บรึน~
รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แล่นเข้าจอดที่หน้าภัตตาคารห้าดาวชื่อดังแห่งหนึ่ง
"ถึงแล้วครับ" ร่างสูงเอ่ยบอกร่างบางที่ยังนั่งนิ่งอยู่บนรถของเขา
"เอาลงสิ"
"อะไรนะครับ" แผ่นดินโน้มตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นเพื่อฟังสิที่เธอพูด
"ฉันจะลงยังไงละ" สาวงามเริ่มมีอาการหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้วเพราะเื่ที่เกิดขึ้นนั้้นอยู่เหนือการควบคุมของเธอเหลือเกิน เธอไม่เคยปล่อยตัวให้ใครเข้าใกล้ขนาดนี้มาก่อน ไหนจะถึงขนาดนั่งรถของอีกฝ่ายมาทั้งที่เป็คนแปลกหน้า ความรู้สึกแปรปรวนที่เกิดขึ้นตอนสบตาเขาคนนี้ มือใหญ่จับเข้าที่เอวเล็กโอบอุ้มลงมาราวกับอุ้มเด็กตัวเล็กๆ เ้านางไม่ใช่คนตัวเล็กขนาดนั้นร่างสูงเพียวสโอดสะองสมส่วนหากแต่พออยู่กับคนๆนี้เธอกับดูตัวเล็กไปเลย
"ละ แล้ว" ยังพูดไม่ทันจบร่างบางก็วิ่งเข้าไปข้างในอาคารอย่างรีบเร่ง แผ่นดินได้แต่หัวเราะกับตัวเองนั่งพิงไอ้แดงมองตามหลังร่างบางที่หายลับตาไปแล้ว
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับคุณเ้านาง" ทรงพลหนุ่มนักธุรกิจไฟแรงยืนมือออกมาเพื่อรอให้คู่ค้าคนสำคัญตรงหน้า ดวงตาคมฉายแววสนใจออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิด เขาเป็คนชมชอบคุณสวยเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเป็ เ้านาง ญานิศา ณัฐภูมินทร์เตชภณ นายหญิงผู้กุมทุกสิ่งอย่างเพียงคนเดียวของณัฐภูมินทร์เตชภณ ทั้งสวยทั้งเก่ง ดวงตาสีนิลนิ่งสนิทยากจะคาดเดาจ้องมองมาที่เขาตรงๆ ท่าสูงส่ง เย่อหยิ่ง ยิ่งปลุกความรู้สึกอยากได้ของเขาให้มากขึ้น
"ยินดีเช่นกันค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะคะ" เ้านางละสายตาจากแววตาที่มองสำรวจร่างกายของเธออย่างจ้าบจ้วงและไร้มารยาท มือขาวยกขึ้นมาจับเสื้อช็อปสีเืหมูที่พาดไว้บนเรียวแขนงาม แทนที่จะยื่นไปจับกับคนตรงหน้า ความคิดน่าขยะแขยงแสดงออกมาผ่านสีหน้าและแววตาของเขา เ้านางอยากไปรีบออกห่างจากคนๆนี้
"อยู่ทานอาหารด้วยกันก่อนสิครับ ผมอยากทานข้าวกับคุณสักมื้อ" มือใหญ่พยายามจะยืนมารั้งแขนเธอไว้ แต่เธอเบี่ยงตัวแล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ไม่สะดวกค่ะ ดิฉันมีธุระ"
"อ่า! งั้นหรอครับน่าเสียดายจังเลยครับ " ปากพูดว่าเสียดายตาแววตายังคงสำรวจไปทั่วเรือนกายเธอ
" ผมอยากจะรู้จักคุณให้มากกว่านี้ ไว้ครั้งหน้าขอคิวทานข้าวกับผมสักมื้อนะครับ "
เ้านางยิ้มบางๆแล้วหมุนกายเดินจากมาอย่างมั่นคง สายตาดันไปสบกับใครบางคนไม่อยากรู้จักแต่กลับรู้จักดีเสียอย่างนั้น เท้ากำลังเดินเลี่ยงอีกฝ่ายออกมา
"โอ้ะ โอ้วว ดูสิว่าเจอใครบังเอิญจริง อะไรทำให้ควีนปรากฏตัวออกมาคนเดียวได้คะเนี่ย" เ้าจันทร์ ลูกสาวของอาสาวผู้เป็ญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเ้านางหลังจากพ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตไป เ้าจันทร์กับเ้านางก็จริงแต่ทั้งสองคนไม่ค่อยจะกินเส้นกันเท่าไหร่ ด้วยภาพลักษณ์ของเ้านางที่แสนจะเ็า ส่วนอีกฝ่ายนั้นจะออกแนวคุณหนูเอาแต่ใจตามประสาลูกสาวคนเดียว
"มาทำอะไรเหรอคะพี่" หล่อนยังคงตั้งคำถามทั้งที่แอบมองมาั้แ่ต้นอยู่แล้ว พอเห็นเ้านางกำลังจะเดินกลับจึงแสร้งเข้ามาทัก
"นัดผู้ชายไว้เหรอคะ ไม่พาผู้ช่วยมาด้วยแถมยังเดินออกมาจากห้องส่วนตัวแบบนี้"ตากลมหรี่ลงอย่างจับผิด
"หึ" เ้านางส่งเสียงในลำคอมุมปากยักยิ้มบางๆพลางหันไม่ทางอื่นโดยไม่สนใจคนตรงหน้าเลยสักนิด
"นี่!!ฉันพูดกับเธออยู่นะ"
"ฉันจำเป็ต้องตอบเธอเหรอ"ร่างบางออกเดินอีกครั้งเมื่อรู้สึกเสียเวลาชีวิตหากจะพูดคุยกับคนตรงหน้า
"..."
"ฉันน่ะ!!ฉันน่ะเกลียดท่าท่างแบบนี้ของเธอที่สุด เกลียดที่เธอทำตัวสูงส่งและไม่เห็นหัวใคร เกลียดที่เธอฮุบเอาสมบัติที่ควรจะเป็ของแม่ฉันไปจนหมด!!"
"ฉันเคยขอให้เธอมาชอบเหรอ ฉันต้องสนใจคนที่ค่อยพูดแซะฉันทุกคำแบบนี้เหรอ แล้วสมบัติที่ควรจะเป็ของอาหญิงที่เธอว่านะ สมควรได้หรือไม่สมควรได้ใครเป็คนตัดสินใจ เธอเหรอ ฉันต่างหากละ" ว่าแล้วก็เริ่มออกเดินอีกครั้ง
"ออ แล้วก็เอาเวลาทำตัวแบบนี้ให้ไปใช้ชีวิตให้เกิดประโยชน์เถอะ อย่ามัวแต่แบมือขอเงินแม่อยู่แบบนี้ มันน่าจะดีนะว่าม่ะ" ริมฝีปากสวยเหยียดยิ้มเต็มปากให้กับเ้าจันทร์พร้อมเดินออกมาโดยไม่คิดจะหันไปสนใจอีก
"แก!!"เ้าจันทร์กำหมัดแน่นอย่างแค้นใจมองตามแผ่นหลังบางของคนที่เธอเกลียดเข้าไส้แต่ทำอะไรไม่ได้
(ไอ้เหี้ยดิน! มึงปล้นรถใครมาเนี่ยย!!)
"เออ เสร็จแล้วใช่ไหม"
(เสร็จแล้วดิสัส! แล้วมึงจะบอกกูได้ยังว่ารถใคร อยู่ดีๆโทรมาให้พวกกูไปเอารถมาซ่อมแต่เสือกไม่บอกว่ารถใคร)
"มึงจะะโใส่โทรศัพท์เพื่อ" ผมตอบกับเสียงไอ้เข้มเพื่อนของผมที่ะโใส่หูผมไม่ยั้ง
(ก็กูอยากรู้นี้หว่าา สรุปรถใครว่ะ)
"เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง แค่นี้ก่อน"
(อ้าวว!! เห้ยๆ)
ผมกดตัดสายไอ้เข้มทันทีเมื่อมองเห็นคนที่ผมนั่งรออยู่เป็ชั่วโมงเดินออกมาสักที คนคนนี้แต่งตัวเรียบหรูเครื่องประดับทั้งตัวมีแค่นาฬิกาเท่านั้นแต่ออร่าที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเธอนั้นทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็จังหวะ เหมือนตกลงไปในหลุมแห่งความลุ่มหลงจนไม่อาจขึ้นมาได้ เสื้อสีเืหมูของผมที่เธอถืออยู่ขลับให้ผิวขาวอมชมพูนั้นสว่างขึ้นไปอีก
"ทำไมคุณยังอยู่ที่นี่" ไม่รู้ว่าเธอมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมเมื่อไหร่อาจเพราะผมมัวแต่เหม่อมองเธอมากเกินไป
"ผมรอพาคุณไปรับรถ"
"ไม่ต้องบอกทางมาก็พอ" ร่างบางเอ่ยตอบนิ่งๆ
"อืมม ผมจะบอกก็ต่อเมื่อคุณบอกชื่อคุณกับผม"
"เอ้ะ! แต่นั่นรถฉันนะแล้วทำไมฉันต้องบอกคุณ"
"ก็ใช่ครับรถคุณ แต่ผมอยากรู้จักคุณนิครับ"น้ำเสียงอ่อนลงปนด้วยความออดอ้อนหน่อยๆ
"..."
ผ่านไปหลายนาทีร่างบางตรงหน้าก็ยังเงียบ ร่างสูงเผยสีหน้าผิดหวังแต่ยิ้มออกมาน้อยๆก่อนจะไม่เซ้าซี้ขออีกครั้งเพราะกลัวจะทำให้เธอไม่พอใจ
"นี่ครับที่อยู่ ถึงแล้วคุณบอกว่ามารับรถที่แผ่นดินฝากซ่อมพวกมันจะรู้เองครับ"
ขาเรียวยาวก้าวขึ้นคล่อมรถคันโตของตนเองก่อนจะขับออกไปจนลับสายตาของเ้านาง จู่ๆในใจก็รู้สึกวูบไหวอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เสียใจที่ไม่ได้บอกเขาอย่างนั้นเหรอ