ท่ามกลางความเงียบงันในยมโลก “คีรินทร์”ก้าวเดินอย่างมั่นใจไปตามทางเดินหินที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตาแสงสีเทาหม่นรอบตัวให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในฉากภาพยนตร์ไซไฟสุดอลังการแต่แทนที่จะรู้สึกหนักใจเหมือนยมทูตทั่วไปคีรินทร์กลับยิ้มกว้างเหมือนกำลังเดินอยู่บนพรมแดง “ยมทูตทั้งทีต้องดูดีหน่อย!”เขาพูดกับตัวเอง ก่อนจะหยิบหวีเล็กในกระเป๋าออกมาปัดเคราเรียบแปล้
“เ้าจะเท่เกินไปแล้วคีรินทร์” เสียงมหายมบาลดังขึ้น พร้อมเสียงถอนหายใจหนัก ๆที่แสดงความอ่อนล้าอย่างชัดเจน “ข้าไม่รู้จะไว้ใจเ้าได้อีกไหมเ้านี่ไม่เหมือนยมทูตทั่วไปเลยจริง”
คีรินทร์ยักไหล่อย่างมั่นใจ“ท่านไม่ต้องห่วงครับ ผมน่ะมืออาชีพ!”เขาตอบพร้อมเช็กทรงผมเป็ครั้งสุดท้ายในกระจกที่สะท้อนเงาอยู่ใกล้ ๆ
มหายมบาลมองเขาด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย“งั้นข้าขอสั่งให้เ้าไปจัดการภารกิจนี้ รับิญญาหมอภพมาให้ได้!หมอคนนี้ไม่ใช่แค่ิญญาธรรมดาแต่เป็คนที่ชีวิตมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโลกมนุษย์ หากเขาจากไปผิดเวลาความสมดุลระหว่างชีวิตและความตายอาจพังทลาย เ้าอย่าทำให้เื่ยุ่งยาก”
เมื่อแสงสว่างจ้าหายไปคีรินทร์ปรากฏตัวกลางถนนในเมืองใหญ่ เสียงรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ดังลั่นรอบตัวแต่เขายืนอย่างไม่ทุกข์ร้อน “โอ้ท่านยม...โลกมนุษย์นี่คึกคักดีแฮะรถติดเหมือนลานจอดรถกลางแจ้ง!” เขาพูดพลางกวาดตามองรอบ ๆ
“มนุษย์นี่แปลกดีนะ เอาถนนมาเป็ที่จอดรถดูสิไฟแดงนานขนาดนี้ แต่ทุกคนยังนั่งนิ่งเหมือนกำลังทำพิธีอะไรสักอย่าง... หรือพวกเขากำลังฝึกจิตแบบเทพกันอยู่?” สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหนึ่งที่เคลื่อนตัวมาอย่างช้า ๆภายในรถคือหมอภพ ผู้ชายที่ดูธรรมดาแต่มีประกายความเครียดในดวงตา
“แหม ง่าย ๆแบบนี้ล่ะที่ชอบ!” คีรินทร์ยิ้มกว้าง ก่อนดีดนิ้วหวังจะปลดิญญา ทันใดนั้น เสียง"ปิ๊ง" ดังขึ้น พร้อมลมเย็นวูบหนึ่งที่พัดผ่านตัวเขา คีรินทร์รู้สึกแปลกๆ “เฮ้ย! ทำไมมันไม่เหมือนเดิม!?” เขาอุทานก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวจะหมุนคว้าง เขารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่แรงโน้มถ่วงแปลก ๆ
เมื่อเขาลืมตาอีกครั้งคีรินทร์พบว่าตัวเองนั่งอยู่ในรถของหมอภพ เขารีบมองมือของตัวเองก่อนจะะโลั่น“โอ้ท่านยม! ฉันกลายเป็มนุษย์แล้วเหรอเนี่ย!?” เขารีบเปิดกระจกมองหน้าตัวเอง “โอ้ นี่มันหล่อใช้ได้เลยนะเนี่ย! ผิวเนียนแถมเคราก็เป๊ะ!” เขายิ้มกว้างพลางลูบเครา ก่อนหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่“ต้องเก็บไว้ดูเล่นสักหน่อย!”
แต่ความสนุกของเขาอยู่ได้ไม่นานเมื่อเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากถนนด้านหน้า คีรินทร์รีบเปิดประตูรถลงมาทันทีเขาเห็นหญิงสาวในชุดทีมแพทย์ฉุกเฉินกำลังช่วยชายคนหนึ่งที่าเ็หนัก เธอชื่อ “ปาลิน”ท่าทางจริงจังและดูเหมือนเป็คนที่ไม่ยอมปล่อยให้ใครละเลยหน้าที่
“หมอภพ!คุณจะยืนเฉยอยู่ทำไม? มาช่วยเดี๋ยวนี้!”ปาลินะโด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดพร้อมส่งสายตาคมกริบที่ทำให้คีรินทร์รู้สึกเหมือนถูกสแกนหัวจรดเท้า
“ครับ ครับ! มาแล้ว!”เขาตอบกลับพร้อมวิ่งเข้าไปช่วย แต่ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า “มนุษย์นี่จริงจังกันจัง… ข้าต้องเจอกับอะไรอีกเนี่ย?”
หลังจากเหตุการณ์นั้นคีรินทร์ถูกดึงเข้าสู่ความวุ่นวายในโรงพยาบาลทันทีเสียงโกลาหลจากผู้ป่วยและพยาบาลในห้องฉุกเฉินดังเหมือนตลาดที่ไม่มีวันหยุดเขาหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นปนงงงวย
“โอ้ท่านยม! ข้าจะบ้าตายนี่มนุษย์ใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวันเหรอ? เสียงดังขนาดนี้ข้านี่แทบอยากกลับยมโลกเดี๋ยวนี้เลย!” เขาพึมพำเบา ๆแต่ไม่ทันไรเสียงปาลินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนระฆังที่ปลุกเขาจากภวังค์
“หมอภพ!คนไข้กำลังเสียเืมาก!” ปาลินเร่งเร้าขณะที่พยาบาลกำลังช่วยกันห้ามเืจากชายวัยกลางคนที่นอนหมดสติอยู่บนเตียงคีรินทร์พุ่งตัวเข้าไปด้วยความรีบร้อน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล
“ฉันไม่เคยทำเื่แบบนี้มาก่อน…”เขาคิดพลางจับเข็มกับด้ายด้วยมือที่สั่นเทา ทันใดนั้นความผิดพลาดก็เกิดขึ้นเมื่อเขาเย็บผิดจุดเสียงร้องของคนไข้และสายตาที่ใของพยาบาลทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้น
“หมอภพ! คุณทำอะไรอยู่!?เราต้องรีบหยุดเืก่อนเขาจะ…” ปาลินพูดเสียงดังใบหน้าเธอเต็มไปด้วยความใและความกังวล คีรินทร์กลืนน้ำลายและพยายามตั้งสติเขาลองอีกครั้ง คราวนี้สำเร็จ แต่สายตาของพยาบาลบางคนเริ่มแสดงความกังขาเสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ จากมุมห้อง
“หมอภพเป็อะไรไป?เขาเคยมีความมั่นใจมากกว่านี้…”
เมื่อทุกอย่างสงบลงคีรินทร์มองมือของตัวเองที่เปื้อนเื พลางคิดถึงความผิดพลาดที่อาจทำให้คนไข้เสียชีวิตเขาถอนหายใจหนัก ๆ “ถ้าข้าทำให้ชีวิตใครต้องสูญเสียทั้งที่ยังไม่ถึงเวลา…ข้าคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”ความคิดนี้ติดอยู่ในหัวเขาตลอดเวลาที่เขามองไปยังคนไข้ที่รอดมาได้หวุดหวิด
เมื่อในที่สุดเขาก็สามารถเย็บแผลได้สำเร็จคีรินทร์ถอนหายใจอย่าง โล่งอก “โอ้! ภารกิจมนุษย์นี่เหนื่อยกว่ายมโลกสิบเท่า!”เขาพึมพำเบาๆ
เขาเงยหน้าขึ้นและพบปาลินยืนกอดอกอยู่ตรงหน้ามองเขาด้วยสายตาที่ทั้งงงและขำไปพร้อมกัน “หมอภพ... คุณนี่เปลี่ยนไปมากนะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแฝงด้วยความสงสัย