ตอนที่ 11ผู้ช่วยของผู้ช่วย
“ท่านพ่อเมื่อไหร่ท่านถึงจะยกตำแหน่งรัชทายาทให้ข้า”
“ตำแหน่งรัชทายาทตอนนี้เป็ของพี่ชายเ้านิโคไงล่ะ”
“คนแบบนั้นจะมาเป็รัชทายาทได้อย่างไงกันท่านพ่อท่านพี่นิโคไม่เคยอยู่ที่เมืองหลวงด้วยซ้ำ”
“เื่นั้นเวลาจะเป็ตัวตัดสินเองว่าใครจะเป็ที่เหมาะสมกับตำแหน่งรัชทายาท”
เบรย์เดนกำหมัดแน่นเพื่อระงับความโกรธที่เขามีต่อท่านพ่อซึ่งเป็กษัตริย์แห่งราชอาณาจักรคูราเซีย
ตอนนี้ที่ราชอาณาจักรเหลือเขาอยู่เพียงคนเดียวที่พร้อมจะรับตำแหน่งผู้สืบทอดกษัตริย์คนต่อไปแต่ท่านพ่อหรือกษัตริย์คนปัจจุบันก็ยังไม่ยอมยกตำแหน่งรัชทายาทให้กับเขา
“เป็อะไรหรือเปล่าคะท่านเบรย์เดนเห็นท่านดูเงียบๆ”
“ไม่มีอะไรหรอกฮินะข้าแค่ยังไม่ได้สิ่งที่ข้า้าแต่ว่าในไม่ช้ามันจะต้องเป็ของข้า”
“ค่ะฉันเองก็เชื่อมั่นในตัวท่านเบรย์เดนว่าท่านจะต้องทำได้”
“ขอบใจมากนะแค่มีเ้าอยู่ด้วยแค่นี้ข้าก็สบายใจขึ้นเยอะแล้ว”
เบรย์เดนที่เดิมทีมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเพราะความโกรธแต่ตอนนี้กลับถูกชำระล้างโดยความอ่อนโยนของฮินะคนรักของเขา
หลังจากเหตุการณ์ตอนที่เปิดโปงการกระทำที่แสนน่ารังเกียจของแองเจล่าก็ทำให้เขาโดนท่านพ่อต่อว่าชุดใหญ่รวมถึงพวกขุนนางบางคนเองก็เลิกสนับสนุนเขาเช่นกัน
เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องไปกลัวผู้หญิงคนนั้นพวกขุนนางที่ถอนตัวไปมีแต่พวกใจเสาะทั้งสิ้น
แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็สามารถกำจัดแองเจล่าออกไปจากชีวิตของฮินะได้สำเร็จถึงความจริงจะอยากส่งนางเข้าคุกหลวงเพื่อรับโทษก็ตามแต่ก็ไม่มีใครก็จับตัวแองเจล่าเลย
เบรย์เดนได้คำปรึกษาจากขุนนางที่สนับสนุนเขาว่าให้รีบกำจัดตระกูลไลออนฮาร์ทเพราะว่าอาจจะกลายเป็อุปสรรคสำคัญในการจะขึ้นครองบัลลังก์
เขาเองก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่เหมือนกันแต่ติดตรงที่ว่าเขาไม่มีอำนาจมากพอที่จะทำแบบนั้นได้ถ้าหากจะกำจัดตระกูลไลออนฮาร์ทออกไปก็มีแต่ต้องได้เป็รัชทายาทก่อนเท่านั้น
ยิ่งปล่อยเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ตระกูลไลออนฮาร์ทก็มีแต่จะขยายอำนาจเพิ่มมากขึ้นราวกับว่า...
การปฏิวัติ?
นี่เป็เพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้นแต่ถ้าหากตระกูลไลออนฮาร์ทเกิดก่อการปฏิวัติขึ้นมาจริงๆเขาก็จะตกอยู่อันตรายได้เพราะลำพังทหารองครักษ์ของท่านพ่อและตัวของเขาเองไม่มีทางต่อกรกับกองทัพราชอาณาจักรที่ตอนนี้มีดยุกลินคอล์นควบคุมอยู่ได้
นี่อาจจะเป็สิ่งที่จะใช้อ้างสิทธิ์ให้ตระกูลไลออนฮาร์ทต้องลดอำนาจลงบ้างก็ได้หากดยุกคนหนึ่งมีอำนาจที่เหนือกว่ากษัตริย์ผู้ปกครองราชอาณาจักรแล้วย่อมจะนำแต่ภัยมาให้แล้วดยุกลินคอล์นเองก็มีทั้งกองทัพราชอาณาจักรและยังคุมตำแหน่งผู้จัดการท้องพระคลังอีกด้วย
นับว่าเป็ผู้ที่ถือครองอำนาจไว้มาก...บางทีอาจมากกว่าท่านพ่อเสียอีก
หึ
“แผนการของเ้าจะไม่มีทางสำเร็จได้หรอก”
“มีอะไรเหรอคะท่านเบรย์เดน”
“ไม่มีอะไรหรอกฮินะข้าแค่คิดอะไรน่าสนุกๆ ออกก็เท่านั้นเอง”
รอก่อนเถอะตระกูลไลออนฮาร์ท
แองเจล่า
**********
หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาได้ราวหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่ฉันต้องพักรักษาตัวอยู่ที่คฤหาสน์ประจำตระกูล
แน่นอนว่าทุกอย่างกลับเป็ปกติทั้งฉันเนเน่ และท่านพ่อต่างได้กลับมาทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาทุกอย่างนั้นเหมือนเดิมเพียงแต่มีสมาชิกใหม่ที่เข้ามาอยู่ที่คฤหาสน์เพิ่มขึ้นสองคนนั่นก็คือเทรย์เวอร์ และผู้ติดตามของเขา ไวท์
ท่านพ่อบอกว่า่ที่ฉันไปศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่เมืองหลวงนั้นท่านพ่อก็ได้อุปการะเทรย์เวอร์และได้ส่งเสียเขาจนได้กลายมาเป็ผู้ช่วยคนสำคัญในการดูแลเขตเทราเรียแห่งนี้
ถึงท่านพ่อจะพูดแบบนั้นแต่การให้ชายหญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวที่ไม่ใช่พี่น้องกันมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแล้วห้องของเทรย์เวอร์ก็ยังอยู่ถัดจากห้องของฉันอีกคิดอย่างไงมันก็ออกจะแปลกๆ
แล้วตอนนี้เทรย์เวอร์เองก็มาร่วมนั่งรับประทานอาหารด้วยกันกับฉันและท่านพ่อ
ส่วนเื่ที่เขาเป็คนช่วยฉันเอาไว้ตอนที่จะถูกไฟเผานั้นฉันเองก็รู้สึกขอบคุณเขาอยู่เหมือนกันเพราะฉันในตอนนั้นคิดว่าอย่างไงก็คงจะไม่รอดแล้วแต่ก็ยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
าแเองก็หายไปจนหมดแล้วไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็สักรอยเดียว เื่นั้นฉันได้ลองถามท่านพ่อดูแล้วแต่เหมือนว่าท่านพ่อเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากเหมือนกันรู้แต่เพียงว่าท่านแม่เองก็เป็เหมือนกับฉันที่แผลสามารถหายเองได้จนน่าใ
แต่เื่นั้นกับเื่ที่เทรย์เวอร์อยู่ที่คฤหาสน์เดียวกับฉันนั้นน่าใยิ่งกว่าถึงจะดูเป็คนเงียบขรึมราวกับถอดแบบมาจากท่านพ่อแต่เทรย์เวอร์นั้นให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป
เป็ความรู้ชวนให้น่าคิดถึงราวกับว่าฉันกับเทรย์เวอร์เคยเจอกันมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว
ท่านพ่อลุกยืนขึ้นทำให้ฉันที่กำลังคิดเื่อื่นอยู่รู้สึกตัว
“ท่านพ่ออิ่มแล้วเหรอคะ”
“อืม พ่อลางานมาป่านนี้คงจะวุ่นวายน่าดู”
“ต้องขอโทษที่ทำให้เดือดร้อนนะคะและก็ขอบคุณที่ยอมสละงานมาเพื่อลูกสาวที่ชอบสร้างปัญหาให้คนนี้”
“ไม่เป็ไรหรอก”
ฉันเดินเข้าไปกอดท่านพ่อจนทำให้ท่านพ่อแอบใเล็กน้อย
ั้แ่ที่ฉันเข้าเรียนในสถานศึกษาที่เมืองหลวงก็ทำให้ห่างเหินกับท่านพ่อที่จริงอยากจะอ้อนท่านให้มากกว่านี้เหมือนกับสมัยก่อนที่ฉันมักจะชอบอ้อนท่านพ่อบ่อยๆ
“แองเจล่ามีอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านพ่อ”
“จริงสิเทรย์เวอร์ยังขาดผู้ช่วยอยู่สินะ”
“ครับ”
“แองเจล่านี่เป็บทลงโทษของลูกที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อนเป็ผู้ช่วยของเทรย์เวอร์แล้วดูแลเขต่ที่พ่อไม่อยู่ทีนะ”
“คะ...?”
แล้วท่านพ่อก็เดินทางกลับเมืองหลวงไปทั้งอย่างนั้น
“ตามมาสิครับผมจะพาไปดูห้องทำงาน”
“อะ...อื้ม”
เทรย์เวอร์พาฉันไปที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขาแต่เหมือนตัวเขาจะไม่ค่อยพอใจหรือฉันอาจจะคิดไปเองเพราะสีหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยไม่มีปฏิกิริยาอะไรแสดงออกมาเลย
อย่าบอกนะว่าฉันคิดมากไปเองอยู่คนเดียวน่ะ
ฉันนั่งลงที่โต๊ะที่เทรย์เวอร์จัดไว้ให้จากนั้นเราสองคนก็แยกกันทำงาน
อะไรกันบรรยากาศแบบนี้เหมือนกับตอนที่ฉันยังทำงานอยู่ที่บริษัทเลยไม่ใช่หรือไงกันส่วนเทรย์เวอร์ก็เป็รุ่นพี่จอมดุที่มักจะแสดงสีหน้านิ่งเฉยแต่พอโกรธแล้วไม่ต่างอะไรราวกับั์มาร
ขนาดตอนนี้เองก็ยังต้องเป็พนักงานเงินเดินอีกหรอเนี่ยตัวฉัน
เมื่อบ่นกับตัวเองในใจจนพอแล้วฉันก็ได้แต่ทำใจและหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอ่านเอ่อ...ก็อ่านออกอยู่หรอกนะ แต่แบบนี้มัน
“ทะ...เทรย์เวอร์”
เทรย์เวอร์ที่กำลังทำงานอย่างจริงจังก็หันมามองที่ฉันนะ...นั่นมันสีหน้าของรุ่นพี่จอมดุชัดๆ เลยนะเหมือนกำลังจะบอกว่าอย่ามากวนคนตอนกำลังทำงานอย่างนั้นแหละ
“ฉะ...ฉันต้องทำอะไรกับมันงั้นเหรอ”
“ให้ตายสินี่คุณไปเรียนอะไรที่เมืองหลวงมากันแน่”
อึกอย่าพูดแบบนั้นสิที่เมืองหลวงพวกผู้หญิงได้เรียนแต่มารยาททางสังคมกับวิธีปฏิบัติต่อขุนนางด้วยกันเท่านั้นเองนะฉันไม่ผิดนะ ไม่ผิดสักนิดเลยด้วย ถ้าจะโทษก็ต้องไปโทษหลักสูตรของที่นั่นสิ
อยากจะพูดออกไปแต่ก็กลัวจะโดนต่อว่ากลับมาว่าทำไมไม่ศึกษาด้วยตัวเองหรือจ้างครูสอนพิเศษอีก
“เอกสารของคุณจะเป็เอกสารพวกโครงการที่จะนำมาพัฒนาเมืองคุณลองดูแล้วพิจารณาว่ามีความเป็ไปได้มากแค่ไหนแล้วก็ผลลัพธ์ของโครงการ”
นี่มันวิชาการเมืองการปกครองไม่ใช่หรือไงกันฉันจบบัญชีกับมารยาทสังคมมานะ
“ทำได้หรือเปล่า”
“คะ...คิดว่าทำได้”
“งั้นผมขอทำงานต่อแล้วกันถ้าเกิดมีตรงไหนไม่เข้าใจก็ปล่อยเอาไว้ก่อนเพราะอย่างไงผมก็ต้องมานั่งตรวจสอบอีกรอบอยู่ดี”
“อื้ม”
หมายความว่าเขาไม่ได้เชื่อใจฉันเลยสักนิดสินะ
งั้นฉันจะแสดงให้เห็นเองว่าถึงจะไม่ได้จบด้านนั้นมาก็สามารถช่วยงานเขาได้เหมือนกัน
5นาทีผ่านไป...
ยังไม่เจออันไหนที่ฉันพอจะเข้าใจเลยสักนิดมีแต่โครงการที่รู้จักเกือบทั้งหมดแต่ทำไมฉันถึงไม่สามารถบอกได้นะว่าอันไหนทำแล้วจะเป็ประโยชน์ต่อประชาชนในเขตเทราเรีย
คงเป็เพราะว่าฉันไม่เคยรับรู้ถึงปัญหาของพวกเขาว่าประชาชนในเขตเทราเรียเดือดร้อนอะไร้าอะไร ชีวิตความเป็อยู่เป็อย่างไร ฉันไม่เคยรับรู้เื่พวกนั้นเลย
ถึงแบบนั้นก็น่าจะมีอะไรที่ฉันพอจะทำได้อยู่บ้าง
หลังจากที่มาช่วยเทรย์เวอร์ทำงานเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วจนฉันมาอยู่ในสภาพนี้สภาพของพนักงานเงินเดือนที่ต้องทำโอทีจนดึกเพราะรายได้ไม่พอใช้จ่าย
“คุณหนูคะดิฉันเอาชากับของว่างมาให้ค่ะ”
“ขอบใจนะเนเน่”
“ท่านเทรย์เวอร์ด้วยนะคะ”
“อืม”
ฉันรับชาจากเนเน่มาดื่มเพื่อเยียวยาจิตใจที่เหนื่อยล้าจากการทำงานครั้งแรกของฉันว่าแล้วว่าชาของเนเน่ช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลายได้เป็อย่างดี ส่วนขนมเองก็...อร่อยย
“คงจะเหนื่อยสินะคะจะพักสักครู่ก่อนก็ได้นะคะ”
“แค่ได้ดื่มชาของเนเน่ก็หายเหนื่อยแล้วล่ะขอบใจนะเนเน่”
“ยินดีค่ะที่คุณหนูชอบ”
ฉันหันไปมองที่เทรย์เวอร์เขายังคงทำต่อต่อโดยไม่หยุดพักเป็เครื่องจักรหรือไงกัน?
ฉันเองก็กลับมาทำงานของตัวเองต่อเหมือนกันเพราะว่าทำได้ช้ากว่าที่คิดงานจึงยังไม่ค่อยคืบหน้าเท่าที่ควรแต่เหมือนเวลาจะผ่านไปเร็วกว่างานของฉันเสียอีกเพราะว่ากองเอกสารของฝั่งที่ฉันตรวจเสร็จแล้วมีน้อยมากเมื่อเทียบกับฝั่งที่ยังไม่ได้ตรวจ
ฉันทำงานของตัวเองไปเรื่อยๆจนความง่วงเข้าครอบงำทำให้ตัวฉันเผลอหลับไป
ส่วนเทรย์เวอร์ที่สังเกตเห็นว่าฉันหลับจึงเดินมาหาเพื่อตรวจดูเอกสารที่ฉันเป็ตรวจสอบ
“ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งเลยเหรอ”
“ไม่ไหวแล้ว...เนเน่ฉัน ฉัน ฉันทานไม่ไหวแล้ว”
“เป็คุณหนูที่หิวได้แม้กระทั่งในความฝันสมกับที่เป็คุณดีนะแอง....”
ขณะที่กำลังตรวจสอบเอกสารที่ฉันเป็คนตรวจสอบเทรย์เวอร์ก็พบเอกสารฉบับหนึ่งซึ่งเขาไม่ได้เป็คนคิดมันขึ้นมา
“ธนาคารงั้นเหรอ?”