“ไปช่วยงานครอบครัวของแฟนเขาน่ะครับ” นางนิลมณีพยักหน้า แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร วาทีก็พูดต่อ “อย่าบอกนะครับว่าถ่อมาหาผมถึงบริษัทเพื่อจะมาถามเื่เลขาของผมเท่านั้นน่ะ”
นางนิลมณีมองค้อนก่อน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมากดนั่นนี้แล้วยืนมาให้กับเขา “ถูกใจใครเลือกมาสักคน”
“ไม่ถูกใจสักคนครับ” วาทียื่นมือถือที่เขาปัดดูภาพผู้หญิงประมาณเกือบสิบคนผ่าน ๆ แล้วยื่นมันกลับคืนไปให้คนเป็แม่ และนอกจากท่านจะไม่รับคืนแล้วเขายังโดนตีอย่างแรง
“งานนี้แม่จริงจังนะ ภายในเดือนนี้แกต้องมีเมีย” นางนิลมณีบอกกับลูกชายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเคร่งเครียด เื่นี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งคุยกัน แต่คุยมาจะเป็เดือนแล้ว แต่ลูกชายของนางไม่หือไม่อือเลยสักนิด
“แต่ผมยังไม่อยากมี ถ้าจะมีผมจะหาเองครับ”
“งั้นแกก็หามาสักคนสิ ยังไงงานนี้แม่ก็ไม่ยอมให้ตาเรย์แซงแกได้เด็ดขาด ถึงแกไม่สนใจแต่แม่สนและสนมาก ๆ ด้วย ดูแกสิทำงานงก ๆ กว่าบริษัทจะทำกำไรมหาศาลมากมายขนาดนี้ จู่ ๆ จะให้คนอื่นมาชุบมือเปิบแม่ไม่ยอม” นางนิลมณีโอดครวญอย่างรู้สึกไม่ยุติธรรมกับลูกชายของนาง ถามว่านางไปคุยกับพ่อสามีไหม คุยจนไม่รู้จะยังไงแล้วแต่คนแก่หัวรั้นก็ไม่ยอมฟัง พูดแค่ว่า ‘ถ้าไม่อยากเสียสิทธิ์ไปก็หาเมียให้เ้าทีมันสิง่ายจะตาย’
‘ง่ายตายละ’ นางอยากะโคำนี้ใส่หน้าด้วยซ้ำ แต่ก็ทำได้แค่คิด ถึงนางจะชอบเถียงกับท่านยังไงก็ไม่เคยที่ทำอะไรที่มันดูเกินขอบเขต จึงได้แต่ฮึด ๆ ฮัด ๆ กลับบ้านและมาลงเอากับผัวและลูกชาย
“เดี๋ยวมีจะพาไปแนะนำแล้วกันครับ” วาทีบอกปัดอย่างไม่ได้ใส่ใจ เพราะเขาค่อนข้างสนิทกับคนเป็ปู่และรู้จักนิสัยท่านเป็อย่างดี งานนี้เชื่อได้ว่าคนเป็แม่โดนปั่นแน่ ๆ แต่ถึงพ่อแม่เขาจะรู้ว่าเป็อย่างนั้น พวกท่านก็ไม่สามารถนิ่งได้อย่างที่เขาทำ แม้จะพยายามบอกพวกท่านแล้วก็ตาม
เรียกได้ว่าปู่เขารู้จุดในการปั่นเื่นี้ดีทีเดียว
“เมื่อไหร่ ไม่มีเวลาแล้วนะ” นางมองหน้าลูกชายที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วถอนหายใจ ก่อนจะเปิดยิ้มเมื่อเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก “แม่จำได้ว่าเคยถามเลขาคนเก่าของแกเื่ผู้หญิง เหมือนแกจะเคยควงสาว ๆ อยู่นะ และแต่ละคนโปรไฟล์ก็ดีนี่ เลือกมาสักคนสิ”
วาทีถอนหายใจ ไม่รู้คนเป็แม่มาแอบล้วงข้อมูลเื่พวกนี้จากอนุรักษ์ั้แ่เมื่อไหร่ แต่เอาเถอะพูดกันตามตรงเื่แนวนี้ท่านก็ถนัดอยู่แล้ว “ผมขอไปทำงานต่อดีกว่า” เลยเลือกที่จะตัดบทด้วยการลุกหนีไปที่โต๊ะทำงาน และนั่นทำให้นางนิลมณีที่วันนี้กะว่าจะมาคุยกับลูกชายดี ๆ ต้องโมโห “จะเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้! เดี๋ยวแม่จัดให้ รีบทำงานแล้วเรากลับบ้านพร้อมกัน”
“เย็นนี้ผมมีนัด” วาทีบอกทั้งที่มือและสายตายังคงอยู่กับแฟ้มงานตรงหน้า
“แม่บอกแล้วไงว่าถามเลขาแกแล้ว เย็นนี้แกว่าง อย่ามาโกหกเสียให้ยาก” นางบอกอย่างผู้ชนะ
“ว่างเื่งาน แต่เื่ส่วนตัวไม่ว่างครับ”
ได้ยินอย่างนั้นนอกจากจะทำให้นางนิลมณีไม่โกรธแล้ว นางยังเปิดยิ้มและรีบลุกขึ้นถลาไปหาคนเป็ลูกชายทันที “อย่าบอกน่ะว่าแกนัดผู้หญิงไว้”
วาทีนิ่งคิดไปเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองดวงตาเป็ประกายที่เต็มไปด้วยความหวังของคนเป็แม่แล้วตอบรับ “ครับ”
“จริงใช่ไหม ลูกเต้าเหล่าใคร พามาแนะนำให้แม่รู้จักหน่อยสิ” นางบอกอย่างตื่นเต้น
“ถึงเวลาผมจะพาไปแล้วกันนะครับ” วาทีบอกปัดแล้วทำงานต่อ ในขณะที่นางนิลมณียังคงเซ้าซี้ไม่เลิก “แกว่างวันไหน พาไปกินข้าวที่บ้านหน่อยสิ นะ แม่อยากรู้จัก นะ ๆ” เพื่อสร้างแรงกดดันนางนิลมณีเดินพูดคำว่า ‘นะ ๆ’ ข้างหูลูกชายขวาทีซ้ายที
“โอเคครับ” วาทียกมือยอมแพ้ “เดี๋ยวผมถามเขาอีกทีแล้วกันว่าจะไปไหม”
“พามาให้ได้นะ แล้วแม่จะรอนะจ๊ะ”
“ครับ” ในตอนนี้คงไม่มีคำไหนเหมาะมากกว่าคำนี้อีกแล้ว ม่อย่างนั้นงานที่เหลือไม่เยอะคงไม่เสร็จ
“งั้นแม่ไม่กวนละ กลับก่อนดีกว่า” นางบอกก่อนจะเดินไปหยิบกระเป๋าขึ้นมาถืออย่างอารมณ์ดี
“ครับผม”
“อย่าลืมที่บอกนะ” นางยังไม่วายที่จะหันมาย้ำ
“คร้าบบบ” วาทีรับคำ เมื่อคนเป็แม่เดินออกจากห้องไปก็พ่นลมออกจากปากทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างโล่งอก อย่างน้อยวันนี้เขาก็สามารถผ่านมันไปได้อีกวัน แต่ไม่รู้จะผ่านมันไปได้อีกนานแค่ไหน และในตอนนี้คนที่จะช่วยเขาได้คือ ‘ทอฝัน’ เท่านั้น
*********
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ แต่รอบนี้อาจจะรอนานกว่าทุกทีนะคะ เพราะไรท์ตากข้าว ใช้พลังกายพลังใจเยอะมากกกกก กลับถึงบ้านแทบจะอาบน้ำแล้วนอนกันเลยทีเดียว แต่ยังไงก็จะพยายามเจียดเวลามาปั่นให้จบตอนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ