ไม่นานนัก คนผู้หนึ่งก็ก้าวลงมาจากชั้นบน
ถังฮวนถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ผู้มาเยือนเป็นหญิงสาวในชุดสีเขียว ดูเหมือนจะอยู่ในวัยประมาณยี่สิบเท่านั้นนางสูงโปร่ง ท่วงท่าทะมัดทะแมง และมีใบหน้าที่รัดรึงตรึงใจอย่างมาก
คิ้วเรียวบางของเธออ่อนช้อย ดวงตาเข้มงามคู่หนึ่ง ภายในแววตานั้นระยิบระยับราวมีชีวิต ยิ่งมองลึกเข้าไปยิ่งคล้ายดั่งมีสองฤดู ใบไม้ร่วงและปริ่มน้ำระรื่น ซึ่งดึงดูดเป็นอย่างมากผิวหน้าเนียนขาวและบอบบาง ราวกับว่าหากกระทบกระเทือนแม้สักเล็กน้อยก็สามารถแตกสลายได้โดยง่าย
คางของนางงามระหงดั่งแกะสลักจากหยกชิ้นงาม ลำคอนั่นเล่าก็สอดรับกับเครื่องหน้าไร้ที่ติ ถัดลงมาคือสิ่งที่บุรุษล้วนถวิลหา อกทั้งสองอวบอูมสมบูรณ์เต็มเนื้อสาวคล้ายดังจะทะลักล้นออกมาได้ทุกเมื่อ ชายใดยามได้ยลแม้เพียงผ่านคอปกเสื้อต้องลอบกลืนน้ำลาย “แค่เพียงบางส่วน” ที่ล้ำออกมานั้นขาวราวหิมะ เรือนร่างที่เปี่ยมเสน่ห์ดูแสนบอบบางน่าทนุถนอม
สรรพสิ่งรอบกายนางคล้ายหยุดชะงัก เพียงได้เห็น ส่วนเว้าส่วนโค้งที่เย้ายวนชวนหลงไหล สะโพกผายสอดรับกับแนวขาเรียวเนียนดั่งหยกทั้งสองข้างสลับไปมาเผยให้เห็นความยาวและงดงามภายใต้กระโปรงสีเขียวนั้น
นางถือกล่องไม้ไว้ในมือ ขณะก้าวเดินลงมานั้น ผมสลวยลู่ยาวไปด้านหลังศีรษะดั่งเกลียวคลื่น ด้วยเสน่ห์เต็มวัยของเธอนั้น มิทราบว่าจะหาคำใดมาบรรยายได้อีก
“การทดสอบของนักหลอมรุ่นเยาว์ ซึ่งผู้ดูแลเฉินปิงแห่งเมืองนู่ลั่งในขณะนี้ ทุกคนล้วนทราบว่าเป็นชายชราอาวุโส เหตุใดจึงกลายเป็นหญิงงามได้ล่ะเนี่ย?”
ถังฮวนดวงตาเป็นประกาย มีสีสันน่าหลงไหล กระทั่งเขาหันกลับมาแล้ว แต่ใจก็ยังมิคลายจากภวังค์
แม้ว่าถังฮวนจะมาที่นี่เป็นครั้งแรก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นนักหลอม แต่เขาก็เข้าใจสถานะของศาลาเฉินปิงดีผู้ดูแลของเฉินปิงในเมืองแห่งนี้ได้ยินว่าเป็นผู้มีนามว่า กูยี เขาอายุหกสิบกว่าปี ฟังมาว่าเป็นช่างฝีมือระดับสูง
แน่นอนว่า ชายอายุหกสิบกว่าปีย่อมไม่มีหน้าตาเช่นนี้แน่ แม้แต่คนอื่นๆ ที่เข้าร่วมประเมินก็คล้ายประหลาดใจเช่นกัน
ปล่อยให้ผู้คนงงงวยอยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวผู้มีผมสีเขียวก็เดินออกมาหน้าฝูงชน นางวางแผ่นฟูกปูแล้วนั่งลง“ทุกท่าน ข้าชื่ออาโอบะ (หมายถึงใบไม้เขียว) ท่านอาจารย์กูยีถูกย้ายไปที่ศูนย์บัญชาการใหญ่แห่งเมืองเทียนซู ข้าจึงเป็นคนดูแลที่เมืองนู่ลั่งแห่งนี้ และข้าเองจะผู้ประเมินผลงานของพวกเจ้า”อาโอบะพูดยิ้มๆ จากนั้นดวงตาทั้งคู่ของเธอก็กวาดไปที่ทุกคน
“ยินดีต้อนรับท่านหัวหน้าอาโอบะ”
ผู้คนได้สติคืนมาแล้วแสดงความเคารพ ทว่าบางคนก็ตอบช้า กว่าจะส่งเสียงตอบออกมา ด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น
ณ ตอนนี้ทุกคนต่างคิดไปคนละทิศละทางอาจารย์ผู้ทรงตำแหน่งสูงแต่ละคนล้วนมีระดับความเข้มงวดที่แตกต่างกัน เมื่อนั่งเป็นประธานในการทดสอบ ท่านอดีตประธานกูยีได้รับการกล่าวขานว่าเข้มงวดมาก ทุกคนต่างสงสัยว่าอาจารย์คนใหม่นี้จะเข้มงวดกว่าหรือไม่
“เมื่อได้เข้าร่วมการทดสอบแล้ว พวกเจ้าผ่านการหลอมรวม ’อัคคีพิสุทธิ์’ หรือยัง” อาจารย์ผู้ประเมินมองไปที่คนทั้งหกพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
“ขอรับ!”ถังฮวนและคนอื่นๆ ตอบรับพร้อมกัน
“มีใครเคยทดลองหลอมอาวุธเบื้องต้นบ้างหรือไม่?” ดวงตาของชิงเย่หรี่ลงเล็กน้อย แล้วเธอก็ยิ้มอีก
“มี ขอรับ!”“ไม่ ขอรับ!”เป็นการตอบอย่างพร้อมเพรียง หากแต่คำตอบของถังฮวนโดดเด่นเป็นพิเศษ
เกือบจะชั่วขณะหนึ่งผ่านไป ดวงตานับสิบจับจ้องมาที่ถังฮวนด้วยความแปลกใจ แม้แต่อาวุธเบื้องต้นนี้ก็ไม่เคยสร้างขึ้นมา ยังมีกล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการทดสอบเบื้องต้นนี้อีก?ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่เคยหลอมอาวุธมาก่อน ไม่คิดจะอ้อมค้อมเลยใช่ไหม?
เจ้านี่คงมาป่วนแน่นอน อีกไม่นานคงถูกไล่ออกไปรอยยิ้มสดใจได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของใครหลายคน
สิ่งที่ทำให้พวกเขาผิดหวังคือ อาโอบะไม่ได้ตั้งใจที่จะขับไล่ถังฮวนออกไป เพียงมองดูเขาแล้วพูดว่า“ไม่เป็นไร หากเจ้าไม่เคยหลอมอาวุธมาก่อน ตราบใดที่เจ้าสามารถหลอมรวม ‘อัคคีพิสุทธิ์’ ได้ เจ้าก็สามารถผ่านการประเมินได้ แล้วเจ้ายังจะได้รับตราสัญลักษณ์ของนักหลอมระดับต่ำไปด้วย”
คนเหล่านั้นได้ยินคำพูดนี้ถึงกับอึดอัดมาก แต่เพราะคำพูดนั้นพูดโดยเจ้าของศาลาเฉินปิง จึงไม่กล้าที่จะต่อล้อต่อเถียง
“พวกเจ้า ในการทดสอบรอบแรก จะให้ทำการหลอมอัญมณีระดับต่ำเหล่านี้ พวกเจ้าจะเข้าสู่รอบที่สองได้หากทำสำเร็จภายในหนึ่งชั่วยามและหากทำสำเร็จ ก็รับตราประจำตัวของนักหลอมระดับต่ำไปได้เลย”
อาโอบะยิ้มเล็กๆ
หลังจากได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น หลายคนแอบโล่งอก ดูเหมือนเจ้าของโรงหลอมคนใหม่จะไม่เข้มงวดอะไรนัก หลอมอัญมณีในหนึ่งชั่วยามก็ไม่ได้ยากมากนัก
“คลิ๊ก!”
ขณะเสียงเล็กๆ ดังขึ้น มันเป็นอาโอบะเปิดกล่องไม้ในมือ แล้วแสงสีขาวสวยงามก็สาดพุ่งออกมาจากกล่อง
ทันทีหลังจากนั้น ความเย็นเยือกกว่าปกติก็แผ่รัศมีออกมาจากกล่อง กระทั่งจะหายใจยังเป็นไอน้ำ ความเย็นนั้นได้แผ่คลุมพื้นที่โดยรอบออกไปหลายเมตร
ครู่หนึ่ง ทุกคนรู้สึกเหมือนกับอยู่ในถ้ำน้ำเข็ง!
-ติดตามอ่านตอนต่อไป-