บทที่ 1
“ที่นี่ที่ไหน...”
หลินที่รู้สึกตัวหลังจากที่เดินวนเวียนอยู่ในกลุ่มหมอกที่ไร้สิ้นสุดมาได้พักใหญ่ ก็บ่นออกมาตามประสาเพราะเธอเองก็จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเธอเดินวนอยู่ในนี้มานานเท่าไรแล้ว เพียงแค่รู้สึกว่ามันนานมากแล้ว
“เท่าที่จำได้ล่าสุดเพิ่งจะอ่านนิยายเื่นั้นจบไปแล้วหลับคาจอไปหลังจากที่รีวิวนิยายเสร็จนี่นา มันน่าจะไม่ใช่อะไรแบบนี้สิ”
หญิงสาวพยายามทบทวนอะไรหลายๆ อย่างในใจ เพราะที่นี่มันควรจะเป็ความฝันหรืออะไรทำนองนั้น และสำหรับคนที่สมาธิค่อนข้างดีอย่างเธอแล้ว เกือบจะทุกครั้งที่รู้ตัวว่าฝัน เธอก็มักจะสามารถตื่นขึ้นได้ไม่ยากนัก
แล้วนี่มันอะไรกัน!
“ฮัลโหลว มีใครอยู่ไหม ตอบหน่อยสิถ้ามีคนอยู่”
และในตอนนั้นเอง ไม่รู้ว่ามันเป็เพราะอะไร อยู่ดีๆ หลินที่เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาก็ร้องะโออกไปอย่างไร้จุดหมาย เพราะไม่รู้เลยว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่
“...”
แต่ราวกับว่าเธอแค่คนสติไม่ค่อยดีคนหนึ่งที่ร้องะโกลางสายหมอก เสียงก็ถูกกลืนหายไปโดยที่ไม่มีเสียงตอบกลับมา เธอจึงทำได้แค่เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ตามจิตสำนึกที่บอกให้เธอเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย
“...เอ๋”
เวลาผ่านไปนานแค่ไหนไม่รู้ เสียงก็เปล่งออกมาจากปากของหญิงสาว หลังจากที่มองเห็นใครสักคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้กับเธออยู่เบื้องหน้า และมันใกล้เสียจนเธอแทบจะเดินไปชนอีกฝ่ายเข้าให้แล้ว
“ไม่เลว อย่างน้อยที่สุดก็มีความอดทนกว่าคนส่วนมากเลยทีเดียว” เสียงยานคางดังออกมาจากร่างร่างนั้นโดยที่ไม่หันกลับมามองหลินแต่อย่างใด “รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะยัยหนู”
“ปู่...ปู่เป็ใคร แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน”
โฮ้ๆ
น้ำเสียงหัวเราะชอบใจของชายชราที่ยังคงยืนอยู่ในท่าเดิม ก่อนที่จะหันกลับมามองหญิงสาวที่อยู่ใกล้ๆ จนทำให้หลินสามารถที่จะมองเห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
เขาคืออชายชราที่ดูท่าก็รู้ว่าแก่มากแล้วจากรอยย่นบนผิวหน้า และผมเผ้าหนวดเคราที่ขาวโพลนยาวเฟื้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสามารถยืนจนเต็มความสูงโดยที่หลังไม่โก่งงอ เมื่อรวมเข้ากับชุดสีขาวปักดิ้นทอง คล้ายกับชุดของผู้าุโลึกลับในหนังจีนกำลังภายในสักเื่ อีกฝ่ายถ้าหากไม่ใช่เซียนก็อาจจะเป็จอมยุทธ์ในตำนานอะไรเทือกๆ นั้น...
แต่นี่มันไม่ใช่ในหนัง!
“...”
หลินถึงกับอึ้งไปพักใหญ่กับรูปลักของอีกฝ่าย แม้จะไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวหรือหวั่นเกรงอะไร แต่ก็ยังมีความคิดถึงเื่ที่กำลังเกิดขึ้น เพราะบางทีเธออาจจะฝันเพราะอ่านนิยายมากไปก็ได้ แต่ไม่คิดว่าในความฝันของธอจะมีตาแก่ประหลาดแบบนี้โผล่มาด้วย
โฮ้ โฮ้ โฮ้
“นี่ไม่ใช่ความฝันอะไรนั่นหรอกนะ ว่าแต่นิยายเื่ที่เ้าเพิ่งจะอ่านไปเป็อย่างไรบ้าง” ชายชราราวกับได้ยินความคิดของหญิงสาวก็หัวเราะออกมา ก่อนที่จะเปลี่ยนเื่คุยที่ทำให้หลินยิ่งงงเข้าไปใหญ่
“นิยาย?”
“ก็นิยายที่เ้าเพิ่งจะอ่านจบไปเื่ล่าสุดอย่างไรเล่า ในฐานะนักอ่านแล้วมันเป็อย่างไรบ้าง”
“ก็สนุกดี...”
หลินถอนหายใจก่อนที่จะเอ่ยตอบอีกฝ่ายไปตามที่คิด ก่อนที่จะนึกถึงเื่ราวที่เพิ่งจะอ่านไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าหากไม่นับหลายๆ อย่างที่รู้สึกขัดใจ อย่างความไม่สมเหตุสมผลต่างๆ ที่น่าหงุดหงิด และอะไรต่อมิอะไรใน่แรกๆ โดยภาพรวมนิยายเื่นี้ก็ถือเป็เื่ที่สนุกเื่หนึ่ง
แม้ว่ามันจะเป็ตอนจบปลายเปิดที่ปล่อยให้คนอ่านจินตนาการเอาเอง แต่ตัวละครหลายๆ ตัวก็ยังไม่ค่อยตอบโจทย์ความรู้สึกของเธอในฐานะนักอ่านเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็รัชทายาทสุดระยำที่กลายมาเป็จักรพรรดิที่ดีในตอนหลัง เื่ราวของจวนแม่ทัพที่แสนจะน่าหงุดหงิด และอีกมากมายที่มันรู้สึกขัดใจเธอเอามากๆ
แต่ก็นั่นแหละ ในบทส่งท้ายนั้นผู้แต่งอธิบายเอาไว้ว่า ชีวิตมันก็เป็แบบนี้แหละ เพราะสุดท้ายความเป็จริงมันโหดร้ายเสมอ ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะโต้เถียงอย่างไรดี เพราะชีวิตของเธอเองก็สุดแสนจะบัดซบเสียงยิ่งกว่าอะไร และทำได้เพียงแค่โทษเวรโทษกรรมอย่างเดียวเท่านั้น...
และหลินเองก็คิดว่าบนโลกนี้ก็มีคนอีกมากมายที่คิดเหมือนๆ กัน เพราะไม่ว่าจะทำดีสักแค่ไหน หรือพยายามมากมายเท่าไร ก็ไม่เคยได้ผลดีตอบกลับมาเลย เหมือนกับคำของคนรุ่นใหม่ที่มักจะพูดกัน ว่าแม้เราจะสู้ชีวิตมากแค่ไหร แต่ชีวิตมันก็มักจะสู้กลับเสมอ
จะมีเพียงแค่หนึ่งในร้อยในพันหรืออาจจะในล้านที่โชคดี...
เหมือนซื้อหวยซื้อล๊อตเตอรี่นั่นแหละ จะมีแค่สักคนที่ถูกรางวัลที่หนึ่ง
ซึ่งคนคนนั้นไม่เคยเป็เธอเลย...
“เ้าไม่ต้องไปคิดถึงเื่ราวอะไรในอดีตของเ้าหรอก เพราะตอนนี้เ้าตายไปแล้ว”
ห๊ะ!!
ตายไปแล้ว!!