ฉลามคลั่งรัก 20 : กับดักล่อลวง
#ฉลามคลั่งรัก
โอเว่นเบิกตากว้างเขาดูใกับการกระทำของผมที่เปลี่ยนไป ถึงอย่างนั้นผมก็ยังทำเป็ยิ้มแย้มใส่ผละออกมาจัดเสื้อเขาให้เข้าที่เข้าทางจะได้ดูเหมือนว่าเมื่อกี้มันคือการแกล้งกันทั่วไปต่อให้มันจะเป็การเตือนแบบนัย ๆ ให้เขารู้ว่าการร้ายใส่ผมมันจะเป็ยังไง
การที่ผมไม่เหลืออะไรนั่นแปลว่าผมกล้าพอที่จะทำอะไรก็ได้
ผมอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรแต่สิ่งที่เขาควรจดจำมากที่สุดคือผมมีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี
ผมมีเมกาโลดอน
“ขอบคุณที่ทำแผลให้นะ ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงติดเชื้อตาย”
“โซล...”
“แต่คุณไม่ต้องห่วงนะว่าผมจะเป็อะไร หลังจากนี้ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น จะได้ไม่เจ็บตัวเพราะใครอีก” ผมหัวเราะร่าเริงไม่ต่างจากเด็กวัยแรกใสผมอยากให้เขาเห็นว่าผมเป็แบบเดิม ไม่ได้แตกต่างจากก่อนหน้านี้เท่าไหร่ถึงจะทำให้เขาสงสัยไปนิดหน่อยก็ตาม
แต่ผมไม่แคร์ผมมีอะไรให้ทำมากกว่าที่เขาคิดเอาไว้
“ผมขอตัวขึ้นไปสูบบุหรี่หน่อยดีกว่าเราจะได้มาวางแผนกันต่อว่าจะทำอะไร”
“…”
“คุณเก็บของเสร็จแล้วก็รีบตามขึ้นไปนะ ผมว่าจอร์แดน้าคนเยียวยาจิตใจแนชลีย์คนเดียวคงรับมือไม่ไหว คุณเป็หมอน่าจะเข้าใจหัวอกคนมากกว่า” ผมแกล้งพูดเพื่อตอกย้ำว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของเขามันร้ายกาจแค่ไหน การเป็หมอไม่ได้ทำให้จิตใจใครสูงขึ้นผมยกยิ้มหมุนตัวเดินออกไปขณะเดียวกับที่เ้าสองตัวว่ายวนไปมาเหมือนคุ้มกันผมเอาไว้
ผมไม่ได้หันไปดูว่าโอเว่นทำสีหน้ายังไงผมหมดธุระกับเขาและสนใจเพียงเ้าฉลามั์เท่านั้น
ดีแลนชนกระจกนิดหน่อยราวกับบอกว่าพวกมันจะไม่ไปไหนไกลมันจะจับตาดูทุกคนไว้ไม่เว้นแต่ผมที่ทาบมือกับกระจก มองมันด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม
หัวใจผมเจ็บเมื่อคิดว่าตัวเองได้ยินอะไร
มันทำให้ผมต้องกำมือแน่นสบตากับดายและดีแลนที่ว่ายมาหาผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาฝากฝังคำพูดหนึ่งไว้ให้พวกมันจำขึ้นใจ
“มีแค่พวกแกเท่านั้นที่ช่วยฉันได้”
“กึด”
“อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะดาย ดีแลน”
ผมกลับมาที่ห้องมีความคิดหนึ่งที่แล่นเข้าหัวผมระหว่างที่เดินอยู่ผมลืมไปว่าตัวเองไม่มีมือถือเนื่องจากวันนั้นผมใช้มันเปิดเสียงวาฬเพื่อล่อสองพี่น้องให้ถอยห่างผมจะได้ขึ้นฝั่งได้สะดวก พอมาถึงนี่มือถือไม่มีความจำเป็ เราติดต่อกันผ่านไวเลสและเครื่องมืออื่นๆ เท่านั้นเลยเป็สาเหตุว่าทำไมผมถึงไม่ได้มองว่าการมีโทรศัพท์มันสำคัญ
กระทั่งผมคิดอะไรขึ้นได้
“จอร์แดน”
“ครับคุณโซล ?” เ้าของชื่อหันมาหาผมที่ส่งยิ้มให้ใบหน้าหม่นหมองตามประสา ผมเลยเดินเข้าไปลูบบ่าเขามองดูคนที่กำลังชงกาแฟในห้องครัวของศูนย์วิจัยเขาคงจะเหม่อลอยมากไปหน่อยเลยไม่ทันเห็นว่าตัวเองเทกาแฟหกเยอะขนาดไหน
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ผมมา
“คุณโอเคไหมแนชลีย์บอกผมว่าคุณไม่กินอะไรเลยั้แ่เช้า”
“ผมไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
“...”
“ผมยังทำใจเื่สตีฟไม่ได้น่ะครับ” จอร์แดนเลือกที่จะพูดความจริง นี่เป็สิ่งเดียวที่เขากับสตีฟมีเหมือนกันดวงตาสีสวยหลุบต่ำ ชะงักเล็กน้อยตอนเห็นว่าตัวเองทำกาแฟหกเขารีบหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะขณะที่ผมมองดูข้าง ๆ ช่วยเขาเล็กน้อยเพื่อให้ดูว่าผมไม่ได้มาเพราะความ้าบางอย่าง
ความ้าที่ทำให้ผมต้องตรงมาหาเขาทันทีที่คิดแผนได้
“ผมรู้ผมเองก็ยังอดคิดมากไม่ได้”
“คุณโซล”
“แต่ผมก็อยากให้คุณทำใจและช่วยอะไรผมบางอย่าง”
“หืม?” เ้าตัวครางในลำคอทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หันมาเลิกคิ้วใส่สบตากับผมที่ยกยิ้มให้บางๆ ทำเป็เทกาแฟใส่แก้วใหม่แล้วยื่นให้เขารับไปอย่างมีน้ำใจ
ก่อนที่เราจะใช้งานใครเราก็ต้องทำให้เขาไว้ใจเราก่อน
“ผมมีเื่ให้คุณช่วยหน่อยน่ะจอร์แดนมันเป็เื่ที่สำคัญและมีแค่คุณเท่านั้นที่น่าจะช่วยผมได้”
“คุณโซลหมายความว่าไง ?” ผมหยิบมือถือของโจเอลมาส่งให้มันพังเพราะน้ำเข้าเครื่องไปตอนที่เอริคโยนกระเป๋าลงน้ำถ้ามองแบบผิวเผินมันไม่ต่างจากโทรศัพท์ของผมเลยยิ่งผมถอดเคสเขาออกเหลือเพียงตัวเครื่องเปล่า ๆมันก็ยิ่งเหมือนของผมราวกับถอดแบบออกมา
ต้องขอบคุณที่เราใช้รุ่นเดียวกันเพราะมันจะทำอะไรได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
“มือถือของคุณโซลหนิครับ มันเป็อะไร ?”
“มันไม่ใช่มือถือของผมจอร์แดน มันคือมือถือของโจเอล หลานชายริชาร์ด”
“ว่าไงนะ”
“มันหล่นลงน้ำและผมเก็บได้คุณพอจะช่วยทำให้มันกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมได้ไหม มันมีข้อมูลสำคัญที่ผมต้องใช้และผมอยากให้คุณติดตั้งอะไรบางอย่าง” จอร์แดนมุ่ยคิ้ว รับมือถือไปพลิกกลับไปกลับมา ถอดฝาข้างหลังออกเพื่อเช็กเครื่องด้านใน
ในศูนย์วิจัยมีแค่จอร์แดนกับแนชลีย์เท่านั้นที่เก่งเื่คอมรวมถึงไอทีอื่นๆ แต่การที่ผมให้จอร์แดนเป็คนจัดการให้เพราะผมมั่นใจว่าเขารักสตีฟมากพอที่จะไม่หักหลังกัน และเขาก็ทำงานกับผมมานานพูดความจริงกับผมทุกอย่างมากกว่านั้นคือผมรับรู้ได้ว่าความรู้สึกของเขามันเป็ของจริง
เขาเป็ตัวเลือกเดียวที่ผมต้องยอมเสี่ยงดีกว่าแนชลีย์ที่สนิทกับทั้งสตีฟและโอเว่น…
ผมไม่รู้ว่าเธอไว้ใจได้มากแค่ไหนแต่ตอนนี้ผมต้องเลือกคนที่ผมไว้ใจได้มากที่สุด แค่คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยผมได้
“ผมอยากให้คุณติดตั้งตัวจับสัญญาณมือถือของทุกคนในศูนย์วิจัยโดยเฉพาะโอเว่น เอริค และริชาร์ด”
“หมายถึงตัวระบุตำแหน่งที่เราใส่ไว้ในไวเลสน่ะเหรอครับ”
“ใช่”
“แต่เราเช็กจากไวเลสก็ได้นี่ครับ หรือว่าสัญญาณมันเป็อะไร ?”
“สัญญาณไม่ได้เป็อะไร แต่มันจะช่วยให้ผมรู้อะไรมากขึ้นต่างหาก” ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาเขา ส่งผ่านความแน่วแน่ที่ทำอีกฝ่ายนิ่งงันไป “ผมรู้ว่าคุณไม่เข้าใจ แต่ผมจำเป็ต้องให้คุณช่วยจริง ๆ จอร์แดนถ้าไม่ใช่คุณ สตีฟก็คงจะตายตาไม่หลับ”
“คุณโซลหมายความว่าไง ?”
“…”
“เื่นี้มันเกี่ยวอะไรกับสตีฟครับ ?” เ้าตัวถลึงตาใส่เขาดูสงสัยและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูดมา ผมจับบ่าเขา บีบเบา ๆ ให้เขาตั้งใจฟัง
“การตายของสตีฟ มันมีอะไรมากกว่าที่เราเข้าใจ”
“หา ?”
“และถ้าคุณช่วยผมโดยไม่บอกใคร ผมจะทำให้คุณเห็นความจริง” ผมไม่รู้ว่าจอร์แดนจะยอมช่วยผมที่ลับลมคมในกับเขามากแค่ไหนแต่การที่จะให้ผมเล่าความจริงทั้งหมดที่ได้ยินมา ผมก็ทำไม่ได้ มันมีหลายอย่างที่ผมไม่แน่ใจผมจำเป็ต้องมีหลักฐานที่ใช้มัดตัวคนผิด
และสิ่งเดียวที่จะช่วยแผนผมดำเนินแผนที่คิดไว้ต่อไปได้คือมือถือเครื่องนี้
มือถือของโจเอลต้องมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่ ถ้าเกิดจอร์แดนไม่ช่วยผมผมจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากการถูกหักหลังกับเสียคนของตัวเองไป
ริชาร์ดและคนอื่นๆ จะต้องไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ และผมจะไม่ยอมเป็เป้านิ่งให้เขาวิ่งมาร้ายใส่ เพราะงั้นผมเลยต้องหว่านล้อมให้จอร์แดนคิดวนถึงเื่นี้จับมือเขาพร้อมกับบีบนิด ๆ ทำให้เขาเห็นว่าผม้าความช่วยเหลือจากเขาจริง ๆ
รวมถึงสตีฟ
ผมจะทวงความยุติธรรม
“อย่าปล่อยให้สตีฟต้องตายไปอย่างนี้เลยจอร์แดนช่วยผมแล้วเขาจะไม่ตายฟรี”
“…”
“เขาไม่ยินดีหรอกที่เห็นฆาตกรลอยนวลอยู่ข้างคุณ” คำพูดผมทำจอร์แดนนิ่งคิด ถ้าเป็ปกติก็คงจะไว้ใจผมได้ไม่ยากแต่เพราะถ้อยคำนั้นเลยทำให้เขาต้องแอบคิดมาก เ้าตัวก้มลงมองมือถือที่ผมส่งให้เขากัดปากครุ่นคิดว่าควรจะตอบรับข้อเสนอของผมไหม ผมไม่ได้อยากจะเอาสตีฟมาอ้างแต่ถ้าไม่ทำแบบนี้มันก็วัดใจใครไม่ได้
ทว่าในตอนที่ผมกำลังรอคำตอบจากเขาอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีคนเข้ามาขัด
“อยู่นี่เองเหรอโซล ผมหาตั้งนาน”
“อ๊ะ !”
“มัวทำไรอยู่น่ะ นึกว่าคุณจะอยู่กับลูกวาฬซะอีก” ผมหันขวับไปมองเอริคที่เดินขมวดคิ้วเข้ามาหาใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยระคนแปลกใจที่เห็นผมอยู่กับจอร์แดนที่เศร้าอยู่เขาเลื่อนสายตาไปมองอีกคน เล่นเอาผมเผลอเลียปาก ถ้าเกิดเขาเห็นโทรศัพท์ในมือของจอร์แดนขึ้นมาผมคงโดนสงสัยไม่ยอมหยุด
และแผนผมมันจะเดินหน้าได้ยากขึ้นหรือไม่บางที...
“คุณโซลมาชงกาแฟให้ผมน่ะครับเพราะเห็นผมยังไม่ได้กินอะไรั้แ่เช้า”
“หืม ?”
“หัวหน้าอยากได้สักแก้วไหมครับ คุณโซลชงอร่อยมากเลย” จอร์แดนยิ้มกว้างทำเหมือนว่าทุกอย่างเป็ปกติเ้าตัวยกกาแฟที่ผมเทให้ใหม่ขึ้นดื่ม ชูแก้วขึ้นเป็เชิงชวนเอริคนั่นทำให้ผมชะงักไปนิด ๆดวงตาเบิกกว้างเพียงชั่วครู่แล้วก็หรี่ลงเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตแม้จะใที่มือของจอร์แดนว่างเปล่า
มือถือที่ผมให้หายไปแล้วพอไล่ต่ำก็เห็นมันถูกยัดที่กระเป๋ากางเกงด้านหลัง
จอร์แดนขยิบตาให้ผมเบาๆผมเลยพยักหน้าเป็การตอบรับก่อนจะหันไปหาเอริคที่ส่ายหน้าเป็การปฏิเสธคำเชื้อเชิญ
“ไม่ล่ะ ไม่ใช่ตอนนี้”
“งั้นคุณมีอะไรล่ะ ถึงได้ตามหาผม”
“ลูกวาฬในบ่อมันเหมือนจะป่วย ผมเลยมาตามให้คุณไปดูมันหน่อย” ร่างสูงทำหน้าซีเรียสผมเลยย่นคิ้วใส่นึกถึงเ้าวาฬตัวน้อยที่เราเลี้ยงไว้ มันมักตกเป็อาหารสายตาของดายกับดีแลนเสมอดีที่มีทางเดินกั้นไม่งั้นมันก็คงลงท้องเ้าสองตัวนั้นไม่ต่างจากตัวอื่น
และเพื่อไม่ให้จอร์แดนตกเป็เป้าสงสัยที่อยู่กับผมลำพังมากขึ้นผมเลยพยักหน้าแล้วรีบเดินไปกับเอริค ไม่วายหันไปมองหน้าเขานิด ๆเ้าตัวเลยพยักหน้าใส่พร้อมกับทำมือโอเค
ถือว่าเขาตกลงกับผมแล้วนะ
“ไปปลอบจอร์แดนเื่สตีฟเหรอ”
กึก !
“เห็นแนชลีย์บอกว่าเขาร้องไห้ทั้งคืน เอาแต่บอกว่าคิดถึงสตีฟแล้วก็ทำงานไม่ได้”
“มันไม่แปลกสำหรับคนที่สูญเสียคนที่รักไป”
“…”
“ผมเองก็เคยเป็แบบนั้นตอนพ่อแม่ตาย มันทรมานยิ่งกว่าตกนรกซะอีก” ผมพูดโดยไม่มองหน้าเอริค ทำเพียงแค่เดินต่อไปที่บ่อวาฬไม่สนใจว่าเขาที่กำลังคิดหาคำปลอบโยนมากมายมาประโลมให้ผมคิดว่าผมอาจจะเชื่อเขาได้ไม่เท่าไหร่หลังจากที่ได้ยินเื่ที่ผ่านมา
บรรยากาศตอนนี้มันเหมือนกับว่าผมถือปืนอยู่หนึ่งกระบอกและในมือเขาก็มีปืนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าถ้าเกิดทิ้งเขาไว้ด้านหลัง...
เขาจะยิงผมให้ตายตรงนั้นหรือยิงคนที่จะวิ่งมาฆ่าผมกันแน่
“แต่เดี๋ยวเขาก็ชิน แรก ๆ มันก็จะเจ็บแบบนี้ ถ้าคุณว่างก็ไปปลอบเขาบ้างสิมันดีกว่ามาตามติดผมนะ” ผมหยอกล้อตามประสาปั้นหน้ายิ้มให้เอริคจับไม่ได้ดีหน่อยที่ผมก็ทำแบบนี้กับเขาอยู่บ่อยครั้งเขาเลยดูจะไม่ติดใจอะไร
ทำเพียงแค่ถอนหายใจ ดูเหนื่อยหน่ายยามเราเดินข้างกัน
“ว่าแต่ลูกวาฬเป็อะไร ทำไมมันถึงป่วยขึ้นมา ?”
“เบอร์นาร์ดคิดว่ามันน่าจะตรอมใจที่สตีฟตายเขาคุยกับมันเมื่อเช้านี้ตอนที่ทุกคนยังไม่ตื่น” ผมเผลอชะงักพลันก็ต้องปั้นหน้าไม่รู้สึก แม้จะรู้ความจริงอยู่แล้วว่าใน่เวลานั้นมีใครคนหนึ่งตื่นมาเอากระเป๋าไปโยนทิ้งทะเลและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นผมแค่นหัวเราะในลำคอ ถึงอย่างนั้นก็ยังเนียนต่อได้
“ก็ไม่แปลกถ้ามันจะตรอมใจ ถึงมันจะเป็สัตว์มันก็มีหัวใจ”
“…”
“และมันก็รู้ว่าควรซื่อสัตย์กับใคร ไม่เหมือนคน”ฝีเท้าของเราหยุดลงตรงบ่อวาฬเ้าตัวน้อยที่สตีฟเป็คนจับมารักษากำลังว่ายวนไปมาด้วยท่าทีเชื่องช้าต่างจากทุกทีมันพ่นน้ำผ่านรูตรงหัวคงทักทายผมที่เดินมาหาผมหลุบตาต่ำรู้ดีว่ามันอยากจะสื่อถึงอะไร
มันคงคิดถึงนายมันสตีฟคอยมาให้อาหาร ทำแผล รวมถึงดูแลร่างกายทุกส่วนให้ผมยังจำภาพที่เขาว่ายคู่กับมัน ยกยิ้มด้วยความสุขที่ออกมาจากใจ
เสียดายที่ไม่มีวันนั้นแล้ว
“คุณโซล”
“มันเป็ไงบ้างเบอร์นาร์ด”
“มันไม่ยอมกินอะไรเลยครับผมเอาอาหารมาให้มันก็ว่ายหนีตลอด แถมยังชนทางเดินบางครั้งด้วย มันคงเรียกหาคุณสตีฟ” เบอร์นาร์ดถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยในมือถือถังปลาตัวเล็กตัวน้อยสำหรับวาฬไว้ผมเลียปากมองมันสลับกับเ้าวาฬตัวน้อยที่มองผมคล้ายอยากให้ลงไป
ดวงตาสีดำมีหยาดน้ำใสๆ ผมคิดว่ามันกำลังเสียใจ
“เดี๋ยวผมไปให้อาหารมันเอง เอาถังมา” ผมยื่นมือไปขอถังปลาจากเบอร์นาร์ด นั่นทำให้เขาเบิกตากว้างใส่
“ไม่ได้นะครับ คุณโซลมีแผลจะให้ลงน้ำได้ยังไง”
“ผมแค่หย่อนขาลงไป ไม่ได้ลงทั้งตัว” ตอบกลับหน้านิ่งเพื่อให้รู้ว่าอย่ามาขัดผมรักสัตว์ของผมทุกตัว บางตัวมากกว่าคนที่นี่ซะอีกเหตุผลเดียวที่ผมทุ่มชีวิตให้พวกมัน เพราะพวกมันไม่เคยใจร้ายใส่ผมเว้นเ้าสองตัวด้านนอกที่ว่ายวนเหมือนรอกินเ้าตัวน้อยของสตีฟอยู่
เอริคย่นคิ้วเขาเองก็ดูจะไม่อยากให้ผมลงไปเท่าไหร่ เสียดายที่ผมหัวรั้นเกินไป
ผมคว้าถังมาถือไว้เดินไปริมขอบแล้วทิ้งตัวลงนั่ง วินาทีนั้นวาฬน้อยว่ายเข้ามาใกล้มันเว้นระยะห่างตามสัญชาตญาณ มันไม่ได้เชื่องเท่าวาฬที่เขาเลี้ยงไว้ตามสวนสัตว์ผมกวักน้ำใส่มัน โยนปลาตัวหนึ่งไปให้หวังเพียงมันจะตอบรับน้ำใจ
ปึง !
“อย่าสิดาย” ผมปรามฉลามตัวพี่มันดูหงุดหงิดที่วาฬนั่นไม่กินปลาที่ผมโยนให้ อีกนัยหนึ่งคือมันคลั่งอยากจะเข้ามากินวาฬตัวนี้ให้ตายพนักงานผมหลายคนเกือบโดนมันฆ่าตายก็เพราะมันกระแทกทางเดินแบบนี้แหละผมส่ายหน้าถอนหายใจแล้วโยนปลาให้เ้าวาฬใหม่ คราวนี้มันเข้ามาใกล้แต่ก็ยังปล่อยปลาให้ลอยไปมันมากินก็ตอนที่ดีแลนกระแทกทางเดินเสริมทัพพี่มัน
ผมกำลังจะปรามอีกครั้งถ้าไม่ติดว่าเห็นริชาร์ดเดินมาทางนี้ซะก่อน
“อรุณสวัสดิ์ ร่าเริงแต่เช้าเลยนะโซล”
“อาเองก็เหมือนกัน ดูสดใสกว่าเมื่อวานอีกนะครับ” ผมปั้นหน้ายิ้มแม้ว่าในใจผมจะรุ่มร้อนและอยากจะผลักเขาลงไปให้เมกาโลดอนกินมากก็ตามริชาร์ดเดินมาหยุดข้างเอริค พวกเขามองหน้ากันนิด ๆอาผมยกยิ้มผิดกับเอริคที่ไม่สนใจ
ริชาร์ดเลยหันมายิ้มให้ผมแทน
“นิดหน่อยน่ะ แต่อาก็ยังลืมเื่โจเอลไม่ได้”
“…”
“อายังไม่รู้เลยว่าจะคุยกับพ่อเขายังไง เขาคงทำใจไม่ได้และก็คงจะโกรธอามากที่พาลูกเขามาตาย” ผมพยักหน้าทำเป็เห็นใจคนที่ตีหน้าเศร้าใส่ผมต้องยอมรับว่าถ้าผมโง่กว่านี้สักหน่อย ผมก็คงตกหลุมพรางเขาได้ไม่ยากริชาร์ดหลุบตาต่ำ ถอนหายใจพร้อมทำหน้าเครียดจัด เขาเท้าแขนลงกับราวกั้นมองวาฬที่ผมกำลังโยนปลาให้
ดวงตาแพรวพราวยามมองเมกาโลดอน
“ถ้าไปเล่าให้เขาฟังว่าโดนฉลามั์กินก็คงไม่มีใครเชื่อลำพังจะบอกว่าเมกาโลดอนมีจริงคนก็คงมองว่าอาบ้า”
“ดีแล้วครับที่คิดแบบนั้น เพราะอาไม่ควรเอาเื่ของมันไปเล่าให้ใครฟัง”
“แล้วอาจะไปบอกพ่อเขายังไงที่ทำลูกเขาตาย”
“ก็บอกไปสิครับว่าอาไม่ได้ตั้งใจ”
“...”
“หรือจะบอกว่าอาจงใจฆ่าหลานตัวเองล่ะครับ :)”
“แหม...หยอกอาแรงจังนะ” ริชาร์ดว่าเสียงแ่แม้ว่านาทีแรกเขาจะเบิกตากว้างดูใก็ตาม“อย่าพูดให้อารู้สึกแย่สิโซล อาทำใจไม่ทันหรอกนะ อาแก่แล้ว”
“อายุมันก็เป็เพียงแค่ตัวเลขน่ะครับอามันเอามาวัดปัญญาและสามัญสำนึกไม่ได้”
“โซล”
“แต่ถ้าอาไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ให้ผมไปบอกพ่อเขากับอาด้วยไหมผมว่าผมมีเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อผมได้นะ” ผมละสายตาจากวาฬมาสบตาเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่ยิ้มแหยให้ พิรุธแรกที่สังเกตได้คือเขาหลุกหลิกเหมือนไม่อยากให้ผมไปพบเจอพ่อของโจเอลเท่าไหร่
“อาว่ามันจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่อาไม่อยากให้เธอโดนหางเลขไปด้วย”
เขาโกหก
ผมเลียปากไม่เชื่อคำพูดนั้นสักคำถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรเป็การตอบกลับ แค่ปล่อยให้เขาปั้นหน้ารวมถึงคำพูดสวยหรูต่อไป ส่วนตัวเองก็กลับมาสนใจวาฬน้อยที่ยอมกินปลาที่ผมโยนให้ขณะที่ในหัวผมคิดเื่อะไรมากมาย
ผมคิดว่าพ่อของโจเอลอาจจะเป็ใครสักคนที่มีอิทธิพลกับริชาร์ดก็ได้
มันไม่มีทางที่เขาจะเป็ห่วงไม่อยากให้ผมโดนลูกหลงหรอก
“อาอาจจะบอกเขาว่าโจเอลจมน้ำตอนเราไปแล่นเรือกันมันดูเป็ไปได้มากสุด”
“แล้วถ้าเกิดเขาถามว่าศพลูกเขาไปไหนล่ะ ?”
“ก็คงต้องบอกว่าจมไปลึกมาก คนอื่นดำไปหากันไม่ไหว” เ้าตัวทำหน้าครุ่นคิดนั่นยิ่งทำให้ผมเหยียดยิ้มเข้าไปใหญ่“ไม่ก็ต้องบอกว่าตกลงไปในวังวนฉลามถ้าบอกแบบนี้ก็น่าจะพอเชื่อได้ว่าคนอื่นไม่กล้าลงไปช่วยเขา”
“ผมไม่สนหรอกว่าอาจะแก้ตัวกับพ่อแม่เขายังไง”
“อะ...”
“อาอย่าพูดเื่ฉลามของผมก็แล้วกัน” ทันทีที่ผมพูดแบบนั้นเ้าสองตัวก็ชนเข้ากับทางเดินเล่นเอาริชาร์ดเกือบจะหน้าคว่ำลงมาในบ่อดีที่เอริคจับเขาไว้ทัน เป็อะไรที่น่าเสียดายเหมือนกันนะผมว่า “พวกมันคงไม่พอใจถ้ามีคนมารุกรานพื้นที่ของมัน”
“เธอนี่รักมันมากกว่าคนของตัวเองอีกนะ”
“เพราะมันไม่เคยทรยศผมไงครับ” เลื่อนสายตาไปมองสองพี่น้องที่ว่ายวนไปมาครีบยาวของมันสื่อถึงการอยู่เคียงข้างต่อให้จะอันตรายแค่ไหนก็ตาม “มันอาจจะทำลายล้าง อาจจะทำเหมือนจะฆ่าผมแต่ผมก็ต้องขอบคุณที่มันไม่เคยทิ้งผมไป”
“โซล”
“ผมมีชีวิตอยู่เพื่อมัน ผมเลยยอมตายเพื่อมันดีกว่าเพื่อคนอื่น” ผมหัวเราะไม่คิดจะหันไปมองว่าพวกเขาทำสีหน้ายังไงผมอาจจะพูดเหมือนไม่รักษาน้ำใจ แต่ถ้ามองในมุมผม มีใครที่รักษาน้ำใจของผมบ้างผมเลียปากยันตัวขึ้นมาหลังจากให้อาหารวาฬเสร็จ
ทั้งริชาร์ดและเอริคมองหน้าผมนิ่งดูเขามีเื่อยากพูดทว่าก็เลือกที่จะเก็บไว้
“แล้วนี่อาอยากจะกลับขึ้นฝั่งไหมผมคิดว่าการปล่อยให้เื่มันยืดยาวออกไป ครอบครัวของโจเอลจะเป็ห่วง”
“อาก็อยากขึ้นฝั่งอยู่นะ แต่อาก็ยัง...แอบกังวลเื่โจเอล”
“อาไม่มีสิทธิ์ได้มันแล้วครับ”
“ว่าไงนะ !”
“เพราะตอนนี้อาไม่เหลือคนของอาที่จะช่วยอาได้แล้ว และที่นี่มีแค่คนของผมที่จะทำตามคำสั่งของผมเท่านั้นเพราะงั้นผมจะไม่ยอมให้อาเอาพวกเขาไปเสี่ยงกับความโลภของอาหรอก ใช่ไหมเอริค ?” ผมเลิกคิ้วถามคนที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไรเอริคสบตาผมพยักหน้าให้พร้อมกับเดินไปหยิบผ้าขนหนูมาให้
เพราะเป็คนที่นิ่งงันอยู่แล้วเขาเลยดูไม่น่าสงสัยอะไร
เสียดายที่ผมติดใจเื่นั้นไปแล้ว
“เราไม่ควรเสียคนของเราเพราะความโลภของใคร” เขาว่าคลุมผ้าขนหนูให้ แม้ผมจะเปียกแค่ขาก็ตาม “ทางที่ดีคุณควรกลับไปที่นี่ไม่มีใครจะทำตามคำสั่งของคุณหรอก”
“เอริค” ริชาร์ดกัดฟันกรอดทั้งสองมองหน้ากันอย่างมีเลศนัย “แต่อายังไม่ได้ที่อา้าเลยนะโซลแล้วมันก็ยังไม่ครบสามวันที่เราตกลงกันไว้”
“ผมขอยกเลิกสัญญา เพราะตอนนั้นมันยังไม่มีใครตาย”
“…”
“อาไปเก็บของเถอะครับ ผมจะขับเรือไปส่งเอง...เพื่อความปลอดภัยของอา” ผมยกยิ้มแกล้งเหลือบตาไปมองดายกับดีแลนที่ว่ายวนอยู่เดินไปตบบ่าริชาร์ดเบา ๆ ที่ต้องมัดมือชกเขาแบบนี้เพราะผมมีแผนที่คิดเอาไว้
ถ้าตัวเขากลับไปผมพนันได้ว่าริชาร์ดต้องให้ใครสักคนที่นี่ทำบางสิ่งที่เขา้ายิ่งไปกว่านั้นการที่เขากลับขึ้นฝั่งมันจะช่วยตอบโจทย์เื่ที่เขาดันทุรังมาหาผมที่นี่ได้มาก
ผมคิดว่าการที่ริชาร์ดมาหานอกจากจะมาศึกษาแล้ว มันน่าจะเป็คำสั่งก็ถ้าเราเป็นายคนเราไม่น่าจะต้องลงมือเองด้วยซ้ำต่อให้จะเป็เพราะเขารู้จักกับพ่อแม่ผมก็ตามผมยังติดใจอีกหลายเื่ที่เกี่ยวกับเขาอยู่
และเขาก็ยังมีความลับที่ผมวางเดิมพันไว้
“แต่ถ้าอายังทำใจไม่ได้ ผมจะให้เวลาถึงพรุ่งนี้”
“งั้นอาขออะไรบางอย่างสิ”
“อะไร ?”
“อาอยากเห็น...ข้อมูลของพวกมัน” ริชาร์ดรั้งผมไว้ด้วยถ้อยคำละโมบโลภมากของเขาเล่นเอาผมถึงกับหันไปเลิกคิ้วใส่ “อาสัญญาว่าอาจะไม่เอาไปไหนอาแค่อยากเห็นว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามันเป็ยังไง และมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง”
“จนถึงตอนนี้อาก็ยังจ้องจะเอาเปรียบผมทุกทางเลยนะครับ”
“อะ...”
“อาไม่สำนึกเลยว่าอาอยู่ในสถานะไหนตัวเองไม่มีสิทธิ์มาต่อรองยังจะจ้อไม่หยุด” ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาเขาแสดงให้เห็นถึงความแน่วแน่เอาจริงที่คงไม่มีใครกล้าเล่นกับผมบีบไหล่เ้าตัวแรงมากเพื่อให้เขาทบทวนสิ่งที่พูดมา “ถ้าข้อมูลของผมคือสิ่งที่อาอยากได้มากงั้นเรามาเล่นเกมกันไหม”
“เกมอะไร ?”
“เกมซ่อนหาไง”
“…”
“ใครชนะคนนั้นตายนะครับ :)”
มันคือการวางหมากก่อนเกมจริงจะเปิดตัว