แม่เฒ่าหลี่ชี้ไปยังเรือลำใหญ่พร้อมกับหลานสาวตัวน้อย พลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เรือของพวกท่านดูไม่เล็กเลย ข้างในคงจะกว้างขวางน่าดู หากไม่รังเกียจ จะช่วยให้พวกข้าอาศัยเดินทางไปด้วยสักเที่ยวได้หรือไม่? หากอยู่บนเรือลำเดียวกัน นมแพะนี้ย่อมให้เด็กทั้งสองคนดื่มด้วยกันได้”
พวกของหลี่เหลาเอ้อร์ได้ยินดังนั้นก็ดวงตาเป็ประกาย พวกเขารีบก้าวขึ้นมาทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
“นายท่าน พวกข้ามีแรง สามารถช่วยทำงานได้ อีกทั้งพวกข้ายังพอมีวิชาหมัดมวยติดตัว หากระหว่างทางพบเจอเื่ยากลำบากก็สามารถช่วยออกหน้าปกป้องได้”
เถาหงอิงเองก็ไม่ยอมแพ้ รีบกล่าวเสริมว่า “ข้าสามารถช่วยซักผ้าทำอาหารได้ บรรพบุรุษตระกูลข้าเคยเป็พ่อครัวหลวง อาหารที่ข้าทำทั้งอร่อยและสะอาด”
แม้แต่พวกเด็กชายอย่างเจียเหรินและเจียอี้ก็ส่งเสียงร้องว่า “พวกข้าช่วยเช็ดถูพื้นเรือ วิ่งส่งของ และเฝ้ายามได้”
ผู้ดูแลวัยกลางคนไม่คาดคิดว่าตระกูลหลี่จะเสนอเช่นนี้ แต่เมื่อลองคิดดูอย่างละเอียด ก็เห็นว่าไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้
การเดินทางครั้งนี้พวกเขารีบร้อนจนเตรียมคนมาไม่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นข้างกายเ้านายคงไม่ได้มีเพียงแม่นมคนเดียว
หากคนครอบครัวนี้ขึ้นเรือมาช่วยทำงาน เขาคงจะเบาแรงลงได้มาก
ทว่าเขาเป็เพียงผู้ดูแล จึงต้องกลับไปถามเ้านายก่อน
“พี่สาว ข้าต้องกลับไปรายงานเ้านายก่อน ตอนนี้เ้านายน่าจะพักผ่อนอยู่ พรุ่งนี้เช้าไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร ข้าจะให้คนมาให้คำตอบท่าน”
แม่เฒ่าหลี่ย่อมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ผู้ดูแลวัยกลางคนจึงพาบ่าวรับใช้กลับขึ้นเรือไป
คนตระกูลหลี่ต่างถอนหายใจออกมาพร้อมกัน สายตาที่มองกันและกันล้วนมีความยินดีเพิ่มขึ้นหลายส่วน
มีเพียงอู๋ชุ่ยฮวาที่ได้รับอิสระแล้วบ่นพึมพำอยู่คนเดียว แต่ภายใต้สายตาเ็าของหลี่เหลาเอ้อร์ นางก็ไม่กล้าส่งเสียงดังนัก
แม่เฒ่าหลี่กำชับให้หลี่เหลาซื่อดูแลแพะให้ดี จากนั้นก็อุ้มเจียอินพลางนั่งเหม่อลอย
เื่นี้เกี่ยวข้องกับโชคชะตาในอนาคตของตระกูลหลี่ หากสำเร็จ ครอบครัวใหญ่ของพวกเขาก็ไม่ต้องเดินเท้าไกลนับพันลี้
ในยุคเข็ญเช่นนี้ ยิ่งตั้งตัวได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุและอันตรายได้มากขึ้นเท่านั้น
เจียอินััได้ถึงอาการสั่นที่ฝ่ามือของท่านย่า ในใจลอบถอนหายใจ หัวน้อย ๆ หันไปมองรอบข้าง
ภายใต้ความมืดมิด คนอื่น ๆ ในตระกูลหลี่ต่างก็ลืมตาโพล่ง ไม่มีใครข่มตาหลับลงได้เลย
กองไฟข้างรถลาถูกลมแม่น้ำพัดจนสั่นไหว เหมือนกับจิตใจของคนตระกูลหลี่ในตอนนี้ที่ล่องลอยไม่แน่นอน
แม้จะมีเพียงความหวังอันริบหรี่ แต่พวกเขาก็ปรารถนาจะคว้ามันไว้ให้ได้
เจียอินยื่นมือน้อย ๆ ไปกุมมือใหญ่ของแม่เฒ่าหลี่ พร้อมส่งเสียงอ้อแอ้เรียกนาง
“ฝูหนิ่วหิวแล้วใช่ไหม? เจียเหริน รีบรีดนมแพะมาต้มเร็วเข้า!”
แม่เฒ่าหลี่รีบตบก้นหลานสาวเบา ๆ แล้วเรียกหลานชายให้มาช่วย
คนตระกูลหลี่ราวกับถูกเสียงนี้ปลุกให้ตื่นตัว ต่างลุกขึ้นวุ่นวายกันทันที ซึ่งช่วยบรรเทาความพะวักพะวงใจเมื่อครู่ลงได้
ร่างกายของเด็กเล็กทนทานไม่ได้นาน หลังจากเจียอินดื่มนมแพะไป ก็หลับสนิทไปอีกครั้ง
เมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกครา ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างรำไรแล้ว
คนตระกูลหลี่ไม่ได้นอนทั้งคืนจริง ๆ ทุกคนตาแดงก่ำด้วยความเหนื่อยล้า รอคอยคนบนเรืออย่างกระวนกระวาย
กระทั่งดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า ในที่สุดก็มีบ่าวรับใช้คนหนึ่งะโลงมาจากเรือลำใหญ่ แล้ววิ่งเหยาะ ๆ มาหยุดตรงหน้าคนตระกูลหลี่
“ฮูหยินของพวกเราตกลงแล้ว พวกท่านรีบเก็บของตามข้าขึ้นเรือเถิด!”
สิ้นคำพูดของบ่าวรับใช้ ความยินดีบนใบหน้าของคนตระกูลหลี่ก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป
สิ่งที่บ่าวรับใช้นำมาไม่ใช่เพียงข่าวดี แต่นี่คือความหวังในการมีชีวิตรอดของคนตระกูลหลี่
ไม่ต้องนอนกลางดินกินกลางทราย หรือต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกต่อไป
แม้แต่แม่เฒ่าหลี่ที่เข้มแข็งมาตลอด ก็ยังเบือนหน้าหนีเพื่อปาดน้ำตา
เถาหงอิงอุ้มลูกสาวจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลี่เหลาซานและจ้าวอวี้หรูกอดกันร้องไห้ออกมาเสียงดัง
เจียสี่และเจียอันะโโลดเต้นไปทั่วเพื่อระบายความดีใจอย่างสุดซึ้ง
หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายมาทั้งคืน ในที่สุดก็กลับลงมาอยู่ในอกเสียที
แม่เฒ่าหลี่รับหลานสาวมาจากอ้อมกอดของเถาหงอิง แนบใบหน้ากับแก้มเล็ก ๆ ของนางแล้วกระซิบว่า “เป็เพราะหลานสาวของย่ามีบุญ หาอาหารให้ตัวเอง แถมยังหาทางรอดให้คนทั้งบ้านด้วย!”
“พี่สาว พวกเรารีบไปกันเถอะ มีคนมองอยู่ตั้งมากมาย หากชักช้ากว่านี้จะลำบากเอาได้”
บ่าวรับใช้อดไม่ได้ที่จะเร่งเร้า คนตระกูลหลี่จึงได้สติและรีบจัดการข้าวของทันที
เดิมทีหลี่เหลาเอ้อร์เป็เสมียนบัญชีมาก่อน ลาตัวเดียวของบ้านจึงถูกมอบให้เขาไปขาย
แม้จะได้เงินมาเพียงครึ่งเดียว แต่ก็ผ่านไปด้วยดี
เพียงชั่วครู่ ทุกคนก็จัดสัมภาระเสร็จสิ้น
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาและโหยหาของผู้ประสบภัยคนอื่น ๆ พวกเขารีบตามบ่าวรับใช้ขึ้นเรือไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ดูแลวัยกลางคนเมื่อคืนรออยู่ที่กราบเรือ เมื่อเห็นแพะนมถูกหลี่เหลาซื่ออุ้มขึ้นเรือเป็คนแรก เขาก็ยิ้มและชี้ไปยังบ่าวรับใช้คนนั้น
“ที่พักของพวกเ้าจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ตามหวังฝูไปเก็บสัมภาระเถิด”
คนตระกูลหลี่ต่างทำความเคารพขอบคุณ
“ข้าชื่อหวังเจี้ยน ต่อไปพวกเ้าเรียกข้าว่าผู้ดูแลหวังก็พอ”
ผู้ดูแลวัยกลางคนหันไปทางแม่เฒ่าหลี่แล้วกล่าวต่อว่า “แม่เฒ่า ฮูหยินของพวกเราได้ยินว่าเด็กในบ้านของท่านยังไม่ครบเดือน จึงกำชับให้ข้าพาเด็กไปให้พบ พวกท่านจัดการตัวให้เรียบร้อย แล้วตามข้าไปเถิด ฮูหยินของพวกเราอยู่บนเรือทั้งวัน รู้สึกอึดอัดมาก พวกท่านแค่พูดคุยเป็เพื่อนฮูหยินก็พอ ไม่ต้องตื่นเต้นไป”
แม่เฒ่าหลี่ไหนเลยจะกล้าปฏิเสธ นางพาเถาหงอิงรีบเข้าไปในห้องพักบนเรือเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาด จากนั้นจึงอุ้มเจียอินตามผู้ดูแลหวังไปยังห้องด้านหน้าของเรือลำใหญ่
“ฮูหยิน สะใภ้และแม่สามีตระกูลหลี่มาถึงแล้วขอรับ”
ผู้ดูแลหวังเคาะประตูเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากด้านในจึงค่อย ๆ ผลักประตูเปิดออก และนำทางแม่เฒ่าหลี่และลูกสะใภ้เข้าไป
เรือลำนี้ดูโอ่อ่าหรูหราอยู่แล้ว ไม่นึกเลยว่าห้องบนเรือจะตกแต่งได้อย่างประณีตงดงามยิ่งกว่า
โต๊ะและเก้าอี้ทำจากไม้สาลี่เหลืองชั้นดีผิวเรียบมัน หน้าต่างแกะสลักกรุด้วยกระดาษฝ้ายสีขาวสะอาดตา
บนโต๊ะมีกระถางธูปทองเหลืองสีส้มเหลือง มีควันบาง ๆ ลอยออกมาจากรู้า กลิ่นหอมที่ทำให้จิตใจสงบอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
แม่เฒ่าหลี่ไม่เคยเห็นฉากเช่นนี้มาก่อน นางถูกความมั่งคั่งที่ปรากฏแก่สายตากระแทกจนรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ
แต่เพียงครู่เดียว นางก็รีบกดความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ แล้วก้มหน้าก้มตายืนอย่างนอบน้อมอยู่ด้านหลังผู้ดูแลหวัง
เถาหงอิงเองก็อุ้มเจียอินยืนอยู่อย่างเรียบร้อยที่ด้านหลังสุด สายตามองลงที่พื้นตรงหน้า เงียบสงบและสำรวม
สตรีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมหน้าต่างดูแล้วอายุประมาณสามสิบปี สวมชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อน ผมสีดำขลับเกล้ามวยเรียบง่าย บนศีรษะปักปิ่นแดงประดับอัญมณีอันประณีต ขับเน้นผิวขาวและริมฝีปากแดง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็กุ้ยเหรินผู้สูงศักดิ์ที่ได้รับการดูแลอย่างดี
เด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมกอดของนางอายุประมาณครึ่งปี ผิวพรรณผุดผ่องราวกับตุ๊กตา รูม่านตาสีดำขลับเป็ประกายสดใส สวมชุดสีแดงเข้ม ดูหรูหราไปทั้งตัว
ฮูหยินผู้สูงศักดิ์พอใจในกิริยามารยาทของแม่เฒ่าหลี่และลูกสะใภ้ เมื่อมองไปยังทารกในห่อผ้า สายตาก็ยิ่งอ่อนโยนลงอีกสามส่วน
นางไม่มีบุตรมาหลายปี เพื่อขอให้มีบุตรจึงได้เดินทางไปจุดธูปไหว้พระ ทำความดีสะสมบุญไปทั่ว
จนกระทั่งอายุเกือบสามสิบจึงได้ลูกสาวมาหนึ่งคน ตอนนี้จึงเป็่ที่ความรักของคนเป็แม่ล้นปรี่
ดังนั้น เมื่อเช้านี้พอผู้ดูแลหวังบอก นางจึงตกลงให้คนตระกูลหลี่ขึ้นเรือ
เพราะอย่างไรเสีย คนยากจนย่อมเห็นเงินทองเป็เื่สำคัญ
ตระกูลหลี่สามารถยอมสละเงินทองเพื่อลูกได้ นับว่าหาได้ยากยิ่งจริง ๆ
“พวกเ้านั่งเถิด ไม่ต้องเกร็ง” ฮูหยินซุนยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้แม่เฒ่าหลี่และลูกสะใภ้นั่งลง
แม่เฒ่าหลี่และเถาหงอิงกล่าวขอบคุณ และกล้านั่งเพียงครึ่งเก้าอี้เท่านั้น
แม่เฒ่าหลี่คิดครู่หนึ่ง ก่อนจะลดเสียงลงแต่กล่าวด้วยความจริงใจว่า “ขอบพระคุณฮูหยินที่เมตตาให้ครอบครัวของพวกข้าอาศัยเรือเดินทาง ฮูหยินโปรดวางใจ พวกข้าทั้งบ้านจะประพฤติตนอยู่ในระเบียบ ไม่สร้างปัญหาให้บนเรือ และจะพยายามตอบแทนพระคุณของฮูหยินอย่างสุดความสามารถ”
คำพูดนี้ช่างจริงใจ ฮูหยินซุนฟังแล้วรู้สึกสบายใจ ขณะที่กำลังจะพูดต่อ ก็เห็นเจียอินพยายามยืดคอขึ้น ราวกับอยากจะมองดูเื่สนุก
ทารกน้อยใบหน้าขาวสะอาด จ้ำม่ำน่ารัก เห็นแล้วทำให้ผู้คนเกิดความเอ็นดูยิ่งนัก