ตอนที่1 เริ่มต้นใหม่
เสิ่นลี่อิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนแสงอาทิตย์แรกยามเช้าแยงตาเธอพอดี เด็กสาวลุกขึ้นนั่งบนเตียงพลางกวาดสายตามองรอบตัวอย่างตื่นเต้นยินดีที่พบว่าตนกลับคืนมาอยู่ในห้องนอนอันคุ้นเคย
“ฉันกลับมาแล้ว คราวนี้ฉันจะไม่ทำผิดพลาดอีก”
เด็กสาวร่างผอมบางในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขาสั้นผมยาวสีน้ำตาลเข้มหยิกปลายพองาม ั์ตาสีน้ำตาลกลมโต ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูจมูกโด่งปลายเชิดดั่งคนดื้อรั้น
เธอพึมพำขึ้นมาอย่างมีความสุขที่ตนได้รับโอกาสจาก์ให้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่พอเหลือบมองปฏิทินบนโต๊ะเขียนหนังสือ พบว่าเป็วันที่ยี่สิบเอ็ด เดือนกุมภาพันธ์ปีคริสต์ศักราชสองพันสิบเจ็ด
“ฉันย้อนเวลามาก่อนสอบเกาเข่าพอดีครอบครัวยังไม่ได้เป็หนี้เขาอีกด้วย ฉันจะหาทางช่วยเหลือครอบครัวเอง แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที”
เสิ่นลี่อิงพึมพำอย่างมีความหวังเธอดีใจที่์เมตตาให้เกิดใหม่อีกครั้งในวันที่เธอยังไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งสถานศึกษาที่ทำให้เธอพบกับเพื่อนสนิทและอดีตสามีในคณะบริหารธุรกิจ
สถานที่เป็จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเธอเพื่อนสาวคนสนิท และอดีตสามี จนนำไปสู่จุดจบในชีวิตชาติก่อนอันแสนเลวร้าย
หลินอี้เฟิงเป็สามีโดยพฤตินัยของเสิ่นลี่อิงเขาเป็หนุ่มหล่อเหลาและได้รับคัดเลือกเป็เดือนของมหาวิทยาลัย
ส่วนหยวนมี่เพื่อนสาวคนสนิทที่เรียนในคณะบริหารธุรกิจเหมือนกัน ทั้งสองคนมีวันเกิดวันเดียวกันอีกทั้งเธอเป็คนเชื่อใจคนง่าย จึงเป็เหตุให้ถูกเพื่อนหลอกใช้โดยเพื่อนและว่าที่สามีแอบคบกันเป็แฟน พร้อมกับที่หลินอี้เฟิงคบกับเธอเป็แฟนเช่นกัน
“เกิดใหม่ครานี้.....ฉันจะไม่อ่อนแอหรือโง่เขลาอีกแล้วพอกันทีกับเพื่อนใจคดอำมหิต ถึงเวลาที่ฉันต้องเป็คนใหม่เสียทีชาตินี้ฉันจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังอีก”
เสิ่นลี่อิงกำหมัดสองข้างแน่นพร้อมกับพึมพำเป็การให้สัญญากับตัวเองเธอได้รับโอกาสจาก์ให้มาแก้ไขอดีตจึงไม่ยินยอมที่จะเดินซ้ำรอยเดิมซึ่งเธอคิดว่าพรที่ได้รับจากเทพแห่ง์ย่อมจะช่วยให้ชีวิตของเธอและครอบครัวดีขึ้นอย่างแน่นอน
เสิ่นลี่อิงเป็ลูกสาวบุญธรรมของครอบครัวเสิ่นแห่งเมืองต้าเสิ้งนครฉงชิ่ง ประเทศจีน โดยพ่อแม่บุญธรรมรับเลี้ยงไว้ั้แ่แบเบาะเพื่อถือเคล็ดให้มีลูกของพวกเขาเอง
จนกระทั่งสองปีต่อมาพ่อแม่บุญธรรมประสบความสำเร็จในการให้กำเนิดบุตรชายซึ่งหญิงสาวรับหน้าที่ช่วยเลี้ยงดูน้องชายั้แ่ยังเด็ก พร้อมกับทำงานเกษตรช่วยครอบครัวอย่างขยันขันแข็ง
ในปลายปีคริสต์ศักราชสองพันสิบเก้าเกิดโรคระบาดหนักไปทั่วโลกส่งผลกระทบต่อรายได้จากอาชีพทำสวนส้มและไร่มันฝรั่งของครอบครัวจนพ่อต้องไปกู้ยืมเงินจากบริษัทรับซื้อมันฝรั่งซึ่งเป็บริษัทของอดีตสามีนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เธอได้ตัดสินใจใช้ร่างกายทดแทนหนี้สินของครอบครัวกับหลินอี้เฟิง
พลันรู้สึกเจ็บแสบไปทั่วร่างกายแล้วรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นกะทันหันเธอนั่งชันเข่ากอดตัวเองพลางลูบต้นแขนสองข้างไปมาร่วมกับมีขนลุกซู่เป็ระยะ
“โอย!.....เ็ปเหลือเกิน เหมือนตอนใกล้จะตายชะมัดไม่อยากคิดถึงมันเลย”
เสิ่นลี่อิงน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเ็ปและเสียใจในเหตุการณ์สุดท้ายของชีวิตก่อนทั้งนี้ความทรงจำก่อนตายโดยเฉพาะห้วงเวลาสำลักควันและไฟคลอกถูกประทับไว้แน่นจนทำให้รู้สึกสะท้านในอกขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งนี้เหตุการณ์เศร้าสลดนั้นเธอพยายามวิ่งหนีเมื่อพบว่าถูกเพื่อนสาวหลอกให้มาที่บ้านร้างจนพลัดตกบันไดร่างกระแทกพื้นด้านล่างอย่างแรง ทำให้เธอแท้งลูกทันทีมิหนำซ้ำบ้านร้างยังเกิดไฟไหม้กะทันหัน
ในขณะที่เธอปวดร้าวไปทั่วตัวและมีเืออกจากหว่างขาจนไหลนองเต็มพื้นไปหมดทำให้ไม่สามารถขยับร่างกายเพื่อวิ่งหนีไฟไหม้ได้อีกต่อไป
เธอพยายามพลิกตัวเพื่อคลานหนีออกไปพลันเหลือบมองเห็นแผ่นหลังของชายหญิงที่คุ้นเคยหันหลังเดินออกไปจากประตูรั้วบ้านร้างโดยทั้งคู่ทิ้งเธอให้ถูกไฟคลอกตายทั้งเป็ มีเสียงพูดคุยลอยมากระทบหูเธอว่า
“ปล่อยเธอไว้แบบนี้จะไม่มีปัญหาตามมาทีหลังหรือ?”
“ไม่มีแน่นอนค่ะไว้ใจคนของฉันได้ พวกเราไปกันเถอะ อย่าพูดถึงเื่นี้อีกเลยนะคะ”
“ตกลง.....ผมไม่พูดแน่นอน”
เสิ่นลี่อิงพยายามเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาสุดแรงว่า“ช่วย!.....ช่วยด้วย!.....ช่วยฉันที!.....ช่วย...”
เธอไม่สามารถกล่าวคำสุดท้ายได้อีกเพราะสำลักควันจนแสบจมูกลำคอ และทรวงอกไปหมด พร้อมกับอาการเจ็บแสบไปทั่วตัวที่เกิดจากไฟลุกโหมไหม้ร่างกาย
โครม !
คานไม้ท่อนใหญ่หล่นลงมาทับร่างเธอที่นอนลืมตาเบิกโพลงห้วงสติสุดท้ายก่อนหลุดลอยออกจากร่าง เธอตั้งจิตอธิษฐานต่อ์เพื่อร้องขอโอกาสกลับมาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาดของตัวเองอีกครั้งว่า
“ข้าแต่์ไยท่านโหดร้ายกับฉันนัก ได้โปรดให้โอกาสฉัน กลับไปแก้ไขอดีตด้วยเถอะ ได้โปรด...”
……….
เสิ่นลี่อิงตื่นขึ้นมาอีกครั้งในชุดเดรสที่ใส่ไปบ้านร้างก่อนตายเธอกวาดสายตามองรอบตัวด้วยความแปลกใจที่พบว่าตนเองอยู่ในคฤหาสน์ขาวหลังงามทรงจีนโบราณแวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ มองดูร่มรื่นเย็นสบายยิ่งนักพร้อมกลิ่นหอมของดอกไม้หลากหลายชนิดที่ชูช่อบานสะพรั่ง ดั่งอยู่ในสรวง์ก็ไม่ปาน
“นี่ฉันตายไปแล้วใช่ไหม?”หญิงสาวถามตัวเองอย่างงุนงง
พลันเหลือบมองเห็นแผ่นหลังชายผมยาวสีขาวในชุดโบราณสีเทาซึ่งอยู่ห่างจากคฤหาสน์สีขาวราวหนึ่งร้อยเมตร เขา
กำลังนั่งดีดพิณอยู่ในเก๋งจีนด้วยทำนองเศร้าสร้อย
เธอลุกขึ้นจากตั่งนอนแล้วเดินตรงไปยังเก๋งจีนที่ตั้งอยู่กลางสระบัวด้วยความอยากรู้พลางเข้าใจว่าตนเองตายแล้วและคงอยู่ใน์อย่างแน่นอน
เมื่อเดินเข้าไปใกล้เกือบถึงตำแหน่งที่นั่งอยู่ของชายชราในเก๋งจีนพลันมีเสียงแหบพร่าดังขึ้นมาห้ามเธอไว้ โดยที่เขาไม่ได้หันหลังกลับมามองด้วยซ้ำไปว่า
“หยุด! เ้าหยุดอยู่ตรงนั้นเ้าเป็คนแรกที่ข้าฝ่าฝืนลิขิต์ช่วยไว้ ข้าจะส่งเ้าไปยังที่ที่เ้าจากมาแล้วอย่ากลับมากวนใจข้าอีกเล่า”
เสิ่นลี่อิงเป็คนอ่อนไหวและรับรู้ได้ถึงความช่วยเหลือจากคำกล่าวของเขาเมื่อได้ยินคำตวาดที่แสดงความไม่พอใจ ทว่าเธอรับรู้ความรู้สึกของเขาได้เป็อย่างดีจากทำนองบทเพลงพิณที่เศร้าสร้อยจึงเอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจว่า
“ท่านผู้าุโ.....ขอขอบคุณท่านเป็อย่างยิ่งที่ได้ช่วยฉันไว้แต่ท่านมีเื่ทุกข์ใจอันใดหรือคะ?บอกเล่าให้ฉันฟังบ้างไหม?เผื่อว่าท่านจะสบายใจขึ้นมาบ้าง”
ชายชราหยุดเล่นพิณทันทีเขาถอนหายใจยาวอีกครั้งโดยไม่กล่าวคำใดออกมา เมื่อััได้ว่าเสิ่นลี่อิงยังคงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิมโดยไม่ก้าวล่วงเข้ามาตามคำสั่งทำให้เขาเอ่ยบางอย่างออกมาเป็นัยว่า
“เ้าอย่ารู้เลยแม่หนูน้อยเอ๋ยบางเื่ไม่รู้ดีกว่ารู้ บางทีรู้ไปแล้วอาจเ็ปเจียนตาย จะอยากรู้ไปทำไมเล่าในเมื่อเ้าสอบถามเพราะเป็ห่วงข้า ข้าก็รับรู้ได้ การเป็คนดีเชื่อใจคนง่ายเกินไปจะพาลให้เ้าพบแต่ความทุกข์ใจไปตลอดชีวิต ให้มองโลกตามความเป็จริงไม่มีสิ่งใดดีหรือเลวไปเสียทั้งหมด”
เสิ่นลี่อิงได้ยินคำกล่าวสั่งสอนทำให้รู้สึกจุกในอกขึ้นมาทันทีพลันมีน้ำตารื้นขอบตาเมื่อนึกถึงเื่ราวความหลังที่ผิด
พลาดของตัวเองจนเป็เหตุให้ต้องตายอย่างทรมาน เธอกล่าวยืนยันกับชายชราอย่างมั่นใจว่า
“ท่านผู้าุโอย่าเป็ห่วงไปเลยค่ะฉันจะไม่เป็คนเดิมที่เชื่อใจคนง่ายอีกต่อไป ฉันจะใช้สติและสมองมากกว่านี้จะไม่ทำให้โอกาสที่ท่านมอบให้ต้องสูญค่าแน่นอนค่ะ”
“ก็ดี.....เช่นนั้นข้าจะมอบพรให้เ้าหนึ่งข้อตริตรองให้ดีว่าจะขออะไร?ข้าไม่อยากเห็นเ้ากลับมาที่นี่อีก”
เสิ่นลี่อิงยิ้มกว้างอย่างยินดีที่จู่ๆ ชายชราแสดงความเมตตาต่อตน โดยเขาใจดีให้เธอขอพรเพื่อกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการมีไพ่ลับติดตัวไปด้วยการได้รับพรเพียงข้อเดียวทำให้เธอรู้สึกลำบากใจเป็อย่างยิ่ง
ท้ายที่สุดเสิ่นลี่อิงตัดสินใจขอพรที่คิดว่าดีที่สุดโดยผ่านการคิดไตร่ตรองมาเป็อย่างดีแล้ว ซึ่งเธอไม่้าพรที่เน้นเพียงความร่ำรวยและความรักมั่นคงทว่า้าสิ่งที่จะช่วยทำให้เธอแก้ไขอดีตได้ว่า
“ในเมื่อผู้าุโแสดงความเมตตาต่อฉันถ้าอย่างนั้นฉันขอพรให้เรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วหวังว่าผู้าุโจะมอบให้แก่ฉันได้”
ชายชราผมขาวพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่หญิงสาวไม่ได้โลภเหมือนในชีวิตก่อนเขาสะบัดมือส่งพลังลึกลับออกไปตัดดอกบัวทองดอกหนึ่งในสระให้ลอยไปหมุนวนอยู่เหนือหัวของหญิงสาวทันที
ทันใดนั้นดอกบัวขนาดสองอุ้งมือลอยจากสระน้ำขึ้นมาหมุนวนเหนือหัวของเสิ่นลี่อิงก่อนที่จะปลดปล่อยละอองสีทองอาบทั่วร่างของเธอ จนแทบมองไม่เห็นตัวคน
สักพักหนึ่งละอองสีทองและดอกบัวทองพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ไปได้แล้ว.....พวกเราไม่มีอะไรต้องสนทนากันอีก”ชายชรากล่าวขับไล่และโบกมืออีกครั้ง
คราวนี้เกิดหลุมน้ำวนขนาดใหญ่ใต้ฝ่าเท้าเสิ่นลี่อิงพอดีแล้วดูดกลืนร่างของหญิงสาวหายไปจากพื้นทันใด โดยที่เธอ
พยายามเปล่งเสียงกล่าวขอบคุณชายชราที่ได้ช่วยเหลือทว่าไม่มีเสียงออกมาจากหลุมน้ำวนแม้แต่น้อย
หากหญิงสาวยังมีโอกาสได้อยู่ที่เก๋งจีนโบราณอีกสักครู่หนึ่งเธอจะพบว่าชายชราคนนั้น แท้จริงแล้วเป็ชายหนุ่มผมขาวโพลนทั้งหัว เขาลุกขึ้นหันหลังกลับมามองตำแหน่งที่เคยมีเสิ่นลี่อิงยืนอยู่โดยพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างคาดหวังว่า
“เสิ่นลี่อิง.....ข้าช่วยเ้าได้เพียงเท่านี้หวังว่ากาลข้างหน้าเ้าจะพบกับเขาผู้นั้น เขารอคอยเ้ามานานหลายพันปีแล้วข้าเพียงแต่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ หวังว่าโทษของข้าจะเบาบางลงไปได้”
ชายหนุ่มผมขาวทอดสายตามองไกลไปยังทิศทางด้านหลังคฤหาสน์ขาวอย่างมีความหมายเขาคาดหวังว่าในเวลาอีกไม่นานตนจะมีโอกาสกลับคืนสู่สรวง์ตามเดิม