ตอนที่ 29 สตรอว์เบอร์รีป่า
เมื่อป้าห้าและฉินซื่อได้ยินดังนั้น พวกนางจึงรีบขยิบตาให้ป้าหกเพื่อส่งสัญญาณมิให้นางเอ่ยแบบนั้นมิว่าหลินจงจะแย่เพียงใด ทว่าเขาก็ยังเป็ผู้าุโของอาหร่วนอยู่ดี การเอ่ยนินทาผู้าุโของผู้อื่นเช่นนี้มิใช่เื่ดี
ป้าหกมิได้คิดว่านางเอ่ยผิดแต่อย่างใด เพราะนางเป็คนตรงไปตรงมานางจะเอ่ยอันใดก็ได้ที่นาง้า เพราะนางมิได้ไปทำร้ายผู้ใด
เพื่อหลีกเลี่ยงความอับอาย ดังนั้นป้าห้าจึงรีบเปลี่ยนเื่ทันใด
“อาหร่วน พวกเราจะไปเก็บผลไม้ในยามเว่ย เ้าสนใจไปกับพวกเราหรือไม่? ”
ูเาใกล้ ๆ หมู่บ้านตระกูลหลินมีต้นเบอร์รี่ป่าจำนวนมาก เมื่อถึงฤดูกาลชาวบ้านมักจะไปเก็บมันมากิน ชาวบ้านในชนบทมิได้มีเงินมากพอที่จะซื้ออาหารบำรุงร่างกายผลเบอร์รี่ป่าถือเป็ของดีที่หายาก
หลินหร่วนมิได้คิดอันใดมากนัก นางพยักหน้ารับไปส่งๆ
หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนากันมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็บางจังหวะขณะที่กำลังซักผ้า
วิธีการซักผ้าของพวกเขาคือการใช้ฝักจ้าวเจี่ยวถูไปยังเสื้อผ้าแล้วออกแรงขยี้วิธีการซักผ้าเช่นนี้มิจำเป็ต้องเสียเงิน เพราะการซักเสื้อผ้าถือเป็เื่ที่ต้องทำเป็ประจำ
หลินหร่วนซักเสื้อผ้าของตนด้วยความรังเกียจครุ่นคิดว่าหากมีสบู่คงจะดีมิน้อย
ทว่าสบู่ในยุคสมัยนี้มีราคาแพงหูฉี่สบู่ขนาดครึ่งฝ่ามือมีราคาหลายสิบอีแปะ ทั้งยังมิค่อยหอมอีกด้วยมันห่างไกลจากสบู่ที่นางทำในชาติก่อนหลายพันล้านปีแสง
เมื่อชาติก่อน... ก่อนวันสิ้นโลก นางเคยเป็เด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่รักชีวิตและหมกมุ่นอยู่กับงานหัตถกรรม นางจึงมีโอกาสได้ทำสบู่ทำมือซึ่งคราหนึ่งเคยเป็ที่นิยมอย่างแพร่หลาย
อยู่ ๆก็มีความคิดแวบเข้ามาในศีรษะของหลินหร่วน เหตุใดนางมิลองทำสบู่ทำมือดูเล่า ?
ทว่าสบู่ทำมือที่นางทำขึ้นมาเมื่อชาติก่อน วัสดุและอุปกรณ์ล้วนเป็แบบสำเร็จรูปบัดนี้นางมิมีอันใดเลย และการทำสบู่ก็มิได้ง่ายถึงเพียงนั้น
หลินหร่วนกลับมาตากผ้าที่ลานบ้านตระกูลโจวจากนั้นก็ยืมกาน้ำของตระกูลโจวมาต้มน้ำ แล้วขอให้หลินหานนำมันไปยังบ้านเก่า
หลินจงคอยจับตาดูการสร้างกำแพงบ้านอย่างใกล้ชิดดังนั้นหลินหร่วนจึงมิได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้
ครานี้กำแพงบ้านถูกรื้อและสร้างขึ้นมาใหม่มันมีความแข็งแรงเป็อย่างมากเพราะจำต้องใช้ป้องกันสัตว์ป่าดังนั้นมันจึงสูงกว่ากำแพงเดิมมากนัก
หลังจากกินมื้อกลางวันเรียบร้อยแล้ว หลินหร่วนจึงหยิบตะกร้าเล็กๆ ที่ทออย่างประณีตออกไปกับคนแซ่ฉิน นางนัดพบกับป้าห้าและคนอื่น ๆที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน
เมื่อหลินหร่วนมาถึง ก็มีผู้คนมากมายรวมตัวกันอยู่ที่นั่นก่อนแล้วทั้งหมดล้วนเป็สตรีที่จะไปเก็บผลไม้ป่า
เมื่อเห็นหลินหร่วนเดินเข้ามา สตรีเหล่านี้จึงทักทายนางอย่างใจดี
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม หลินหร่วนจำใบหน้าสตรีเหล่านี้ได้ทว่าจำชื่อของพวกเขามิได้แล้ว ดังนั้นนางจึงแสร้งทำเป็เขินอายอยู่ข้างฉินซื่อและมิยอมปริปากสนทนากับผู้ใด
หลังจากที่ทุกคนมาถึงแล้ว กลุ่มสตรีมากกว่าสิบสองคนจึงออกเดินทางไปยังโก่วจือโกวพวกนางสนทนาพลางหัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน
โก่วจือโกวอยู่ห่างจากหมู่บ้านตระกูลหลินราว 4 ลี้ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาฝูหนิว
หลังจากออกเดินทางราว 2 เค่อ พวกเขาก็ไปถึงที่หมาย
โก่วจือโกวเป็ูเาที่ทอดยาวและคับแคบ มีความยาวราวสองถึงสามลี้ด้านล่างของหุบเขามีลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลลงมาจากูเา
และต้นเบอร์รี่ป่าก็มักจะขึ้นตามคูน้ำทั้งสองข้าง
ที่โก่วจือโกวมิได้มีเพียงเบอร์รี่ป่าเท่านั้นทว่ายังมีผลไม้ป่าอีกมากมายหลายชนิด
ทันทีที่พวกเขาไปถึงที่นั่น บรรดาสตรีก็กางตะกร้าออกทันใดโดยสายตาสอดส่องหาต้นเบอร์รี่ป่า
หลินหร่วนก็มิใช่ข้อยกเว้น เมื่อเห็นว่าคนอื่น ๆปักหลักอยู่ที่ปลายน้ำ นางจึงถือตะกร้าแล้วเดินไปยังต้นน้ำ
มีต้นเบอร์รี่ป่าค่อนข้างมาก ทว่าแต่ละต้นออกผลน้อยยิ่งนักต้นเบอร์รี่ป่าหนึ่งต้นออกผลเบอร์รี่ป่าราวสิบสองผลเท่านั้น ทั้งยังผลเล็กมากอีกด้วย
นี่มิใช่เื่แปลกอันใดหากมันออกผลดกและลูกใหญ่สิแปลก
หลินหร่วนเก็บผลเบอร์รี่ป่ามาสักพักแล้วแต่ก็เก็บได้เพียงก้นตะกร้าเท่านั้น
ผลเบอร์รี่แกว่งไปซ้ายทีขวาที จะเก็บต่อดีหรือไม่ ?
หลินหร่วนหมดความอดทนลงทันใด ในขณะที่นางกำลังจะโกงความสามารถสายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นใบไม้ที่คุ้นเคยซึ่งซ่อนอยู่ในพงหญ้าเสียก่อน
หลินหร่วนปัดหญ้าออก ดวงตาของนางเป็ประกายขึ้นมาทันใด...สตรอว์เบอร์รีป่า!
โดยปกติแล้วสตรอว์เบอร์รีป่าจะเติบโตเป็กลุ่มๆ หลินหร่วนทำการค้นหาอย่างรวดเร็วในบริเวณใกล้เคียง ในมิช้านางก็ค้นพบต้นสตรอว์เบอร์รีป่าต้นใหญ่ระหว่างเขตโกว่จือโกวกับูเาฝูหนิว
่เวลานี้เป็ฤดูกาลที่สตรอว์เบอร์รีสุกพอดี ก้านสตรอว์เบอร์รีป่าที่ยื่นออกมามีผลสุกเพียงบางลูกเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าซ้ายขวามิมีผู้ใดหลินหร่วนจึงใช้พลังของนางทำให้สตรอว์เบอร์รีป่าสุกเต็มต้นทันที
ผลของสตรอว์เบอร์รีป่ามีขนาดเล็กเท่ากับนิ้วก้อยยิ่งกว่านั้นรสชาติของมันมิค่อยดีเท่าใดนัก ทว่าสตรอว์เบอร์รีป่าที่หลินหร่วนเร่งการเติบโตโดยใช้พลังวิเศษเหนือธรรมชาตินั้นอร่อยกว่ามากมันมิได้ลูกใหญ่เท่ากับสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ผสม แต่มันก็มีขนาดพอ ๆ กับสตรอว์เบอร์รีที่ปลูกกันในแถบชนบทเมื่อชาติก่อน
นางหยิบสตรอว์เบอร์รีป่าขึ้นมาหนึ่งลูกจากนั้นก็โยนเข้าปากเพื่อลิ้มรส รสชาติของมันดีมากยิ่งนักเมื่อเทียบกับสตรอว์เบอร์รีพันธุ์ผสม มันดูแย่กว่าเล็กน้อยแต่ก็ดีกว่าสตรอว์เบอร์รีป่าทั่วไปมากนัก
เป็ความคิดที่ดีหากจะใช้เ้าสิ่งนี้แทนองุ่นส่งให้หอจุ้ยเซียน
สตรอว์เบอร์รีป่าลูกใหญ่ถึงเพียงนี้ หลินหร่วนกล้ารับประกันเลยว่าจะต้องเป็ที่ชื่นชอบของลูกค้าอย่างแน่นอน
ของสิ่งนี้มักมิมีอยู่บนโต๊ะอาหารของตระกูลที่ร่ำรวยเพราะมันมีขนาดเล็กทั้งยังมีรสชาติแย่ มันมักจะเป็ขนมของบุตรหลานชาวนา ตระกูลร่ำรวยย่อมมิเคยเห็นสตรอว์เบอร์รีป่าแบบนี้ที่ใดแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินหร่วนจึงจดจำสถานที่แห่งนี้เอาไว้ในใจนางวางแผนจะกลับมาใหม่ในเช้าวันรุ่งขึ้น
ตอนนี้มีชาวบ้านจำนวนมากในหุบเขา หากนางใช้พลังตอนนี้ชาวบ้านคนอื่น ๆ ย่อมเกิดความสงสัยขึ้นมาเป็แน่ ยิ่งไปกว่านั้น สตรอว์เบอร์รีป่ายังฟกช้ำง่ายกว่าองุ่นเสียอีก
หลินหร่วนแบกตะกร้ากลับไปยังต้นเบอร์รี่ป่า จากนั้นนางก็ใช้พลังวิเศษทำให้ต้นเบอร์รี่ป่าต้นนี้ออกผลเบอร์รี่จนเต็มต้น
เพื่อมิให้สะดุดตาจนเกินไป นางจึงมิได้ขยายผลเบอร์รี่ป่าใหญ่ขึ้น
เมื่ออาศัยการโกงเช่นนี้ หลินหร่วนจึงเก็บเบอร์รี่ป่าได้ครึ่งตะกร้าเล็กจากนั้นก็กลับไปยังทางเข้าโก่วจือโกวเพื่อหาที่นั่งรอสตรีคนอื่น ๆ
จนกระทั่งป้าห้าออกมาพร้อมกับตะกร้า
ปริมาณเบอร์รี่ป่าในตะกร้าของทุกคนใกล้เคียงกันมันดูเหมือนบลูเบอร์รี่ลูกเล็ก ๆ
หลังจากที่เบอร์รี่ป่าแห้งแล้ว พวกเขาสามารถนำไปขายได้ในราคาสิบอีแปะดังนั้นสตรีหลาย ๆ คนจึงสนทนากันว่าจะกลับมาใหม่ในวันพรุ่งนี้
หลินหร่วนรู้สึกขอบคุณพลังวิเศษของนาง นางมิมีความอดทนกับงานที่ต้องใช้ความอดทนสูงและได้ผลผลิตต่ำเพราะนางเป็คนใจร้อน
บรรดาสตรีพากันเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านตระกูลหลินพวกนางเดินผ่านไร่ข้าวโพด มีกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งวิ่งออกจากทุ่งพลางจ้องมองพวกนางด้วยความสงสัย
ทุกคนต่างก็อุทานออกมาว่า "ไอหยา กระต่ายตัวนี้ช่างอวบอ้วนเสียจริง"
เมื่อกระต่ายเห็นคนจึงรีบวิ่งเข้าไปในไร่ข้าวโพดหลินหร่วนก้มตัวลงอย่างช้า ๆ จากนั้นก็หยิบหินก้อนเล็ก ๆ ขึ้นมาขว้างใส่กระต่าย
ก้อนหินกระแทกเข้าที่ขาหลังของกระต่ายอย่างจัง จนกระต่ายตัวนั้นล้มลงกับพื้นทันใดนั้นหลินหร่วนก็รีบวิ่งเข้าไปจับกระต่าย
สตรีคนหนึ่งอุทานออกมาว่า“อาหร่วนช่างเก่งกาจยิ่งนัก ในระยะสองสามจั้ง เ้าก็ยังโจมตีได้อย่างแม่นยำกระต่ายตัวอวบอ้วนเพียงนี้ ข้าเกรงว่ามันคงจะหนักเจ็ดถึงแปดชั่ง เมื่อถลกหนังก็ยังได้ผ้าขนสัตว์อีกด้วย”
สตรีคนอื่นๆ อดมองฉินซื่อด้วยสายตาอิจฉามิได้
หลินหร่วนอาศัยอยู่ในบ้านของนางดังนั้นกระต่ายตัวนี้ อาหร่วนย่อมต้องแบ่งให้ตระกูลโจวอย่างแน่นอน
สายตาของสตรีเหล่านี้ทำให้ฉินซื่อรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย