หวงฟู่เฉินหาได้เกรงกลัวไม่ เขาตวัดกระบี่ขึ้นต่อสู้รวดเร็ว เพราะคนร้ายมีฝีมือดีทำให้เขาต้องฟาดฟันอยู่นาน พอเห็นว่าเริ่มเสียเวลาเขาจึงใช้ร่างกายอันแข็งแกร่งะโถีบยอดอก ต่อด้วยฟันเข่ากระแทกจนเืสาด อีกคนโดนขาอันแข็งแกร่งบีบแล้วบิดจนกระดูกหักตายคาที่ทั้งคู่
“เสียดายที่มันใจเสาะ!” เขาอยากถามหาตัวบงการ แต่คิดว่ามันคงไม่ซัดทอด หรือไม่ก็พลีชีพฆ่าตัวตายไปเอง เื่ความเหี้ยมโหดกับศัตรูอย่างไม่ปรานีเป็ที่ร่ำลือในวงกว้าง แม่ทัพหวงฆ่าคนร้ายมือเปล่าอีกแล้ว แต่มันก็ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าท้าทายเขาเช่นกัน แม่ทัพผู้สง่างามห้าวหาญไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นเขา ต่อให้สิบกองทัพก็สู้มาแล้ว ชายหนุ่มสั่งเก็บศพให้เรียบร้อย และได้จัดการหาเสบียงให้ใหม่ เขาคิดว่าคงต้องฝึกทหารใหม่ทั้งหมดเพื่อไมให้พลาดอย่างคราวนี้อีก
คืนต่อมาขณะที่ทหารเริ่มวางใจ เขาได้กลิ่นฉุนแปลกๆ ถูกพ่นเข้ามาในกระโจม แม่ทัพหวงรู้ทันทีว่ามันคือยาพิษ ใช่แล้ว! มีคน้าปลิดชีวิตเขา
เขายังคงนอนแน่นิ่งไม่ไหวติง มีสติทุกลมหายใจเข้าออก คนร้ายมองดูเขาจนวางใจว่านิ่งอยู่นานจึงจู่โจมจากด้านข้าง ฟันกระบี่กะให้ร่างขาดเป็ท่อนๆ เขาหมุนตัวหลบรวดเร็ว ชั้นเชิงการต่อสู้ของเขาย่อมเหนือกว่าศัตรูหลายขุม เขากวัดแกว่งกระบี่เสียงดังกระทบกันตามแรงกระแทก ลอยตัวเหนือคนร้ายอย่างเหนือชั้น ชายปริศนาเสียหลักถูกจับได้ กระบี่จ่อคอหอยยอมจำนน
“ใครสั่งเ้ามา!” เขากระชากเสียงเกรี้ยวกราด ชายชุดดำนั่งคุกเข่าตาขึง
“ตอบข้า!” แม่ทัพหวงโกรธจัดตบชายชุดดำหน้าหันเืกบปาก แต่เขายังนิ่ง ชายคนนั้นตาแดงเป็สีเืกดดันอย่างหนัก สักครู่มีเืสีแดงสดพวยพุ่งออกจากจมูกและปากทะลักล้น ขาดใจตายตาเหลือกทรุดลงคว่ำหน้าอย่างสยดสยอง แม่ทัพหวงตะลึงงันแค้นใจอย่างหนัก ว่าใครมันช่างกล้าล้อเล่นกับเขา อย่าให้รู้มันไม่ตายดีแน่…
เขากลับเข้าจวนวางแผนยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งหมด ชายหนุ่มเครียดขรึมอยู่ในห้องทำงานทั้งวันทั้งคืน กินข้าวและนอนในห้องนี้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
หลินเฟยหลิงแอบเจาะรูลอบมองแม่ทัพหวงทำงาน นางอยากรู้ว่าเขาทำอะไรถึงเครียดหนักหนา แต่ไม่กล้าขอเข้าไปดูใกล้ๆ เมื่อเจาะรูเล็กไม่ถนัด นางเอาเหล็กมางัดง้างให้วัสดุที่ใช้ทำโครงงอโค้ง จะได้แอบดูได้สะดวก แม่ทัพหวงรู้สึกด้วยสัญชาตญาณว่าถูกแอบมอง เขาระแวงขึ้นมาทันที แกล้งเดินออกจากตำแหน่งสายตา หลินเฟยหลิงมองไม่เห็นเขา มีเพียงแผ่นกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ นางอยากรู้ว่ากระดาษนั้นคืออะไรเขาถึงคร่ำเคร่งนัก
“กระดาษอะไรนะ อยากรู้จริงๆ เลย” นางพูดคนเดียวตายังจ้องมองแผ่นกระดาษบางด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม่ทัพหวงเดินอ้อมมาข้างหลัง เขาต้องอึ้งที่เห็นภรรยาแอบดูไปใช้เหล็กงัดง้างโครงผนังไปด้วย เขานึกว่าบางอย่างได้ เข้าจู่โจมอุ้มนางลอยบนอากาศ
“ว้ายๆๆ” หลินเฟยหลิงกรี๊ดสนั่นดิ้นพราดๆ กลัวตกจากที่สูง ขาหักละยุ่งเลย ชายหนุ่มหัวเราะร่าเริงที่แกล้งนางได้ดั่งใจ
“ฮ่าๆๆ”
“ทำอะไรเนี่ย! อย่าเล่นแบบนี้หวาดเสียว” นางโวยวายแกมขอร้องเสียงดังลั่น เขายกตัวขึ้นสูงเหมือนยกปุยนุ่น หมุนไปมาช้าๆ อย่างสนุกสนาน
“ว้ายๆ อู้วๆ เวียนหัว” หลินเฟยหลิงยังไม่ยอมหุบปาก ร้องเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่เพียงหมุนวน ยังเดินไปะโไปด้วยให้ชวนหวาดเสียวหนักยิ่งขึ้น นางยังคงะโโวยวายไม่หยุด ตื่นตระหนกหลับตาปี๋
“ข้าจะอ้วกแล้ว” เพียงเท่านั้นเขาจึงวางนางลงยืนกับพื้นดิน หลินเฟยหลิงรู้สึกเหมือนโลกหมุนเกือบชนต้นไม้ เขารีบเอาตัวบังไว้ นางจึงล้มใส่แผงอกกว้างเต็มแรงเหล็กหลุดมือ นางหมุนตัวหน้าซบอกผึ่งผาย ยืนโคลงเคลงจึงรีบกอดเขาแน่นกันล้มแม่ทัพหวงใบหน้าร้อนผ่าว เขายืนนิ่งตัวแข็งทื่อเขินอายที่มีสตรีตัวนุ่มนิ่มกอดด้านหน้า ยิ่งมีบางอย่างนุ่มนิ่มกว่านั้นติดกับตัวเขา ชายหนุ่มก็หวั่นไหวขึ้นมา มือหนาใหญ่ค่อยๆ โอบกอดแผ่นหลังบางเบา
“เหมือนกอดแม่เลย แม่จ๋า” นางหลับตาพริ้ม ยังมึนๆ หัวเล็กน้อย เขารู้สึกขำขันภรรยาตัวน้อย นี่นางยังเด็กจริงๆ หรือ?
เขาเผลอใช้มืออีกข้างลูบไล้เรือนผมนุ่มสลวย ซุกไซ้เรียวนิ้วใหญ่สยายผมนางเล่นเพลิดเพลิน สาวรับใช้ทนมองไม่ได้ลอบมองหน้ากันเขินอาย รีบหลบให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันตามลำพัง
หลินเฟยหลิงเริ่มหายเวียนหัวคิดว่ายืนไหวแล้ว พอนึกขึ้นได้ว่ากอดเขาอยู่นางสะดุ้งใรีบละมือออกจากตัวเขา แม่ทัพหวงกางแขนออกปล่อยนางทันที นางเงยหน้ามองเขาสะดุ้งทำหน้าแหยๆ กลอกตาเก้อเขินตีขมับตัวเองถี่ๆ เขาเลิกคิ้วยิ้มมุมปากเหมือนหยอกล้อ
“แอบดูข้าทำไมรึ” เขาถามน้ำเสียงอ่อนโยนพลางก้มลงหยิบเส้นเหล็กพินิจพิจารณา
“เอาอันนี้ง้างออกดูด้วย ช่างกล้าทำ” เขาแกล้งเสียงเข้มดุ นางยืนนิ่งไม่ไหวติง มือน้อยๆ กำกระโปรงไว้สองข้าง ก้มหน้าเหมือนพยายามเก็บอาการ เขาจึงยิ้มให้อย่างผ่อนคลาย
“ไม่ต้องแอบดูหรอก ข้าจะพาไปดู” นางทำตาโตปากคลี่ยิ้มออกนิดๆ ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้น เขารู้ทันทีว่าหลินเฟยหลิงชอบใจ นางมองตามมือของเขากำลังวาดบางอย่างลงบนกระดาษ เขาแอบมองหน้านาง ดูสนใจใคร่รู้มากกว่างานบ้านงานเรือนเสียอก
แม่ทัพหวงปิดกระดาษ พับเก็บเมื่อวางแผนเสร็จ เห็นนางนั่งทำแก้มป่องหน้าตาน่าเอ็นดู
“ชอบหรือ?” เขาถามขึ้นเมื่อเห็นนางนั่งจ้องตาไม่กระพริบ ดวงตาดำขลับสุกใสดูล้ำลึก หลินเฟยหลิงรีบดึงตัวเองนั่งตัวตรงพยักหน้าช้าๆ อย่างที่ถูกฝึกมา เขาสำรวจกิริยาแล้วพยักหน้ายิ้มพอใจ
“ใช้ได้ๆ ข้าไม่ต้องมีฮูหยินเป็ลิงแล้ว” เขาพูดกลั้วหัวเราะ
นางทำตาค้อนขวับ ลูกตาแทบหลุดออกนอกเบ้า ชายหนุ่มหัวเราะร่วนอารมณ์ดี เขาเดินไปดึงแขนนางลุกขึ้นจับมือกันเดินเล่นหน้าจวน หวังสานความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา เขาพานางเดินดูปลาและช่วยกันให้อาหารอย่างรื่นเริงบันเทิงใจ
วันต่อมา หลินเฟยหลิงเดินเล่นรอบๆ จวนโดยไร้ผู้คน นางเจอคอกม้าและมีม้าสีน้ำตาลเข้มสูงสง่ายืนมองอยู่ หลินเฟยหลิงมองซ้ายมองขวาดูว่าปลอดคนแล้ว นางรีบวิ่งเข้าหาม้าทันที หยิบฟางให้มันกิน มันค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ นางจึงใช้มือลูบไล้หัวของมันเบาๆ ม้าตัวนั้นใช้จมูกดันหัวของนางเล่น หลินเฟยหลิงหัวเราะร่า ค่อยๆ แง้มประตูคอกม้าออก แล้วเดินเข้าไปหาใกล้ๆ ลูบหัวมันอย่างตื่นเต้น
"ข้าอยากขี่เ้าจริงๆ เ้าอยากไปเที่ยวไหม” ม้าตัวนั้นร้องเบาๆ โดยที่นางไม่รู้ว่ามันร้องทำไม แม่ทัพหวงจะเดินทางไปยังจวนของที่ปรึกษาเื่กองทัพ เขามุ่งตรงมาที่คอกม้า ได้ยินเสียงม้าร้องก็รู้สึกแปลกใจว่ามันร้องเพราะเหตุใด
“ใจเย็นๆ ข้าขอขึ้นหลังเ้านะ” หลินเฟิยหลิงพยายามดึงเชือกไว้ ยกขาปีนจะขึ้นหลังม้าให้ได้แต่รองเท้าหลุดแล้วหลุดอีก นางถอดทิ้งเหลือแต่เท้าเปล่า ม้าร้องดังขึ้นเรื่อยๆ เริ่มขยับยกขาเดินย่ำถี่ๆ
“อย่าดิ้นสิ ข้าขึ้นไม่ถนัด” นางยังไม่ละความพยายาม ทำไมวันนั้นปีนง่ายนิดเดียวแม่ทัพหวงเจอนางกำลังปีนป่ายจะขี่มาให้ได้ เขาปราดเข้าดึงแขนออกนอกคอกม้าทันที อารมณ์คุกรุ่น
“เ้าจะทำอะไร” นางใไม่ทันตั้งตัว โซซัดโซเซเดินเท้าเปล่าตามแรงดึงของเขาออกมานอกคอกม้า เขาหายใจถี่ หูเริ่มแดงด้วยความโมโห ถึงเขาจะผิวสีเข้มแต่นางก็ดูออก ดูหมือนว่าคลื่นลูกใหญ่กำลังสาดซัด
“คือ ...” นางไม่กล้าพูดทำเสียงอ่อยหน้าแหย เขายื่นหน้าหรี่ตาเรียวคมมองนางอย่างค้นหา