โหมวกวนถังเป็หลานชายแท้ๆของโหมวหย่วนซานและเป็อาเล็กของโหมวซือฉิงเหตุใดออร่าสมบัติของเสื้อหยกไหมทองถึงปรากฏบนตัวเขาเล่า
ตอนแรกสวี่ตงคิดว่าเป็หัวขโมยมาขโมยเสื้อหยกไหมทอง แต่พอเห็นออร่าสมบัติสีน้ำเงินอยู่บนตัวโหมวกวนถังก็เกิดข้อสันนิษฐานอีกข้อหรือจะเป็ข้อตกลงของครอบครัวเขาเอง
ความระแวงในใจของสวี่ตงก็ผ่อนคลายลงถึงอย่างไรก็เป็เื่ในตระกูลโหมวบางทีคนในครอบครัวอาจเห็นว่ามันมีมูลค่าสูงมากจึงอยากจะเก็บไว้เป็ความลับแล้วเขาจะไปกังวลแทนคนอื่นทำไมเล่า
เมื่อกินอิ่มแล้ว ทั้งยังรู้สึกว่าในห้องโถงเสียงดังเอะอะมากไม่สู้ออกไปรับลมที่ระเบียงหน้าห้องโถงดีกว่า ข้างนอกคนน้อย
ผู้คนเกือบทั้งหมดกำลังกินดื่มและพูดคุยกันอยู่ในห้องโถงด้านนอกห้องโถงมีระเบียงขนาดใหญ่กว่าห้าร้อยตารางเมตร สิ่งอำนายความสะดวกที่ทำจากวัสดุเป็มิตรกับสิ่งแวดล้อมของที่นี่ก็ดีมากดอกไม้ใบหญ้าสีสันสดใส ช่างเป็สวนลอยฟ้าที่ยอดเยี่ยมจริงๆ !
อากาศผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้ใบหญ้าทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นสวี่ตงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองไปรอบๆท่ามกลางดอกไม้สีสันสดใสมีผู้คนอยู่ไม่มากนัก ห่างไปไม่ไกลนักมีชายคนหนึ่งกำลังยืนสูบบุหรี่สวี่ตงเดินเลี่ยงออกไปอีกฟากไกลๆ เพราะเขาไม่สูบบุหรี่จึงรู้สึกอึดอัดเมื่อได้กลิ่นบุหรี่
เห็นดอกแกลดิโอลัสน่าหลงใหลกลุ่มหนึ่งแบ่งบานอยู่ตรงหน้า ด้านหน้ากลุ่มดอกแกลดิโอลัสยังมีม้านั่งวางอยู่ตัวหนึ่งสวี่ตงเดินเข้าไปโดยไม่ต้องคิด นั่งพักผ่อนตรงนี้ค่อนข้างสบาย เวลานี้ผู้เฒ่าหลงคงจะไม่มีเวลามาสนใจเขาแน่ภายในห้องโถงเอะอะเกินไป แถมเขายังกินดื่มเสียอิ่มแปล้รออยู่ตรงนี้ให้พวกเขาทักทายกันให้เสร็จก่อนค่อยเข้าไปดีกว่า
ชั่วขณะที่ทรุดลงบนม้านั่ง สวี่ตงก็พบว่าที่ด้านหลังต้นไม้สองต้นที่สูงเลยหัวคนที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรมีเก้าอี้แขวนรูปทรงคล้ายชิงช้าและมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งไกว่เบาๆเรียวคิ้วงามขมวดน้อยๆ เครื่องหน้างามดั่งรูปวาด นั่นคือโหมวซือฉิง!
เมื่อเห็นหญิงสาวที่งามราวกับเทพเซียนแต่กลับเ็าดั่งน้ำแข็งสวี่ตงก็เกิดความลังเลไม่อยากเข้าใกล้ คิ้วขมวดมุ่นก่อนจะผุดลุกขึ้นหมุนตัวจากไปอีกทางในทันที ไปให้ไกลจากเธอเท่าไรยิ่งดี!
“หยุด!”
โหมวซือฉิงส่งเสียงเรียกทันควัน
สวี่ตงหยุดก่อนจะหันกลับมาเผชิญกับโหมวซือฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยออกมาสามพยางค์ “มีอะไร”
โหมวซือฉิงกล่าวเสียงจริงจัง “ก่อนหน้านี้นายเรียกฉันว่าซืออี๋เลยรู้ว่านายเข้าใจว่าฉันเป็โหมวซืออี๋ ฉันเป็พี่สาวของเธอ โหมวซือฉิง อืม นายเป็อะไรกับผู้เฒ่าหลง”
สวี่ตงลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงตอบไปว่า “ผมเพิ่งรู้จักผู้เฒ่าหลงได้ไม่กี่วัน”
“ไม่กี่วัน?” โหมวซือฉิงประหลาดใจนัก“เป็ไปได้ยังไง เห็นผู้เฒ่าหลงปฏิบัติกับนายไม่ธรรมดาเลยจากที่ฉันรู้จักเขามา เขาไม่เคยพาทายาทรุ่นหลังมาด้วยเลย นายเป็คนแรกถ้าเพิ่งรู้จักผู้เฒ่าหลงได้แค่ไม่กี่วัน ทำไมเขาถึงพานรายมาร่วมงานวันเกิดปู่ฉันล่ะ”
น้ำเสียงโหมวซือฉิงในตอนนี้ ‘อ่อนโยน‘ กว่าก่อนหน้านี้มาก สวี่ตงจึงต้องตอบ “ผมก็ไม่รู้!”
โหมวซือฉิงกำลังคาดเดา แต่เธอก็รู้สึกว่าสวี่ตงไม่เหมือนกำลังโกหกขบคิดอยู่พักหนึ่งจึงเอ่ยถามขึ้นมาอีก “จริงสิ นายรู้จักซืออี๋น้องฉันได้ยังไง”
สวี่ตงพยักหน้าตอบ “ผมกับโหมวซืออี๋เป็เพื่อนห้องเดียวกัน”
“เพื่อนร่วมห้อง?” โหมวซือฉิงยิ่งประหลาดใจเข้าไปอีก“นายเป็เพื่อนร่วมห้องโหมวซืออี๋? วันนี้วันพุธไม่ใช่เหรอซืออี๋ยังไม่ขอลาหยุดมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดเลย แล้วทำไมนายถึงไม่ไปโรงเรียน”
สวี่ตงแบมือตอบเสียงเรียบ “ผมลาออกแล้ว”
“ลาออก? ทำไมถึงลาออกล่ะ” โหมวซือฉิงใมาก ่มัธยมปลายปีสุดท้ายเป็่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนไม่ใช่หรือไงทำไมเขาถึงลาออก แต่คำถามนี้สวี่ตงไม่อยากตอบ เขาแบมือยอมแพ้แล้วบอกว่า “ผมจะไปทางนู้นละ!”
โหมวซือฉิงอึ้ง ก่อนจะะโเสียงดัง “นาย…ฉันไม่ใช่เสือนะ ทำไมถึงชอบเดินหนีนัก”
สวี่ตงกัดปากก่อนจะแบมืออีกครั้ง “ผมรู้ว่าคุณเป็ตำรวจแต่ผมไม่ใช่นักโทษต่อให้เป็ตำรวจก็ไม่มีสิทธิ์สั่งประชาชนที่ไม่ได้ทำผิดกฎหมายตอบคำถามคุณหรอกมั้งครับ”
โหมวซือฉิงชะงักทันที คิ้วเรียวเลิกสูง รู้สึกอยากต่อยคนขึ้นมาทว่าตอนนั้นเองโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ส่งเสียงดัง
โหมวซือฉิงถลึงตามองสวี่ตงก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างโมโหเหลือบมองหมายเลขบนหน้าจอแล้วจึงกดรับสาย เอาโทรศัพท์แนบหู “คุณอาเล็ก มีเื่อะไรคะ”
ตอนแรกสีหน้าโหมวซือฉิงยังปกติดีแต่หลังจากถามคำถามนี้ไปก็เหมือนกับได้ยินอีกฝ่ายตอบบางอย่างที่ทำให้เปลี่ยนเป็สีหน้าใทันควันเธอถามกลับเสียงดังด้วยความใ “อะไรนะคะเสื้อหยกไหมทองหายไป คุณ…อาเล็กหมายความว่าไงคะ”
สวี่ตงได้ยินเข้าก็ใเช่นกัน คนที่โทรมาหาโหมวซือฉิงนั้นชัดเจนว่าเป็‘โหมวกวนถัง’ อาเล็กของเธอออร่าสมบัติสีน้ำเงินปรากฏบนตัวเขา ก็ชัดเจนว่าเสื้อหยกไหมทองอยู่บนตัวเขา แล้วทำไมถึงบอกโหมวซือฉิงว่าเสื้อหยกไหมทองหายไปเล่าหรือว่าโหมวซือฉิงกับปู่ของเธอไม่รู้เื่นี้ นี่เป็การขโมยจริงๆ เหรอ
หากเป็การขโมยจริง เช่นนั้นโหมวกวนถังก็คือเกลือเป็หนอนแน่แล้วร่วมมือกับคนนอกตีขนาบประสานนอกใน ส่วนจะมีเหตุผลอะไร สวี่ตงก็ไม่อยากคาดเดาก็คงมีเหตุผลบางอย่างละมั้งคนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะอาหารก็มีให้เห็นอยู่มากมายเสื้อหยกไหมทองเป็สมบัติหายากที่มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้โหมวกวนถังจะเกิดโลภขึ้นมาก็ไม่แปลก
แต่เนื่องจากเป็การขโมย สวี่ตงจึงกำลังคิดว่าจะบอกเื่นี้ให้ผู้เฒ่าหลงกับหนิวเซี่ยงตงดีไหมเขาไม่ได้มีสัมพันธ์ที่ดีอะไรกับตระกูลโหมว แต่ผู้เฒ่าหลงกับหนิวเซี่ยงตงคือผู้มีพระคุณของเขาหากพวกเขา้าความช่วยเหลือ เขาก็ต้องช่วยทั้งสองอีกแรงแม้จะไม่ได้เห็นเหตุการณ์โจรกรรมเองกับตาแต่เขารู้ว่าตอนนี้เสื้อหยกไหมทองอยู่กับโหมวกวนถัง นี่เป็หลักฐานที่ชัดที่สุด
โหมวซือฉิงเป็ตำรวจความเคยชินในหน้าที่การงานทำให้เธอมุ่งความสนใจไปที่เื่นี้ทันทีจึงไม่สนใจสวี่ตงอีกหมุนตัวเดินไปทางห้องโถง เร่งฝีเท้าไปพร้อมคุยโทรศัพท์ต่อ
สายเรียกเข้านี้มาจากโหมวกวนถังแน่นอนว่าต้องเป็ขโมยที่เรียกร้องให้จับขโมย สวี่ตงเดินตามโหมวซือฉิงเข้าไปในห้องโถงแล้วก็รีบเร่งฝีเท้าไปยังห้องเก็บของขวัญ
ห้องของขวัญเดิมทีเป็ห้องแต่งตัว มีทางเข้าออกทางเดียวพื้นที่ประมาณสี่สิบกว่าตารางเมตร ไม่มีสิ่งกีดขวางขณะนี้ภายในห้องมีคนหกถึงเจ็ดคน สวี่ตงเดินเข้ามาพร้อมโหมวซือฉิงพบว่าภายในห้องนอกจากหลงชิวเซิง โหมวหย่วนซาน หนิวเซี่ยงตง นอกจากสามคนนี้ที่เขารู้จักแล้วก็มีโหมวกวนจิ่งพ่อของโหมวซือฉิงและโหมวกวนถัง และผู้ชายอีกสามคนที่เขาไม่รู้จัก
โหมวซือฉิงเข้าห้องมาก็เปิดฉากถามทันที “เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ”
ผู้ชายคนหนึ่งในนั้นที่สวี่ตงไม่รู้จักพูดกับโหมวซือฉิงด้วยใบหน้าเศร้าโศก“ซือฉิง ฉันดูแลห้องของขวัญไม่ได้ไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวเมื่อกี้มันจวนตัวน่ะ ฉันแค่ออกไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียวเองตอนออกไปฉันล็อกประตูแล้วด้วยครู่เดียวฉันกลับมาเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่ากล่องไม้ที่ใส่เสื้อหยกไหมทองเปิดอยู่ข้างในว่างเปล่าไม่มีของแล้ว…”
โหมวซือฉิงรีบไปตรวจสอบกลอนประตูทันทีสำรวจไม่นานเธอก็พบว่ากลอนถูกงัด แต่การงัดแงะนี้ต้องเป็ฝีมือคนที่ชำนาญแน่นอน เพราะกลอนประตูไม่ได้พังบนกลอนยังมีร่องรอยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะเธอเป็ผู้เชี่ยวชาญโดยอาชีพก็คงมองไม่ออก!
“กลอนถูกงัด น่าจะเป็การขโมยของเรียกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมให้เอาภาพจากกล้องมุมนี้มาให้ฉันที!”โหมวซือฉิงสั่งผู้จัดการโรงแรมทันที
ผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมเป็สาวสวยวัยประมาณสามสิบแม้จะอายุมากไปหน่อย แต่รูปร่างหน้าตาดีมาก ดูท่าทางมีความสามารถอยู่บ้าง สีหน้าของเธอค่อนข้างสงบนิ่งหลังจากได้คำสั่งจากโหมวซือฉิงก็รีบกดวิทยุสื่อสารติดต่อกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยให้นำภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดตำแหน่งนี้ออกมา
เสียงจากวิทยุสื่อสารดังฟังชัดมากทุกคนในห้องของขวัญต่างได้ยินเสียงตอบกลับจากในนั้น “กล้องในห้องของขวัญมีปัญหาครับ ไม่มีภาพั้แ่ชั่วโมงที่แล้วจนถึงตอนนี้!”
โหมวซือฉิงตกตะลึง แววตาดุดันขึ้นมาในทันที!
หากกล้องวงจรปิดพังเป็แค่ความบังเอิญก็แล้วไปแต่เวลาที่มันพังกลับประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้ หรือจะเป็การวางแผนไว้ล่วงหน้า
หากเป็การวางแผนไว้ เช่นนั้นเื่นี้ก็ยุ่งยากแล้วสามารถวางแผนเส้นทางล่วงหน้าและยังทำได้จริงเช่นนี้ต้องไม่ใช่ ‘โจรกระจอก’ แน่
โหมวหย่วนซานหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความไม่พอใจอย่างมากวันนี้เป็วันเกิดครบรอบเจ็ดสิบห้าปีของเขา และยังเป็วันกำหนด ‘สัญญาหมั้นหมาย’ ระหว่างหลานชายพี่ใหญ่ร่วมสาบานกับซือฉิงหลานสาวของเขาแต่ในวันสำคัญเช่นนี้ งานวันเกิดกลับพังยับเยินอีกทั้งเสื้อหยกไหมทองซึ่งเป็ของขวัญรับหมั้นยังถูกขโมยไปยังจะให้เขามีความสุขอยู่ได้อย่างไร
“กวนจิ่งโทรหาผอ.เฉินแห่งสำนักงานเขตแล้วฝากข้อความไว้ว่าต่อให้ต้องพลิกเมืองถงเฉิงก็ต้องหาเสื้อหยกไหมทองมาให้ฉันให้ได้และต้องตามจับหัวขโมยนั่นให้ฉันด้วย!”
โหมวหย่วนซานสั่งลูกชายด้วยสีหน้าเคร่งขรึมสีหน้าโหมวกวนจิ่งก็ไม่น่าดูเช่นกัน เขาหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก
สวี่ตงแอบลอบมองโหมวกวนถัง ชายคนนี้สีหน้าไม่แสดงอะไรแม้แต่น้อยแต่เห็นเขาสงบนิ่งได้เช่นนี้คงคิดว่าไม่มีอะไรต้องกังวลหรือต้องกลัวสินะ
เวลานี้สวี่ตงก็เพิ่งเริ่มคิดได้โหมวกวนถังตีขนาบประสานนอกในขโมยเสื้อหยกไหมทองก็ไม่ใช่พฤติกรรมที่ตรงไปตรงมาคนที่ขโมยออกมาเป็มืออาชีพ หลังจากได้ไปแล้วก็ไม่ได้หนีออกไปทันทีวิธีนี้ทำให้ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ใต้กล้องในตำแหน่งอื่น จากนั้นก็มอบสิ่งของแก่โหมวกวนถังในห้องน้ำและโหมวกวนถังย่อมไม่มีวันถูก ‘สงสัย’ อยู่แล้ว ยิ่งไม่มีทางถูกค้นตัวเสื้อหยกไหมทองไปอยู่บนตัวเขานับว่าปลอดภัยแล้ว
ประกอบกับกล้องในห้องของขวัญถูกทำลายไว้ล่วงหน้าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า เรียกว่าน้ำไม่รั่วสักหยด!หากไม่ใช่เพราะสวี่ตงมีพลังพิเศษ มองเห็นออร่าสมบัติที่แผ่ออกมาจากเสื้อหยกไหมทองเหตุการณ์นี้ก็คงสมบูรณ์แบบมาก!
หลงชิวเซิงเองก็ขมวดคิ้วมุ่นพลางพูดปลอบโหมวหย่วนซาน “พี่รองอย่าเพิ่งรีบร้อน เื่นี้ต้องกระจ่างแน่!”
เห็นหลงชิวเซิงกำลังร้อนใจ สวี่ตงจึงขบคิดอยู่พักหนึ่งจากนั้นถึงเดินไปกระซิบอยู่ข้างกายหลงชิวเซิง “ผู้เฒ่าหลงครับ…ผมมีเื่จะบอก ผมอาจจะ…อาจจะรู้ว่าใครขโมยเสื้อหยกไหมทองไป…”
“เธอรู้แล้วเหรอว่าใครขโมยเสื้อหยกไหมทอง” ประโยคนี้แม้สวี่ตงจะพูดเบามาก แต่โหมวซือฉิงที่อยู่ข้างกายหลงชิวเซิงกลับได้ยินเข้าไม่รอให้หลงชิวเซิงพูด เธอก็คว้าตัวสวี่ตงแล้วถามเสียงดัง “ใครใครหน้าไหนมันขโมยไป”