หลังจากที่ดร๊อกป้าและชายหนุ่มผมขาวพักฟื้นจากการต่อสู้ในคืนที่ผ่านมา ท้องฟ้าที่เคยอึมครึมจากฝนที่ตกไม่หยุดนานหลายวันเริ่มใสขึ้น แม้กลิ่นดินและน้ำยังคงลอยชื้นอยู่ในอากาศ แต่สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างช้าๆ
เมื่อดร๊อกป้าลืมตาตื่น ความเ็ปจากาแตามร่างกายก็เข้าจู่โจมทันที แขนซ้ายของเขาบวมเป่งราวกับขาช้างจนแทบขยับไม่ได้ ทุกครั้งที่พยายามขยับตัว ความเจ็บเหมือนเข็มนับพันเล่มก็แล่นผ่านไปทั่วร่าง เขาหายใจลึกๆ พยายามฝืนตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง
ไม่ไกลจากเขา ชายหนุ่มผมขาวยังคงจ้องมองไปที่สายน้ำอย่างจดจ่อ ตอนแรกดร๊อกป้าก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เขาก็เริ่มสงสัยว่าชายหนุ่มผมขาวกำลังมองอะไรอยู่ เมื่อเขาเห็นชัดๆ ก็รู้สึกใปนดีใจ
“น้ำมันลดลง…” เขาพึมพำออกมา น้ำที่เคยท่วมสูงจนเกือบถึงยอดไม้ตอนนี้เริ่มลดระดับลงอย่างชัดเจน
‘เพราะฝนหยุดตกแล้วเหรอ?’ ดร๊อกป้าคิดในใจ
ชายหนุ่มผมขาวเงยหน้าขึ้นมาจากการมองแม่น้ำ หันมามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะะโลงน้ำไป
“เดี๋ยวสิ เ้าจะทำอะไรนะ?”
ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็โผล่ขึ้นจากน้ำพร้อมปลาตัวใหญ่ในมือ มันดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง ขากรรไกรของมันขยับไปมาเผยให้เห็นฟันแหลมคมที่สามารถฉีกเนื้อได้ในพริบตา
“…มัจฉาคา…” ชายหนุ่มผมขาวเอ่ยคำสั้นๆ ที่ทำให้ดร๊อกป้าเกือบหัวเราะ
“ไม่ มันไม่ใช่ มันแค่มัจฉาฟันแหลม…เอ๊ะ! แต่เ้าจับมันมาได้ยังไง?” ดร๊อกป้าถามด้วยความใ เ้าปลาตัวนี้แม้แต่เขาก็ไม่กล้าจับด้วยมือเปล่า เนื่องจากมันไวและแรงกัดของมันเพียงพอจะกระชากมือให้ขาดได้
ชายหนุ่มผมขาวไม่ตอบ เพียงแค่โชว์เศษไม้ขนาดพอดีมือให้ดู
ดร๊อกป้ารู้สึกว่า ความลึกลับของชายหนุ่มผมขาวยิ่งทำให้เขาเข้าใจยากขึ้น แต่เขาก็ตัดสินใจไม่ถามต่อ
“มัจฉาฟันแหลมเป็ปลาดุร้ายที่มีฟันแหลมคมและก้างเยอะ ถ้าย่างก็จะอร่อยขึ้นหน่อย แต่ถ้าแล่กินดิบๆ ก็ไม่เลวเหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่มีมีด คงต้องกินแบบนี้ไปเลย มีแค่สองตัวเหรอ?”
“มีอีก” ชายหนุ่มผมขาวกล่าว ก่อนจะโยนปลาสองตัวให้ดร๊อกป้าแล้วดำน้ำไปอีกครั้ง
“โอ้ย!” ดร๊อกป้าครางออกมาเมื่อรับปลามา เขานั่งลงกุมแขนซ้ายอย่างเ็ป
ดร๊อกป้าหายใจลึกๆ ััถึงความเ็ปที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เขายังทนได้ แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน
แล้วเหตุผลที่ต้องทนอยู่ต่อคืออะไรกันล่ะ
“เตจา” ในใจลึกๆ เขารู้ว่าน้องสาวของเขาตายไปแล้ว แม้แต่ซากศพตอนนี้ก็คงถูกสัตว์น้ำกินไปหมดแล้ว ในฐานะพรานน้ำ เขารู้ดีถึงความอันตรายนับไม่ถ้วนของสัตว์น้ำ เขาแค่ไม่อยากยอมรับความจริงนี้เท่านั้น
“ตายไปเลยดีกว่าไหมนะ…” ดร๊อกป้าพึมพำ
เพียงไม่นานชายหนุ่มผมขาวก็โผล่ขึ้นมาพร้อมมัจฉาฟันแหลมอีกสองตัว
เมื่อชายหนุ่มผมขาวขึ้นมา ดร๊อกป้าก็พบว่าชายหนุ่มยังคงโป๊เปลือยอยู่ แต่จากสีหน้าของชายหนุ่มผมขาวที่ไม่ได้แสดงสีหน้าเขินอายใดๆ ดร๊อกป้าจึงตัดสินใจไม่สนใจเช่นเดิม เพราะยังไงเขาก็ไม่ใช่ผู้หญิงอยู่แล้ว
ถ้าอยากอยู่กับชายหนุ่มผมขาวโดยไม่ปวดหัวมาก สิ่งหนึ่งที่ต้องเรียนรู้คือการปล่อยเบลอ
“มากินกันเถอะ ระวังก้างติดคอ” ดร๊อกป้ากล่าวเตือน ก่อนจะใช้มือขวาจับปลามากินอย่างระมัดระวัง แต่ไม่ทันไรเขาก็พบปัญหา ไม่สิชายหนุ่มผมขาวพบปัญหา
“แค่ก! แค่ก!”
“แค่ก! แค่ก!”
ชายหนุ่มผมขาวไออย่างทุลักทุเล
“โอ๊ย..บอกให้กินระวังก้างไง..ไม่สิ ขอโทษที เ้าไม่รู้จักก้างใช่ไหม?” ดร๊อกป้ารีบไปช่วย
กว่าจะช่วยเอาก้างออกจากคอก็ใช้เวลานานเกือบห้านาที ดร๊อกป้ารู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่มผมขาวที่เต็มไปด้วยน้ำตา เขานึกว่าเขาคงไม่แสดงสีหน้าอื่นเลยซะอีก
ชายหนุ่มผมขาวนั่งนิ่ง มองปลาด้วยความระมัดระวังผิดจากเมื่อครู่ ดร๊อกป้ามองภาพนั้นแล้วหัวเราะ
“มากินตามข้าเถอะ ค่อยๆ แกะก้างก่อน”
ชายหนุ่มพยักหน้าและเริ่มทำตาม
ในขณะที่ดร๊อกคิดว่าจะทำอะไรต่อหลังกินเสร็จ กระแสน้ำที่อยู่นิ่งมานานก็เริ่มเคลื่อนไหวผกผันอย่างรุนแรงและเริ่มไหลไปทางทิศตะวันออก
ฝูงมัจฉาและสัตว์ที่กำลังออกอาละวาดอย่างเหิมเกริมต่างแตกตื่นว่ายน้ำอย่างไม่เป็ระเบียบ บางตัวพยายามมุ่งหน้าไปยังเขตแม่น้ำลึก แต่ก็ถูกเกลียวคลื่นที่ไหลเชี่ยวกรากพัดพาไป
ระดับน้ำที่เคยสูงจนน่ากลัวกลับลดลงอย่างรวดเร็ว เริ่มเผยให้เห็นต้นไม้ต้นเล็กที่เคยจมหายไปใต้น้ำ ดร๊อกป้าจ้องมองภาพนี้ด้วยความเหม่อลอย
“นี่มัน..ในที่สุดอารามพฤกษา์ก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ” ดร๊อกป้ากล่าว ในฐานะคนที่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ อารามพฤกษา์ เป็ตำนานที่อยู่ใกล้ชิดกับพวกเขา เป็สถานที่ที่ว่ากันว่าเต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตที่ทำให้คนมีชีวิตได้อย่างยืนยาวและพลังลึกลับในการควบคุมธาตุ ทุกคนที่อาศัยอยู่ในป่านี้ล้วนใฝ่ฝันที่จะได้เข้าไปอยู่ที่นั่น มันเป็ทั้งความหวังและเป้าหมายของผู้คน
นึกดูแล้วสมัยก่อนใน่วัยเยาว์ ดร๊อกป้าเองก็เคยฝันอยากถูกเลือกไปยังอารามพฤกษา์ เขาอยากเป็หนึ่งในผู้ควบคุมธาตุเหมือนกับคนในชนเผ่าของเขา แต่ความฝันนั้นกลับต้องดับลง เมื่อเขาถูกบังคับให้ละทิ้งทุกสิ่งเพื่อปกป้องครอบครัวหลังจากที่ถูกไล่ออกจากชนเผ่า
แม้หลังถูกไล่ออกมาแล้ว พ่อของเขาที่อยู่ชนเผ่าก็ขัดขวางเขาทุกวิถีทางไม่ให้เข้าร่วมการคัดเลือก เพียงเพื่อไม่ให้เขามีอำนาจในการแก้แค้น
ความทรงจำในอดีตทำให้เขาหัวเราะขมขื่น ดร๊อกป้าเฝ้าภาวนาให้ชนเผ่านั้นจมหายไปกับน้ำเช่นเดียวกับทุกสิ่งที่เขาสูญเสียทุกอย่าง แม้ความโกรธแค้นในใจยังคงอยู่ แต่ใจของเขากลับรู้สึกว่างเปล่ามากกว่า
ขณะที่ความคิดเหล่านี้วนเวียนในหัว ทันใดนั้นต้นไม้ใหญ่ที่เขาและชายหนุ่มผมขาวใช้เป็ที่พักพลันสั่นะเือย่างรุนแรง เสียงไม้แตกร้าวดังสนั่นก่อนที่ต้นไม้ทั้งต้นจะโค่นลง
“เกาะไว้แน่นๆ!” ดร๊อกป้าร้องออกมา แต่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“โคร่ม!!” เสียงต้นไม้หักโค่นกระแทกน้ำอย่างแรง
ดร๊อกป้าและชายหนุ่มผมขาวลอยไปพร้อมกับซากต้นไม้ ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทั้งสองพยายามยึดเกาะต้นไม้ไว้แน่น ขณะที่กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากพัดพาดร๊อกป้าและชายหนุ่มผมขาวไปเรื่อยๆ ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็ที่พักตอนนี้กลายเป็เพียงซากลอยน้ำ ในขณะที่พวกเขาพยายามเกาะยึดไว้แน่น สายน้ำรุนแรงทำให้ดร๊อกป้ารู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงลงสู่ก้นแม่น้ำ เขากัดฟันแน่นกับความเ็ปทรมานในการดิ้นรนเพื่อเกาะต้นไม้นี่เอาไว้ แต่ทุกครั้งที่เขาคิดว่าสู้ต่อไปได้ ซากต้นไม้ก็ไปกระแทกกับต้นไม้อื่นๆ แรงกระแทกทำให้ดร๊อกกัดฟันจนน้ำตาไหลไปหลายรอบ จนในที่สุดความอดทนเขาดร๊อกป้าก็หมดลง..
เขาปล่อยมือออก
ระหว่างที่เขาลังเลว่าจะตายหรือมีชีวิตอยู่ต่อ ก็มีสิ่งหนึ่งตัดสินใจให้เขาแล้ว
“โชคชะตาอยากให้ข้าตายจริงๆ สินะ” ดร๊อกป้ายิ้มอย่างปลงตก
แต่แล้ว…มือหนึ่งก็คว้าต้นแขนของเขาไว้แน่น
“เกาะไว้แน่นๆ ข้ายังแกะก้างปลาไม่เป็“
ชายหนุ่มผมขาวกล่าวด้วยนำเสียงสงบ
ดร๊อกนิ่งอึ้ง ก่อนจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
