เศษกระเบื้องจากแจกันแตกกระจายเกลื่อนพื้นเหล่าคนรับใช้ต่างพากันนิ่งเงียบกริบด้วยความหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
จี้ทิงที่ยืนหันหลังให้ทุกคนยกมือขึ้นกุมบริเวณหลังใบหูเืสีแดงสดไหลซึมผ่านง่ามนิ้วขาวซีดออกมาจนดูน่าหวาดเสียว
จี้ซือเหล่ยรู้สึกผิดอยู่เพียงวูบหนึ่งแต่เมื่อเหลือบไปเห็นว่าคุณปู่ยังคงนิ่งเฉยไม่แม้แต่จะปรายตาดูเธอก็กลับมาผยองอีกครั้ง
“จี้ทิง อย่ามาแกล้งสำออยหน่อยเลย!” เธอเลิกคิ้วกอดอกพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน “ทุกคนเขาก็มีตากันทั้งนั้นแจกันใบนั้นมันยังไม่เฉี่ยวโดนตัวนายเลยด้วยซ้ำ”
จี้ทิงลดมือลงเพื่อดูปริมาณเืที่ไหลออกมาก่อนจะกดแผลเพื่อห้ามเืต่อแล้วใช้มืออีกข้างล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท
ทันทีที่เขาปลดล็อกหน้าจอจี้เจิ้นถิงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “ยึดโทรศัพท์ของเขามา!”
เหล่าบอดี้การ์ดปรี่เข้าล้อมกรอบในทันทีพวกเขาจับแขนของจี้ทิงไพล่หลังอย่างแรงแม้แต่ข้างที่ใช้กุมแผลอยู่ก็ไม่ได้รับการละเว้น
เือุ่นจัดไหลรินลงมาตามรอยแผลหลังใบหูจนหยดลงสู่พื้นจี้ทิงจ้องมองจี้เจิ้นถิงด้วยสายตาเย็นะเื เมื่อเห็นว่าเขายังมีท่าทีขัดขืนจี้เจิ้นถิงจึงเอ่ยถาม “ทำไม แกโกรธฉันงั้นเหรอ!”
จี้ซือเหล่ยที่กระหายจะเห็นจี้ทิงถูกทรมานรีบก้าวออกมาสั่งการบอดี้การ์ดทันที“พวกแกยังไม่กดตัวมันให้นิ่งอีกให้เข่ามันทรุดลงกับพื้นแล้วกราบขอโทษคุณปู่เดี๋ยวนี้!”
เธอนึกอยากระบายความแค้นนี้มานานแล้วจี้เยี่ยนจื๋อน่ะช่างมันเถอะแต่ไอ้ลูกนอกสมรสคนนี้กลับกล้ามายืนดูพ่อของเธอคุกเข่าต่อหน้าต่อตาช่างรนหาที่ตายแท้ๆ
บอดี้การ์ดนิ่งงันไม่ได้ขยับตามคำสั่งเพราะทุกคนต่างรอคอยคำบัญชาจากจี้เจิ้นถิงเพียงคนเดียว
จี้เจิ้นถิงไม่ได้เอ่ยคำใดเขาเพียงปรายตาไปทางเลขาซึ่งอีกฝ่ายก็รู้หน้าที่รีบหยิบเอกสารที่เตรียมไว้เดินตรงเข้าไปหาจี้ทิง
“นี่คือบันทึกรายการโอนเงินย้อนหลังสองปีของคุณจี้ลี่ผิงรายการโอนที่มียอดเกินเจ็ดแสนหยวนทั้งหมดถูกโอนเข้าบัญชีในชื่อของคุณหลินชิงแม่ของคุณรวมทั้งสิ้นหนึ่งร้อยสามสิบสองรายการ ซึ่งล้วนเป็รายได้ที่ผิดกฎหมาย”
“ขอเพียงคุณยอมมอบตัวและสารภาพว่าเป็ตัวการหลักคุณหลินชิงก็จะพ้นจากข้อสงสัยทันทีและทางกลุ่มบริษัทจะจ้างทนายความอาญาที่เก่งที่สุดเพื่อสู้คดีให้คุณได้รับโทษจำคุกรอลงอาญา”
รอลงอาญางั้นเหรอ?คำพูดสวยหรูพวกนี้คงหลอกได้แค่จี้ทิงคนเก่าเท่านั้นแหละ
ในนิยาย‘จี้ทิง’ ต้องติดคุกอยู่หนึ่งปีเพื่อรับบาปแทนสองพ่อลูกจี้ลี่ผิงตอนที่เขาเข้าคุกไปนั้น ตำรวจยังสาวไม่ถึงเครือข่ายค้ายาเสพติดจนกระทั่งมีการทลายแก๊งค้ายารายใหญ่ในมณฑลตอนใต้เื่ฉาวโฉ่ถึงได้ถูกขุดรากถอนโคนออกมา
ขนาดตอนนั้นยังโดนโทษจำคุกหนึ่งปีเต็มแล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่มีหลักฐานการลักลอบขนยาเสพติดมัดตัวชัดเจนโทษต่ำสุดย่อมไม่มีทางพ้นจำคุกตลอดชีวิต การกระทำของจี้เจิ้นถิงเห็นได้ชัดว่า้าส่งเขาไปตาย
เือุ่นๆเริ่มซึมจนเปียกชุ่มคอเสื้อของจี้ทิงเขาเม้มปากก้มหน้าลงดูคล้ายคนที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
สองแม่ลูกจี้ซือเหล่ยสบตากันด้วยความสะใจแววตาและมุมปากฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด
จะว่าไปจี้ทิงก็ควรจะขอบคุณพวกเธอด้วยซ้ำ เพราะตระกูลจี้ไม่เคยเลี้ยงคนไร้ค่าลูกนอกสมรสที่เสวยสุขบนกองเงินกองทองมาหลายปีคนนี้ถือว่าได้โอกาสตอบแทนตระกูลจี้เสียที
จี้ซือเหล่ยไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะเหยียบย่ำคนล้มให้จมดินเธอเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางลำพอง “จี้ทิงตอนนี้รู้สำนึกหรือยัง?”
“หุบปาก”
คำสวนกลับสั้นๆทำเอาเธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วสูงด้วยความโกรธจัด“ใกล้ตายแล้วยังจะมาอวดดีกับฉันอีกเหรอ วันนี้ฉันจะ...”
ทว่าในวินาทีนั้นจี้ทิงที่ไล่สายตาอ่าน ‘หลักฐาน’ จนจบก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับเอ่ยชื่อหน่วยงานที่ปรากฏบนตราประทับในเอกสาร“สำนักงานบัญชีจงเจีย”
เลขาชะงักไปเขากำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่จี้ทิงกลับเอ่ยต่ออย่างเนิบนาบ“ใช่สำนักงานเดียวกับที่เคยช่วยตระกูลจี้ตกแต่งบัญชีเงินสดเพื่อสร้างยอดรายรับเท็จบิดเบือนการขาดทุนมหาศาลเพื่อพยุงราคาหุ้นเมื่อปี 2003 หรือเปล่าครับ?”
หางตาของจี้เจิ้นถิงกระตุกวูบใบหน้าที่เคยเรียบเฉยพลันมืดครึ้มราวกับมีพายุตั้งเค้า แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต“แกรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรออกมา?”
“คุณปู่ต่างหากที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” จี้ทิงจ้องตอบเขาด้วยสายตาแน่วแน่สีหน้าของเขาไม่ได้ดุดัน แต่กลับสงบนิ่งจนน่าขนลุก “จี้เจิ้นถิงถ้าคุณอยากฟัง ผมยังมีเื่ที่คุณเองก็อาจจะยังไม่รู้มาเล่าให้ฟังอีกเยอะ”
เมื่อเห็นจี้ทิงกล้าเรียกชื่อตัวของผู้าุโตรงๆสองแม่ลูกที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ถึงกับตัวสั่นเทิ้ม ความโอหังเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น
“ปี 2007 เพื่อที่จะผูกขาดตลาดวัตถุดิบก่อสร้างในท้องถิ่นคุณติดสินบนผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลตลาดและรองผู้ว่าการมณฑลรวมเป็เงินแปดล้านสองแสนหยวนและช่วยพวกเขาฟอกเงินออกไปต่างประเทศ”
“ปี 2011 คุณสั่งการฟางิหัวเป็การส่วนตัวให้...”
“ทุกคนออกไปให้หมด!” จี้เจิ้นถิงะเิอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรง
ผู้ที่อยู่ในโถงต่างสะดุ้งสุดตัวทุกคนก้มหน้าพากันกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
จี้ซือเหล่ยกับแม่ดูเหมือนจะช็อกจนทำอะไรไม่ถูกยังคงยืนเซ่ออยู่ที่เดิม
“พวกแกสองคนก็ไสหัวไปให้พ้นด้วย!”
จ้าวหลินรีบฉุดกระชากแขนจี้ซือเหล่ยแล้วพากันวิ่งหนีออกไปอย่างทุลักทุเล
ภายในห้องโถงเหลือเพียงชายสองคนจี้เจิ้นถิงมองจี้ทิงที่ยังคงยืนเหยียดหลังตรงอย่างทระนง ก่อนจะแค่นยิ้มเย็น“บอกมาว่าเื่พวกนี้แกไปฟังมาจากใครแล้วฉันจะถือว่าเื่ในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
จี้ทิงยกยิ้มที่มุมปากแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ในเมื่อคุณยังอุตส่าห์ปลอมแปลงหลักฐานส่งผมเข้าคุกได้แล้วทำไมไม่ลองสืบหาความจริงด้วยตัวเองดูล่ะครับ”
แววตาของจี้เจิ้นถิงเย็นเยียบลงเรื่อยๆจนกลายเป็ความโกรธแค้นที่พร้อมจะปะทุ “ในฐานะคนตระกูลจี้แกน่าจะรู้ดีว่าฉันมีวิธีเป็หมื่นวิธีที่จะทำให้แกหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย”
จี้ทิงแย้มยิ้มออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน“ตระกูลจี้เริ่มสร้างตัวจากธุรกิจไม้และเหมืองแร่จนเติบโตมาเป็กลุ่มบริษัทซื่อลี่เทคโนโลยีในปัจจุบัน ตลอดหลายสิบปีมานี้มีกี่ดีลที่ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย มีกี่ธุรกรรมที่ิ่เหม่ต่อคุกตารางผมเชื่อว่าคู่แข่งของซื่อลี่คงอยากจะได้ข้อมูลพวกนี้จนตัวสั่น”
“คุณจะทำให้ผมหายไปก็ได้นะแต่ผลที่ตามมาอาจหมายถึงความล่มจมของตระกูลจี้ทั้งตระกูล” เขายังคงเผชิญหน้ากับสายตาทรงอำนาจของชายชราอย่างสุขุม“จี้เจิ้นถิงคุณแน่ใจเหรอว่าคุณพร้อมจะจ่ายบทเรียนนี้ด้วยราคาที่แสนแพง?”
การที่จี้ทิงสามารถล่วงรู้ความลับดำมืดของกลุ่มบริษัทได้นั้นส่วนหนึ่งต้องขอบคุณจี้เยี่ยนจื๋อ
ในนิยายเดิม‘จี้ทิง’ เริ่มต้นด้วยความกลัวพี่ชายคนนี้และลงท้ายด้วยความเกลียดชังเพราะเขาปักใจเชื่อว่าจี้เยี่ยนจื๋อคือคนที่จงใจใส่ร้ายจนเขาต้องติดคุก
เนื้อเื่ในนิยายบรรยายถึงเหตุการณ์นี้ไว้เพียงน้อยนิดดังนั้นนับั้แ่เื่ของไต้เซี่ยงเฉียงถูกเปลี่ยนไปจี้ทิงก็เริ่มลงมือสืบเบื้องลึกเื้ัของซื่อลี่ด้วยตัวเอง
เดิมทีเขาเพียงแค่้าหาทางหนีทีไล่ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินไม่นึกเลยว่ามันจะกลายมาเป็อาวุธร้ายแรงที่ใช้ต่อกรกับจี้เจิ้นถิงได้ในวันนี้
ในที่สุดจี้เจิ้นถิงก็ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้อีกต่อไปเขายันแขนกับที่นั่งพลางหยัดกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ดวงตาฝ้าฟางสีหม่นคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่จี้ทิง ขณะที่เขาค่อยๆก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า
“คิดไม่ถึงจริงๆ ... ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงแกมาอย่างดี ที่ไหนได้กลับกลายเป็ว่าเลี้ยงหมาป่าอกตัญญูไว้แว้งกัดเ้าของเสียเอง”
“คำนิยามนี้เหมาะกับคุณมากกว่านะครับ” จี้ทิงโต้กลับอย่างไร้ความเกรงกลัว“เพียงแต่เขี้ยวเล็บของคุณมันไม่คมเหมือนเก่าแล้วแต่ยังหลงละเมอว่าตัวเองเป็จ่าฝูงที่คอยบงการหมาป่าตัวอื่นอยู่”
ใบหน้าของจี้เจิ้นถิงเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำอย่างผิดปกติด้วยแรงโทสะ“ที่แกกล้ากำเริบเสิบสานขนาดนี้เพราะคิดว่าพี่ชายแกจะยังคอยปกป้องอยู่งั้นสิ?”
คำว่า‘ยัง’ ทำให้จี้ทิงขมวดคิ้วเล็กน้อยจี้เยี่ยนจื๋อไปปกป้องเขาั้แ่เมื่อไหร่กัน?
“ตอนที่ฉันสั่งให้เขาส่งแกไปรับผิดแทน เขาปฏิเสธหัวชนฝาต่อให้ถูกกดดันในที่ประชุมบอร์ดบริหารจนแทบไม่มีที่ยืนเขาก็ไม่ยอมก้มหัวตกลงกับฉัน” จี้เจิ้นถิงหัวเราะออกมาด้วยเสียงอันแหบพร่าและเย็นะเื
“ถือซะว่านี่เป็บทเรียนให้เขาได้รู้ว่าเขามองคนผิดไปแค่ไหน...ที่แท้ก็เลี้ยงอสรพิษไว้กับมือตัวเองแท้ๆ”