศกร้าวก่อนจะยกดาบโค้งขึ้นมาชี้ที่ฉัน ฟังจากคำพูดของมันเเล้วต่อให้ฉันไม่เข้ามายุ่งฉันก็จะต้องถูกฆ่าอยู่ดีสินะ?
เอาจริงๆการโดนอัศวินดำที่มีกลิ่นไอน่าเกรงขามเเบบนี้ขู่เอาชีวิตตัวเองมันก็ดูน่ากลัวอยู่ เเต่ความรู้สึกในตอนนี้ของฉันมันยังคงสงบนิ่งเเละไม่รู้สึกหวั่นไหวไปกับคำพูดนั้น อาจจะเพราะเริ่มรู้สึกมั่นใจตัวเองหรือไม่ก็เป็เพราะมีหลายวิธีที่สามารถนำมาใช้ต่อสู้กับอัศวินดำตรงหน้านี้ได้เลยไม่รู้สึกกังวลเท่าไหร่
"โฮ่? ทั้งที่ได้ยินชื่อของท่านเอวาสเเล้วเเต่ไม่นึกกลัวบ้างเลยงั้นหรอ?"
พอเห็นฉันยังคงเงียบอยู่อัศวินดำก็ทำท่าทางเเปลกใจกับการเเสดงออกของฉัน เเต่เนื่องจากฉันไม่รู้จักชื่อนั้นฉันจึงทำได้เพียงเอียงคอสงสัยเท่านั้น
เหมือนว่าจะเป็ชื่อของผู้ที่มีอำนาจหรืออะไรสักอย่าง เอาไว้ค่อยถามเฮเลนดูล่ะกันเผื่อว่าเธอจะมีข้อมูลในเื่นี้อยู่ ส่วนตอนนี้ฉันคงต้องหาวิธีจัดการกับอัศวินดำตรงหน้านี้ให้ได้ซะก่อน
*
"เวทยมนตร์นี้..."
ราชินีภูติใช้มือเเตะไปที่กำเเพงน้ำเเข็งซึ่งปรากฏขึ้นมาจากพื้นดินเเละปกป้องเหล่าภูติที่อยู่ในบริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์...มีใครบางคนมาช่วยพวกเขาเเละคนๆนั้นก็มีพลังมากกว่าเหล่าภูติรวมกัน เธอคิดว่าคนที่ใช้เวทย์ระดับนี้ขึ้นมาได้คงจะมีเเต่ผู้กล้า เเต่เมื่อลองคิดดูอีกทีก็ปรากฏว่ามันไม่ใช่
เวทย์ของผู้กล้าเป็ธาตุไฟที่มีพลังทำลายล้างสูงไม่ใช่เวทย์ที่มีรูปร่างเเข็งเเกร่งเเละทนทานได้เเบบนี้ เเละในระหว่างที่เธอกำลังนึกสงสัยอยู่นั้นก็มีเสียงเรียกของภูติที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากข้างหลังเธอ
"ท่านเเม่!"
ฟีต้ารีบบินมาหาเธอโดยเเบกร่างของผู้าเ็เข้ามาข้างในกำเเพงน้ำเเข็ง เมื่อราชินีหันไปมองตามเสียเรียกเธอก็ต้องเบิกตากว้างอย่างใ
"ฟีต้า เ้ายังไม่ตาย!"
ราชินีรู้สึกดีใจจนอยากจะเข้าไปกอดลูกที่อยู่ข้างเธอมากที่สุดเเต่ก็อดกลั้นความรู้สึกของตัวเองเอาไว้เเละถามเื่ที่เกิดขึ้น
"เ้าเข้ามาได้อย่างไร ล่าสุดที่ข้าเห็นเ้าข้าเห็นว่าเ้าปลิวตกลงไปด้านหลังของบ่อน้ำไม่ใช่หรือ?"
ที่ราชินีถามเช่นนั้นเพราะเธอไปตรวจสอบรอบๆดูเเล้วพบว่ากำเเพงน้ำเเข็งนี่ปิดกั้นไม่ให้มีทางเข้าออก ราวกับว่าจะกักขังภูติทั้งหมดไม่ให้ออกไปไหน เธอยังไม่เข้าใจว่าเ้าของเวทย์มีจุดประสงค์อันใดจึงพยายามหาวิธีทำลายมันออกไป
เเต่ฟีต้าที่รู้เื่ที่เกิดขึ้นเข้าใจถึงจุดประสงค์นั้น เธอเล่าให้ราชินีของเธอฟังว่าหลังจากที่เ้าอัศวินดำนั่นจนตกลงไปด้านล่างเ้าของเวทย์นี้ที่มาช่วยพวกเธอไว้ก็เปิดรูตามจุดต่างๆเพื่อให้เหล่าภูติเข้าออกได้อย่างสะดวก
"ข้ารู้สึกใที่เ้าของเวทย์นี้ดังเเปลงเวทย์ตัวเองได้อย่างอิสระเเบบนั้น เเต่ที่น่าใยิ่งกว่าคือการที่เ้ารู้เื่ของเธอผู้นั้น"
"มนุษย์เเมวตนนั้นช่วยฉันเอาไว้ค่ะ เราเจอกันที่ข้างล่างหลังน้ำตกเเละเธอก็ยังบอกว่าจะช่วยจัดการกับอัศวินปีศาจตนนั้นให้"
"ล้อเล่นใช่ไหม!? เ้านั่นเป็ถึงอัศวินต้องสาปลูกน้องมือขวาของมารวานรเอวาสเชียวนะ! มนุษย์ธรรมดาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันหรอก!"
"เเต่เวทย์น้ำเเข็งนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นเเล้วไม่ใช่หรอคะว่าเธอสามารถทำได้?"
"..!!"
ราชินีภูติใกับคำพูดนั้นเธอกลับหันมามองกำเเพงน้ำเเข็งที่ป้องกันคำสาปมรณะซึ่งพวกเขาเหล่าภูติใช้พลังรวมกันก็ยังป้องกันไว้ไม่ได้
"ถึงจะสามารถใช้เวทย์ป้องกันระดับนี้ขึ้นมาได้ เเต่ใช่ว่ามนุษย์ผู้นั้นจะสามารถสร้างความเสียหายให้เกราะต้องสาปนั่นได้ นั่นเป็เกราะทมิฬที่มีไอเวทย์อยู่หนาเเน่น ถ้าไม่ใช้เวทย์โจมตีที่มีพลังหนาเเน่นเเบบเดียวกันก็จะไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้ ดังนั้นเราต้องส่งภูติไปช่วยมนุษย์ผู้นั้น"
"ฉันก็เห็นด้วยค่ะ...เเต่ตอนนี้มีภูติที่อยู่ในสภาพพร้อมสู้อยู่น้อย เเถมยังมีภูติที่าเ็เเละกระจายอยู่ข้างนอกกำเเพงนี่อยู่อีกเยอะ คิดว่าตอนนี้คงส่งภูติไปช่วยเธอคนนั้นไม่ได้มากเท่าที่ควรหรอกค่ะ..."
"...เเล้วเราควรจะทำเช่นไรล่ะ?"
"ฉันคิดว่าเราควรจะพาภูติที่าเ็มารวมกันที่นี่ก่อนจะดีกว่าค่ะ...เเละเธอคนนั้นก็บอกให้ฉันทำเช่นนั้นระหว่างที่เธอกำลังต่อสู้เพื่อถ่วงเวลาด้วย"
"คิดว่ามนุษย์ผู้นั้นคนเดียวจะสู้กับอัศวินปีศาจนั่นได้จนถึงเวลานั้นงั้นหรอ?"
"...ฉันคิดว่าเธอเเข็งเเกร่งพอจะทำเช่นนั้นได้ค่ะ"
ฟีต้าบอกกับราชินีของเธออย่างมั่นใจ สำหรับฟีต้าที่ได้เห็นความประหลาดหลายอย่างจากเธอคนนั้นมาเเล้วทำให้เธอเชื่อว่ามนุษย์เเมวคนนั้นจะสามารถทำอะไรสักอย่างได้
"...เข้าใจล่ะ ถ้าอย่างงั้นก็รีบไปบอกให้ภูติที่ยังบินไหวให้ไปช่วยภูติตนอื่นที่กระจัดกระจายให้กับมารวมกันที่บ่อน้ำนี้ก่อนเถอะ จากที่ได้เห็นมาขนาดนี้ที่นี่คงจะปลอดภัยที่สุดเเล้วจริงๆ"
"ทราบเเล้วค่ะ!"
ฟีต้าพยัคหน้ารับคำสั่งก่อนจะไปทำงานของเธอโดยหาภูติที่ยังบินไหวอยู่ไปช่วยภูติตนอื่นๆที่อยู่าเ็อยู่ข้างนอกกำเเพงน้ำเเข็ง
ราชินีหันไปมองหลังฟีต้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ของเธอ ก่อนจะหันหลับมามองกำเเพงน้ำเเข็งนี้อีกครั้ง
' ไม่คิดเลยว่าสิ่งนี้จะสามารถป้องกันไอสาปของปีศาจตนนั้นได้ โดยปกติเวทย์ป้องกันที่สร้างออกมาเป็รูปร่างมันควรจะป้องกันได้เเค่การโจมตีทางกายภาพ เเต่เวทยมนตร์นี้สามารถป้องกันไม่ให้มวลอากาศหรือเวทยมนตร์ผ่านทะลุมันไปได้ เป็เวทย์ป้องกันที่สมบูรณ์เเบบที่สุดเท่าที่เราเคยเจอมาก่อน'
...ถ้าเป็คนที่สามารถสร้างเวทย์ระดับนี้ออกมาได้บางทีเขาอาจจะ-
"องค์ราชินี ตอนนี้เเย่เเล้วครับ!" ทหารภูติตนหนึ่งที่มีเเผลอยู่ตามตัวรีบวิ่งรนรานเข้ามาหาราชินี โดยมีเสียงกรีดร้องของเหล่าภูติตนอื่นดังมาจากข้างหลังของทหารภูติตนนั้น
"เกิดอะไรขึ้น!!?"
"ตอนนี้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์มัน-
พรึ้บ!
เมื่อได้ยินชื่อบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ราชินีภูติก็ไม่รอช้าเเละรีบบินตรงไปที่บ่อน้ำข้างหลังเธอโดยใช้พลังที่พึ่งฟื้นกลับมาทันที
เเละเมื่อบินมาถึงเธอก็สังเกตเห็นว่าภูติที่าเ็อยู่รอบข้างต่างทำหน้าตาตื่นกลัวโดยมีภูติสามตนกำลังใช้เวทยมนตร์ใส่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าอยู่ ราชินีภูติรีบเข้าไปดูบ่อน้ำใกล้ๆด้วยสายตาวิตก...เเละเมื่อได้เห็นมันเธอก็ต้องใจนต้องเบิกตากว้างเมื่อบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ควรใสสะอาดเป็ประกายระยิบระยับกำลังเปลี่ยนเป็สีดำหม่นปล่อยกลิ่นของคำสาปให้กระจายฟุ้งไปรอบข้าง
"คำสาป..."
เธอรีบนึกย้อนถึงก่อนหน้านี้ ภาพเเห่งการต่อสู้กำลังไหลย้อนกลับมาจนเธอรู้สึกตัวว่าการโจมตีด้วยคำสาปในตอนเเรกที่พวกเขาเหล่าภูติใช้พลังทั้งหมดเพื่อป้องกันนั้นมันมีไอคำสาปบางส่วนไหลมาโดนเข้ากับบ่อน้ำเเละเปลี่ยนน้ำในบ่อให้กลายเป็พิษร้าย
"รีบนำภูติที่ยังใช้เวทย์ไหวเข้ามาช่วยกันเดี๋ยวนี้!"
เธอรีบสั่งการภูติรอบข้างโดยทันที เเต่ภูติกว่าครึ่งที่ว่ายังใช้เวทย์ไหวนั้นกำลังถูกส่งไปช่วยเหลือภูติที่กระจายอยู่รอบๆ ทำให้รวมกับราชินีด้วยก็จะมีภูติที่เหลือเพียงสิบตนเท่านั้นที่กำลังใช้เวทย์ชำระล้างคำสาปให้บ่อน้ำกลับมาเหมือนเดิมอยู่...เเต่คำสาปนี้ร้ายเเรง เเม้จะเป็พลังของราชินีภูติก็ยังทำได้เพียงชะลอการเเพร่ระบาดของคำสาปไม่ให้มันไหลลงไปตามน้ำตกเท่านั้น
เป้าหมายของเ้าอัศวินปีศาจนั่นไม่ใช่เเค่มาทำลายที่นี่ เเต่ตั้งใจจะปล่อยพิษร้ายเข้าสู่พิ้นดินเพื่อทำให้พลังของท่านเทพัอ่อนเเอกว่าเดิม
เเต่ผลร้ายมันยังไม่ใช่เเค่นั้น...ถ้าคำสาปนี้ไปถึงจุดที่มนุษย์อยู่มันจะทำให้พวกเขาอ่อนเเอเเละไม่สามารถตั้งรับเหล่าปีศาจได้
นี่ถือเป็สัญญาณว่าเป้าหมายของปีศาจคือเมืองเเกรนเดอเลีย พวกมันมีเเผนจะโจมตีเมืองนั้น!
"อึก..."
'จะทำเช่นไรดี ตอนนี้ผู้กล้าก็ไปต่อสู้กับกลุ่มปีศาจอยู่ทิศอื่น หากกองทัพปีศาจตั้งใจจะบุกมาเมืองนี้จริงๆการช่วยเหลือของผู้กล้าก็คงจะมาไม่ทัน...ถ้าปล่อยให้เมืองเเกรนเดอเลียล่มสลายไปตอนนี้มันจะทำให้อาณาเขตของปีศาจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเเละทำให้ผู้กล้าไม่สามารถรับมือกับพวกมันด้วยตัวคนเดียวได้อีก'
ถ้าที่เมืองนั้นมีคนที่มีพลังระดับเดียวกับผู้กล้าอยู่ล่ะก็-
ฟู้ม~!!
ในระหว่างที่ราชินีภูติกำลังคิดเื่ของกองทัพปีศาจอย่างกังวลอยู่นั้น จู่ๆก็มีเเท่งน้ำเเข็งปรากฏขึ้นมาจากด้านข้างของน้ำตกที่มีความสูงเกือบ500ฟุต ปลายเเหลมนั้นชี้สูงขึ้นฟ้าเเละทิ่มร่างของปีศาจในชุดเกราะสีดำให้ลอยระลิ่วขึ้นไปจนร่างนั้นเสียหลัก เเต่ก่อนที่มันจะตกลงมามันก็เรียกให้ไวเวิร์นสีดำคู่ใจของมันบินมารับตัวเองให้ขึ้นขี่เอาไว้ได้ทัน
ราชินีภูติหันไปมองภาพการปะทะนั้นอย่างใ เธอสังเกตเห็นรอยเเตกของชุดเกราะสีดำที่กว้างขึ้นจนเป็รอยร้าวยาวไปถึงหัวไหล่ พร้อมกับท่าทีที่เหมือนจะกำลังาเ็หนักนั่น
" ทำให้เกราะคำสาปนั่นเสียหายได้ขนาดนั้นเลยงั้นหรอ!"
ราชินีภูติมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตะลึงเธอคิดจะดูมันต่อในขณะที่ร่ายเวทย์รักษาสภาพของบ่อน้ำอยู่ เเต่ร่างของอัศวินปีศาจที่ขี่ไวเวิร์นสีดำอยู่บินโฉบลงไปด้านล่างเสียก่อน ทำให้เธอเเละเหล่าภูติตนอื่นๆไม่สามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น
***