ตอนที่ 21
“ข้าแค่สงสัย”
“สงสัยว่า?”
“แล้วบอกว่ารู้”
“ก็ถามเพื่อความแน่ใจอย่างไรเล่า”
ณ จวนแม่ทัพตระกูลฟานที่ศาลาสระน้ำ สองสหายนั่งสนทนากันและดีที่เลี่ยงหลิ่งเป็รอบเดือนนางจึงไม่นึกเอะใจอะไร..ช่างสงสัยเหลือทน
“เื่พิธีอภิเษกขององค์ชายสี่”
“นั่นประไร ข้าเดาถูก”ฉืออันกระพือพัดออกมาพัดด้วยความชอบใจที่ตนเดาได้ถูกอีกครั้งหนึ่ง “เื่นี้ท่านคิดว่าองค์ชายสี่ไม่รู้อย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ ข้าคิดว่าไม่รู้..ตามลักษณะนิสัยขององค์ชายสี่เป็คนรักสันโดษและไม่ยอมปลงใจกับผู้ใดง่าย ๆ..ถึงฮ่องเต้จะทรงมีรับสั่งลงมาแล้วก็ตามแล้วยิ่ง..ช่างเถอะ”
“แล้วยิ่งพระองค์ทรงโปรดมีคนในพระทัย? อย่างที่ข้าพูดถูกต้องหรือไม่ท่าน”ฉืออันบอกอีกครั้ง ไม่ต้องเสียเวลาคะยั้นคะยอ
“แล้วท่านรู้ด้วยหรือเปล่าล่ะ ว่าคนที่ทรงโปรดคือผู้ใด”
“ข้าว่าท่านคงไม่อยากให้ข้าเอ่ยชื่อสตรีผู้นั้นออกมาหรอก”ด้วยความที่คุณชายฉืออันเป็พวกกวนประสาทอยู่แล้ว มันจึงทำให้การสนทนากับคุณชายฉืออันสำหรับหานซวนเป็เื่ที่สนุกแต่ก็น่ารำคาญเช่นเดียวกัน
แต่มันก็ถูกของสหาย
เขารู้อยู่แก่ใจว่าผู้ที่องค์ชายสี่พึงพระทัยคือผู้ใด..เลี่ยงหลิ่ง
เขามั่นใจว่าหากเลี่ยงหลิ่งไม่ใช่ภรรยาของเขาแล้วล่ะก็ คงต้องตกเป็อนุภรรยาขององค์ชายสี่อย่างแน่นอน
“เื่อภิเษก..องค์ชายสี่รู้เื่แล้ว”
“แต่รู้หมดหรือไม่ เื่นี้ข้าคิดว่าไม่”เมื่อคุณชายฉืออันเห็นว่าหานซวนไม่ตอบอะไรกลับมาก็กลับมาจริงจังอีกครั้งหนึ่ง เขายืดตัวตรงและกระแอมก่อนตอบ
“จากที่ดูแล้ว อย่างที่ท่านบอก..ลักษณะนิสัยขององค์ชายสี่ไม่ใช่คนที่จะยอมทำอะไรตามใจฮ่องเต้ง่าย ๆ ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเป็พระราชบิดาก็ตาม แต่องค์ชายสี่ก็ยังคงขึ้นชื่อว่าเป็พระโอรสองค์โปรด ไม่ต่างจากท่านที่เป็หลานรักของพระองค์ ด้วยความที่องค์ชายสี่พึ่งพาได้มากกว่าองค์รัชทายาท”
“แล้วยิ่งถ้าองค์ชายสี่..กำลังพึ่งพระทัยสตรีอื่นอยู่แล้ว ไม่มีทางที่จะอภิเษกง่าย ๆ เพราะฉะนั้นเื่ที่ฮ่องเต้รับสั่งเรียกท่านเข้าเฝ้าพร้อมกับเสนาบดีกรมพิธีการก็คงจะเป็เพราะครั้งนี้จะบังคับให้องค์ชายสี่เข้าพิธีอภิเษกโดยเด็ดขาดแล้วเป็แน่”
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องกังวลเื่..ฮูหยิน”จริงจังได้แค่ประเดี๋ยวเดียวก็หยอกล้อสหายเสียแล้ว คุณชายฉืออันเอาพัดปิดหน้าและยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์นึกสนุกขึ้นมา แต่หานซวนก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำหยอกล้อของคุณชายฉืออัน เขายังคงเก็บอารมณ์ได้เก่งและดีเยี่ยมเหมือนอย่างเคยถึงในใจจะรู้สึกหลากหลายก็ตาม “แล้วท่านไปเข้าเฝ้าองค์ชายสี่เื่ใด ท่านยังไม่ได้บอกข้า”
“ถ้าฉลาดนัก ท่านก็ลองเดาดูสิ ข้าก็อยากจะทราบว่าท่านจะรู้จริงหรือไม่”เขาเอ่ยบอกพร้อมกับยกน้ำชาขินมาดื่ม “ข้าจะรู้เื่นั้นได้อย่างไรเล่า แหม..ข้าไม่ใช่เทพที่ไหนเสียหน่อยที่จะรู้ไปหมดทุกอย่าง”
“แต่ท่านหลุดออกมาตอนที่ท่านรู้แล้วนะว่าสตรีผู้นั้นคือใคร”หานซวนพูดแทรกบอก จับไต่สหายรักได้อย่างเฉียบขาด
“ว้า..แย่จัง ข้าไม่เนียนหรือนี่”
“ท่านเอาปิ่นปักผมหยกไปคืนพระองค์มา ข้าพูดถูกไหม?”
“ถูก”
“ว่าแล้ว..ไม่สิ ว่าเลยแล้วกัน”
“ตามจริงข้าเคยเห็นปิ่นปักผมหยกนี้ตอนที่..ฉิงอัน พี่เลี้ยงของนางนำเก็บเข้าหีบ ตอนนั้นข้ากับซูหนี่ว์ก็อยู่พอดีเลยบังเอิญเห็น”
“บังเอิญเห็นหรือสอดรู้กันแน่”
“แหม เื่สอดรู้ก็อีกเื่แหละน่า”
“แต่ข้าไม่รู้นะว่านางได้มาได้อย่างไร หรือองค์ชายสี่ไปพบเจอนางตอนไหน ข้ารู้มาเท่านี้ หากท่านอยากรู้ก็ลองขยั้นยอถามน้องสะใภ้ข้าเองก็แล้วกัน แต่อย่าได้ทำหึงหวงใส่สตรีเชียวไม่เช่นนั้นท่านจะไม่ได้คำอธิบายจากนางแน่นอน”
“เื่นั้นข้าไม่ ข้าไม่เคยหึงหวงนาง”
คำจากคนปากแข็งที่ตอบออกมา ทำให้อีกคนอยากจะแหมไปสักหมื่นลี้เลยทีเดียวแต่ก็ได้แค่เก็บไว้ในใจและได้แค่ยิ้มกริ่ม “ข้าเชื่อ ข้าเชื่อ”
“เื่อภิเษก..ฮ่องเต้มีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรับอะไรลงมาบ้างล่ะ”ฉืออันถามขึ้นอีกครั้งให้หานซวนคิดตาม แม่ทัพหนุ่มนึกคิดไปถึงเื่คู่อภิเษก
..ตามปกติแล้วเฉียนฮ่องเต้เป็ผู้ที่ตามใจลูกหลาน จิตใจดีเป็ปกติแต่ไม่มีลูกหลานคนใดตามใจแล้วจะเสียคนเท่าองค์รัชทายาท ผู้ที่หวังพึ่งได้มีเพียงองค์ชายสี่แล้ว ณ เวลานี้ แต่กระนั้นก็ไม่อาจทราบได้ว่าองค์รัชทายาทจะถูกเฉียนฮ่องเต้ปลดเมื่อไร “การแต่งงานครั้งนี้ถือเป็เื่การเมือง”
“องค์ชายสี่พึงพระทัย..ในตัวสตรีอื่นที่ไม่ใช่เ้าสาวที่กำลังจะเข้าพิธีอภิเษกด้วย แต่ก็ยังดูไม่สะทกสะท้านในขณะที่เริ่มเตรียมงานแล้ว”
“อย่างที่ข้าบอกท่าน..องค์ชายสี่พระองค์อาจจะรู้เื่นี้ หรือไม่รู้ หรืออาจจะรู้และไม่รู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ”คุณชายฉืออันพูดเสริมจากที่หานซวนวิเคราะห์เมื่อครู่ สองสหายมองหน้ากันก็พอจะรู้แก่นเื่ทั้งหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หากเฉียนฮ่องเต้ไม่ทำเช่นนี้ก็อาจจะต้องเสียเืเสียเนื้อเพิ่มมากขึ้น มีบุตรก็ต้องให้บุตรทำประโยชน์
“อย่างไรก็ตาม ข้าว่าการที่ฮ่องเต้ไม่โปรดส่งท่านไปรบนี่ถือเป็เื่ดีแล้ว แล้วองค์ชายสี่ต้องเข้าพิธีอภิเษกกับผู้ใด?”
“ถ้าเป็การสมรสข้ามแคว้น ท่านรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็องค์หญิง”
“องค์หญิงแคว้นทางใต้”
“อืม..เช่นนั้นก็พอจะเข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้จึงทรงมีพระราชประสงค์โปรดให้อภิเษก”เพราะแคว้นทางใต้เป็แคว้นอุดมสมบูรณ์มากจึงพอจะเข้าใจถึงเหตุผลของเฉียนฮ่องเต้ที่ทำลงไป
“แต่เื่นี้ข้าทำอะไรไม่ได้ ข้าแค่สงสัยและทำตามหน้าที่เท่านั้น”
“หมดธุระของท่านแล้ว ท่านกลับไปได้แล้ว”
“ทีแบบนี้มาไล่กันเลย ข้าเป็พี่เขยท่านนะ แล้ววันนี้น้องสะใภ้ข้าไปไหนเสียล่ะ ั้แ่เข้ามาข้ายังไม่เห็นนาง”
“นางไม่สบายและไม่สะดวกให้ผู้ใดเข้าเยี่ยม”หานซวนนิ่งคิดก่อนจะตอบ หากจะบอกออกไปโต้ง ๆ เลย ดูท่าแล้วคงไม่ดีแน่
“ขอให้นางหายไว ๆ นะท่าน”ส่วนคุณชายฉืออันก็พยักหน้าเข้าใจ ว่าน้องสะใภ้มีเป็สิ่งใดอยู่แค่ถามไถ่ตามมารยาทเผื่อว่าซูหนี่ว์ผู้เป็ภรรยาจะถามข่าวคราว เพราะเขาบอกว่าจะมาพบปะหน้าหานซวนหลังจากไม่ค่อยได้เจอกันใน่นี้
“ข้าขอถามอะไรท่านอีกอย่างสิ”
“ถามสิ่งใด”
“อย่าโกรธข้านะ..เื่ซั่วหลิง..เลี่ยงหลิ่งรู้เื่นี้หรือยัง?”
เมื่อพูดถึงชื่อของผู้เป็น้องชาย หานซวนที่กำลังดื่มชาอยู่ก็ชะงักมือและวางแก้วลงกับโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ใจเย็นก่อนท่าน ข้าแค่ลองถามดู ไม่ตอบข้าก็จะเดาเอง”ฉืออันยกมือขึ้นห้าม รู้อยู่แล้วว่าหานซวนคงไม่มีทางบอกเื่นี้กับเลี่ยงหลิ่งเป็แน่ แต่ความเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว จะปกปิดไปเช่นนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นมาล่ะ
“หากน้องสะใภ้ข้านางมารู้ทีหลังนางจะไม่เสียใจยิ่งกว่าหรือ”
“นางจะรังเกียจต่างหาก”
“เื่นี้ท่านก็คิดไปเองทั้งนั้น แต่ข้าไม่คิดเลยนะว่าท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่างฟานหานซวนจะกลัวว่าภรรยาจะรังเกียจครอบครัวตระกูลฟานด้วย”
“ท่านพูดจบแล้วหรือยัง? ถ้าจบแล้วก็เชิญกลับจวนท่าน แล้วก็ขอบใจที่ตอบคำถามในสิ่งที่ข้าอยากรู้ในวันนี้”
“ขออภัย ขออภัยที่ล่วงเกินท่าน ข้าไม่ได้ตั้งใจ ขออภัยด้วย”
“แต่จริง ๆ ในฐานะที่ข้าเป็ทั้งพี่เขย เป็ทั้งสหาย ข้าอยากให้ท่านเปิดใจมากกว่านี้ น้องสะใภ้ข้านางเป็คนจิตใจดีและเป็คนหัวก้าวหน้า เื่ของซั่วหลิง..เป็เื่ที่ท่านและนางต้องพูดคุยกันนะ เข้าใจที่ข้าบอกไหม?”
หานซวนนิ่งไม่ตอบรับคำพูดของฉืออัน ฉืออันจึงได้แต่ถอนหายใจใส่และลากลับก่อน เพราะคนที่ต้องตกตะกอนความคิดคือหานซวนไม่ใช่เขา เขาแค่อยากให้หานซวนมีความสุขจริง ๆ บ้างก็เท่านั้น
“ฮูหยินเป็อย่างไรบ้าง”
“ไข้ขึ้นเ้าค่ะ ตอนนี้กำลังนอนประคบร้อนที่ท้องอยู่ ไข้พร้อมกันเช่นนี้ต้องคอยเฝ้าให้ดีเ้าค่ะ”ฉิงอันบอกด้วยความกังวล เพราะหานซวนไปั้แ่เช้าแล้วยังเพิ่งจะเสร็จงานตอนนี้ นางเกรงใจก็จริงอยู่แต่คุณหนูของนางก็สำคัญเช่นกัน
“เดี๋ยวข้าจะเฝ้านางเอง”เขาบอกแค่นั้นแล้วเดินเข้าไป พ่อบ้านที่เดินตามมาอยู่ก่อนแล้วก็พากันยิ้มกับฉิงอันเล็กน้อยและให้ฉิงอันไปเอาผ้าและน้ำหนึ่งขันเข้าไปให้หานซวนเช็ดตัวให้เลี่ยงหลิ่งผู้เป็ภรรยา
หานซวนเดินเข้ามาในห้อง เขานั่งลงข้าง ๆ ที่เลี่ยงหลิ่งนอนอยู่บนเตียง หน้าซีดเหงื่อออกเหมือนน้ำเปล่าเช่นนี้ช่างน่ากังวลนัก
แล้วเขาควรจะปลุกนางดีหรือไม่ล่ะ? เมื่อครู่เขาก็ลืมถามฉิงอันว่าเลี่ยงหลิ่งได้ทานข้าวทานปลาแล้วหรือยัง
“เ้า..”
“เลี่ยงหลิ่ง”
“เลี่ยงหลิ่ง”
เขาเรียกอยู่อย่างนั้นสองสามครั้งพร้อมกับเขย่าตัวนางเบา ๆ คนถูกกวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมอง “อือ..”
“เ้าทานอาหารเย็นแล้วหรือยัง”
“ข้าไม่หิว หากท่านอยากทาน ท่านทานเลยเ้าค่ะ
“ต่อให้เ้าจะตายตอนนี้หรือไม่ไหว เ้าก็ต้องทานข้าว”
“ข้าไม่หิวจริง ๆ หานซวน”นางหันมาบอกอีกครั้งและนอนตะแคงหันหลังให้เขาเหมือนเดิม
บุรุษหนุ่มมองแผ่นหลังของอีกฝ่าย ก่อนจะเอามืออังหน้าผากของนางเพื่อดูอุณหภูมิร่างกายว่าร้อนมากแค่ไหน ประจวบเหมาะกับที่ฉิงอันเข้ามาพอดี เขาจึงสั่งให้ฉิงอันไปบอกพ่อครัวให้ทำข้าวต้มและเอาน้ำเข้ามาให้เขาด้วย
“หากไม่ทานเองข้าจะป้อนเ้าแล้ว เห็นหรือไม่ว่าไป๋เซ่อมองเ้าอยู่ มันรู้ว่าเ้าไม่สบายมันเป็ห่วงเ้า”เขาไม่คิดเลยว่าทั้งชีวิตนี้เขาจะต้องมาหว่านล้อมภรรยาเหมือนเด็กที่ไม่ยอมทานข้าวทานน้ำตอนป่วยเช่นนี้..ไม่เคยคิดเลยจริง ๆ
แต่มันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ นางกำลังไม่สบายอยู่จะให้ไม่สนใจเลย เขาทำไม่ได้จริง ๆ ..ถึงจะเคืองใจเื่ปิ่นปักผมหยกขององค์ชายสี่อยู่ก็ตามเถอะ แต่มันไม่ควรจะเอามาเกี่ยวกับเื่ที่นางกำลังไม่สบายอยู่เช่นนี้
“ข้าจะเช็ดตัวให้ก่อนทานข้าว”บุรุษหนุ่มเอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดและค่อย ๆ เช็ดตัวของภรรยา เลี่ยงหลิ่งที่รู้สึกสบายตัวขึ้นก็ค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับมือของเขาไว้
“ท่านแม่”นางละเมอถึงฮูหยินใหญ่และเริ่มจับมือของหานซวนไว้แน่นก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา “เหตุใดท่านจึงไม่รักข้าเหมือนที่รักท่านพี่บ้าง”
“....”
หานซวนกำลังจะเอามือของนางออกก็ชะงักกับประโยคของนางที่ละเมอออกมา..ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วก็เถอะ แต่การที่นางละเมอออกมาเช่นนี้ก็ไม่ต่างจากตอนที่เขาไม่รู้เช่นกัน
“ข้ารักท่านแม่ เหตุใดท่านถึงเกลียดข้า ข้าไม่ใช่บุตรของท่านอย่างนั้นหรือ? ทำไม..ทำไม”เลี่ยงหลิ่งร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ จนน้ำตาเปียกหมอน หานซวนจึงต้องใช้นิ้วหัวแม่มือปาดน้ำตาให้แก่นาง นางจึงจับมืออีกข้างของเขาเอาไว้ นางนึกว่าเป็มือของมารดาจึงจับแน่นแนบที่แก้มที่ร้อนฉ่าของนาง “ข้าไม่ใช่แม่เ้า”
“ท่านแม่”
“ข้าบอกว่าข้าไม่ใช่แม่เ้า”
“ฮือ..ท่านแม่”
เขาเพิ่งรู้ว่าละเมอตอนป่วยมันเป็เช่นนี้เอง ครั้นจะให้ปลุกก็ลำบาก นางสบายตัวแล้วจึงหลับไปและละเมอออกมาเช่นนี้
“ที่นี่ไม่มีแม่เ้า..มีแต่ข้า”หานซวนลูบแก้มของภรรยาอย่างอ่อนโยน เป็ภาพที่ใครก็ไม่ได้เห็น แม้แต่ตัวของคนที่นอนอยู่เองก็ไม่มีทางที่จะได้เห็นเช่นเดียวกัน
“หานซวน..”
เลี่ยงหลิ่งเรียกหาสามี คนนั่งอยู่ข้าง ๆ ชะงักแล้วชะงักอีกไม่นึก ว่านางจะละเมอหาเขาด้วย เขาจึงพยายามหลุดจากการเกาะกุมมือข้างที่นางจับอยู่มาลูบหัวนางแทน “หานซวน..”
“ขอบใจ..ขอบใจที่ช่วยชีวิตเด็กดื้ออย่างข้าไว้ ขอบใจ”
“ข้าเป็ภรรยาที่ไม่ดี..ข้าไม่ดีเลย ท่านอย่าถือสาเด็กอย่างข้าเลยได้ไหม?”
“ข้าสัญญาว่าข้าจะอยู่กับท่าน”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะอยู่กับท่าน..”เสียงของนางสิ้นสุดลงแค่นั้น คราวนี้นางนอนหลับไปแล้วจริง ๆ เลี่ยงหลิ่งปล่อยมือของนางออกจากหานซวนและนอนตะแคงข้างให้ดังเดิม
ส่วนคนที่ได้รับรู้ทุกอย่างถึงกับไปไม่เป็ เขาไม่รู้จะอึ้งกับอะไรก่อนดี แต่ดีแล้วที่นางแค่ละเมอ หากนางพูดออกมาจริง ๆ แล้ว เขาไม่รู้เลยว่าตนเองจะห้ามใจได้มากแค่ไหน
แค่นี้ก็แทบจะห้ามไม่อยู่แล้ว
“อย่าทำแบบนี้กับข้า แค่เ้าละเมอขึ้นมาแค่นี้ข้าก็จะแย่แล้ว”