บทที่6 ผิดพลาด
เมื่อปีย์ชนกเดินเข้าไปด้านในห้องทำงานเขาเห็นศิลากำลังนั่งเอนกายพิงพนักโซฟาที่อยู่กลางห้องใบหน้าดูเหนื่อยล้าและเคร่งเครียดยิ่งนัก
ปีย์ชนกเดินถือถ้วยกาแฟเข้ามาเตรียมวางไว้ที่ด้านหน้าของศิลาอย่างระมัดระวังเขาไม่้ารบกวนเวลาพักผ่อนของศิลาในตอนนี้แต่เมื่อหันไปเห็นศิลาที่กำลังหลับตาอยู่นั้น เขาก็ถึงกับชะงักค้างสายตาของเขาจับจ้องไปที่ศิลาอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าที่เขาเฝ้าคิดถึงั้แ่จากกันในวัยเยาว์ทำให้ปีย์ชนกเผลอตัวมองศิลาอยู่เป็เวลานาน
จนกระทั่งศิลากระแอมออกมาขัดจังหวะอีกครั้งปีย์ชนกถึงกับเสียอาการขึ้นมา เขาสะดุ้งสุดตัวก่อนจะรีบเดินไปวางกาแฟที่โต๊ะ
แต่แล้วจังหวะที่ปีย์ชนกกำลังก้าวเท้าไปตรงหน้าอาจจะเพราะความประหม่าที่มีทำให้เขาก็เผลอสะดุดขาตนเอง ส่งผลให้กาแฟในมือถึงกับกระฉอกออกมา กาแฟร้อนถูกสาดไปแผงเสื้อที่อกของศิลาอย่างไม่ตั้งใจ
“ขอโทษครับ...ขอโทษครับ” ปีย์ชนกถึงกับใบหน้าถอดสี เขารีบลนลานหยิบกระดาษทิชชูด้านข้างแล้วเช็ดไปที่หน้าอกของศิลาอย่างลุกลี้ลุกลน
“พอแล้ว...พอแล้ว” ศิลาแหวออกมาในทันทีเขาถึงกับใบหน้าเขียวเข้มขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดกับท่าทางเงอะงะของชายหนุ่มตรงหน้ากับอีแค่กาแฟก็ยังทำไม่ได้ดี แล้วจะให้เขามอบหมายงานสำคัญให้ทำได้อย่างไรศิลาเผลอบ่นในใจอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก
“เอ่อ...คุณศิลาเสื้อผ้าคุณเปื้อนหมดแล้ว ผมจะเอาผ้าชุบน้ำมาให้นะครับ”ปีย์ชนกที่ตอนนี้หน้าหดเหลือเพียงสองนิ้วก็พยายามจัดการสถานการณ์ตรงหน้าอีกครั้ง
“เลิกวุ่นวายได้แล้ว...นี่ก็เวลาเลิกงานแล้วนายกลับไปเถอะ” ศิลาตัดบทอย่างนึกรำคาญ เขากำลังครุ่นคิดถึงแผนงานที่กำลังจัดเตรียมประชุมกับบริษัทคู่ค้าคนสำคัญแต่ก็ต้องสะดุดลงเพราะความซุ่มซ่ามของคนตรงหน้า
“เอ่อ...ครับถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อน” ปีย์ชนกกล่าวลาด้วยน้ำเสียงแ่เบา เขารู้สึกผิดหวังกับตัวเองอยู่มากทีเดียวที่เผลอทำเื่ผิดพลาดในหลายๆเื่ั้แ่วันแรกของการทำงาน ปีย์ชนกก้มหน้าหลุบต่ำพร้อมก้าวเดินออกจากห้องของศิลาไปอย่างรู้สึกหมดแรง
ปีย์ชนกกลับมาถึงบ้านด้วยท่าทางหงอยเหงาใบหน้าของเขาดูเจื่อนลงไปอย่างมากจากความผิดหวังในความผิดพลาดของตนเอง
เมื่อปีย์ชนกเดินเข้ามาภายในบ้านเขาก็ต้องพบกับคุณองอาจและคุณหญิงอรุณีที่นั่งอยู่ที่โต๊ะภายในโถงห้อง
“กลับมาแล้วเหรอ วันนี้เริ่มงานเป็อย่างไรบ้าง”องอาจเอ่ยทักเมื่อเห็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา ชายวัยกลางคนมองปีย์ชนกอย่างตั้งความหวังไว้อย่างมากเขา้าให้ลูกชายของคนที่ตนเองรักและรู้สึกผิดได้รับทอดกิจการที่เขาเพียรพยายามสร้างขึ้นมา
“ท่าทางเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อแบบนี้จะไปทำอะไรได้นอกจากเป็ตัวภาระไปทั่ว” คุณหญิงอรุณีอดที่จะเหน็บแนมออกมาอย่างเสียไม่ได้ยิ่งมองเห็นชายหนุ่มตรงหน้าที่มีหน้าถอดมาจากช่อผกา หญิงที่พรากความรักไปจากเธอหญิงวัยกลางคนก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง
“นี่คุณ...เมื่อไหร่จะเลิกพูดจากับปีย์แบบนี้เสียที”องอาจปรามออกมาอย่างนึกระอาใจกับท่าทีของภรรยา
คุณหญิงอรุณีเม้มปากแน่นด้วยความโกรธเคืองที่ถูกตำหนิเธอได้แต่ค้อนขวับใส่คนด้านข้างอย่างนึกน้อยใจ
ปีย์ชนกเห็นถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นก็รีบตัดบทในทันที“เพิ่งเริ่มงานวันแรกต้องเรียนรู้อีกเยอะครับ...ยังไงปีย์ขอตัวไปพักก่อนนะครับ”
น้ำฟ้าและจันทร์เ้าที่เดินเข้ามาพอดีก็รีบเสริมขึ้นมาโดยไม่ได้นัดหมาย“ปีย์...พวกเรามีเื่จะคุยกับปีย์เยอะเลย” “นั่นสิ...รีบไปกันเถอะ”พี่สาวทั้งสองรีบเข้ามาดึงแขนของปีย์ชนก ลากจูงขึ้นไป้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเข้ามาภายในห้องนอนปีย์ชนกหย่อนกายลงบนเตียงด้วยความอ่อนล้าภายในใจน้ำฟ้าและจันทร์เ้ารีบเข้ามานั่งด้านข้างในทันที
“ปีย์...ไหนเล่าสิ วันนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง”จันทร์เ้ารีบถามไถ่เมื่อเห็นท่าทางของน้องชายที่ดูหมดเรี่ยวแรง ในขณะที่จันทร์เ้าเองก็พยักพเยิดอย่างอยากรู้เช่นกัน
“เฮ้อ...” ปีย์ชนกถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมองหน้าพี่สาวทั้งสองตาละห้อย “วันนี้ปีย์ได้เจอพี่ศิลาด้วย”
“จริงเหรอ...ปีย์”น้ำฟ้าทำเสียงตื่นเต้นขึ้นมา
“แล้วเป็อย่างไรบ้าง...คุณศิลาหล่อมากไหมแล้วปีย์ได้คุยอะไรกับเขาบ้าง” จันทร์เ้าเองก็ตาลุกวาวขึ้นมาเมื่อได้ยินเช่นนั้นทั้งสองต่างรู้ดีว่าปีย์ชนกนั้นคิดถึงศิลา พี่ชายข้างบ้านคนนี้มาโดยตลอดแต่พวกเธอก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรคนทั้งสองถึงห่างหายจากกันไปในที่สุด
ปีย์ชนกถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะตอบพี่สาวทั้งสองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “ก็...จะว่าอย่างไรดีล่ะ...ตอนนี้พี่ศิลาคงจำปีย์ไม่ได้แล้ว”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมไปชั่วขณะท่าทางตื่นเต้นของหญิงสาวทั้งสองมอดดับลง หลงเหลือเพียงสายตาที่มองน้องชายด้วยความเห็นใจ
“อะไรกัน...คนเคยสนิทกันมาก่อนจะลืมกันง่ายดายขนาดนั้นเชียวเหรอ”
ปีย์ชนกได้แต่ยิ้มแห้งออกมา “อาจจะนานเกินไปแล้วก็ได้...อีกอย่าง...พวกเราก็ไม่เจอกันเป็สิบปีพี่ศิลาคงลืมปีย์ไปแล้วล่ะ” ชายหนุ่มพยายามพูดให้เป็เื่ธรรมดาที่สุดแม้ในใจจะรู้สึกเ็ปก็ตาม
“เอาน่าปีย์...ลืมก็ทำให้จำใหม่ได้”จันทร์เ้ากล่าวปลอบอย่างให้กำลังใจอีกครั้ง
“ช่างเถอะ...ตอนนี้ปีย์แค่อยากตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดให้พี่ศิลายอมรับในความสามารถของปีย์ก็พอ"ปีย์ชนกพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น
“ปีย์...สู้ๆ นะพวกพี่เป็กำลังใจให้เสมอ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกพวกพี่ได้เลยนะ” น้ำฟ้ารีบส่งกำลังใจให้น้องชายเฉกเช่นเดียวกัน
“ขอบคุณพี่น้ำฟ้ากับพี่จันทร์เ้ามากครับ...แต่ปีย์ไม่เป็ไรจริงๆพวกพี่กลับไปนอนเถอะ” ปีย์ชนกตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ถ้าอย่างนั้นพวกพี่ไม่กวนแล้วนะ รีบเข้านอนเถอะ”ทั้งสองกล่าวลาพร้อมเดินออกจากห้องไปในที่สุด
ปีย์นั่งเหม่อลอยอีกครั้งพลางนึกน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามที่พี่ศิลาได้หลงลืมตนเองไปแล้วจริงๆหรือว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความสำคัญกับพี่ศิลาแม้แต่น้อยกันนะ