ทวยเทพไม่ใช่สิ่งที่เหนือจินตนาการ เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราอยู่ภายใต้จินตนาการ
อันธีเซียสอนให้ผมเข้าใจว่าตรรกะแบบเทพเ้าเป็ยังไง เมื่อเทพแห่งท้องทะเล้าเดินเล่นใต้ทะเลโดยที่ไม่อยากให้ตัวเปียก เขาก็ออกคำสั่งไม่ให้น้ำมาััร่างกายของเขา หรือถ้าเทพแห่งของหวาน้ากินเค้ก เขาก็แค่จินตนาการและสร้างมันขึ้นมาจากความว่างเปล่า ไม่แปลกหากจะมีใครนิยามเหล่าเทพว่าเป็ ผู้แทรกแทรกธรรมชาติและความเป็จริง
ผมจ้องมองไปยังสวนดอกซิอาริส ผมพยายามบิ้วตัวเองให้อินกับบทบาทใหม่ที่อันธีเซียพยายามทำให้ผมเข้าใจ ผมกระแอม ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มๆว่า “ข้า! ในนามของเทพเ้าแห่งวัชพืช ขอประกาศว่าอาณาเขตในสวนแห่งนี้เป็สถานที่หวงห้ามมิให้มีวัชพืชต้นใดรุกล้ำเข้ามาได้!”
น่าอายสุดๆไปเลยครับ
ฉับพลัน บริเวณพื้นที่ในสวนก็เรืองแสงสีเขียวออกมา ผมไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังขมวดคิ้ว แล้วต้นหญ้าที่เคยสูงทึบก็หดกลับลงไปในพื้นดินด้วยความเร็วที่เหมือนกับเป็การย้อนกลับของการเติบโตที่ถูกเร่งความเร็วเข้าไปอีก 100 เท่า
“ว้าว!” อันธีเซียปรบมือรัวๆ “ฉันน่ะหนักใจมาตลอดเลยว่าจะเอายังไงกับสวนนี้ดี ดีใจจังที่คุณมา”
ผมแอบเขินนิดๆกับวิธีพูดของเธอที่ทำให้ผมดูเหมือนคนสำคัญแบบนั้น “มีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้บ้างอีกไหมครับ”
“ตอนนี้ยังค่ะ แต่ในอนาคตฉันคิดว่าจะต้องรบกวนคุณบ่อยแน่ๆเลย” อันธีเซียยิ้มก่อนจะควงข้อมือคว้าไปในอากาศ ปรากฏไอช์มิสรูปร่างเหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า นั่นคงจะเป็อำนาจอีกอย่างที่เหล่าเทพเ้ามี ผมนึกสงสัยว่าผมเองจะสามารถทำแบบนั้นในซักวันได้ไหม “ถ้าไม่รังเกียจ เรามาแลกคอนแทคติดต่อกันไว้ดีไหมคะ”
ผมสะดุ้ง ก่อนจะเกาคอและพูดด้วยเสียงแห้งๆว่า “ผม…ผมไม่มีไอช์มิสใช้หรอกครับ”
“โอ้…” อันธีเซียทำสีหน้าใ “ขอโทษนะคะ ฉันน่าจะถามคุณก่อน”
“ไม่เป็ไรครับ” ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกผิดกับความไม่รู้ของเธอ บรรยากาศตกอยู่ในความกระอักกระอ่วน จนกระทั่งอันธีเซียพูดทำลายความเงียบขึ้นมาว่า
“จริงสิ คุณแอคกริโอกำลังจะไปที่แผนกเกษตรกรรมใช่ไหม”
“อ้า! ผมเกือบลืมไปแล้ว” ผมเกาคางพลางยิ้มเขินๆ อันที่จริงผมไม่ได้ลืมหรอก แค่หาวิธีดึงกลับเข้ามาคุยเื่นี้แบบเนียนๆไม่ได้แค่นั้นเอง
“ดีเลย งั้นให้ฉันเป็ฝ่ายช่วยคุณบ้างดีกว่านะคะ” อันธีเซียยิ้ม และแล้วธุระสำคัญของผมก็เริ่มต้นอย่างจริงๆจังๆได้ซักที
ด้วยพรแห่งการนำทางของ์หรืออาจจะเป็เพราะว่าอันธีเซียจำเส้นทางได้ดี พวกเราจึงมาถึงแผนกเกษตรกรรมโดยใช้เวลาไม่ถึงห้านาที
เบื้องหน้าของผมคืออาคารสำนักงานขนาดใหญ่สูงสี่ชั้น เป็อาคารสีขาวล้ำสมัยที่ดูไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเกษตรเลยยกเว้นป้ายตัวใหญ่ๆที่ติดไว้ตรงกำแพงรั้วว่า
สำนักงานเทพเ้าแผนกเกษตรกรรมแห่งพาราห์เดีย
ตรงประตูรั้วที่ถูกเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งมีป้ายเขียนว่า [ เวลาทำการ 9:00 น - 18:00 น ของทุกวันทำการ์ ]
“ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนกเกษตรกรรมของเราค่ะ” อันธีเซียผายมือ เธอยิ้ม นั่นน่ารักชะมัด กลิ่นหอมรอบตัวของเธอเปลี่ยนไปเป็กลิ่นอันสดชื่นของงานเทศกาลรื่นเริงตามหมู่บ้านบนูเาที่มีอากาศบริสุทธิ์ ผมคงทำสีหน้าเหมือนคนที่กำลังคิดว่าเรามาผิดหรือเปล่า อันธีเซียก็เลยชิงพูดขึ้นมาก่อนว่า “อาจจะดูไม่เหมือนอย่างที่คิด แต่นี่คือที่ที่เทพเ้าผู้เกี่ยวข้องกับการเกษตรมาทำงานร่วมกัน ซึ่งเดี๋ยวฉันจะพาไปแนะนำให้รู้จักทีละองค์เลยดีไหมคะ” เธอดูกระตือรือล้นอย่างมาก นั่นทำให้ผมรู้สึกดีที่มีคนใส่ใจผมมากขนาดนี้
“ขอรบกวนหน่อยนะครับ” ผมยิ้ม
อันธีเซียชวนผมขึ้นไปบนสำนักงาน ทางเข้าสะอาดสะอ้านมีป้ายคำขวัญเขียนเอาไว้ตัวโตๆว่า
อย่าได้สรรหาคำอวยพรใดที่ยิ่งใหญ่กว่าผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์จากการเกษตร
อันธีเซียพาผมเดินผ่านเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ เทพที่ประจำอยู่จุดนั้นก้มหัวให้แก่เธอ นั่นทำให้ผมในิดๆ หมายความว่าเทพองค์นั้นมีตำแหน่งที่เล็กกว่าหรือว่าอันธีเซียเป็คนใหญ่คนโตของที่นี่กันนะ
อันธีเซียแนะนำห้องทำงานของเทพเ้าองค์ต่างๆให้ผมรู้จัก ผมจำชื่อพวกเขาไม่ได้ซักคน แต่ผมคิดว่าถ้าพยายามก็คงทำได้อย่างไม่ยากเย็น แค่ตอนนี้อาจจะไม่ได้สำคัญขนาดนั้น มีเทพเ้าหลายองค์เดินผ่านไปผ่านมาพร้อมกับกองเอกสารในมือ มีทั้งองค์ที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ ครึ่งคนครึ่งต้นไม้ ไปจนถึงดวงแสงสีเขียวอ่อนที่ไร้รูปร่าง ทุกคนดูตื่นเต้นกับการที่อันธีเซียพาเทพหน้าใหม่เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ แต่สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อรู้ว่าผมคือเทพแห่งวัชพืช
คิดในแง่ดี เทพแห่งวัชพืชอาจจะแค่ไม่ป๊อบปูล่าก็ได้
ในระหว่างที่เดินฟังเทพีแห่งดอกไม้ กลิ่นหอม และการคืนดีอธิบายเื่ต่างๆไปเรื่อยๆ จู่ๆก็มีเคียวบินฉิวเฉียดหน้าผมและปักเข้าที่กำแพงข้างๆ
ปัก!
ผมและอันธีเซียร้องออกมาด้วยความใ มีดอกไม้งอกขึ้นตามพื้น กำแพง และตามร่างกายของผมในจังหวะเดียวกัน พวกมันส่งกลิ่นหอมปวดจมูกแบบที่ผมไม่ชอบ
“โทษทีนะ! โทษที” มีเสียงของชายหนุ่มดังไล่หลังมา จากนั้นไม่นานเทพเ้าองค์หนึ่งก็ปรากฏตัว
“นั่นของมันฉันเอง” เขาวิ่งเข้ามาก่อนจะหยุดยืนหอบ เทพองค์นั้นมีเรือนผมสีทองอร่าม มีมงกุฏดอกไม้สีขาว ชมพู และเหลืองสวมเอาไว้ ตรงส่วนหน้าของมงกุฏติดไว้ด้วยเข็มเกล็ดที่เป็สัญลักษณ์รูปจอบและเคียวคาดกันเป็ตัวกากบาท เขามีใบหน้าที่คมคาย นัยตาสีแดงและส่วนที่ควรจะเป็ตาขาวกลับเป็สีดำ ฟันของเขาแหลมคมเหมือนกับสัตว์ร้าย เขามีผิวสีเหลือง อยู่ในชุดสีขาวแบบพวกเทพกรีกที่เต็มไปด้วยรอยขาดจากการโดนเฉือน “เ้าเด็กดื้อนั่นมันไม่ยอมจะฟังฉันซักที”
อันธีเซียสูดหายใจลึก “ระหว่างหน่อยสิ วันนี้เรามีแขกมานะ”
“ไง!” อีกฝ่ายโบกมือทักพอเป็พิธี “เทพน้องใหม่เหรอ”
“ใช่ครับ” ผมฝืนยิ้ม ทั้งที่ใจยังเต้นตุบๆด้วยความเสียวไส้ เทพองค์นั้นเดินเข้ามาคว้าด้ามเคียวที่สั่นกึกๆเหมือนพยายามจะดิ้นให้หลุดก่อนจะออกแรงดึง
“ว้าว ตื่นเต้นนะเนี่ย” คำพูดกับท่าทีของเขาช่างขัดกันแบบคนละทาง กับคนที่โฟกัสอยู่กับการคุมเคียวมีชีวิตนั้นไม่ให้ดิ้นหลุดมือไปได้ไม่มาทางที่เขาจะสนใจผมขนาดนั้นได้อยู่แล้ว “แผนกเราไม่ได้มีเทพหน้าใหม่มาเกือบสองพันปีได้แล้วมั้ง”
“คนนี้คือ กิออร์คิอัส เทพแห่งเครื่องมือการเกษตรและศาสตรามีชีวิต” อันธีเซียแนะนำ ผมนึกสนใจกับตำแหน่งหลังมากกว่า เพราะนั่นไม่เห็นเกี่ยวข้องกับการเกษตรเลยซักนิด แล้วอันธีเซียก็ผายมือมาทางผม “ส่วนนี่ คุณแอคกริโอ เทพแห่งวัชพืช อยู่ระหว่างการฝึกงานเป็เทพเ้า” เธอแนะนำผมให้อีกฝ่ายรู้จักบ้าง
กิออร์คิอัสขมวดคิ้ว ซึ่งนั่นมักจะเป็รีแอคชั่นที่เทพเ้าหลายๆองค์ในแผนกนี้แสดงใส่ผม เหมือนว่าเป็แพทเทิลที่ทำตามๆกัน เพราะงั้นผมถึงสามารถเดาได้ว่าสิ่งต่อไปที่เขาจะทำก็คือเลือกที่จะเมินผมแล้วหันไปคุยกับเทพีแสนงามอย่างอันธีเซียแทน
“เทพแห่งวัชพืชงั้นเหรอ” กิออร์คิอัสพึมพำก่อนจะฉีกยิ้มออกมา “เหนื่อยน่ะนะ ยังไงก็ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนกเกษตรกรรมของเรา เทพที่นี่ส่วนใหญ่มีแต่พวกน่าเบื่อๆ หวังว่านายคงจะไม่ปรับตัวแล้วกลายเป็แบบนั้นไปซะล่ะ” พูดจบเขาก็ถูกเคียวมีชีวิตในมือลากหายไปจากสายตาของพวกเรา
ผมอึ้งจนพูดไม่ออก กิออร์คิอัสคือเทพองค์แรกเลยมั้งที่กล่าวต้อนรับผม นั่นจึงทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาบ้าง อันธีเซียเองก็ดูดีใจที่ในที่สุดก็มีคนมาทำลายความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นตลอดทางเมื่อเธอพยายามแนะนำผมให้เทพเ้าองค์อื่นรู้จัก แต่กลับโดนแสดงท่าทางไม่ดีใส่
“ต่อไปเราจะไปห้องทำงานของท่านเทพแห่งการเกษตรกันค่ะ” อันธีเซียบอกในระหว่างที่เรากำลังเดินขึ้นไปยังชั้นสี่
“เทพแห่งการเกษตรงั้นเหรอครับ” ผมทวนคำ
“ใช่ค่ะ ท่านผู้นั้นคือตัวตนแห่งการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว รวมถึงการเติบโตของเหล่าพืชไร่และพืชสวนทั้งปวง เป็หัวหน้าที่ดูแลพวกเราเหล่าเทพในแผนกนี้ค่ะ” อันธีเซียอธิบาย
“ผมควรจะต้องไปแนะนำตัวไว้สินะครับ” ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ควรทำ
“ใช่ค่ะ” อันธีเซียตอบ “หลีกเลี่ยงการถูกท่านสาปให้กลายเป็หอยเชอร์รี่ ไม่ก็แมลงศัตรูพืชไปในตัวด้วย” เทพีแห่งดอกไม้พูดออกมาหน้าตาเฉย
“อะไรนะครับ” ผมคิดว่าผมเพิ่งจะได้ยินอะไรซักอย่างที่มันน่ากลัวมากๆออกมา
“แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงหรอกค่ะ ถึงจะเป็คนที่เข้มงวดมาก แต่กเป็เทพผู้ใหญ่ที่ใจดีสุดๆเลย แล้วเขาก็ยังเป็ท่านลุงของข้าด้วย เพราะงั้นทำตัวสบายๆไม่ต้องเกร็งนะคะ”
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่รู้ว่าจะแตกตื่นกับอะไรก่อนดีระหว่างเื่ที่เทพเ้าเองก็สามารถูกสาปได้ หรือจะเป็เื่ของตัวตนคนที่นำทางผมซึ่งดูเหมือนจะใหญ่โตกว่าที่คิดเอาไว้
โปรดติดตามตอนต่อไป