เมื่อวานทางด้าน ดันเต้
ผมดันเต้ วันนี้เป็นวันสิ้นสุดการฝึกในป่าของพวกเรา ผมรู้สึกได้ว่าพวกเราแข็งแกร่งขึ้น มีความเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันมากขึ้น ตัวผมแต่ก่อนใครๆก็เรียกไอ้อ้วน แต่ตอนนี้ผมมั่นใจไม่มีใครกล้าเรียกแน่นอน แต่ก่อนน้ำหนักผมเกือบ 100 กิโลกรัม ตอนนี้มันเหลือเพียง 70 กว่าๆเท่านั้น ไม่น่าเชื่อเลยนะ ฝึกแค่ไม่กี่วันจะลดน้ำหนักมาขนาดนี้ ตัวผมค่อนข้างเป็นคนขี้เกียจวันๆผมนอนอยู่แต่ในค่ายฝึกรอรับเงินเดือนแค่นั้น ก็นะรับราชการทหารเมืองบาร็อคมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเลย เมืองนี้มันเงียบสงบ แม่แต่โจรยังไม่มีให้จับ
วันนี้นายน้อยคลาวด์บอกให้แยกย้ายกลับไปพักผ่อน และวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดอีกด้วย ผมคิดถึงภรรยาผมมากเลยล่ะ ผมเดินทางกลับบ้านด้วยความรู้สึกคิดถึง เหมือนไม่ได้กลับมาเป็นปี
“ที่รัก ข้ากลับมาแล้ว” ผมตะโกนเข้าไปในบ้านจากนั้นภรรยาผมก็เดินออกมา
“เจ้าเป็นใคร ข้าไม่รู้จักเจ้า” ภรรยาผมถามพลางถอยออกไป
“ที่รักข้าเองดันเต้ไง” ผมบอกภรรยาผมพลางขยับเข้าไปหา
“ออกไปนะ เจ้าเป็นใครถึงหน้าตาเจ้าจะคล้ายสามีข้าแต่ข้ามั่นใจว่าไม่ใช่เจ้า” เธอถอยออกไปอีก
“ที่รักใจเย็นๆนี่ข้าไอ้อ้วนดันเต้ยังไงล่ะ” ผมค่อยๆบอกเธอ เธอจ้องมองผมสักพัก
“นี่เป็นเจ้าจริงๆหรอดันเต้ เจ้าไปทำอะไรมาทำไมผอมขนาดนี้” เธอเดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ เหมือนยังไม่แน่ใจ
“ข้าไปฝึกมายังไงล่ะ มันทรหดมากเลย ข้าแทบไม่ได้ทานอาหารเต็มอิ่ม น้ำหนักข้าเลยลดยังไงล่ะ” ผมอธิบายในที่สุดเธอก็เชื่อจนได้
เธอพาผมเข้าไปพักในบ้าน จากนั้นผมก็เข้าไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่กลายเป็นเศษผ้าไปแล้ว
จากนั้นผมก็ทานข้าวฝีมือภรรยาซะเต็มคราบหลังจากไม่ค่อยได้ทานอะไรขณะฝึก ผมนึกถึงวันแรกที่เจอนายน้อยผมได้แค่คิดว่าลูกท่านเอริกจะมาเล่นอะไร เป็นเพียงแค่เด็ก แต่จะมาฝึกทหารอย่างพวกผมที่เป็นมาหลายสิบปี แต่หลังจากนั้นผมก็ได้รู้ ว่านายน้อยมีฝีมือมาก และด้านความคิดก็เป็นผู้ใหญ่มากๆ พวกเราทุกคนโดนนายน้อยจัดจนลงไปกอง ทุกคนในค่ายทหารต่างยอมรับนับถือ
แถมฝีมือการทำอาหารของนายน้อยก็สุดยอดเลย อร่อยมากๆ ถึงจะสู้ภรรยาผมไม่ได้ก็เถอะนะ ฮ่าๆ ผมไม่ได้กลัวภรรยาหรอกนะ ผมนึกถึงภารกิจในป่า ผมบังเอิญได้เป็นหัวหน้าหน่วย ภารกิจภายในป่ามันเป็นอะไรที่พวกเราไม่เคยได้ทำมันทั้งสนุก และก็เหนื่อย บางครั้งผมอยากกลับบ้าน แต่ผมเป็นหัวหน้าทีม ผมทำแบบนั้นไม่ได้ หลังจากผ่านการฝึกมา ผมก็ได้รู้ว่านายน้อยต้องการอะไร นายน้อยต้องการความเป็นระเบียบ การวางแผน และความสามัคคีนั่นเอง
พรุ่งนี้วันหยุดผมจะนอนให้เต็มคราบเลย เพราะวันมะรืนผมก็ต้องไปฝึกที่ชายทะเล ผมไม่รู้จะเป็นการฝึกแบบไหนแต่มันคงไม่ง่ายแน่ๆเลย
กลับมาปัจจุบัน
เมื่อวานผมคุยกับท่านพ่อเรื่องรายละเอียดของร้านอาหารที่จะตั้งที่ชายหาดจนมืด วันนี้เป็นวันที่ผมต้องไปที่ชายหาดแล้ว เพราะนัดกับพวกทหารเอาไว้ ผมนึกถึงการฝึกของทหารนาวิกโยธินของโลกเก่าผม (การฝึกถ้าไม่ถูกต้องยังไงขออภัยด้วยนะครับ พอดีผมได้ใบดำ ^_^ ผมดูจากสารคดีใน youtube เอา)
ผมเดินทางมาถึงชายหาดดูเหมือนทหารทุกคนจะมากันพร้อมแล้ว
“เอาล่ะทหารทุกคนสัปดาห์นี้เราจะฝึกกันที่ทะเลแห่งนี้ ทุกคนเห็นท่อนซุงด้านนั้นมั้ย” ผมชี้ไปท่อนซุงด้านหลังทุกคนผมเตรียมไว้นานแล้วล่ะ ไปตัดมาจากป่าแล้วก็ใช้ลมปราณในการยกมันมา แต่ละท่อนหนักราวๆ 300 กิโลกรัมเลยล่ะ
“เห็นครับ” ทุกคนตอบพร้อมกันด้วยความพร้อมเพรียง อืมดีสามัคคีดีมาก
“ผมจะแบ่งทุกคนออกเป็น 10 กลุ่ม นับ 4 ปฏิบัติ” ทุกคนเริ่มนับทันที คราวนี้เพียง 2 นาทีก็แบ่งกลุ่มกันเสร็จ รวดเร็วดี
“เอาล่ะเมื่อเสร็จแล้วทุกกลุ่มไปแบกท่อนซุงมา กลุ่มละ 1 ท่อนแล้วเดินมาทางนี้ ส่วนผู้กองมากับผมเหมือนเดิม” ผมออกคำสั่งออกไป
“ผู้กองครับ ผมต้องรบกวนผู้กองอีกครั้ง จากนี้ผู้กองจะเป็นผู้ดูแลการฝึก ส่วนผมจะเป็นคนออกแบบวิธีการฝึกในแต่ละจุดเอง ผู้กองเอาเอกสารนี่ไปครับ นั่นเป็นกำหนดการในแต่ละวัน” ผมยื่นเอกสารให้ผู้กอง
“นี่มันแบบนี้จะไหวหรอคลาวด์ มันหนักมากเลยนะ” ผู้กองถามผม
“แบบนี้ล่ะครับ จุดนี้เราจะฝึกความอดทน” ผมบอกผู้กอง
“แต่นี่มันผมไม่เห็นมีเวลาทานข้าวหรือเวลานอนเลยนะครับ” ผู้กองเริ่มกังวล
“ใช่ครับ หลักสูตรต่อไปนี้ไม่มีเวลาให้พักหรอกครับ ต้องเดินทางติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน” ผมบอกผู้กอง ผู้กองอ่านเอกสารอีกครั้ง
ออกเดินทางไปยังจุดหมายแหลมบาร็อคระยะทาง 60 กิโลเมตร ระยะเวลา 3 วันโดยต้องแบกท่อนซุงไว้ตลอดเวลา ช่วงกลางคืนให้เดินทางในทะเลโดยที่ยังแบกท่อนซุงไว้โดยความสูงของน้ำทะเลห้ามต่ำกว่าหน้าอก เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นให้กลับมาเดินทางบนชายหาดจนกว่าจะถึงที่หมาย ปล.ห้ามให้ท่อนซุงตกลงพื้นระหว่างการฝึกฝน หากมีกลุ่มใดทำท่อนซุงตกให้ลงโทษทหารทั้งหน่วยโดยการลุกนั่งขณะแบกท่อนซุงไว้ด้วย
ผู้กองอ่านคำสั่งในเอกสารและมองหน้าผมอีกครั้ง
“เอาตามนั้นล่ะครับผู้กอง ตลอดการฝึกผู้กองก็ต้องเดินทางไปพร้อมๆกับพวกทหารด้วย นี่ก็ถือเป็นการฝึกของผู้กองเหมือนกัน ผมฝากผู้กองดูแลไม่ให้ใครตายแล้วกันนะครับ ผ่านการฝึกนี้ไปทหารเราแข่งแกร่งที่สุดในอาณาจักรแน่นอนครับ” ผมได้ยินเสียงผู้กองกลืนน้ำลาย
“งั้นผมขอตัวไปจุดหมายก่อนนะครับ ผมต้องไปเตรียมอุปกรณ์ อีก 3 วันเจอกันครับ” ผมวิ่งออกไปทันที เมื่อผมวิ่งออกไปพ้นสายตาเหล่าทหารผมก็โคจรลมปราณวิ่งเต็มกำลังทันที ผมวิ่งตลอด 1 ชั่วโมงเต็มก็ถึงแหลมบาร็อคจุดหมายที่นัดกับผู้กองไว้
แฮ่ก !! แฮ่ก !! วิ่งเต็มกำลังตลอด 1 ชั่วโมงก็เหนื่อยเหมือนกันแฮะ ผมนั่งพักและเริ่มทำงานทันที ผมเข้าป่าโค่นต้นไม้มาหลายต้น เพื่อสร้างเป็นแพ ทำไมต้องแพน่ะหรอ ผมสร้างเรือไม่เป็นเฟ้ย ผมใช้เวลาทั้งวัน แพรูปร่างสวยงาม 11 แพก็เสร็จสิ้น ผมค่อยๆลากมันไปวางไว้ ด้านล่างของแหลมบาร็อค
เอาล่ะที่เหลือก็แค่รอเวลาสินะ
ทางด้านผู้กองนิโคลาส
ผมผู้กองนิโคลาส ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายของการฝึก การฝึกนี้เป็นการฝึกที่บ้ามากที่สุดในชีวิต นี่ขนาดผมไม่ได้แบกท่อนซุงไว้ด้วยผมยังรู้สึกเหนื่อยเลย เดินทางบนชายหาดร้อนๆในช่วงกลางวัน มีหลายทีมทำท่อนซุงหล่น ผมเห็นใจพวกทหารนิดหน่อยเลยลงโทษโดยการให้ลุกนั่งเพียง 5 ครั้งเท่านั้น แต่ทว่า ช่วงเช้ามันหล่นกันเป็นสิบรอบเลยนี่สิ
พวกเราเดินทางกันจนถึงช่วงเย็นพระอาทิตย์ใกล้ตกดินแล้ว ช่วงบ่ายพวกทหารไม่ค่อยจะทำท่อนซุงตกกันแล้ว คงเพราะไม่อยากถูกทำโทษแล้วสินะ ผมค่อนข้างหิวข้าวและน้ำมาก ตอนนี้คอผมแห้งไปหมดพวกเราเพียงแค่เดินและเดินเท่านั้น ตอนนี้ระยะทางยังเดินทางได้ไม่ถึง 10 กิโลเลย รู้สึกว่าเท้าหนักไปหมดนี่ขนาดผมไม่ได้แบกซุงนะ T_T ตอนนี้พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ฟ้าเริ่มมือ ผมสั่งคำสั่งที่คลาวด์ให้ไว้ทันที ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ทหารทุกคนดูอึ้งๆ แต่ก็ไม่มีใครปริปากบ่น (มันไม่มีแรงจะพูดแล้วต่างหากเฟ้ย !! คอพวกมันแห้งหมดแล้ว)
ตลอดคืนนั้นผมยังร่วมเดินทางไปในทะเลกับพวกทหารด้วย ผมเองก็อยากแข็งแกร่งขึ้นถึงอายุจะมากแล้วก็เถอะ ตลอดการเดินทางทั้งคืนผมได้ยินเสียงร้องไห้ ดูเหมือนบางคนจะไม่ไหวแล้วนะ
“อดทนไว้ ถ้าผ่านมันไปได้เราต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ หลักสูตรนี้เราจะเป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร” ผมตะโกนสุดเสียงให้กำลังใจพวกทหาร มันได้ผลนิดหน่อยเสียงร้องไห้ของทหารเริ่มค่อยๆหายไป
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 2 พวกเราเดินทางกันตลอดคืน ผมดีใจมากที่พระอาทิตย์ขึ้นเพราะกลางคืนในทะเลมันหนาวมากๆ ผมเห็นทหารบางคนมีเลือดออกที่เท้าหลายคน นี่มันนรกชัดๆ การฝึกนี้ คลาวด์ต้องการจะฆ่าพวกเราใช่มั้ย ผมได้แต่กัดฟันเดินทางต่อไป ขาผมแทบไม่มีความรู้สึกแล้วตอนนี้ พวกทหารจะเป็นอย่างไรบ้างนะต้องแบกท่อนซุงไว้ตลอดเวลา ผมไม่มีแรงแม้แต่จะตะโกนให้กำลังใจพวกทหารด้วยซ้ำแค่เสียงสักนิดจะเปล่งออกมาจากปากยังไม่ได้เลย (การฝึกแบบนี้เป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนบางส่วนได้รับแรงบันดานใจมากจากการฝึกนาวิกหรือหน่วยรบพิเศษของไทยนะครับ ผมดูสารคดีไปเขียนไปอาจจะดูโอเวอร์ไปบ้าง มันเป็นเพียงงานวรรณกรรมโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ)
กลับมาที่คลาวด์
วันนี้เป็นเช้าวันที่ 3 พวกทหารจะมาถึงวันนี้สินะ ผมได้แต่หวังว่า พวกเค้าจะมีชีวิตรอดกันมาทุกคน ผมออกไปล่าสัตว์เพื่อไว้เตรียมเป็นอาหารสำหรับทุกคนทันที น้ำผมหาเตรียมไว้หมดแล้ว สุดท้ายคือสมุนไพรสำหรับรักษา วันนี้ผมจะลองใช้ลมปราณในการรักษาควบคู่ไปด้วย หวังว่ามันจะได้ผล ผมไม่ได้โหดร้ายกับการฝึกแบบนี้ แต่ถ้าผ่านมันไปได้ทุกคนจะเป็นทหารชั้นยอด ผมรู้ว่าการฝึกหน่วยรบพิเศษแบบนี้มันโหดขนาดไหนได้ยินมาว่า ฝึกในแต่ละรุ่น มีคนสมัครนับร้อยแต่จบออกมาเพียงไม่กี่สิบคนเท่านั้น
บ่ายวันนั้นผมเห็นทหารของผมเดินทางกันมาแล้ว ดูเหมือนทุกคนจะปลอดภัยมากันครบทุกคน ผมยืนรอไม่นานทุกคนก็มาถึงแหลมบาร็อคจุดหมายของพวกเค้า
“ทุกคนที่มาถึงที่นี่ผมภูมิใจมาก ทุกคนเป็นยอดนักรบ วางท่อนซุงลงซะแล้วนอนลงพักให้หายเหนื่อยซะ วันนี้ผมจะดูแลพวกคุณทุกคนเอง” ผมตะโกนเสียงดังน้ำตาผลไหลออกมานิดหน่อย ผมภูมิใจมากที่ทุกคนผ่านมาได้
ผมนำน้ำที่เตรียมไว้ไปให้ทุกคนที่นอนอยู่ค่อยๆจิบ ผมเห็นเท้าของทหารทุกคนมีแผลจากน้ำกัดเท้า และเลือดออก ดูเหมือนคงชาไปหมดแล้วสินะ สภาพเท้าแต่ละคนแย่มาก ผมนำสมุนไพรมาทาไว้ที่เท้าของแต่ละคน จากนั้นก็คอยโคจรลอมปราณและถ่ายไปรักษาบริเวณเท้าของพวกเค้าด้วย
อืมดูเหมือนจะได้ผลสินะ ผมเห็นหลายๆคนแผลเริ่มแห้งดีแล้ว ถึงจะไม่หายสนิท แต่ก็คงดีกว่าเดิมมาก หลังจากผมรักษาทหารทั้ง 40 กว่านายเสร็จ ดูเหมือนทุกคนจะหลับไปหมดแล้ว
ผมเตรียมอาหารไว้ทันที ทันทีที่ทุกคนตื่นผมหวังว่าจะมีแรงกินพวกมัน ผมนั่งเฝ้าทุกคนจนถึงดึก เป็นผู้กองตื่นมาคนแรก
“ผู้กองเป็นยังไงบ้างครับ” ผมเดินเข้าไปถามพร้อมหยิบน้ำไปด้วย
“นะ นะ นะ น้ำ” ผู้กองพูดออกมาด้วยความยากลำบาก
“ค่อยๆจิบนะครับ” ผมยกน้ำค่อยๆให้ผู้กองจิบ ผ่านไปไม่นานดูเหมือนผู้กองจะเริ่มมีแรงบ้างแล้ว
“ไหวมั้ยครับผู้กอง” ผมถามผู้กอง
“ผมไหว เพราะผมสบายกว่าพวกทหารมาก ผมไม่ต้องแบกซุงหนักๆตลอดการฝึก แค่นี้สบายมาก” ผู้กองบอกผม
ผมแอบโคจรลมปราณและถ่ายเทให้ผู้กองไปด้วยขณะคุยกับผู้กอง
“งั้นผมฝากดูแลทหารที่เหลือด้วยนะครับ ผมขอตัวไปทำอาหารรอพวกเค้าก่อน” จากนั้นผมก็ลุกขึ้นมาไปเตรียมอาหารไว้ ผมทำอาหารทานง่ายๆ นั่นคือเนื้อที่ล่ามาได้ ผมสับจนละเอียด และใส่ไปในข้าวที่ผมต้ม ปรุงรสนิดหน่อย จนกลายเป็นข้าวต้มเนื้อสับรสอ่อน
ผ่านไปเกือบชั่วโมง ทหารหลายคนเริ่มตื่นกันหมดแล้ว ผู้กองคอยดูแลหยิบน้ำให้แต่ละคนจิบอยู่
“เอาล่ะคนที่ตื่นแล้ว ฝากปลุกเพื่อนด้วยแล้วเรามาทานข้าวกัน” ผมบอกทหารที่ตื่นขึ้นมาแล้ว
หลักจากนั้นผมก็แจกข้าวต้มให้ทหารทุกนายได้ทานหลังจากไม่ได้ทานมาหลายวัน
“ฮึก !! ฮึก !! นี่มันอร่อยที่สุดเลย ไม่เคยทานอะไรที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย” ทหารนายหนึ่งร้องไห้ออกมาขณะทานข้าวต้มเนื้อสับ
“ใช่เลยข้าวต้มนี่อร่อยที่สุดในชีวิตข้าเหมือนกัน” ทหารอีกนายบอก
“โฮ !!! มันอร่อยจริงๆ” ดันเต้ร้องไห้ออกมาเช่นกัน
ผมมองเหล่าทหารของผม ทุกคนเหนื่อยกันมากมากจริงๆ คืนนั้นผมก่อกองไฟกองใหญ่ขึ้นมาให้ทุกคนนั่งล้อมวงกันไว้ จนกลายเป็นแค้มป์รอบกองไฟ ผมยืนขึ้นและเอ่ยกับทหารทุกคน
“เอาล่ะผมอยากบอกความรู้สึกของผม ผมภูมิใจกับพวกคุณมากที่ผ่านการฝึกของผมมาได้ ผมรู้ว่าทุกคนเหนื่อย หลายๆคนคงคิดว่าทำไมต้องมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ด้วย แต่ผมขอบอกไว้เลย หลังจากนี้อีก 3 เดือนพวกคุณทุกคนจะเป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเราแน่นอน” ผมมองไปรอบๆ และหยุดอยู่ที่ผู้กองจากนั้นผมนั่งลง ดูเหมือนเค้าจะรู้ว่าผมต้องการอะไร ผู้กองเองก็ยืนขึ้นเช่นกัน
“ตลอดการเป็นทหารมา 30 กว่าปีผมบอกได้เลยว่านี่เป็นการฝึกที่โหดที่สุด ถึงผมจะไม่ได้ร่วมแบกท่อนซุงหนักๆกับพวกนายทุกคน แต่ผมก็เริ่มเดินทางกับพวกคุณด้วย วันแรกที่ผมเดินทางผมได้แต่คิดนี่ผมมาทำอะไรตรงนี้ แต่เมื่อผมมองไปที่ทหารทุกคนผมเห็นทุกคนยังสู้อยู่ ผมจึงคิดได้ว่าผมเองก็ต้องสู้เช่นกัน ผมภูมิใจที่ผ่านมันมาได้ และที่ผมภูมิใจที่สุดคือได้ผ่านมันมากับทุกๆคน” ผู้กองพูดจบจากนั้นก็นั่งลงทันที
คนต่อๆไปก็ลุกขึ้นพูดมั่ง หลายๆคนเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงการฝึกที่ผ่านมา 3 วัน เวลาผ่านไปจนทุกคนพูดจนหมด ผมลุกขึ้นอีกครั้ง
“เอาล่ะ ทุกคนไปนอนพักผ่อนได้ นี่ดึกมากแล้ว ตอนเช้าเราจะเริ่มการฝึกต่ออีกครั้ง หลับพักผ่อนให้มากๆ ถึงการฝึกต่อไปจะไม่หนักหนาเท่ากับที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องใช้แรงอีกมาก” ผมบอกทุกคนหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนกันทันที
จบ...

พิมพ์คำอธิบายที่นี่