หลินเหยียน—หรือที่ตอนนี้เขาต้องยอมรับว่าคือ ไป๋เหยียน—ออกจากห้องมาด้วยท่าทางระมัดระวัง แม้ยังรู้สึกเ็ปตามร่างกายจากพิษที่ยังค้างคา แต่เขารู้ดีว่าไม่มีเวลามานั่งพักฟื้น เขาต้องหาคำตอบให้ได้ ว่าตระกูลนี้ซ่อนความลับอะไรไว้
เมื่อเดินออกมาจากห้อง ภายในคฤหาสน์ไป๋ เหยียนพบกับ อาเหมย สาวใช้คนเดียวที่ยังคงคอยดูแลเขาอย่างเงียบๆ และไม่เคยหันหลังให้เขาไป
“คุณชายไป๋...” อาเหมยยิ้มอย่างมีนัยยะ “ท่านฟื้นขึ้นแล้วหรือ?”
หลินเหยียนเหลือบมองนางด้วยแววตาที่คมขึ้นกว่าเดิม “อาเหมย... เ้ารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่? มีอะไรที่ข้าควรรู้บ้าง?”
อาเหมยลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ อย่างระมัดระวัง “...ท่านเคยเป็คนที่อ่อนแอที่สุดในตระกูลไป๋ ทุกคนในตระกูลมักจะมองข้ามท่าน แต่ท่านก็ยัง... สู้ทุกๆ วัน”
นางเว้นวรรค “แต่ตอนนี้ท่าน... ท่านเป็คนใหม่แล้ว”
หลินเหยียนพยักหน้า เขารู้ดีว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ทุกสิ่งที่เขา้าจะได้ ต้องแลกมาด้วยความสามารถของตนเอง “ข้าอยากรู้ว่า ตระกูลไป๋มีอะไรที่ซ่อนอยู่บ้าง? ใครคือตัวการที่ทำให้ข้าถึงคราวตาย?”
“คุณชาย...” อาเหมยทำท่าทางลังเลก่อนจะกระซิบเบาๆ “ท่านพี่... ไป๋อวี้” นางกัดฟันก่อนจะพูดต่อ “เขาคือตัวการหลักที่เื้ัทุกสิ่ง...”
หลินเหยียนหรี่ตาลง “ไป๋อวี้? พี่ชายคนโตของข้า?”
อาเหมยพยักหน้า “ท่านพี่ไป๋อวี้คือคนที่ได้รับความรักจากทุกคนในตระกูล ท่านเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ท่าน... ท่านไม่เคยเห็นคุณค่าของคุณชายไป๋เหยียนเลย”
คำพูดของอาเหมยยิ่งทำให้หลินเหยียนรู้สึกเคียดแค้น ในโลกเดิม เขามักจะใช้พลังสมองและแผนการในการควบคุมเกมธุรกิจ แต่นี่... เขาจะต้องเรียนรู้ที่จะใช้ทุกสิ่งที่มีทั้งจากสมองและกำลังภายใน
เขามองไปที่อาเหมย “เ้ารู้ไหมว่า... ไป๋อวี้พยายามทำลายข้าเพราะอะไร?”
อาเหมยเบือนหน้าหนี “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่คงเพราะความอิจฉาและความโลภ ท่านไป๋อวี้้าขึ้นเป็หัวหน้าตระกูล ไม่้าให้ใครมาคัดค้าน”
“แล้วในตระกูลไป๋ ยังมีใครที่ไม่เห็นด้วยกับไป๋อวี้บ้าง?” หลินเหยียนถามต่อ
“มี... ท่านลุงไป๋จื่อหยาง” อาเหมยตอบ “ท่านลุงเป็คนที่แข็งแกร่งและฉลาด แต่ท่านก็มีอำนาจน้อยกว่าท่านพี่ไป๋อวี้ ตอนนี้ท่านลุงเหมือนจะค่อยๆ รอจังหวะที่จะปรับตำแหน่งในตระกูล”
หลินเหยียนคิดตามอย่างเร็ว เขาต้องใช้การหาคำตอบจากผู้คนเหล่านี้ในตระกูลเพื่อหาหนทางในการล้างแค้น
“ขอบใจเ้าอาเหมย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ไปหาอาหารมาให้ข้ากินซะ ข้าจะออกไปสำรวจตระกูล ไป๋อวี้จะไม่รู้หรอกว่า ข้ากลับมาจากความตายแล้ว”
“ท่านจะ...” อาเหมยมองไปยังประตูไม้เก่าๆ ที่นำไปสู่ห้องอื่นๆ ของตระกูล
หลินเหยียนยิ้มมุมปาก “เ้าจะได้เห็นสิ่งที่ข้าจะทำ และมันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
**
เขาเดินออกจากห้องไปยังลานหน้าคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และพืชพันธุ์มากมาย ร่างกายยังคงไม่แข็งแรงนัก แต่สายตาของเขากลับคมชัดขึ้นทุกวินาที
ในใจของเขากำลังวางแผน
ไม่มีสิ่งใดที่หลุดรอดจากสายตาของเขา แม้แต่ความลับที่ลึกสุดในตระกูลไป๋เอง
และที่สำคัญ... เขาจะทำให้ทุกคนในตระกูลรู้ว่า เขาคือผู้ควบคุมเกมนี้ั้แ่ตอนนี้เป็ต้นไป