จูล่งรุดเร่งม้าเร็วไปจนลัดเลาะผ่านเตียงอัน มุ่งหน้าไปอันติ้ง เมื่อผ่านแดนเสเหลียงเข้ามาแล้ว หน้าด่านได้พบม้าเฉียวและม้าต้ายยืนป้อมอยู่จึงะโขึ้นไปว่า "ข้าจูล่งขุนพลของท่านเล่าปี่ นำจดหมายด่วนมาถึงท่านม้าเท้ง ขอจงเปิดประตูให้ผ่านเข้าไปด้วย"
ม้าเฉียวเห็นบุคลิกลักษณะของจูล่งก็มองออกว่าเป็ยอดคน คิดอยากประมือประลองกำลัง ด้วยตนเองนั้นก็เฟ้นหาคนเก่งเป็ทุนเดิม
"ถ้าอยากผ่านด่านนี้เข้าไปก็ต้องเอาชนะข้าให้ได้เสียก่อน"
ม้าเฉียวพลันฉวยหอกด้ามยาวอาวุธคู่กาย ะโลงมาจากกำแพงด่าน วรยุทธล้ำเลิศด้วยวิชาตัวเบาครู่เดียวเท้าก็ััพื้นราบราวกับกระเรียนร่อน
"ข้าต้องขออภัยท่านแม่ทัพ ตัวข้าจูล่งเร่งรีบด้วยราชการด่วน คงมิอาจเป็คู่ประลองให้ท่านได้ ขอท่านแม่ทัพจงอย่าขัดขวางเลย" จูล่งว่ากล่าวตามความเป็จริง
ม้าเฉียวนั้นเฝ้าด่านหน้าเสเหลียงอยู่นานก็เบื่อหน่าย หาคู่ซ้อมที่มีฝีมือทัดเทียมกับตนเองก็แสนยาก ทั่วทั้งเสเหลียงล้วนมิมีผู้ใดกล้าท้าประลอง
"อย่าพูดมาก ถ้าเอาชนะข้าไม่ได้ ชาตินี้ก็อย่าหวังจะผ่านเข้าไป" ม้าเฉียวมิฟังคำพูดใด สะบัดทวนพุ่งเข้าหาจูล่งที่อยู่บนม้าขาว
จูล่งแล่นทวนของตนเข้าปะทะ เสียงแร่โลหะกระทบกันดังราวฟ้าจะแตก ม้าเฉียวยิ้มอย่างพออกพอใจในฝีมือคู่ต่อสู้ ม้าเฉียวคล่องแคล่วทั้งพละกำลังก็มากล้น จูล่งก็ไม่อ่อนด้อยเื่การต่อสู้ ทั้งคู่ผลัดกันรุกรับ วรยุทธเทียบเคียงสูสีกัน รบกันสิบกว่าเพลงมิทันจะรู้ผล ม้าเท้งพาทหารเปิดประตูเมืองออกมากล่าวห้ามปรามก่อนจะเลยเถิดไปจนมีผู้าเ็
หยุดเดี๋ยวนี้!!
ม้าเท้งะโลั่นออกมาเสียงสนั่น
ม้าเฉียวสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงบิดาแผดมาจากด้านหลัง
"ข้าต้องขออภัยที่ลูกข้าเสียมารยาท" ม้าเท้งว่ากับจูล่ง
"มิเป็ไรขอรับ ท่านคงจะเป็..."
"ข้าม้าเท้งแห่งเสเหลียง ม้าต้ายมารายงานว่าท่านคือขุนพลจูล่งนำจดหมายของท่านเล่าปี่มาแก่ข้า ไม่ทราบว่ามีเื่อะไร" ม้าเท้งผู้นี้สูง 8 เซี๊ยt (ราว 184 ซม.) มีท่าทางสุขุมใบหน้าป้านดูใจดี
"นี่คือจดหมายที่ท่านเล่าปี่เร่งให้นำมามอบแก่ท่านขอรับ" จูล่งล้วงเอาสารมอบให้ม้าเท้ง
ม้าเฉียวชะโงกหน้าแอบดูด้วยความอยากรู้ข้อความ ม้าเท้งรู้ทันก็หันไปดุเ้าลูกจอมเกเรด้วยสายตากร้าว ม้าต้ายผู้น้องเห็นอย่างนั้นก็เอามือป้องปากแอบขำม้าเฉียว
"นี่เ้าเป็คนไปบอกท่านพ่อใช่มั้ย" ม้าเฉียวหันมาเอาความกับม้าต้ายน้องคนเล็ก
"ข้าเปล่านะท่านพี่ พวกทหารไปบอกต่างหาก" ม้าต้ายเอียงคอหนีมือที่พยายามจะดึงคอเสื้อให้เข้าไปหา
"กลับไปเจอดีแน่" ม้าเฉียวดุน้อง
"เงียบเสียที ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเ้าเลยนะ เ้าลูกเกเร นี่เกือบจะทำให้พ่อเสียการแผ่นดินไปเสียแล้ว" ม้าเท้งหันมาดุคนชอบประลองยุทธ
ม้าเฉียวได้แต่ก้มหน้าก้มตาลง และทุกครั้งเขาก็ทำอย่างนี้ตลอด เพราะถ้าหากเงยหน้าหรือเถียงผู้เป็บิดาแล้ว มักจะโดนไม้เรียวตีกระหน่ำจนหลังและก้นแสบ
"ท่านจูล่งไม่ต้องเป็กังวล ข้าขอเวลาเตรียมกองทัพก่อน พรุ่งนี้เช้ามืดก็พร้อมเคลื่อนพลโดยทันที เชิญท่านจูล่งไปพักที่เรือนรับรองให้สบายใจเถิด" ม้าเท้งสมกับเป็เ้าเมืองและเ้าแคว้นเสเหลียง ตัดสินใจรวดเร็วสั่งการรอบคอบ
"ม้าต้าย เ้าไปจัดแจงที่พักให้ท่านจูล่ง เสร็จแล้วไปตรวจกองทัพให้พร้อมอย่าให้ผิดพลาด ม้าเฉียวเ้าส่งคนไปขอกำลังเสริมจากลุงเ้าหันซุย ให้รีบมาสมทบโดยด่วนอย่าได้ชักช้าเป็อันขาด" ม้าเท้งว่า
"ท่านพ่อ เหตุใดต้องตั้งกองทัพด้วยเล่า หรือมีใครคิดจะมาบุกเสเหลียง" ม้าเฉียวถาม
"ครั้งหนึ่งองค์ฮ่องเต้ใช้เืเขียนเป็จดหมายเพื่อขอความช่วยเหลือ ตัวของพ่อกับท่านเล่าปี่มีความจงรักภักดี ได้ร่วมกันลงชื่อในจดหมายนั้น บัดนี้เวลานั้นได้มาถึงแล้ว โจโฉนำทัพใหญ่ออกไปจากเมือง ซุนฮกร่วมกับองค์ฮ่องเต้จึงก่อการปฏิวัติยึดเมืองฮูโต๋ โจโฉรู้ข่าวจึงยกกองทัพใหญ่กลับ ท่านเล่าปี่จะตีจากท้าย พวกเราจะตีจากด้านหน้า ในเมืองซุนฮกป้องกันแ่า โจโฉรับศึกพร้อมกันสามด้าน ต่อให้มีกองทัพยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องแตกพ่ายในคราวนี้แล้ว" ม้าเท้งว่า
"แล้วเราจะเชื่อได้หรือท่านพ่อ นี่อาจเป็แผนล่อพวกเราออกไปก็ได้" ม้าเฉียวยังไม่วางใจ
"ลายมือนี้เป็ของท่านเล่าปี่แน่นอน มิผิดแน่ อีกอย่างทางซุนฮกเองก็ส่งคนมาหาพ่อแล้วเช่นเดียวกัน พวกเราจะเคลื่อนทัพไปจัดการเ้าโจรชั่วโจโฉ อุ้มชูราชวงค์ฮั่น แลรวมแผ่นดินให้สงบอีกครั้งหนึ่ง"
ม้าเฉียวเห็นท่าทีที่เชื่อมั่นและจริงจังของผู้เป็พ่อก็รับคำสั่ง ควบม้าลาไปของกำลังเสริมจากหันซุย
"เ้ารีบไป พรุ่งนี้เช้าพ่อจะเคลื่อนทัพ เราไปพบกันที่หน้าเมืองเตียงฮันน" ม้าเท้งตบไหล่ลูกชายคนโตของตระกูล
ทางหันซุยเมื่อม้าเฉียวเล่าความทุกอย่างให้ฟังแล้วก็เร่งจัดม้าพร้อมทหารกว่าสิบหมื่นเป็ทัพเสริม ค่ำคืนดึกดื่นโชคดีที่เมืองทั้งสองอยู่ใกล้ชิดไปมาหากันได้โดยง่าย ชนทั้งหลายเห็นม้าเฉียวประดุจเห็นเทพเ้า ทุกด่านประตูแต่เห็นม้าเฉียวก็เปิดอ้าออกโดยมิต้องเอ่ยปากวาจา การไปมาในดินแดนเสเหลียงแห่งนี้เหมือนเดินเล่นอยู่ในลานบ้าน
"ท่านลุงจะมิไปกับพวกเราหรือ" ม้าเฉียวไถ่ถาม
"เ้าและพ่อไปแล้ว ถ้าลุงไปอีกคนก็กลัวว่าพวกชนเผ่าจะฉวยโอกาสที่พวกเราไม่อยู่นี้บุกเข้ามาโจมตี เ้ารีบไปเถอะนะ แล้วแจ้งข่าวมาเป็ระยะ ลุงอยู่ทางนี้จะจัดแจงเสบียงศึกให้คนส่งไป มิให้แนวหน้าและพวกเ้าต้องได้รับความลำบาก" หันซุยนั้นเป็เพื่อนสนิทกับม้าเท้ง รักใคร่ปรองดองดั่งพี่น้องคลานตามกันมา ทุกครั้งที่มีศึกฝ่ายหนึ่งจะสู้ฝ่ายหนึ่งจะหนุน หากจวนตัวก็เข้าช่วยรุกรับด้วยกันเสมอมา จนแผ่นดินเสเหลียงสงบจากพวกชนเผ่าข้างเคียวมาเป็เวลาช้านาน
"งั้นข้าขอตัวไปก่อนขอรับท่านลุง" ม้าเฉียวขอตัวออกไป
"ระวังตัวด้วยหลานข้า จงไปเอาชัยชนะกลับมาให้จงได้"
ม้าเฉียวเมื่อลาหันซุนแล้วก็พากองทัพม้าสิบหมื่นไปสมทบม้าเท้งที่หน้าเมืองเตียงฮัน
แสงตะวันเคลื่อนขึ้นเกือบจะกลางกระหม่อม แต่อากาศมิร้อนร้ายนัก ไอฝุ่นตลบขึ้นสูงจากการย่างก้าวของม้าและคน
เมืองเตียงฮันเป็เมืองหลวงเก่าแก่ มีความหมายว่า สงบสุขชั่วนิรันดร์ ครั้งหนึ่งตั๋งโต๊ะเผานครลกเอี๋ยงแล้วพาตัวพระเ้าเหี้ยนเต้มาอยู่ที่เมืองเตียงฮันแล้วตั้งที่นี่เป็เมืองหลวงใหม่ ผู้คนได้รับทุกข์ทรมานอย่างมาก จนถึงขั้นอดอยากหิวโหย มิใกล้เคียงกับความสงบสุขเลยแม้สักนิดหนึ่งนิดเดียว กำแพงเมืองสูงใหญ่ทะมึน เมืองเตียงฮันเป็เมืองใหญ่ เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดและตกต่ำจนถึงที่สุดเช่นกัน
กองทัพม้าเสเหลียงนั้นผู้คนหวั่นเกรงกันทั่วแผ่นดิน แม้แต่เด็กน้อยทางใต้ก็ยังรู้กิตติศัพท์นี้ ความแข็งแกร่งของม้าถือเป็ที่หนึ่งของแผ่นดิน ความห้าวหาญของขุนพลบนหลังม้าก็เฉกเช่นเดียวกันกับตัวม้า หากใครเจอทัพเสเหลียงในสนามรบแม้น้อยเพียงสิบก็ฆ่าได้นับร้อย แม้มานับร้อยก็ทำลายกองทัพได้นับพัน
ม้าเฉียวนำทหารม้าสิบหมื่นมาร่วมกับม้าเท้งอีกสิบหมื่น บัดนี้เมฆดำทะมึนก่อตัวอยู่หน้าเมืองเตียงฮัน เมืองเตียงฮันในขณะนี้มีจงฮิวที่ปรึกษาของโจโฉและโจฮิวหลานของโจโฉรักษาการอยู่เท่านั้น ทหารในเมืองมีอยู่เพียงสี่หมื่นเศษ แต่ด้วยเมืองเตียงฮันเป็จุดสำคัญ เป็หน้าด่านของฝั่งตะวันตกการจะรุกต่อไปในดินแดนแถบนี้จำเป็อย่างยิ่งที่ต้องรักษาที่มั่นเอาไว้ให้มั่นคง
"ท่านจงฮิว เราสองคนจะทำเช่นไรกันดีขอรับ" โจฮิวถามที่ปรึกษาของโจโฉผู้รับตำแหน่งนั่งเมืองรักษาการ
"ท่านโจฮิว ท่านรีบปิดประตูเมืองพาทหารขึ้นบนกำแพง ขึ้นธนูเตรียมพร้อมเอาไว้ ข้าจะไปเจรจาดูความก่อน"
โจฮิวสั่งการปิดเมืองแน่หนาพาทหารขึ้นป้องกันกำแพงฝั่งตะวันตกแน่นขนัด ธนูพาดสายอยู่ทั่วไป เหล่าทหารรั้งสายรอคำสั่ง หากมีธงโบกสบัดลูกศรก็พร้อมพวยพุ่งลงไปปลิวชีวิตพวกที่อยู่เบื้องล่าง
"ท่านที่มานั้นเป็ใคร" จงฮิงะโลงไปเริ่มการเจรจา
"ข้าม้าเม้งแห่งเสเหลียง เ้าจงเปิดประตูออกเสีย แล้วข้าจะไว้ชีวิต" ม้าเท้งว่า
"เหตุใดจะคิดรุกราน รู้หรือไม่ว่านี่คือเมืองของท่านอุปราชโจโฉ"
"โจโฉโจรกบฎกักขังฮ่องเต้ ข้ารับราชโองการเืเพื่อมากำจัดมัน" ม้าเท้งว่าคำหนักแน่น เสียงกังวาลไปทั่วกองทัพ "ทหารทุกนายฟังคำสั่ง บุกเข้าไปยึดเมืองเตียงฮัน!!"
สิ้นเสียงม้าเท้งกลองรบก็ลั่นดัง ทหารม้าลากเครื่องกระทุ้งประตู เข้าประชิด พลธนูบนกำแพงระดมยิงลงมาอย่างห่าฝน กองทัพม้าเสเหลียงใช้ดาบปัดป้องคล่องแคล่ว าเ็ล้มตายบ้างแต่ก็เล็กน้อย เครื่องกระทุ้งกระแทกเข้าเสียงดังสนั่น พวกทหารในเมืองต่างเสียขวัญ
"ท่านจงฮิวๆ รีบคิดหาทางเข้าเถอะ ขืนชักช้าพวกมันต้องเข้ามาได้แน่" โจฮิวหวั่นกลัวด้วยประสบการณ์ยังไม่มาก
จงฮิวแบ่งทหารหนึ่งหมื่นขึ้นบนกำแพงระดมยิงต่อไป อีกหนึ่งหมื่นตั้งทัพรอที่ประตตะวันตก เมื่อกองทัพเสเหลียงบุกเข้ามาได้ก็ให้ประจันหน้าทันที อีกสองหมื่นเป็ทัพหนุนถ้าหากต้านไม่อยู่จึงค่อยคิดหนี
ทหารเสเหลียงกระทุ้งเข้าไปอีก ประตูเมืองหนาหนักก็แตกหักพังลงมา ม้าเท้งสั่งบุก กลองรบลั่นดังเร่งจังหวะขึ้น พวกทหารม้าควบขี่พุ่งเข้าหากองทัพที่ตั้งรออยู่ในเมือง เสียงดาบปาดเนื้อหนังดังฉั๊วะฉะ เืนองไหลเลอะลานหน้าเมืองจนแดงฉาน ทหารม้าเสเหลียงไร้ความปรานีต่ออริศัตรู ใครดาหน้าเข้ามาขวางทางม้า มีแต่ต้องฆ่าและกำจัดทิ้ง ม้าเฉียวควบม้าดั่งร่ายรำ เสียบหอบแทงพวกทหารเลวตายเกลื่อน ชุดแข็งเกราะหนาล้วนถูกเสียบทะลุเหมือนเสียบกระดาษ กองตั้งรับที่หนึ่งนั้นแตกพ่ายไปด้วยความตายอันน่าสะพรึง กองหนุนรี่เข้ามาอีก ม้าเฉียวพากองทัพม้าปีศาจกระโจนเข้าหา ประดุจมัจจุราชเก็บเกี่ยวิญญา
ลำตัวม้าเปียกซึมไปด้วยเืแดง ทัพเสเหลียงเห็นกองทัพในเมืองเป็ดั่งมดแมง การหยิบยื่นความตายให้แก่พวกนั้นสุดแสนจะง่ายดาย
กองหนุนประหวั่นพรั่นพรึง หน้าที่บีบบังคับให้เดินเข้าหาความตาย แต่สัญชาตญาณเร่งเร้าให้ผละหนี
จงฮิวรีบกระชับม้าตัวกล้าเรียกโจฮิวอย่างเร่งรีบ "หนีก่อน รักษาชีวิตเอาไว้ รีบขึ้นม้าเร็ว"
โจฮิวได้ยินอย่างนั้นก็ตรงจิตตรงใจของตนยิ่งนัก รีบะโขึ้นม้าควบหนีไปทางประตูตะวันออก พวกทหารเห็นหัวหน้าหนีไปแล้วก็วางดาบวางอาวุธ บ้างยกมือยอมแพ้ บ้างเตลิดหนีตามออกไป กองทัพสี่หมื่นแตกกระสานซ่านเซ็น ตกตายไปเกินกว่าครึ่ง ที่หนีติดตามจงฮิวไปแค่สามพันเศษ
"หนีไปลกเอี๋ยงก่อน ค่อยคิดหาทางกันต่อ" จงฮิวว่าแก่พวกที่หนีรอดมาด้วยกัน พลันนั้นทั้งหมดก็เร่งม้าออกจากนครเตียงฮันอย่างรวดเร็วมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ผ่านด่านตงก๋วน เข้าสู่เมืองลกเอี๋ยง