


จองหนังสือได้ที่เพจ : ขนมปังปิ้งโฮวีท
www.facebook.com/howeettoast
_________________________________________________________________________________________________________
หากจะกล่าวกันว่าเทพเซียนที่มีพลังปราณเป็อันดับหนึ่งั้แ่ถือกำเนิดขึ้นมานั้นก็คงจะไม่พ้นองค์ชายพระองค์แรกแห่งเมืองบาดาลที่มีพระนามว่าเฟยเทียนองค์รัชทายาทที่แข็งแกร่งไม่มีผู้เทียมได้ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านจากหนึ่งร้อยปีเป็พันปีหรือกระทั่งไม่สามารถนับจำนวนปีได้ถูกต้องถ้วนถี่ก็ยากยิ่งที่จะหาผู้ใดต่อกรได้จากวันนั้นจนล่วงเลยมาถึงวันนี้ภายในสามภพนั้นแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา สรวง์ได้ถึงคราวได้เปลี่ยนผู้ครองใหม่เป็อดีตแม่ทัพใหญ่ที่มีพระนามว่าเหยียนหลวนหลง* พระองค์ปกครองร่วมกับเทพวารีผู้ยิ่งใหญ่มิหนำซ้ำยังปรองดองกับดินแดนปีศาจและดินแดนบาดาลเหมือนดั่งญาติมิตรเลยทำให้ใน่หลายพันปีมานี้ไม่เคยเกิดาแย่งชิงดินแดนส่วนพวกลูกหลานก็เติบโตจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่ารุ่นของบิดามารดาจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอย่างไรเมื่อเข้าสู่รุ่นลูกหรือหลานก็ยังมีสัมพันธ์แน่นแฟ้นเหมือนดังวันวาน
ปีที่สามพันห้าร้อยในรัชสมัยองค์าาเฟยหลงณ วังลู่เฉียว ดินแดนบาดาล
“เอ้าชน!!” เสียงอึกทึกคึกโครมดังอยู่ภายในตำหนักใหญ่ชายวัยฉกรรจ์ห้าคนกำลังนั่งล้อมรอบโต๊ะเพื่อร่ำสุรากันั้แ่หัววันและยังคงนั่งจับกลุ่มล้อมวงกันอยู่เช่นนี้ไม่ห่างกันไปที่ใดราวกับว่าจะกลัวว่าเวลาในแต่ละชั่วยามจะเหือดหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ
“ชน!” เฟยเทียนยกยิ้มมุมปากองค์รัชทายาทแห่งเมืองบาดาลที่ยังไม่อภิเษกสมรสและไม่ยอมมีคนรัก ได้แต่กระดกจอกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสุราดอกท้อพันปีที่เทียนเสินแห่ง์นำมาฝากเป็ของขวัญวันเกิดให้เมื่อหลายปีก่อน
“ให้ตายเถิด! องค์รัชทายาทผู้สง่างาม เดี๋ยวนี้ท่านร่ำสุราเก่งขนาดนี้องค์าามิตำหนิเอาหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ” ชิงหวังเอ่ยเย้าแหย่ ใคร ๆก็รู้กันทั้งนั้นว่าเทพัทองเกรงพระทัยองค์าามากเพียงใดเพียงแต่ว่าพระองค์เสด็จที่ดินแดนอันไกลโพ้นยากที่จะเสด็จกลับมาทันเห็นองค์ชายใหญ่เมามายเฉกเช่นนี้
“หากเ้าไม่อยากมีลิ้นที่ไม่รับรสแล้วละก็...หยุดถากถางข้าเสียที”บุรุษองอาจในชุดคลุมแต่เปลือยแผงอกเผยให้เห็นรูปร่างที่สง่างามพูดข่มขู่องค์าาพาองค์ราชินีเสด็จพักผ่อนเป็เวลาหลายร้อยปีแล้ว พระองค์ได้แต่ทิ้งดินแดนแห่งนี้ให้เขาแบกรับแต่โชคดีที่มีพระปิตุลาห้าและหกช่วยดูแลอยู่เลยทำให้องค์รัชทายาทเช่นเขายังคงเสเพลไปวัน ๆ เช่นนี้ได้อย่างสบายใจ
ชิงหวังรีบยกมืออุดปากท่าทีเช่นนั้นทำให้จวิ้นเสวี่ยหัวเราะชอบใจ “อย่างเ้าหรือจะกลัวว่าลิ้นจะไม่รับรส” องค์ชายในเทพเหลียงเทียนชี่** เอ่ยหยอกล้อ ชิงหวังนั้นมีตำแหน่งเป็ซ่างเสินมีหรือว่าคนอย่างเขาจะยอมให้องค์รัชทายาททำร้ายกันได้หากแต่ว่าไม่คิดจะติดใจเอาความสหายก็เพียงเท่านั้น
“ชู่! เ้าก็รู้ว่าเวลาเฟียเทียนเมาสุราไม่ชอบให้ผู้ใดท้าทาย” ชิงหวังรักองค์รัชทายาทผู้นี้เหมือนน้องชายแท้ๆ ถึงแม้ว่าจะมีอายุมากกว่าถึงสามพันปีก็ตาม จวิ้นเสวี่ยส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างไม่ถือสา
ส่วนทางด้านจ่างเกิงที่เริ่มหน้าแดงก่ำเพราะรสสุราท้อพันปีนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วเสกมนตราไฟออกมาปาลงสระเหลียนฮวาเล่นเป็ผลทำให้ดอกบัวพันปีในสระไหม้เป็จุณ
“ชิบหายแล้ว!” ชิงโปสบถออกมามีเพียงเขาที่เป็ไม่เมาหัวราน้ำเนื่องจากปราณในธาตุคือพสุทาจึงยากที่จะล้มพับเพราะฤทธิ์ผลท้อพันปีนี้ได้เฟยเทียนหันหน้าไปมองภายในสระน้ำที่พระมารดาหวงแหนนักหนาอย่างช้า ๆ แล้วเขาก็ยกมือขึ้นฟาดไปที่แผ่นหลังของเทพไฟด้วยมนตราสีทองบุรุษขี้เมาผู้นั้นกำลังสร้างความเสียหายให้วังรัชทายาทพวกนางกำนัลแตกตื่นแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาห้ามปราม
ทางด้านเทพลมเห็นไม่ดีเลยรีบใช้มนตราลมอัญเชิญมนตราไฟไปที่อื่นทันที“หยุด! พวกเ้าอย่ามาตีกันที่นี่นะ”จวิ้นเสวี่ยร้องห้าม เมื่อเห็นว่าองค์รัชทายาทกับจ่างเกิงหันสบสายตากันแววตามีประกายอาฆาตไม่เป็มิตร
ชิงหวังที่เริ่มประคองตัวไม่ไหวบัดนี้ลมคอพับอยู่ที่โต๊ะไปแล้วซ่างเสินผู้นี้เป็เทพน้ำมีหน้าที่ดูแลฤดูหนาว ทั้งสี่องค์ชายแวะมาเยี่ยมเยือนเทพัทองถึงที่ดินแดนบาดาลทั้งหมดนั้นล้วนเป็บุตรชายของเทพเหลียงเทียนชี่ทั้งสิ้น แล้วเื่ที่พวกองค์ชายกำลังจะมีเื่มีราวกันก็ดังไปถึงพระกรรณของพระปิตุลาหกหรือองค์ชายหกของดินแดนบาดาล***
“นี่พวกเ้าสร้างเื่ให้ข้าเก็บกวาดอีกแล้วหรือ”หยางเค่อที่เพิ่งปรากฏตัว เขาเดินฝ่ามนตราเคลื่อนย้ายมาอย่างรีบร้อนในขณะที่ยังทรงสวมชุดบรรทมอยู่เลย
พวกองค์ชายทั้งหมดสะดุ้งตัวรีบเก็บกวาดสิ่งที่ได้ก่อขึ้นทันทียกเว้นองค์รัชทายาทที่ยังยืนหน้านิ่ง ผมสีเงินเหลือบขาวของเขาสยายเต็มแผ่นหลังกระทั่งเขาัที่เริ่มยาวเกินหนึ่งศอกก็ค่อยๆ หดถอยลงไป สีหน้าที่โกรธเกรี้ยวก็รีบกลับมาเป็ปกติ ปากของเขาบ่นพึมพำแต่กระนั้นพระปิตุลาก็ยังได้ยินชัดเจน
“นี่หลานกล้าพูดคำนี้มาอีกหรือ‘น่าเบื่อ’ คำพูดนั้นควรเป็ข้าที่ต้องกล่าว”หยางเค่อขมวดคิ้ว นับั้แ่ที่เฟยเทียนโตเข้าวัยผู้ใหญ่ตอนนี้เขามีอายุสองพันห้าร้อยปีถ้าให้เทียบกับโลกมนุษย์นั้นก็มีอายุเท่าๆ กับบุรุษองอาจที่มีอายุราวยี่สิบสองหนาว
องค์รัชทายาทหุบปากโดยไวจากนั้นก็เดินผ่านพระปิตุลาไปหน้าตาเฉยจนชิงหวังที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นก็ทำหน้าเหลอหลาทันที“ถวายบังคมพระปิตุลาพ่ะย่ะค่ะ” หากจะนับเื่มารยาทแล้วละก็เทพน้ำนั้นเพรียบพร้อมมากที่สุดรองลงมาคงเป็จวิ้นเสวี่ยที่มีศักดิ์เป็พี่ใหญ่
“ช่างเถิด...ดูแลข้าคงเลี้ยงเขาตามใจจนเสียคน” หยางเค่อส่ายหน้าจากนั้นก็ใช้มนตร์เคลื่อนย้ายกลับวังของตนเองทิ้งให้ผู้เป็แเื่ยืนหน้าเสียอยู่เช่นนั้น
ชิงหวังหันไปตำหนิจ่างเกิงผู้ซึ่งเป็น้องชายคนสุดท้อง“เพราะเ้าเมาแล้วก็เล่นไม่เข้าท่า!”ด้วยความที่รักเฟยเทียนเหมือนน้องชายอีกคนเลยทำให้กล้าตำหนิน้องชายของตนเองโดยไม่เกรงใจผู้ใดแม้เทพไฟจะน้อยใจอยู่ลึก ๆ แต่เขาก็ทำเพียงยักไหล่แล้วเดินกลับไปร่ำสุราต่อ
จวิ้นเสวี่ยได้แต่ส่ายหน้าหันไปมองชิงโปที่ไม่เคยมีบทบาทด้วยสีหน้าคิดไม่ตกเทพดินรู้ตัวว่าถูกจับจ้องเขาก็ทำเพียงส่งยิ้มแห้งไปให้แล้วเดินไปง้อองค์รัชทายาทแทนทุกคน“เดี๋ยวข้าไปตามเขาเอง”
ภายในตำหนักลู่เฉียว
“เฟยเทียนชิงหวังให้มาตามเ้าไปจิบสุราต่อ” ชิงโปเป็พวกแข็งทื่อแม้แต่คำพูดของเขาก็ยังกระด้างเทพัที่นั่งทำหน้าเหนื่อยใจหันมามองสหายผู้นี้ที่เขาพูดด้วยน้อยแทบจะนับคำได้
“ข้าไม่อยากร่ำสุราต่อแล้วพวกเ้ากลับ์ไปเถิด” เทพัล้มตัวลงนอนความจริงเขาก็ไม่ได้เคืองเทพไฟสักเท่าไรนักเพียงแต่่นี้รู้สึกเบื่อหน่ายเมืองบาดาลก็เพียงเท่านั้น
ชิงโปเป็พวกง้อคนไม่เป็เขาเลยเดินแบบทื่อออกมาแล้วแจ้งเื่นี้แก่พี่รอง “เฟยเทียนบอกว่าให้พวกเรากลับ์ไปเสีย”เพียงคำพูดนั้นก็ทำให้เทพไฟผู้ใจร้อนไม่เคยคิดสิ่งใดให้ถ้วนถี่ หายตัวกลับวังไปเพียงลำพังเมื่อชิงหวังเห็นภารกิจร่ำสุราของเขาล่มแล้วก็หันไปพยักหน้าให้เทพลมสักพักทั้งสามเทพก็ใช้มนตราเคลื่อนย้ายกลับ์ไป
หลายวันต่อมาณ เมืองเป่ยหนาน ดินแดนมนุษย์
‘ตามตำนานกล่าวกันว่าความรักของพวกเทพันั้นหากจะเปรียบเหมือนชีวิตแบบปุถุชนก็ยังนับว่ากล่าวมิถูกต้องนักพวกเขามีความคิดซับซ้อน บทจะง่ายก็ยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก บทจะยากที่ยากยิ่งกว่าการพลิกมหาสมุทรแต่ถ้าจะให้สรุปง่าย ๆ ข้าว่า พวกเ้าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาจะดีกว่า’
“นี่เป็คำกล่าวของซือฟุของข้าที่พร่ำบอกมาหลายปี”กุ้ยชิงพูดด้วยความเอือมระอา เมื่อนึกถึงตำนานัไร้สาระอะไรนั่น
‘คำที่ท่านอาจารย์สั่งสอนนั้นข้ารู้สึกแคลงใจยิ่งนัก’ นี่คือสิ่งที่นางครุ่นคิดแต่ถึงกระนั้นก็ปลงไม่ตกยังคงเกิดความสงสัย สิ่งนี้วนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“บทจะง่ายก็ง่ายบทจะยากก็ยาก ไม่เที่ยงแท้นั้น แล้วมีคือสิ่งใดเล่า!!” ร่างบางพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดใจ ความจริงเผ่าพันธุ์นางไม่ได้เกี่ยวกับอะไรกับพวกเผ่าเทพัอะไรนั่นเลยถ้าหากว่าบิดาไม่มีคำสั่งลงมาว่า
“กุ้ยชิงเ้ามีชะตาแปลกประหลาดนัก ในเมืองของเราหายากยิ่งดวงเช่นนี้ไม่อาจส่งเสริมดวงเมืองให้เจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า”าาแห่งเป่ยหนานกล่าวขึ้น ใบหน้าเหี่ยวชรานั้นยกยิ้มน้อย ๆ
“ถึงอย่างไร...พ่อก็ต้องตัดใจยกเ้าให้เมืองบาดาลดูแล”เป่ยเหลียนกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านสักเท่าใดนัก
ส่วนคนที่กำลังถูกผลักไสให้ตกน้ำตายไปนั้นได้แต่ทำหน้างุนงง “เหลือเชื่อน่าเพคะ ดินแดนบาดาลมีจริงที่ไหนลูกว่าท่านพ่ออ่านตำราพิสดารพวกนั้นมากเกินไปแล้วและที่สำคัญลูกก็ไม่ได้มีชะตาประหลาดอย่างที่โหรหลวงบอกด้วย” โฉมสะคราญยักไหล่เื่ไม่น่าเชื่อถือพวกนี้ นางถูกกรอกหูให้เชื่อั้แ่ยังเล็กคราแรกนึกว่าทนฟังไปให้จบ ๆ ไป ก็คงจะยกเลิกไปเอง แต่ยิ่งนานวันเข้าตำนานพวกนั้นยิ่งมีมากขึ้น แต่สิ่งที่บิดากรอกหูผิดกับซือฟุนัก ตรงที่ท่านอาจารย์พยายามห้ามปรามไม่ให้นางเข้าไปยุ่งกับเทพพวกนั้น‘สรุปแล้วนางควรจะเชื่อใครกันแน่’
“เอาเถิด...เมื่อใดที่พ่อทำพิธีบูชาบวงสรวงมอบเ้าให้เ้าสมุทร เมื่อนั้นเขาจะมารับลูกเอง” จากนั้นพวกทหารก็เข้ามาจับตัวองค์หญิงอาภัพผู้นี้เอาไว้
“นี่เสด็จพ่อทรงจริงจังหรือเพคะไม่ได้นะเพคะ! ตำนานอะไรนั่นไม่มีจริง ที่สำคัญดวงชะตาของหม่อมฉันไม่ได้แปลกประหลาด!!”เสียงกรีดร้องของกุ้ยชิงดังไปทั่วบริเวณไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือนางเลยสักเพียงคนเดียว
กระทั่งคนที่เพิ่งหนีขึ้นมาโลกมนุษย์เป็ครั้งแรกยังรู้สึกถึงลางไม่ดี “หวังว่าข้าจะไม่พบเื่น่าเบื่อเข้าหรอกนะ” เฟยเทียนสลัดทรายออกจากตัวด้วยท่าทางสบาย ๆ เขาตัดสินใจหนีพระปิตุลาขึ้นมาเที่ยวโลกมนุษย์เป็ครั้งแรกหลังจากที่เคยรับปากพระมารดาเอาไว้ว่าจะไม่ขึ้นมาเล่นที่นี่ตามพระทัยแต่จะให้เขาทำเช่นไรขนาดร่ำสุรากับสหายเขาก็ยังรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาเลยการมีชีวิตยาวนานนั้นบางครั้งก็รู้สึกน่าเบื่อเช่นเดียวกัน