หลังจากกลับมาที่เมืองไป๋หนาน และเดินไปตามถนนในเมืองไป๋หนาน โจวเย่ก็พบว่าดวงตาของทุกคนที่มองเขาเปลี่ยนไป ตอนนี้ไม่มีการดูถูกเหยียดหยาม มีแต่ความเคารพและความอิจฉา และผู้คนที่สัญจรไปมาต่างก็ชื่นชมเขา
จะเห็นได้ว่าความแข็งแกร่งนั้นสำคัญขนาดไหน!
ตราบใดที่คุณมีความแข็งแกร่ง อำนาจ สถานะ และเงินทอง ก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม
หลังจากที่โจวเย่ไปที่ร้านของตระกูลตนเองเพื่อซื้อผงวิญญาณสามสี เขาก็รีบกลับไปที่ห้องเพื่อบ่มเพาะต่อทันที
โจวเย่สามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักรปราณยุทธ์ระดับที่เก้าได้ตลอดเวลาเพราะเขาอยู่ที่จุดสูงสุดที่แปดของอาณาจักรปราณยุทธ์แล้ว
แม้ว่าตระกูลโจวจะไม่กลัวตระกูลซ่ง แต่เขาก็ต้องเตรียมให้พร้อมที่จะรับมือ ดังนั้นการเพิ่มความแข็งแกร่งจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
-
ที่สถาบันอัคคี หลิวจางหลัน กำลังรักษา ซ่งเทียน ที่มีอาการบาดเจ็บที่ขาอย่างรุนแรง แต่โชคดีที่สามารถส่งมารักษาทันเวลา
แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือนหรือครึ่งปีถึงจะฟื้นตัว ส่วนจะฟื้นตัวได้สมบูรณ์ต้องใช่เวลานานแค่ไหนก็ไม่รู้
“โจวเย่ไม่ธรรมดาจริงๆ ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเด็กคนนี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้ และเขาสามารถเทียบเคียงได้ในระดับแรกของอาณาจักรนักยุทธ์แล้ว!” หลิวจางหลัน แตะเคราสีขาวของเขาแล้วยิ้มเบา ๆ
เมิ่งจางคง อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและกล่าวว่า "ระดับที่แปด ของอาณาจักรปราณยุทธ์ เอาชนะระดับที่หนึ่งของอาณาจักรนักยุทธ์ได้ โจวเย่ช่างแข็งแกร่งจริงๆ"
“อาจารย์ใหญ่ เงื่อนไขที่ท่านตกลงกับโจวเย่ ท่านจำทำตามสัญญาจริงๆเหรอ?” เต้าชิงเฟิง มองไปที่เมิ่งจางคงแล้วถาม
เมิ่งจางคง พยักหน้าเล็กน้อยและกล่าวว่า "โจวเย่ เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาเป็นเด็กอายุสิบหกปี แต่ข้าไม่สามารถมองทะลุผ่านจิตใต้สำนึกของเขาได้ เด็กคนนี้ลึกลับมาก"
หลังจากหยุดไปเล็กน้อย เมิ่งจางคงกล่าวอีกครั้งว่า "เงื่อนไขที่ข้าได้ตกลงไว้ไม่ใช้เรื่องยากอะไรที่จะรักษาสัญญา หากโจวเย่ไม่ได้เป็นศัตรูกับจักรวรรดิในอนาคตมันก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น แต่ทักษะการรักษาพิษของโจวเย่นั้นน่าสนใจกว่า โจวเย่ไม่ได้ใช้พลังงานชีวิตใดๆเลย แต่สามารถล้างพิษเหมันต์ได้อย่างง่ายดาย หากเขาสามารถล้างพิษไฟได้ พวกท่านคิดใหม่ว่านี้จะเป็นอย่างไร?"
“ล้างพิษไฟเหรอ?” เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของหลิวจางหลัน เต้าชิงเฟิง และผู้อาวุโสคนอื่นๆก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าทุกคนสามารถเดาอะไรบางอย่างได้อย่างชัดเจนและรู้ว่ามันหมายถึงอะไร
เมิ่งจางคง ยิ้มและพูดอีกครั้งว่า "เมื่อข้าเห็นขั้นตอนที่โจวเย่ ขับไล่พิษเหมันต์ให้กับผู้อาวุโสเต้า ข้าสงสัยว่าพิษไฟสามารถกำจัดออกได้หรือไม่? ถ้าโจวเย่สามารถกำจัดพิษไฟได้ จะทำให้นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนในทวีปต้องการตัวเขาอย่างแน่นอน"
หลิวจางหลัน เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสี่ เขารู้ดีที่สุดว่าสิ่งนี้หมายถึงอะไร
“ถ้าโจวเย่สามารถกำจัดพิษไฟได้จริงๆ เด็กคนนี้ก็จะน่ากลัวเกินไป ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาจารย์ใหญ่ ถึงตกลงสัญญากับโจวเย่โดยไม่ลังเลใจ” หลิวจางหลัน ขมวดคิ้วและจินตนาการถึงนักเล่นแร่แปรธาตุที่ทรงพลังบนทวีป ตามหาโจวเย่เพื่อขอให้เขากำจัดพิษไฟ
หลิวจางหลัน ยิ่งคิดถึงมันมากเท่าไร เขาก็ยิ่งตกใจมากขึ้นเท่านั้น และเขาไม่กล้าจินตนาการไปไกลกว่านี้
เมิ่งจางคงยิ้มและกล่าวว่า "โจวเย่เองก็รู้ดีถึงความสามารถของเขา ดังนั้นเขาจึงได้วางแผนที่จะไม่เข้าสถาบันของเรา ข้าเกรงว่าเขาต้องการไปที่แผ่นดินอเวจี เพื่อสร้างความก้าวหน้า ความทะเยอทะยานของเด็กคนนี้ไม่เล็กเลย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจักรวรรดิของเราจะให้เกิดเนิดบุคคลเช่นนี้ขึ้น ช่างเป็นพรจากสวรรค์จริงๆ”
-
สามวันผ่านไปในพริบตาเดียว โจวเย่ก้าวเข้าสู่ระดับที่เก้าของอาณาจักรปราณยุทธ์ได้สำเร็จ
ด้วยความก้าวหน้าของการฝึกฝนของเขา โจวเย่รู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆและประหลาดใจอีกครั้งกับเคล็ดวิชาร่างกายเทพปีศาจ
“ด้วยความแข็งแกร่งของข้าในปัจจุบัน แม้ว่าข้าจะเผชิญหน้าด้วยกำลังกับซ่งเทียนโดยตรงอีกครั้ง ข้ามั่นใจว่าข้าสามารถเอาชนะเขาได้!” โจวเย่ หัวเราะเยาะอย่างมั่นใจ เขากำหมัดแน่น และรู้สึกถึงพลังอันเดือดพล่าน
“ข้าอยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรนักยุทธ์แล้ว เมื่อข้าทะลวงผ่านอาณาจักรนักยุทธ์ ข้าก็จะสามารถใช้ทักษะยุทธ์ได้ จากนั้นพลังของการต่อสู้ของข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้น” โจวเย่เต็มไปด้วยความสุขและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ในขณะที่โจวเย่ กำลังจะยืดตัวและลุกจากเตียงและกำลังจะออกไปข้างนอก แต่ในขณะนี้ได้มีเสียงของหงเยว่ดังมาจากข้างนอก
“พี่เย่ ออกมาเร็วๆหอสมบัติส่งข้อความมา วันนี้จะมีการประมูล”
"การประมูลเหรอ?" โจวเย่ ผงะไปชั่วขณะหนึ่ง หลังจากเปิดประตูแล้วเขาก็ถามว่า "มีสมบัติมีอะไรบ้าง"
หงเยว่ ส่ายหัวแล้วพูดว่า "ข้าไม่รู้ แต่ดูเหมือนท่านลุงจะตื่นเต้น มันควรจะเป็นของดี"
โจวเย่พยักหน้าและพูดว่า "งั้นเราก็ไปดูกันเถอะ"
“พี่เย่ ท่านทะลวงหรือยัง ?” หงเยว่ถามด้วยความสงสัย
"ทะลวงแล้ว!" โจวเย่กล่าวด้วยรอยยิ้มและเมื่อเขาหันไปเพื่อต้อการตรวจสอบพลังยุทธ์ของหงเยว่ ตัวเขาก็แข็งทื่อทันที และกล่าวด้วยความตกใจอีกครั้งว่า "หงเยว่ เจ้าเองก็ทะลวงอีกแล้วเหรอ?"
ในตอนนี้ พลังยุทธ์ของหงเยว่อยู่ในระดับที่แปดของอาณาจักรปราณยุทธ์แล้ว
หงเยว่ ยิ้มอย่างน่ารักและกล่าวว่า "พี่เย่ ทะลวงได้ทำไมข้าจะทะลวงบ้างไม่ได้ล่ะ"
ใบหน้าของโจวเย่กระตุกเล็กน้อย และยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อเห็นความเร็วในการบ่มเพาะของหงเยว่
การประมูลของหอสมบัติ ได้ดึงดูดหลายตระกูลของเมืองโดยรอบ เนื่องจากสมบัติที่หายากและวิเศษเท่านั้นที่จะถูกนำมาประมูล
เมืองไป๋หนานในตอนนี้มีชีวิตชีวามาก และตระกูลจากเมืองโดยรอบก็เดินทางมากันทีละตระกูล
สี่ตระกูลใหญ่ของเมืองไป๋หนานทั้งหมดไปที่หอสมบัติ เช่นกัน
“พี่ใหญ่ ! ท่านจะไปที่หอสมบัติด้วยกันไหม?” เสียงตะโกนของโจวเซียวดังมาจากห้องโถง
"ไปสิ!" โจวเย่ตอบเสียงดัง
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสามก็ออกเดินทางไปที่หอสมบัติพร้อมกัน