ฉางอู๋อิ่งตกตะลึงอย่างถึงที่สุด รีบคุกเข่าลงทันที “ข้ามิกล้า! ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดเื่เช่นนี้!”
เขานึกขึ้นได้ว่า เคยได้ยินคำพูดเหล่านี้จากที่ไหนมาก่อน
เป็ซูอิ่นเย่ว์ที่พูดไว้!
เมื่อนึกถึงตรงนี้ เขายิ่งตัวสั่นสะท้าน
เกือบทำให้นายของตนเองต้องตายเสียแล้ว!
หมอฉินถามต่อ “เมื่อวานจี้หมัวมัวมารับยาไปชุดหนึ่ง ข้างในมีสมุนไพรจื่อตงเฉ่า ข้าดูเทียบยาแล้ว ยาตำรับนี้สามารถกดพิษในร่างกายท่านได้พอดี ใครเป็คนเขียนเทียบยานี้ให้?”
คนผู้นี้ต้องเป็ยอดฝีมือ เขาอยากพบหน้าสักครั้ง
หัวใจของฉางอู๋อิ่งกระตุกวูบ เมื่อวานเขาออกไปตามหาหมอฉินนอกเมือง แต่หาไม่พบ จึงกลับมาที่จวนหลิงอ๋อง แต่พอรุ่งเช้า ฉู่จี้เฟิงลุกจากเตียงได้ สีหน้าก็ดีขึ้นมาก เขายังไม่ทันถามให้แน่ชัด ฉู่จี้เฟิงก็พาเขาเข้าไปในวังเสียก่อน จึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในจวน
คิดมาถึงตรงนี้ ก็ยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด
หรือว่าตำรับยานั้นเป็ของซูอิ่นเย่ว์จริงๆ?
แววตาของฉู่จี้เฟิงเกิดความแปรเปลี่ยนเล็กน้อย กลับถามขึ้นแทนว่า “ในเมื่อพิษกู่ในร่างกายข้าบรรเทาลงแล้ว เช่นนั้นข้าคงสามารถฆ่าคนได้แล้วใช่หรือไม่”
“เป็พระบัญชาของฝ่าา?” หมอฉินชินชาเสียแล้ว “อย่างไรข้าก็เตรียมแผ่นไม้ทำโลงศพไว้ให้ท่านแล้ว อยากไปก็ตามใจ”
ฉู่จี้เฟิงพยักหน้าเล็กน้อย “ตอนนี้ยังตายไม่ได้”
ราชโองการไม่อาจขัดขืน หมอฉินรู้ดีว่าต่อให้ห้ามอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ขณะนั้นเอง บ่าวรับใช้ในร้านยาก็เดินขึ้นมารายงาน “นายท่าน มีสตรีคนหนึ่งอยู่ข้างนอก บอกว่าหมอเซิ่งวินิจฉัยผิด เป็ภัยต่อตนเองและผู้อื่น”
หมอฉินไม่เคยสนใจเื่ภายในร้านยา จึงกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “สตรีก็เข้าใจวิชาแพทย์ด้วยหรือ”
“น่าจะเป็พวกจงใจมาก่อกวน...”
“เช่นนั้นก็ไล่นางออกไปก็สิ้นเื่แล้วไม่ใช่หรือ”
บ่าวรับใช้มีสีหน้าลำบากใจ “มีคนมุงดูไม่น้อย หากขับไล่นางออกไปโดยตรง เกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าพวกเราไม่บริสุทธิ์ใจ อาจกระทบต่อชื่อเสียงของร้านจี้ซื่อ”
หมอฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ต้องไปดูด้วยตนเอง
ภายในโถงร้านยา บรรยากาศคึกคักเนื่องจากมีการโต้เถียงกัน ผู้คนทั้งในและนอกร้านจี้ซื่อต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ
หมอเซิ่งมองหญิงสาวตรงหน้า แม้จะอายุยังน้อย แต่กลับมีท่าทีไม่ธรรมดา คำพูดทุกประโยคของนางล้วนตั้งคำถามต่อวิชาแพทย์ของเขา
คนไข้เพียงถูกเครื่องมือทำไร่บาดเท่านั้น แต่นางกลับยืนกรานว่าอาการไม่ธรรมดา บังคับให้เขาผ่าดูแผล
หมอเซิ่งโกรธจนตัวสั่น ตวาดเสียงดัง “เ้ากล้ากล่าววาจาเหลวไหลต่อหน้าข้า? ข้าประกอบวิชาแพทย์มาหลายสิบปี ไหนเลยจะยอมให้เ้ามาิ่เกียรติ!”
ซูอิ่นเย่ว์ไม่ได้โกรธเคือง ที่นี่การที่สตรีถูกมองข้ามเป็เื่ปกติ
ที่จริงแล้ว นางมาเพียงเพื่อซื้อสมุนไพร ไม่น่าจะยุ่งเื่อื่นด้วยซ้ำ แต่หากการวินิจฉัยผิดพลาด อาการของคนไข้จะลุกลามจนอาจพิการ หรือแม้แต่เสียชีวิต
เพราะที่นี่เป็ร้านยาของหมอฉิน ซูอิ่นเย่ว์จึงอดไม่ได้ที่จะเตือน เพื่อไม่ให้ชื่อเสียงของร้านจี้ซื่อต้องมัวหมอง
ใครจะคิดว่าหมอเซิ่งกลับเห็นว่าเป็การท้าทายศักดิ์ศรีของตนเอง และะเิอารมณ์ออกมา
ซูอิ่นเย่ว์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประกอบวิชาแพทย์มาหลายสิบปีแล้วอย่างไร ก็แค่เอาอายุมาข่มผู้อื่นมิใช่หรือ เ้าไม่เคยได้ยินหรือว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมแทนที่คลื่นลูกเก่า”
หมอเซิ่งหัวเราะเยาะ “คลื่นลูกใหม่? สตรีรู้เพียงเื่เย็บปักถักร้อยและทำครัว จะเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไร รีบไล่นางออกไป! อย่ามาขวางทางข้ารักษาคนไข้!”
เหล่าคนรับใช้ยังไม่ทันได้ลงมือ ก็มีเสียงเย็นเยียบดังออกมาจากห้องด้านใน “หยุดมือ”
ทันใดนั้น ม่านประตูถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งเดินออกมา
เหล่าแพทย์ประจำร้านสองสามคนรวมถึงบ่าวรับใช้ต่างก้มศีรษะทำความเคารพพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม “นายท่าน”
ซูอิ่นเย่ว์เงยหน้าขึ้น
บุรุษที่มาใหม่สวมอาภรณ์สีเขียว ท่าทางเ็า ใบหน้าหล่อเหลาของเขาไร้ซึ่งอารมณ์ ดูจากลักษณะแล้ว คงเป็หมอฉิน หมอเทวดาที่ชาวเมืองเล่าขานกัน
หมอเซิ่งรีบฟ้องทันที “นายท่าน สตรีผู้นี้บังอาจมาก่อความวุ่นวายในร้านจี้ซื่อ สมควรแจ้งทางการให้มาจับกุม!”
ด้านหลัง เซียงเถาร้อนใจ คิดจะอธิบายเื่สถานะของพวกนาง แต่ซูอิ่นเย่ว์ยื่นมือออกไปขวางไว้ บอกให้นางสงบอยู่ข้างๆ
นางจ้องหมอเซิ่งด้วยความไม่พอใจ “แล้วถ้าหมอไร้ฝีมือจนทำให้คนตายเล่า สมควรทำอย่างไรดี”
สีหน้าของฉินเย่ยังคงเ็า เขาหันไปมองซูอิ่นเย่ว์ เห็นว่านางยังเยาว์วัย แต่คำพูดกลับเฉียบคมยิ่งนัก
ในใจเขาคิดเช่นเดียวกับหมอเซิ่ง แม้ว่าสตรีจะเข้าใจศาสตร์การแพทย์อยู่บ้าง แต่ก็คงเป็เพียงความรู้ผิวเผิน ไม่อาจก้าวขึ้นสู่ระดับแพทย์ชั้นสูงได้
ดังนั้น ฉินเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย้าหยอก “ดูเหมือนว่า เมื่อเทียบกับการปักผ้าแล้ว คุณหนูจะเชี่ยวชาญด้านการแพทย์มากกว่า”
ซูอิ่นเย่ว์ชะงักไป ไม่คาดคิดว่าฉินเย่จะเอ่ยวาจาเสียดสีนางโดยไม่แม้แต่ตรวจดูอาการคนไข้ก่อน ดูท่าแล้ว แม้เขาจะมีวิชาแพทย์ที่ยอดเยี่ยม แต่กลับมีอคติต่อสตรีจนไม่อาจแยกแยะถูกผิดได้
นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าว “ไม่ถึงกับเชี่ยวชาญนัก แต่ถ้าท่าน้าเห็นฝีมือ ข้าก็จะลงมือรักษา”
ท่าทีนี้ทำให้ฉินเย่ประหลาดใจเล็กน้อย แววตาเขาสั่นไหวเล็กน้อย ขณะที่ลูกค้าในร้านเริ่มกระซิบกระซาบกัน
หมอเซิ่งชี้หน้าซูอิ่นเย่ว์พลางด่า “เ้าไม่ได้คิดจะรักษา แต่คิดจะฆ่าคนมากกว่า! เ้าเป็หมอหรือ ถึงกล้าพูดเช่นนี้?!”
คนไข้ที่เป็ชายร่างใหญ่ก็ใจนหน้าถอดสี รีบส่ายหัว “ไม่ได้! ไม่ได้! เด็กสาวเช่นเ้าจะรักษาคนได้อย่างไร หมอเซิ่ง ท่านเป็คนรักษาข้าเถอะ!”
หมอเซิ่งยังไม่ทันได้ยิ้มเต็มที่ ก็ได้ยินฉินเย่กล่าวขึ้นว่า “ให้นางรักษา ข้าเองก็อยากเห็นว่านางมีฝีมือแค่ไหน”
เขามีชื่อเสียงั้แ่วัยเยาว์ อีกทั้งยังมีไมตรีกับฉู่จี้เฟิงอยู่บ้าง ผู้คนในเมืองหลวงล้วนให้ความเคารพเขาไม่มากก็น้อย แล้วนางเล่า กลับมีแววท้าทายในดวงตา
ฉินเย่เป็คนเ็าโดยธรรมชาติ ไม่เคยเข้าใจความหมายของคำว่ารักหยกถนอมสตรี ที่นี่คือร้านยาจี้ซื่อของเขา นางไม่รู้ว่ากำลังกล้าหาญเกินไปหรือขาดสติ ถึงได้กล้ามาอาละวาดในอาณาเขตของเขา
ชายร่างใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง “หมอเทวดาฉิน เื่นี้...เื่นี้จะเป็ไปได้อย่างไร!”
“มีข้าอยู่ที่นี่ เ้าจะไม่เป็อะไร” ฉินเย่กล่าว “หากเ้ายอมให้นางรักษา ข้าจะให้เงินเพิ่มอีกยี่สิบตำลึง เป็อย่างไร”
ยี่สิบตำลึงถือเป็เงินก้อนโตสำหรับชายร่างใหญ่ อีกทั้งยังมีการรับรองจากฉินเย่ เขาจึงรีบพยักหน้าตอบรับทันที
“เชิญคุณหนูเริ่มได้เลย” ฉินเย่เร่งเร้า
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้าไม่ได้พกเครื่องมือและยามา ต้องขอหยิบยืมจากท่านก่อน ท่านคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ซูอิ่นเย่ว์เอ่ยถาม
เมื่อฉินเย่ได้ฟัง จึงสั่งบ่าวรับใช้ว่า “นาง้าสิ่งใด เ้าก็จัดหาให้”
ซูอิ่นเย่ว์ขอสมุนไพรบางชนิด รวมถึงเข็มเงินสำหรับฝังเข็ม สุดท้าย นางสอบถามจนได้รู้ว่าแพทย์ในยุคนี้สามารถทำการผ่าตัดง่ายๆ ได้บ้างแล้ว และยังมีเครื่องมือผ่าตัดอย่างง่าย นางจึงขอมีดผ่าตัดสองเล่มและคีมคีบเพิ่มอีก
ฉินเย่ไม่ได้ให้ย้ายชายร่างใหญ่ไปยังเรือนหลัง จุดประสงค์ชัดเจน คืออยากให้ซูอิ่นเย่ว์ขายหน้าในที่สาธารณะ
ซูอิ่นเย่ว์ตรวจดูาแของชายร่างใหญ่มาก่อนหน้านี้แล้ว และมีการคาดคะเนในใจเรียบร้อย
แผลที่น่องของชายร่างใหญ่เริ่มคล้ำ อีกทั้งการรักษาที่ผิดพลาดก่อนหน้านี้ทำให้เกิดการอักเสบ เวลาลุกขึ้นยืนจะรู้สึกปวดเกร็งจนไม่สามารถใช้แรงได้เลย
ฉินเย่ก้มลงดูาแเช่นกัน เขาพบว่าแผลดูผิดปกติจริง แต่คิดแล้วคิดอีกก็ยังหาสาเหตุไม่พบ
เมื่อหันไปมองซูอิ่นเย่ว์ นางกลับไม่รีบร้อน วัดชีพจรด้วยความมั่นใจ คล้ายกับว่านางเข้าใจอาการของชายร่างใหญ่แล้ว
เดิมทีฉินเย่ไม่ได้ใส่ใจนัก แต่เมื่อเห็นนางฆ่าเชื้อาแของชายร่างใหญ่ โปรยยาผงลงไปอย่างถูกต้อง ท่าทางที่แม่นยำของนางแสดงให้เห็นว่านางมีพื้นฐานทางการแพทย์