ห้วงฝันแห่งราชวังมังกร

    ตอนที่ 9 ไปตำหนักฉางชุนที่ประทับของจือซินกุ้ยเฟย

            “พระสนมพูดเช่นนี้ หมายความว่ายังไงเพคะ เหตุใดต้องให้นางดูแลฮ่องเต้ด้วย ในเมื่อพระองค์ก็ดูแลฮ่องเต้มาอย่างดีโดยตลอด” จือซินกุ้ยเฟยปล่อยยิ้มบางเบา พลันเลื่อนสายตามองถุงหอมที่อีกฝ่ายถืออยู่


            “เ๽้านำไปมอบให้เขาเถอะ ป่านนี้คงรอแล้ว”


            “เพคะ”


            “เดี๋ยวก่อน!” หญิงกลางคนค่อย ๆ หันกลับมา


            “เสร็จแล้ว ช่วยไปเรียกอี้หนิงกุ้ยเหริน มาพบข้าที่ตำหนัก ข้าจะรอนางที่นี่”


            “เพคะ”


            ภายในห้องส่วนตัวของอี้หนิงกุ้ยเหริน เตียงไม้แกะสลักอย่างประณีต ประดับด้วยม่านไหมเนื้อละเอียดและผ้าปูสีขาวสะอาดสะอ้าน ข้าง ๆ มีโต๊ะเล็ก ๆ วางพู่กัน หมึก และกระดาษที่พร้อมใช้การ ทั้งยังมีแจกันลายครามเสียบดอกไม้ เพื่อส่งกลิ่นหอม หญิงสาวหันมายังหีบเก็บผ้า ที่ว่างอยู่หนึ่งหีบ นางค่อย ๆ วางของมีค่า ที่เป็๲บรรณาการจากฮ่องเต้และกุ้ยเฟยเฮาลง ก่อนจะหันซ้ายหันขวาแล้วนำแจกันขนาดเล็กตามลงไปหลายชิ้น รวมถึงเหรียญเงินประจำราชสำนักอีกจำนวนหนึ่ง


            ‘ฉันจะต้องนำของพวกนี้กลับไปด้วยให้ได้ อย่าว่าแต่ซื้อบ้านเลย ฉันจะซื้อที่ดิน ซื้อรถหรูสักคันก็ยังได้’ เมื่อวางของทุกอย่างลงในหีบเรียบร้อยแล้ว นางจึงค่อย ๆ ปิดหีบลงอย่างระวัง ก่อนจะถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนั่ง


            “พระสนมมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เพคะ” เสียงของซูหนิงทำให้หญิงสาวสะดุ้งเฮือก เพราะไม่ทันตั้งตัว


            “ปะ เปล่า!” หญิงสาวอึกอัก ก่อนจะรีบเอื้อมมือไปจับหีบผ้าอย่างรวดเร็ว


            “เก็บผ้าเหรอเพคะ หม่อมฉันช่วย”


            “ไม่ต้อง!” ท่าทางมีพิรุธของอีกฝ่ายทำให้นางกำนัลชะงักนิ่ง


            “ข้าเก็บเสร็จแล้วล่ะ” กล่าวจบก็รีบดันหีบเข้าไปในซอกเตียงดังเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนสายตาแน่นิ่งของซูหนิงจะมองหีบนั้นด้วยความสงสัย


            “เข้ามาหาข้ามีอะไรงั้นเหรอ” ทว่าเสียงของผู้เป็๲นายทำให้ซูหนิงละความสงสัย แล้วยิ้มเล็กน้อย


            “จือซินกุ้ยเฟย ให้คนจากตำหนักฉางชุน มาตามพระสนมไปพบเพคะ” เมื่อได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ


            “เป็๲ไปตามธรรมเนียมหรือไม่” ซูหนิงยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายศีรษะ


            “ปกติแล้ว ตำแหน่งกุ้ยเฟยสูงกว่าตำแหน่งกุ้ยเหรินอยู่มาก จะไม่ก้าวก่ายกัน เว้นแต่มีเ๱ื่๵๹สำคัญเพคะ”


            ‘เ๱ื่๵๹สำคัญงั้นเหรอ?’ สิ้นความคิด หญิงสาวจึงหันกายเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว


            ระหว่างทางไปตำหนักฉางชุน สายตาของอี้หนิงกุ้ยเหรินเลื่อนมองไปรอบ ๆ ภายในวังหลวงเขตพระราชฐานชั้นใน ทุกมุมมีทหารคอยเฝ้า และคนทำความสะอาด แม้แต่ใบไม้แห้งที่ร่วงจากต้นไม้ใหญ่ก็ไม่มีให้เห็นตามพื้น เมื่อหันไปอีกฝั่ง สระน้ำสวยสะอาดสะท้อนท้องฟ้า ศาลาไม้สีแดงสูงตระหง่าน รวมถึงท้องพระโรงขนาดใหญ่สามหลังเรียงกัน แสดงถึงความมั่งคั่งในยุคสมัยนั้น ก่อนจะหันไปเห็นสวนดอกไม้ที่ปูด้วยหินตัดผ่านกลางสวน ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วขบคิด


            ‘สวนดอกเหมย สวยจัง’ นางหันคอมองตาม พร้อมสูดกลิ่นหอมอย่างชื่นใจ ก่อนจะหันมาแล้วชนเข้ากับร่างของใครบางคนทำให้นางรู้สึกเจ็บที่ศีรษะ


            “อ๊ะ!” หญิงสาวหลับตาแล้วใช้มือถูกบริเวณศีรษะตัวเองเบา ๆ พลันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อคนตรงหน้าคือจวิ้นเทียนฮ่องเต้ ทันใดนั้นจึงมองไปรอบ ๆ เหล่านางกำนัลและทุกคนในที่นั้นพากันก้มหน้ารับเสด็จ มีเพียงนางที่ยืนตาแป๋วสบสายตาอีกฝ่ายด้วยความ๻๠ใ๽


            “ถวายพระพรฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันไม่ทันระวัง โปรดเว้นโทษด้วย” สิ้นเสียงจึงค่อย ๆ เงยหน้ามองอีกฝ่าย เป็๲ครั้งแรกที่ได้ยลพระพักตร์ใกล้ชิดเพียงฝ่ามือกั้น แม้ไม่แสดงสีหน้าว่าโกรธ แต่ใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่าย ทำให้นางนึกถึงดาราตามซีรีส์ ทั้งผิวพรรณ ดวงตา และเรียวปาก ทุกสัดส่วนผสมกันอย่างลงตัวชนิดที่ว่าไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน ทว่าเขาไม่ตรัสคำใด เพียงแต่เบี่ยงตัวหลบ แล้วเดินจากไปท่ามกลางสายตาทุกคนที่อยู่ตรงนั้น


            “อีกนิดจะถึงตำหนักฉางชุนแล้วเพคะ” นางกำนัลของจือซินกุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ทำให้อี้หนิงละสายตาจากฮ่องเต้แล้วหันกลับมา

    ไม่นานนักก็เดินมาถึงตำหนักฉางชุน เป็๞ตำหนักขนาดใหญ่ มีสวนดอกไม้เล็ก ๆ ล้อมรอบ ตัวตำหนักทำจากไม้เนื้อดีแกะสลักลวดลายสวยงามทั้งหลัง ยังไม่ทันได้ชื่นชมเสียงผู้เป็๞เ๯้าของตำหนักก็เอ่ยขึ้น


            “เ๯้าออกไปก่อน ข้าอยากคุยกับอี้หนิงกุ้ยเหรินตามลำพัง” สุรเสียงราบเรียบนุ่มลึกของจือซินกุ้ยเฟย เอ่ยกับนางกำนัลของตน พลันเอื้อมไปรินชา แล้วยื่นให้กับอี้หนิง


            “ขอบพระทัยเพคะ” อี้หนิงกล่าวพร้อมน้อมกายรับน้ำชา แล้วยกดื่มอย่างสุภาพ พร้อมหันมองไปรอบ ๆ พบกับสวนดอกเหมยเล็ก ๆ บริเวณนั้นอีกสองแห่ง


            “พระองค์โปรดดอกเหมยเหรอเพคะ” นางยิ้มแล้วเอ่ยถาม ขณะเดียวกันก็ต้องสำรวมตัวเองตามมารยาท กิริยาทุกท่วงท่าของจือซินกุ้ยเฟยทำให้อี้หนิงกุ้ยเหริน ต้องระมัดระวังทุกการเคลื่อนไหว


            “ข้าชอบทำเครื่องหอม ดอกเหมยเป็๞วัตถุดิบที่ข้านำมาปรุง” นางตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อน


            “ตอนเดินผ่านมา หม่อมฉันเห็นสวนดอกเหมยงดงามมาก ที่แท้ไว้ใช้เป็๞วัตถุดิบทำเครื่องหอมของพระองค์นี่เอง” จือซินกุ้ยเฟยยิ้มเบา ๆ ทว่ารอยยิ้มแสนอ่อนโยนของนาง ทำให้อี้หนิงผุดคิดขึ้นมา


            ‘นางงามมากจริง ๆ กิริยาและการวางตัว สมเป็๞สตรีชั้นสูงโดยเนื้อแท้ ไม่แปลกที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนางมากกว่าพระสนมองค์อื่น ถึงขนาดร่างของนางถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีจวบจนถึงปัจจุบัน แต่ว่าเท่าที่จำได้ ร่างในโลงแก้วทำไมจึงเตี้ยกว่าตัวจริงอยู่มาก’


            “เหตุใดจึงจ้องหน้าข้าเช่นนั้น” คำถามของอีกฝ่ายทำให้อี้หนิงได้สติ แล้วค่อย ๆ วางถ้วยชาในมือลงพลันเอ่ยขึ้น


            “หม่อมฉันเพียงแค่คิด ว่าจะมีผู้ใดงดงามเทียบเท่าพระองค์หรือไม่”


            “เ๯้าไง” หญิงสาวกระตุกคิ้วเล็กน้อย