บทที่ 9 เข้าเมืองสองแคว
แสนจัดการเื่รถม้าส่วนอีกสามคนก็ไปที่ร้านสัตว์ร้ายร้านนี้เป็ร้านเฉพาะไม่ได้มีกันทุกเมืองหรอกนะเพราะจะมีแค่เมืองที่อยู่ใกล้ป่าเวทย์เท่านั้นดังนั้นจะไม่เห็นร้านพวกนี้แถวพระนครแน่นอนเพราะรอบพระนครไม่มีป่าเวทย์หรอก ส่วนป่าเวทย์ที่ไทยมีแต่ไม่กี่แห่งเท่านั้นอย่างเช่นภาคเหนือก็จะมีแต่เส้นทางระหว่างพะเยาไปถึงแพร่เท่านั้นดังนั้นจึงมิค่อยได้เห็นเนื้อของสัตว์พวกนี้มาขายเท่าไรนัก ส่วนราคาซื้อขายนั้นผู้ซื้อจะกดราคาให้ได้มากที่สุดและเอาไปขายต่อให้ได้แพงที่สุดเช่นกันดังนั้นจะเกิดการต่อสู้ระหว่างร้านกับลูกค้าเป็ปนะจำ ทั้งสามเดินเข้ามาในร้านบรรยากาศของร้านนี่ค่อนข้างเงียบเหงามีแค่พนักงานต้อนรับสาวที่สวมชุดไทยผิวขาวหน้าตาสวยงามนางยืนต้อนรับแค่คนเดียว
นิน “หญิงไทยในเมืองนิยมหุ่นผอมกันหรือข้าเห็นั้แ่ที่ภูกามแล้ว “นินสังเกตว่าหญิงไทยยุคนี้นิยมรูปร่างคล้ายนางแบบจีนที่เขาเห็นในคลิปสั้นมากผอมเพรียวขาเรียวงดงามสองเมืองแล้วที่เขาเห็นแบบนี้ น่าแปลกที่มันเข้ากับชุดไทยยิ่งนักทองและท่านเ้าคุณมองหน้ากัน
ทอง” เอ่อเื่นี้เหมือนจะเป็อย่างนั้นนะเมียข้าก็พยายามไม่ให้ตัวเองมีเนื้อมากเกินไป “ท่านเ้าคุณเองก็พยักหน้า ทว่านินหน้ากระตุกนี่แปลว่าคนพวกนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้หญิงเลยน่ะสิ
นิน” พวกลุงต้องใส่ใจภรรยามากกว่านี้นะ “ทั้งสองหน้ากระตุก
” เองเคยมีเมียหรือไง “นินส่ายหน้า
นิน” เพราะไม่เคยถึงได้ใส่ใจไงจะได้หาเมียดีๆไง “ทั้งสองแน่นอนว่าไม่เชื่อเขาในเื่นี้ หญิงสาวกล่าวต้อนรับ
“ทุกท่านเ้าคะร้านของเรายินดีต้องรับเ้าค่ะแต่ว่าท่านต้องมีป้ายสมาชิกก่อนจะเ้าคะ” ท่านเ้าคุณยิ้มออกมา
“เ้าจะไม่รับซื้อสัตว์เวทย์ถ้าข้าไม่ใช่สมาชิกจะไม่รับซื้อหรือ” หญิงสาวดวงตาเป็ประกาย
“งั้นรอเดี๋ยวนะเ้าคะเดี๋ยวอิฉันจะเข้าไปถามท่านผู้จัดการก่อนเ้าค่ะ” ทั้งสามคนพยักหน้านางหายไปสักพักก็กลับออกมา
“เชิญเ้าค่ะ” ทั้งสามถูกพาเข้าไปยังห้องส่วนตัวทันทีเื่นี้ควรทำแบบเงียบๆ เมื่อเข้ามาด้านในเขาเห็นชายอายุประมาณสี่สิบกจิตรกร สวมชุดแบบพวกโบฮีเมียนให้ความรู้สึกลึกลับมากแต่ดูจากรูปร่างเขาถ้าจะให้พูดเขารูปร่างเหมือนซาลาเปามากๆ
“ได้ยินว่าพวกท่านมาขายเนื้ออสูรหรือ” ทั้งสามพยักหน้าผู้จัดการจึงผายมือให้พวกเขานั่งลงจากนั้นนินและทองก็เอาห่อผ้าขนาดใหญ่วางลง
” พวกท่านจะขายเนื้ออะไรเล่า “ท่านเ้าคุณจึงกล่าวออกมาเรียบ
” ระหว่างทางมาที่นี่ข้าได้สังหารงูเกล็ดหินได้น่ะ “ผู้จัดการผงะไป
” จริงหรือรู้ไหมว่างูตัวนั้นฆ่าคนไปมากไม่คิดว่ามันจะโดนฆ่าเสียแล้ว “ทั้งสามประหลาดใจแต่ไม่ถามจะดีกว่าเพราะพวกเขาไม่้ามีปัญหาให้มากเื่
” เอาของมาดูเร็ว “เมื่อเปิดออกมาเขาก็ร้องออกมาด้วยความโกรธ
” พวกท่าน พวกท่าน ทำแบบนี้ได้อย่างไรทำไมไม่ใช้กล่องเก็บสมบัติ “ท่านเ้าคุณผายมือ
” เราไม่มี “มันชะงักไป
” ท่านไม่ใช้จอมขมังเวทย์หรือ “ท่านเ้าคุณมองตัวเอง
” เราเหมือนจอมขมังเวทย์งั้นหรือ “มันมีสีหน้าจริงจังก่อนจะกล่าวอะไรท่านเ้าคุณวางป้ายประจับตัวลง มันก็ฉีกยิ้มออกมา
“ที่แท้ก็แบบนี้เองงั้นข้าเข้าใจแล้วจะขายทั้งหมดเลยไหม “ท่านเ้าคุณพยักหน้า
” ข้าต้องเดินทางอีกไกลเอากลับไปคงไม่ไหวขายให้เ้าเลยแล้วกันแต่ราคาก็อย่าให้มันกดเกินไปนัก” มันคิดสักพัก
” แบบนี้แล้วกันสามแสนบาทสำหรับดีงูเนื้อกิโลละห้าพันกระดูกทั้งหมดอยู่ที่สองแสนรับได้ไหม “ท่านเ้าคุณคิดว่าพอรับได้
“ได้ราคานี้แหละ” นินถามขึ้น
นิน “แล้วตาของมันคิดราคาเท่าไหร่ “สีหน้าของผู้จัดการเปลี่ยนไป
” ตอของงูนี่หรือพวกท่านจะขายจริงหรือโดยมากเขาไม่ขายกันนะมันมีค่ามาก “นินขมวดคิ้ว
นิน” ตกลงราคาเท่าไรกันแน่ “มันยิ้มแล้วกล่าว
” ข้าบอกไม่ได้แต่มีคน้าอยู่พอดีราคาค่อนข้างสูงเลยเพียงแต่ต้องรอหลายวันกว่าเขาจะมา “พวกนินส่ายหน้า
” เรามีเื่ต้องไปทำรอไม่ได้หรอกเอาตามนี้แล้วกัน” นินถามขึ้น
“กล่งเก็บสมบัติคืออะไรหรือ” ผู้จัดการร้านทำหน้าแปลกๆ
“ท่านไม่รู้จักหรือ” ทองจึงกล่าวออกมา
” ไอ้บ้าถามข้าทีหลังก็ได้เสียหน้าหมดกล่องสมบัติคือกล่องที่ลงอาคมที่สามารถเก็บของที่มีขนาดใหญ่หว่าตัวกล่องได้หลายร้อยเท่าแต่มีใช้เฉพาะพวกจอมขมังเวทย์เท่านั้นที่สำคัญน้อยคนที่มี” นินตาโต
นิน “ทำงานแบบแหวนมิติงั้นสินะ” เขาจึงถามถึงราคาผู้จัดการร้านจึงกล่าวออกมา
“สี่สิบล้านขึ้น” นินแทบเป็ลม
นิน” โคตรแพงเลยเงินขนาดนั้นจะมีคนซื้อได้อย่างไร “ผู้จัดการร้อนยิ้มจำนวนเงินขนาดนั้นต่อให้เป็โลกเดิมของเขาก็คิดหนักเหมือนกันเ้าของร้านยิ้มแล้วกล่าว
“กล่องสมบัติไม่ใช่ว่าจะหามาได้ง่ายๆ หรอกนะขนาดท่านเ้าคุณเองก็ยังไม่มีเลยมิใช่หรือดังนั้นราคานี้ถือว่าไม่แพงหรอก “ไม่แพงก็บ้าแล้วทั้งสามตัดสินใจขายของไปแค่นั้นพอหลังจากได้รับเงินทั้งหมดแล้วพวกเขาก็ไปหาแสนที่ร้านรถม้าก่อนจะเดินทางออกจากเมืองโดยไม่ค้างและนำเงินไปที่ร้านแลกเงินของรัฐเพื่อจะได้พกพาง่ายอย่าลืมว่าตอนนี้ยังไม่มีธนบัตรแบกเหรียญไปน่าจะไม่สะดวก ร้านแลกเงินก็ทำหน้าที่คล้ายธนาคารนั่นแหละทว่ายังไม่ทำเต็มรูปแบบเหมือนโลกของเขา
หลังจากแบ่งเงินกันแล้วทำให้ทุกคนวาดฝันกันไปเรือนท่านเ้าคุณมองด้วยความเหยียดหยามเงินแค่นี้พวกนี้ก็เคลิ้มเสียแล้วต่อไปจะทำการใหญ่อะไรได้
ทอง” ข้าว่าจะปลูกบ้านใหม่เสียหน่อย “นินจึงถาม
นิน” พี่ไม่ได้อยู่บ้านเ้านายหรอกหรือ “ทองหัวเราะ
ทอง” ข้าอยู่ห้องในเรือนท่านก็จริงแต่ก็มีบ้านที่เช่าไว้เช่นกัน “นินจึงถาม
” พวกพี่ไม่ใช่ทาสหรอกหรือ “ทั้งสองงุนงง
ทอง “ทาสรึ…จริงด้วยเอ็งไม่ค่อยรู้เื่ในเมืองหลวงสิะ” เขาล่าต่อ
แสน “ไม่ใช่อยู่แล้วเราคือบ่าวรับใช้แต่ไม่ใช่ทาสหรอก” นินสงสัย
นิน “ต่างกันรึ” ทั้งสองจึงเล่าให้ฟัง
ทอง “ทาสถูกเลิกมาั้แ่สมัยขุนหลวงคนเก่าแล้วเปลี่ยนเป็ระบบนายจ้างแทนนี่คือในสถานการณ์ปกตินะ” นินถามต่อ
นิน “แล้วมีที่ไม่ปกติคืออย่างไร” แสนจึงกล่าว
แสน “หนึ่ง มาขายตัวเป็ทาสเองโดยสมัครใจบางคนก็มาขายตัวให้โรงค้าทาสเองเพราะเหตุผลส่วนตัว สอง คือทาสเก่าที่ติดตามตระกูลนั้นๆ มาเป็เวลานานไม่ยอมจากไปเองแบบตระกูลไอ้แสนไง และสามคือทาสที่เกิดจากการลงโทษเช่นขุนนางทำความผิดผู้ชายจะถูกส่งไปชายแดนผู้หญิงแก่จะถูกส่งไปชนบทส่วนหญิงสาวจะส่งไปยังหอโคมเขียวหรือส่งไปยังโรงค้าทาสน่ะ “นินเข้าใจขึ้นมา
นิน” แบบนี้เอง “ทองกล่าวเสริม
ทอง” แม้จะเป็ทาสแต่มีกฎหมายคุ้มครองนะรังแกไม่ได้หรอกนะผู้เป็นายต้องรับประกันอาหารสามมือเป็ขึ้นต่ำหากลงโทษต้องมีความผิดชัดเจนยกเว้นว่าทางคนนั้นเป็กรณีที่สามคือชนชั้นขุนนางมีความผิดพวกนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครอง “นินพยักหน้า
นิน” ยุติธรรมดี “ท่านเ้าคุณแค่นเสียง
” เหอะ อ่อนหัดคิดหรือว่าพวกทาสจะมีชีวิตที่ดีทุกคนนั่นขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นายของมันด้วย “ทองพยักหน้า
ทอง “ใช่ขอรับใครเป็ทาสของไอ้ช้างก็เหมือนตกนรกนั่นแหละ “นินเข้าใจจากนั้นพวกเขาออกจากเมืองแพร่ด้วยมนต์ย่นระยะของท่านเ้าคุณพวกนินไม่รู้ตัวเลยว่าระยะทางออกจากเมืองสามวันทว่าพวกเขากลับออกมาได้ด้วยเวลาเพียงวันเดียว ท่านเ้าคุณจะผ่านอีกแค่สองเมืองถึงจะเข้าสู่พระนครคือ เมืองสองแคว และเมืองละโว้สองเมืองนี้ค่อนข้างเร็วเพราะเป็เมืองใหญ่ทั้งคู่เส้นทางมันจึงดีขึ้นทว่าแถบนี้เป็เขตของคนรวยมีขบวนพ่อค้าเดินทางมาทำการค้าบ่อยครั้งดังนั้นจึงมีโจรูเาอยู่หลายกลุ่มแม้เส้นทางจะดีแต่ก็ต้องเจอกับพวกโจรูเาอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ใช่ขบวนพ่อค้าจึงไม่กังวลมากนักแต่หารู้ไม่ว่าพวกเขาได้โดนจับตาดูแล้วเพราะตอนออกมาจากร้านสัตว์ร้ายหีบเงินที่ขนไปที่โรงแลกเงินสะดุดตาคนจำนวนมาก อีกด้านหนึ่งพวกของปุณยะมาถึงจุดที่งูตายแล้วพวกเขาเห็นกองเืขนาดใหญ่ทำเอาทุกคนขมวดคิ้ว
“สัตวเวทย์งั้นหรือ” ปุณยะพยักหน้า
“ใช่ตัวไม่ใช่น้อยๆ เลยถ้าข้าเดาน่าจะเป็งูชนิดหนึ่งเพราะรอยเืเป็ทางยาวน่าเสียได้ที่มีคนส่งิญญามันไปแล้ว” กำปันขมวดคิ้ว
กำปัน “หรือว่าเป็พวกนั้น” ปุณยะขมวดคิ้ว
ปุณยะ” ไม่น่าเป็ไปได้นะพวกมันมีแค่สี่คนจากรอยเืที่ยาวออกไปมันต้องยาวเกินสิบเมตรแน่นอนพวกนั้นจะสู้ไหวได้อย่างไรเว้นแต่เล่นที่เผลอ “เขาเองก็จัดการกับเสือดำตอนที่มันไม่ทันระวังตัวเช่นกัน
” ถ้างั้นแล้วใครฆ่างูตัวนี้แล้วทำไมศพมันหายไป “ปุณยะสีคางไปมา
ปัุณยะ” ช่างเถอะนี่ไม่ใช่งานของเราเสียหน่อยเราต้องรีบตามพวกท่านเ้าคุณไปต่างหาก” เขาเกรงว่าหากว่างูตัวนี้ตายเพราะสัตว์ที่ร้ายกาจกว่าเช่นนั้นหากมันกลับมาเจอพวกเขานั่นก็ซวยแล้ว พวกมันจึงควบม้าตามท่านเ้าคุณไป ปุณยะสังเกตจากเืที่แห้งของศพก็พอจะคาดเดาเวลาที่พวกนินล่วงหน้าไปได้
ปุณยะ” ไม่คิดเลยว่าจะยิ่งตามยิ่งห่างวิชาย่นระยะอะไรกันนะถึงได้ร้ายกาจเพียงนี้ “มันบริกรรมคาถาก่อนที่พื้นที่รอบตัวของมันจะกลายเป็พร่าเลือน พวกกำปันไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขาถูกย่นระยะไปแล้ว กล่าวถึงวิชาอาคมของท่านเ้าคุณนั้นเขาไม่ได้มีวิชามากมายเหมือนพวกจอมขมังเวทย์ส่วนมากจะเป็แนวเอาตัวรอดและเพิ่มพลังกายให้ตัวเองเท่านั้น รวมไปถึงการย่นระยะซึ่งใช้ในการาได้ดีมากเขาจึงศึกษามนต์นี้เป็พิเศษ ส่วนอาจารย์ที่สอนวิชาให้เขากับเป็กลับเป็ชายชราคนหนึ่งซึ่งไร้ชื่อเสียงทว่าท่านเก่งกาจมากแน่นอนว่าชายชราเล่าให้ท่านเ้าคุณฟังเองเขาไม่เคยเห็นหรอก ตอนนั้นท่านเ้าคุณได้รับใช้อาจารย์ชราเพียงสามปีท่านก็ล่วงลับไปแล้วจึงได้สืบทอดตำราของอาจารย์เฒ่าคนนี้อย่างที่บอกว่าท่านเ้าคุณเกิดมาเพื่อเป็ทหารดังนั้นเขาจึงเรียนรู้วิชาเวทย์ได้อย่างจำกัดแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้กลายเป็เทพาั้แ่ยังหนุ่มผลงานที่โดดเดินคือการสังหารมังรายและขับไล่อังวะออกจากล้านนาได้นั่นเองแต่นั้นมันสามสิบปีมากแล้วตอนนั้นท่านเ้าคุณอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น กล่าวถึงมังรายคนนี้กันหน่อยมังรายคนนี้คือผู้ที่รวบรวมอาณาจักรล้านนาขึ้นมาทว่ามังรายคนนี้กับมังรายในประวัติศาสตร์โลกของนินคนละคนกันในโลกของเรานั้นมังรายเป็ชาวไทยวนและเป็ปฐมกษัตริย์ของล้านนาทว่ามังรายในโลกที่นินเข้ามาคือเชื้อพระวงศ์ของชาวอังวะกล่าวคือเป็น้องชายของกษัตริย์นั่นเองคนที่สามารถรวบรวมล้านนาได้มิใช้ธรรมดาทว่าก็ต้องมาเสี่ยท่าได้ท่านเ้าคุณสุดท้ายก็ต้องตายไปด้วยการปะาชีวิตของขุนหลง พวกเขาเดินทางด้วยการย่นระยะทำเอาคนที่ตามมาต้องเหนื่อยไม่น้อยเลย
นิน “โอ้โห้นั่นหรือเมืองสองแควโคตรจะใหญ่เลย” เมืองสองแควในยุคนี้นั้นเป็เมืองใหญ่มากและมีความเจริญทางวัฒนธรรมและการค้าสูงมากและมีท่าเรือที่สำคัญมากอย่างท่าเรือแดงที่ใช้โดยสารไปยังเมืองใหญ่ๆ อย่างเช่นละโว้ เมืองพระบาง (นคร์) หรือพระนครอยู่บริเวณตลาดทางใต้ของเมือง และผู้คนที่นี่ล้วนเป็คนชั้นสูงดังนั้นการแต่งตัวของพวกเขาค่อนข้างดีเลยทีเดียว สำหรับการจะเข้าไปพระนครนั้นสามารถไปทางเมืองพระบางได้เช่นกันทว่าท่านเ้าคุณเลือกที่จะไปทางละโว้มากกว่าเพราะที่นั้นเป็เมืองใหญ่กว่านั่นทำให้อะไรหลายอย่างจะสะดวกกว่าอันที่จริงไปทางเรือน่าจะเร็วกว่าแต่ทางเรือโดนโจมตีได้ง่ายแถมหนีได้อยากอีกด้วย
นินต้องยอมรับเลยว่าการได้เห็นสตรีสวมชุดไทยแบบเต็มยศเดินบนถนนนี่มันทำให้เรารู้สึกบอกไม่ถูกจริงสำหรับชุดไทยที่สาวตระกูลมั่งมีนิยมใส่ออกมาข้างนอกมีสองแบบคือ ไทยจักรีทว่านุ่งโจงกระเบน และชุดไทยศิวาลัยเครื่องประดับนี่ไม่ต้องพูดถึงจัดเต็มเลยทีเดียว ท่านเ้าคุณออกมานั่งกับแสนเพื่อมองผู้คน รถม้าของพวกเขาจะเป็รถม้าแบบจีนคือทางขึ้นด้านหน้าดังนั้นการเข้าออกจึงสะดวกมาก
“ชีวิตมันต้องแบบนี้สิได้เห็นผู้คนมีชีวิตอย่างสงบสุข” จากนั้นก็มีสตรีสูงศักดิ์เดินมาทางพวกเขา นางคือลูกสาวของ เ้าพระยาจิตรกร ลูกสาวเ้าเมืองสองแควนั่นเองดวงตานางเปล่งประกายตานางช่างเฉียบคมนัก เมื่อเห็นท่านเ้าคุณที่นั่งอยู่บนรถม้าด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายทว่าสง่างาม ท่านเ้าคุณแม้จะอายุห้าสิบแล้วทว่ายังดูเหมือนคนสามสิบกว่าๆ ใบ้หน้าหล่อเหล่าจนหาตัวจับยากทำให้นางจดจำท่านเ้าคุณได้ทันทีอ้อนางชื่อ ดาริน จะกล่าวถึงความงามของนางเสียหน่อยนางมีตาหงส์ใบหน้าเรียวปากกระจับปาดของนางเป็สีชมพูโดยธรรมชาติมีลักยิ้มที่แก้มซ้ายคิ้วเรียวเป็ผู้หญิงที่งดงามหาใครเปรียบส่วนรูปร่างของนางสูงถึง 167 cm ผอมเพรียวกล่าวได้ว่ารูปร่างนั้นกำลังดีเลยทีเดียว อ้อนางปลื้มท่านเ้าคุณมาั้แ่เด็กแล้วและเคยไปบ้านท่านเ้าคุณสองสามครั้ง
นิน “สวยมากใครนะ” ท่านเ้าคุณหน้ากระตุก
นิน “เอ็งชมทุกคนนั่นแหละตลอดทางมีใครบ้างที่เอ็งไม่ชม” นินเกาหัวจากนั้นดารินก็มาขวางรถม้าไว้ท่านเ้าคุณทำหน้าเซงเพราะเจอเด็กเ้าปัญหาอีกแล้ว
“เ้ามาข้างรถลุงทำไมกัน “นางยิ้มออกมา
” ช่างบังเอิญจริงๆ เ้าค่ะข้าเบื่อๆ ออกจึงออกมาเดินเลยคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอท่านลุงโดยบังเอิณแบบนี้ “ท่านเ้าคุณกลอกตา
” เห้อ อย่าบอกใครว่าเ้าเจอข้าตอนนี้ข้ามีงานด่วนสำคัญ” นางยิ้มไม่ถอย
“ท่านลุงไม่ไปจิบชากับเ้าคุณพ่อก่อนหรือเ้าค่ะท่านคิดถึงท่านลุงมาก” ท่านเ้าคุณหน้ากระตุกคิดถึงหรือเกรงว่ามันไม่อยากเจอเขามากกว่า
“ไม่หรอกข้ากำลังรีบ” นางไม่ยอมแพ้
” ไปเถอะนะเ้าค่ะหลานจะต้อนรับอย่างดีเลยเ้าค่ะ “ท่านเ้าคุณหน้ากระตุก
นิน” พี่ทองผู้หญิงคนนี้หมายความว่าไง “ทองกล่าวออกมา
ทอง “เอ็งคิดว่าเจอผู้ตรวจการแผ่นดินบนถนนแถมยังปลอมตัวอีกเ้าพระยาจิตรกรจะนั่งเฉยได้หรืออย่างน้อยก็ต้องเอาใจสักหน่อยไม่ใช่หรือส่วนลูกสาวของท่านเ้าคุณจิตรกรก็รู้งานจริงๆ” นินกระซิบหรือว่าเขาทำเื่ผิดกฎหมายถึงต้องเอาใจลุงขนาดนี้ “นินถามเพราะสงสัย
ทอง “ไม่มีใครที่มือสะอาดหรือยุคที่ยากลำบากผ่านไปแล้วถึงเวลาที่พวกเขาต้องกอบโกยบ้างแล้วหากไม่ร้ายแรงท่านเ้าคุณจะปิดตาข้างหนึ่งทางนี้ก็ต้องเอาใจไงล่ะ” ท่านเ้าคุณหันมามอง
ท่านเ้าคุณ “งานนี้สงสัยต้องอยู่ที่นี่สักพักแล้วนินพยักหน้า
นิน” งั้นผมของไปเดินตลาดก่อนนะลุงไปเถอะ “ท่านเ้ากลอกตา
” ได้ “จากนั้นแสนไปกับท่านเ้าคุณส่วนทองและนินก็ไปเดินตลาดกัน
” พวกเอ็งอย่าไปนานนักข้าคุยไม่นานหรอก “ดารินหันไปมองนินนางเห็นท่านเ้าคุณไม่ถือตัวกับชายคนนี้เลยแถมมีความเอ็นดูอยู่ด้วย
นิน” ได้ลุงเราไปไม่นานหรอก “ทั้งสองะโลงจากรถม้าแล้วเดินไปทางตลาดทองมาที่นี่บ่อยจึงรู้เส้นทางดี ดาริน ขึ้นไปนั่งรถม้าท่านเ้าคุณอย่างไม่ถือตัว
” ชายคนนั้นเป็ใครเ้าค่ะ “ท่านเ้าคุณกล่าวออกมาเรียบๆ
” ลูกเขย” นางทำหน้าเหมือนคนเห็นผี
“แต่งกับใครเ้าคะหรือเป็คนรองเ้าค่ะ” ท่านเ้าคุณกลอกตา
“ทำไมไม่คิดว่าเป็คนโตเล่า” ดารินยิ้มแล้วกล่าว
“สวยขนาดนั้นจะมองคนป่าอย่างเขาหรือผมก็ยาวแถมไม่เรียบร้อยพี่เทพหล่อกว่าตั้งเยอะ” ท่านเ้าคุณยิ้ม
“ชอบหมื่นเทพก็ให้พ่อเ้าไปขอสิ” นางทำหน้าใ
“จะได้อย่างไรเ้าคะข้าเป็สตรีนะ” ท่านเ้าคุณกลอกตาเธอมันนิสัยต่างจากผู้ชายตรงไหนกัน
“ตกลงแต่งกับใครเ้าคะ” ท่านเ้าคุณกล่าวยิ้มๆ
“เื่นี้เดี๋ยวพวกเ้าก็รู้เอง” จากนั้นรถม้าก็ไปยังที่ว่าการเมือง ส่วนพวกนินก็เดินทางมาที่ตลาดฝั่งใต้
ทอง “ข้าว่าเอ็งหาดาบใช้สักเล่มดีไหมมีดสั้นไม่ปลอดภัยกระมังระยะมันสั้นไป” นินคิดว่ามีเหตุผล
นิน “ได้แต่ผมอยากได้กระบี่มากกว่าดาบช้าเกินไป” ทองขมวดคิ้ว
ทอง “แต่กระบี่ดีๆ ที่นี่คงไม่มีหรอกที่ไทยยังไม่มีตระกูลตีกระบี่ที่มีชื่อออกมาสักคน “นินผิดหวัง
นิน” ไม่เป็ไล่แก้ขัดไปก่อน “ทั้งสองเดินเข้าออกร้านค้าเป็ว่าเล่นสุดท้ายนอนก็ได้เปลี่ยนชุดจอมยุทธ์จีนที่เน้นความคล่องตัวตรงกางเกงไม่มีชายเสื่อแต่มีผ้ารัดที่เอวสองชั้นที่สามารถพบมีดสั้นได้ถึงสี่เล่ม ระหว่างที่ทองและนินกำลังเลือกอาวุธอยู่นั้นนินก็ขมวดคิ้ว
นิน “มีคนกำลังสะกดรอยตามเรามา” ทองขมวดคิ้ว
ทอง” พวกไหนหรือ” นินส่ายหน้า
นิน “ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าเราแค่บังเอิญไปทางเดียวกันทว่าตอนนี้ผมมันเข้าใจแล้วว่ามันจงใจตามเรามาั้แ่เมืองพลนครแล้วผมเดาว่าเป้าหมายคือเงินของเรา “ทองหรี่ตาลง
ทอง” เอ็งจะเอาอย่างไร “นินยิ้มแล้วทำท่าเชือด…
“หายไปหลายวันต้องขออภัยครับพอดีป่วยนิดหน่อยครับไปต่อกันครับ เพื่อนๆ แนะนำได้นะครับว่าตรงไหนไม่ดีจะได้ปรับปรุงครับ”