ตอนที่ 8 ดูหนัง
ทางด้านพนัส
ไม่นานผมก็ขับรถมาจอดที่ห้างสรรพสินค้าผมกับน้องลินจอดรถแล้วพากันเดินเข้าไปด้านใน อากาศด้านนอกร้อนระอุเข้ามาด้านในค่อยเย็นหน่อย อากาศร้อนแบบนี้สถานที่เดินเที่ยวพักผ่อนสำหรับเมืองไทยก็น่าจะเป็ห้างสรรพสินค้านี่แหละเหมาะที่สุดแล้ว
“พี่นัสคะลินอยากได้กระเป๋าแบรนด์เนมสักใบค่ะ” น้องลินเดินเกาะแขนของผมเข้ามาถึงผมจะพยายามแกะมือของเธอออกแต่มันก็ไม่สำเร็จ อยู่ๆเธอก็เอ่ยขึ้นมา...เหมือนกับว่ากำลังอ้อนให้ผมซื้อให้
“น้องลินก็ซื้อสิครับ”
“พี่นัสซื้อให้ลินนะคะ” น้ำเสียงออดอ้อนบ่งบอกว่าเธออยากให้ผมซื้อให้ แต่เสียใจครับ เพราะถ้าผมซื้อให้เธอก็จะยิ่งคิดว่าผมชอบเธอ และเหมือนกับว่าผมนั้นมีใจให้หรือเล่นด้วยกับเธอนั่นเองเพราะฉะนั้นผมต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เธอรู้ว่าผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอและจะไม่มีวันคิดด้วย
“พี่ยังไม่ได้ทำงานเลยจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อให้น้องลินล่ะครับ” เพราะกระเป๋าที่เธอใช้อยู่ก็ไม่น่าจะต่ำกว่าแสนซึ่งราคานี้ก็ถือว่าไม่เบาเลยสำหรับคนที่ยังขอเงินแม่ใช้อยู่แบบผมถึงบ้านของผมจะมีฐานะรวยติดอันดับต้นๆของประเทศแต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะเอาเงินไปละลายน้ำเล่น
“คุณลุงกับคุณป้าไม่ให้เงินพี่นัสใช้เลยเหรอคะ” ยิ่งเธอพูด ผมก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีทางบ้านของเธอก็พอมีฐานะ แล้วทำไมจะต้องมาพูดแบบนี้ด้วยเธอกำลังทำลายความรู้สึกดีๆที่ผมเคยมีให้เธอเมื่อตอนวัยเด็กเด็กผู้หญิงน่ารักคนนั้นหายไปไหน
“ให้ครับแต่ก็แค่ค่าขนมน่ะ” ผมแกล้งพูดจะให้หรือไม่ให้ผมก็ไม่จำเป็จะต้องรายงานเธอ หรือซื้อของแพงๆให้เธอ
“ทำเป็เด็กเลยนะคะแล้วหุ้นในบริษัทล่ะคะ ลูกๆทุกคนก็มีเงินปันผลไม่ใช่เหรอคะ” ผมเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันนี่น้องลิน้าอะไรกันแน่ ผมหรือว่าเงินของผม ถ้าเป็เงินของผมผมเกลียดผู้หญิงแบบนี้ที่สุด
“ใช่ครับแต่พี่ไม่เคยเอาเงินตรงนั้นมาใช้ พี่ยังไม่ได้ทำงานพี่คิดว่าพี่ไม่สมควรที่จะเอาเงินตรงนั้นออกมาใช้น่ะ” ผมให้เหตุผล
“อ่อค่ะ...ถ้าอย่างนั้นเอาไว้วันหลังเดี๋ยวลินค่อยมาซื้อก็ได้ค่ะเราไปดูหนังกันดีไหมคะ”
“ก็ดีครับน้องลินอยากดูเื่ไหนเดี๋ยวพี่ไปซื้อตั๋วให้” ที่จริงผมก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้างรวมถึงหุ้นในบริษัทที่ผมก็ได้ตามส่วนแบ่งเหมือนพวกพี่ๆของผมนั่นแหละส่วนค่าขนมที่ผมพูดถึง มันก็เป็แค่ข้ออ้างเท่านั้น ผมไม่ได้เป็ผู้ชายขี้งกนะครับแต่ผมไม่มีความจำเป็ที่จะต้องซื้อของราคาหลักแสนให้เธอ
หลังจากที่ผมให้น้องลินเป็คนเลือกว่าจะดูเื่อะไรผมก็ไปซื้อตั๋วแล้วเราก็เข้าไปดูหนังด้วยกันพร้อมกับขนมและน้ำที่ซื้อติดมือเข้าไปกินระหว่างดูหนังกันด้วย และเมื่อผมนั่งลงผมก็รู้สึกว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ก่อนข้างๆ เธอกำลังมองผมอยู่ผมก็เลยหันไปมองหน้าเธอ
“อ้าวคุณ” แหม...ผมนี่ยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้เจอคุณฟ้าอีกครั้งพักนี้ผมรู้สึกว่าเจอเธอบ่อยมาก แต่จะว่าเธอตามผมมาก็ไม่น่าจะใช่เพราะเธอนั่งอยู่ก่อนที่ผมจะมานั่งด้วยซ้ำ
“…….” มากับผู้หญิงคนใหม่ด้วยแฮะ แหวะ! ฉันเบนหน้าหนีอีตานี่ทันทีไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก กรุงเทพก็ออกจะกว้างแต่ไม่ว่าฉันจะไปที่ไหนเป็ต้องเจอคุณพนัสทุกทีแล้วก็ดูเหมือนว่า คนที่มาด้วยจะเป็ผู้หญิงคนใหม่ซะด้วย
“พี่นัสค่ะ ใครเหรอคะ”
“อ่อ คนรู้จักน่ะครับ”
“แค่คนรู้จัก ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะสนใจลินดีกว่านะคะ” น้องลินเธอพยายามกอดแขนผมไว้ เฮ้อ...ผมไม่คิดเลยว่าผู้หญิงใสๆเมื่อตอนวัยเด็กพอโตขึ้นมาแล้วจะเป็แบบนี้ไปได้
“สนใจลินดีกว่านะคะ” ผมได้ยินเหมือนเสียงใครบางคนกำลังล้อเลียนเสียงของน้องลินอยู่เพราะผมนั่งตรงกลางระหว่างเธอสองคน พอผมหันไปคุณฟ้าก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“เอ่อ น้องลินครับพี่ว่าเรานั่งกันดีๆดีกว่านะครับ พอดีพี่ร้อนน่ะครับ” ผมพยายามแกะมือของเธอออกจากแขนของผม
“พี่พนัสร้อนเหรอคะลินว่าในนี้แอร์เย็นฉ่ำเลยนะคะ” เฮ้อ...พูดขนาดนี้แล้วยังไม่รู้สึกอีกจะพูดตรงๆก็กลัวว่าจะเสียมารยาท ผมก็เลยปล่อยให้เธอกอดไป อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงของใครบางคนพูดขึ้นว่า...
“เหมือนเธอจะอยากกินคุณนะ นั่งตัวติดกันซะขนาดนั้นมาทำไมโรงหนังทำไมไม่ไปโรงแรม” ปากคอเราะร้ายเหมือนกันนะเนี่ยเห็นหน้าสวยๆแบบนี้
“แล้วคุณล่ะอยากจะกินผมบ้างไหมล่ะ” ตอนนี้เสียงในโรงหนังเริ่มดังขึ้นเป็จังหวะที่น้องลินปล่อยแขนจากผมพอดี แล้วหันไปสนใจมือถือของเธอแทน
“แหวะ” ทำไมนะผมถึงได้รู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนนี้
“อร่อยน้า...ถ้าได้ชิม คุณอาจจะติดใจผมขึ้นมาก็ได้” เมื่อผมพูดจบแล้วได้เห็นสีหน้าของเธอนั้น มันทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลย
“นี่คุณ! ทุเรศ!”
“อ่อลืมไปคุณมีแฟนแล้ว” ผมอดที่จะนึกถึงผู้ชายรูปร่างดีคนที่มากับเธอเมื่อวานนี้ไม่ได้แต่วันนี้ไปไหนซะแล้วล่ะ ถึงให้แฟนมานั่งดูหนังคนเดียวแบบนี้ถึงผมจะเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นไม่ชัดแต่ดูจากลักษณะแล้ว ผู้ชายคนนั้นรูปร่างดีมากคนหนึ่งเลยแหละ
“ใครเหรอแฟนฉัน” คุณฟ้าขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยโธ่เอ่ยยังจะมาไก๋อีก
“ก็ผู้ชายคนเมื่อวานไง”
“บ้าสินั่นพี่ชายฉันย่ะ” อ้าวนั่นพี่ชายหรอกเหรออย่างนี้ผมก็เข้าใจผิดสินะ
“พี่นัสคุยอะไรกันเหรอคะ” การสนทนาของผมกับคุณฟ้าจบลงเมื่อน้องลินเหมือนจะเก็บมือถือลงกระเป๋าแล้ว
“เปล่าครับ”
หลังจากที่ภาพยนตร์เริ่มฉายพวกเราก็นั่งดูกันอย่างเงียบๆ เพราะถ้าคุยกันก็อาจจะไปรบกวนคนอื่นด้วยอีกอย่างเสียงในนี้ค่อนข้างดังมาก และในที่สุด ภาพยนตร์เื่นี้ก็จบลงทุกคนทยอยเดินออกจากโรงหนัง รวมถึงผมด้วย
“พี่นัสดูหนังกับลินวันนี้สนุกไหมคะ” อยากให้หนังจบไวๆจะได้กลับบ้านสักที
“สนุกครับ” ผมเป็ผู้ชายปากกับใจไม่ค่อยตรงกันสักเท่าไหร่
อยู่ๆก็มีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาหาผมกับน้องลินเรียกน้องลินเสียงเข้มเชียว
“ลิน! ทำไมคุณถึงไม่รับสายผมแล้วคุณปิดเครื่องทำไม” ผมมองการกระทำของทั้งสองคนและดูเหมือนว่าน้องลินจะใอยู่ไม่น้อยที่เห็นผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาหา
“ภพ! พอดีมือถือของลินแบตหมดค่ะ” ตอนที่อยู่ในโรงหนังผมเห็นเธอสนใจมือถือของเธออยู่สักพักแต่ผมไม่รู้ว่าเธอทำอะไรอยู่เพราะผมไม่ได้สนใจ มัวแต่คุยกับคุณฟ้าอยู่ด้วย
“แล้วผู้ชายคนนี้มันเป็ใคร” ผมเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างเหมือนผัวมาตามเมียกลับบ้านเลยแฮะ และผมก็หวังว่าผมคงจะไม่ซวย
“พี่นัสเป็พี่ข้างบ้านของลินเองค่ะเรารู้จักกันมาั้แ่เด็กๆแล้ว” น้องลินดูมีพิรุธ เธอตอบผู้ชายคนนี้เหมือนเธอกำลังทำความผิดอะไรสักอย่างดูรีบๆรนๆ และผมก็เริ่มมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ต้องเป็อะไรกับน้องลินแน่ๆ
“ผมไม่สนใจ กลับบ้านกับผมเดี๋ยวนี้” นั่นไงชัดเลย คุณแม่นะคุณแม่หาเื่ให้ผมอีกจนได้
“เอ่อ...พี่นัสคะ” น้องลินหันมาหาผมเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง สีหน้าซีดเผือด ผมก็เลยพูดขึ้นว่า...
“ไปเถอะครับ แฟนน้องลินมาตามแล้วพี่ก็จะกลับแล้วเหมือนกัน” ผมยังคงเก็บอาการได้ดี แล้วผมก็แอบเห็นว่าคุณฟ้ายืนมองมาทางผมอยู่ไกลๆ
“ค่ะถ้าอย่างนั้นลินกลับก่อนนะคะ” ผู้ชายคนนั้นรีบดึงข้อมือน้องลินให้เดินตามออกไปทันที
“ฟู้...” ผมเป่าปากออกมาอย่างโล่งอกเกิดเป็วันมีแต่เื่ คุณแม่นะคุณแม่ จะหาผู้หญิงให้ผมทั้งที ดูดีๆมาหน่อยก็ไม่ได้
ตอนนี้ด้านนอกห้างสรรพสินค้าฝนกำลังตกหนักมากผมมองหาคุณฟ้าที่เมื่อกี้ผมเห็นว่าเธอยืนมองผมอยู่ แล้วผมก็เห็นหลังเธอไวๆผมก็เลยวิ่งตามเธอไป
“เดี๋ยวคุณ...รอผมด้วย”ผมรีบวิ่งไปดักหน้าเธอไว้
“คุณจะไปไหนให้ผมไปส่งคุณไหม”ผมรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรบางอย่างทำให้ผมอยากจะทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น
“ไม่เป็ไรคะ ฉันเรียกแท็กซี่ได้ดูแล้วน่าจะปลอดภัยกว่าไปกับคุณเยอะเลย” ดูเธอจะไว้ตัวพอสมควรเป็ผู้หญิงมันก็ต้องแบบนี้สิถูกแล้ว
“อ้าวคุณ พูดแบบนี้ก็สวยสิคร๊าบ”
“ฉันขอตัวนะคะ” จากนั้นเธอก็เหมือนจะกลัวหรือรำคาญผมก็ไม่รู้รีบเดินเร็วๆออกไปทันที เหมือนกับไม่อยากจะสนทนากับผมอย่างนั้นแหละ
“อย่าวิ่งคุณมันอันตราย” ด้านนอกฝนตกหนักมากแล้วตรงที่เธอจะต้องวิ่งออกไปมันไม่มีหลังคา แล้วมันก็เป็ทางรถวิ่งด้วยเธอต้องผ่านตรง่นั้นไปก่อนแล้วถึงจะไปเรียกแท็กซี่ได้ ผมเดินตามเธอไปแล้วก็เห็นว่า...
“ปี้นๆ...กรี๊ด!...”