ลั้นลาบาร์แอนด์เรสเตอรองร้านอาหารที่เปิดให้บริการในยามค่ำคืน ต้อนรับผู้คนที่้าเสพอาหารรสเลิศเพลงเพราะฟังสบาย บริการสุดประทับใจ และอาหารตาอย่างเด็กเชียร์เบียร์สาว ๆ สวย ๆที่คัดหน้าตากันมาแล้วทุกคน
“เอ้า! เร็ว ๆ เข้า มากันครบหรือยังลูกค้าจะเข้าแล้ว ไหน..ใครขาดบ้างยกมือซิ”
เป็เสียงจากนิคมผู้จัดการร้าน ที่บัดนี้มายืนเป็ประธานการประชุมอยู่ในห้องทำงานของตนซึ่งเป็การเรียกประชุมตามปกติทุกวันในเวลาหกโมงครึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อเช็กความพร้อมของพนักงานและเป็การย้ำเตือนในหลักการบริการให้พนักงานทุกคนรับทราบ
“พี่นิคม..แล้วคนไม่มาจะยกมือได้ยังไงละครับ”หนึ่งในพนักงานเสิร์ฟชายส่งเสียงถามอย่างนึกขำในประโยคของผู้จัดการร้าน
“มึงก็ยกแทนสิไอ้อ่ำถ้ารู้ว่าเพื่อนคนไหนไม่มา ก็ยกมือบอกพี่ด้วย พี่จะได้จัดโซนให้ใหม่” นิคมตอบก่อนจะถามความพร้อมของเด็กเสิร์ฟ “เสิร์ฟครบหรือเปล่าวันนี้”
“ครบครับ”/ “ครบค่ะ” เสียงจากเด็กเสิร์ฟดังตอบกลับผู้จัดการร้าน
“พีจีล่ะ”นิคมหมายถึงเด็กเชียร์เบียร์ หรือ Promotion Girl ที่จะมาเพิ่มสีสันให้กับร้านได้
“ยังค่ะยังขาดไอ้น้ำอีกคนค่ะพี่” รัชนกหนึ่งในเด็กเชียร์เบียร์เอ่ยบอกผู้จัดการร้านว่าเพื่อนของตนยังไม่มา
“พีจีนี่มันยังไงกันวะสลับกันขาด สลับกันสายเลยนะ ระวังนะพี่จะเลิกใช้บริการพีจี แล้วรับพีอาร์ประจำร้านซะเลยรู้แล้วรู้รอดไป”
พีอาร์ที่นิคมพูดถึงนั้น หมายถึงประชาสัมพันธ์สาวประจำร้าน มาจากคำว่า PublicRelations
“ถ้าพี่รับพีอาร์น้ำก็จะตามมาสมัครเป็พีอาร์ร้านพี่นี่ละค่ะ ทิปเยอะ น้ำชอบ อิอิ” เป็เสียงจากลักษณ์นาราที่เปิดประตูห้องเข้ามาทันได้ยินประโยคของผู้จัดการร้าน
“หึหึมาได้จังหวะจริง ๆ เลยนะไอ้น้ำ ไม่รับโว้ย เบื่อต้องมาตามจิกกันอีก”
“แหมพี่นิคมไม่ใจร้ายอย่างนั้นหรอก น้ำรู้ว่าพี่เป็คนใจดี เป็พ่อพระของน้อง ๆเป็ที่พึ่งให้น้อง ๆ ได้ทุกคน จริงไหมพวกเรา” ลักษณ์นาราตอบกลับด้วยประโยคป้อยอก่อนจะหันไปถามเพื่อน ๆ ขอเสียงสนับสนุนด้วย
“จริงค่ะ”/ “จริง...พี่นิคมใจดีสุด ๆ อยู่แล้ว” / “จริง..เห็นด้วย ทั้งหล่อทั้งใจดี” / ...
เสียงตอบรับดังกลับมาพร้อมกันสาว ๆ เชียร์เบียร์ต่างก็ลงความเห็นสนับสนุนเสียงของลักษณ์นาราด้วยกันทั้งสิ้น ทำเอาผู้จัดการร้านถึงกับยืนอมยิ้มกับคำชมที่ได้รับ
“จ้ะถ้าซุปฯ ของพวกแกมาได้ยินเข้า คงดีใจจนน้ำตาไหลกันเลยนะ หึหึ” นิคมหมายถึง Supervisor ที่เป็หัวหน้างานของสาวเชียร์เบียร์เชียร์เหล้าทั้งหลายซึ่งเป็คนของบริษัทเครื่องดื่มแต่ละยี่ห้อที่ส่งพีจีเข้ามาประจำร้าน
“ไม่ได้ยินหรอกค่ะพี่ เพราะตอนที่อยู่กับซุปฯ พวกเราก็เลียซุปฯ อย่างนี้ละค่ะ”เสียงจากธิดารัตน์ อีกหนึ่งสาวเชียร์เบียร์เอ่ยขึ้น ก่อนจะมีเสียงหัวเราะตามมา
นิคมเองก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะไปด้วย
“ฮ่ะฮ่าฮ่าเออ พี่ก็ว่าอย่างนั้นละนะ เอาเป็ว่าพยายามมาให้ตรงเวลากันหน่อยพี่อยากให้มีเวลามาเตรียมพร้อมกันทุกคน อย่างพีจีก็ทำงานแค่ห้าหกชั่วโมงบางวันห้าทุ่มพวกแกก็กลับกันแล้ว เวลาทำงานน้อยกว่าเสิร์ฟอีกเพราะฉะนั้นพี่อยากให้เต็มที่กันทุกคน ร้านได้ พวกแกก็ได้ เราพึ่งพาอาศัยกัน เพราะฉะนั้นอย่าสายบ่อยขาดเยอะกันนักเลยซุปฯ ของพวกแก มันก็แยกร่างไม่ได้หรอก ขาดกันทุกร้านมันจะแยกตัวมาแทนได้ยังไงเอาเป็ว่าพี่ขอความร่วมมือละกันนะ โดยเฉพาะแก..ไอ้น้ำ” นิคมไม่ได้พูดอย่างเดียวชี้มือไปที่สาวเชียร์เบียร์ที่มาเข้างานช้าสุดอีกด้วย
“รับทราบ..พร้อมปฏิบัติค่ะพี่ แฮ่ ๆ” ลักษณ์นารารับปากหนักแน่นก่อนจะส่งเสียงหัวเราะแบบเจื่อน ๆ ไม่ต่างกับสีหน้าของคนสำนึกผิด
“เออให้พร้อมจริง ๆ ละกัน หึหึ”
ผู้จัดการร้านตอบพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ นึกขำท่าทางของลักษณ์นารา ก่อนจะพูดเข้าเื่งานต่อ
“เสิร์ฟก็อยู่ประจำโซนเดิมกันไปนะพูดให้น้อย ทำให้มาก อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกับลูกค้า อย่าให้เกิดเื่ได้การบริการคืองานของเราท่องเอาไว้ มีปัญหาอะไรมาบอกพี่ เข้าใจหรือเปล่า”
“เข้าใจครับ”/ “เข้าใจค่ะ” เสียงตอบรับจากกลุ่มของเด็กเสิร์ฟดังขึ้นพร้อมเพรียง
“ส่วนพีจีก็อย่าอ่อยมากนักเพลา ๆ กันหน่อย อย่าให้ถึงขั้นลูกค้ามาตีกันในร้านละ ส่วนไอ้เื่ที่พวกแกจะถูกลวนลามนี่พี่ต้องเป็ห่วงด้วยไหมวะ หรือว่าพี่ควรจะห่วงแขกว่าจะถูกพวกแกลวนลามมากกว่า” มุกจากผู้จัดการร้านเรียกเสียงหัวเราะได้จากทุกคน
“แหมพี่นิคมก็พูดซะพวกหนูราคาตกเลย ใครจะไปลวนลามแขกกัน พวกหนูนี่เรียบร้อยเป็ผ้ายับพับไว้กันทั้งนั้น”รัชนกเป็ตัวแทนสาวเชียร์เบียร์เอ่ยตอบผู้จัดการร้าน ก่อนที่เสียงหัวเราะจากทุกคนจะตามมา
“หึหึนั่นสินะ เอาเป็ว่ารักษาตัวกันให้ดีละกัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นอย่าไปชนกับแขก ให้มาบอกพี่เดี๋ยวพี่จัดการให้ ถ้าอยากได้ทิปจากลูกค้า ก็ต้องบริการเขาให้ดี ทำให้เขาประทับใจไอ้เื่หลักการเอาตัวรอด บริษัทเขาสอนพวกแกกันมาแล้วนี่ พี่คงไม่ต้องพูดมากแล้วนะ”นิคมพูดจบก็ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เมื่อเห็นว่าได้เวลาควรปล่อยให้ทุกคนไปทำงาน จึงได้บอกให้ทุกคนแยกย้าย
“พี่ไม่มีอะไรแล้ววันนี้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวได้ใครมีหน้าที่ทำอะไรก็ไปทำกัน ขอให้โชคดีวันนี้ได้ทิปเต็มกระเป๋ากันทุกคน”
โดยปกติแล้วการทำงานของเด็กเชียร์เบียร์จะขึ้นตรงกับบริษัทเบียร์ที่เป็ผู้จ้างรับเงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นจากบริษัทเบียร์ โดยจะมีการควบคุมตรวจสอบการทำงานด้วยวิธีการส่งซุปเปอร์ไวเซอร์เข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยในเวลาปฏิบัติงาน แต่สำหรับร้านที่นิคมเป็ผู้จัดการร้านอยู่นี้นอกจากจะเป็เช่นนั้นแล้ว ในฐานะที่เขาเป็คนดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดของร้าน เขาได้ขอความร่วมมือให้สาวๆ เหล่านี้มาเข้าประชุมเตรียมความพร้อมประจำวันกับเขาด้วย
หลังจากที่แยกย้ายกันออกมาจากห้องทำงานของผู้จัดการที่ที่บรรดาสาวเชียร์เบียร์จะไปอยู่กันในเวลานี้ก็คือในห้องน้ำ บ้างก็เข้าไปแต่งตัวบ้างก็เข้าไปแต่งหน้า บ้างก็เข้าไปเช็กความสวยของตัวเอง
“ไอ้น้ำฉันว่าแกย้ายที่ทำงานมาสาขาใกล้ ๆ ร้านนี่เลยดีกว่ามั้ง ฉันเห็นแกหอบแห่ก ๆมาเกือบทุกวันเลย” รัชนกที่กำลังยืนแต่งหน้าอยู่หน้ากระจกส่งเสียงบอกลักษณ์นาราที่เข้าไปเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องน้ำ
“นั่นสิหนูก็ว่าดีนะพี่น้ำ ที่ทำงานสองที่อยู่ใกล้กัน ประหยัดขึ้นเยอะเลยนะคะทั้งเวลาทั้งค่าเดินทาง พี่น้ำเองก็ไม่ต้องเหนื่อยมากด้วย” ธิดารัตน์สาวเชียร์เบียร์รุ่นน้องเอ่ยสนับสนุนความคิดของรัชนก
“พี่ก็อยากอยู่นะแต่ว่าสาขาที่ใกล้กับร้านนี่ ยังไม่มีตำแหน่งว่างสักที พี่ก็เลยต้องทำอยู่ที่เดิมไปก่อนน่ะ”ลักษณ์นาราในชุดยูนิฟอร์มของสาวเชียร์เบียร์เอ่ยตอบ ในขณะที่เปิดประตูห้องน้ำออกมาและเดินไปจับจองพื้นที่หน้ากระจกแต่งหน้าด้วยอีกคน
“แล้วแม่แกเป็ยังไงบ้างไปฟอกไตมาแล้ว ดีขึ้นหรือเปล่า?” รัชนกถามถึงอาการของแม่เพื่อน
“อาการทางกายก็เหมือนว่าจะดีขึ้นนะไม่เหลืองไม่ซีดเหมือนเดิม แต่ว่ามันมีเอฟเฟ็กต์ที่สมองน่ะ แม่เบลอ มึนบางทีก็จำอะไรไม่ได้ เล่นซะฉันใจหายเลยอ่ะแก” ลักษณ์นาราถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมาในขณะที่เล่าอาการของแม่แสงดาวให้เพื่อนฟัง
“สงสัยเพราะเพิ่งจะฟอกเป็ครั้งแรกนั่นละเนาะร่างกายคงต้องปรับกันเยอะหน่อยมั้งแก ไม่นานก็น่าจะกลับเป็ปกติแล้วละฉันเห็นคนที่เขาไปฟอกไตมาหลายคน เขาก็ใช้ชีวิตปกติกันได้อยู่นะแก”
“อือ..ฉันก็หวังให้เป็อย่างนั้นละนะ”
“สู้ๆ นะคะพี่น้ำ ขอให้แม่พี่หายกลับมาแข็งแรงไว ๆ ค่ะ” ธิดารัตน์เอ่ยให้กำลังใจสาวรุ่นพี่