บทที่ 1 จุดแตกหัก
เมลิสา เป็คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงในโซเชียลมีเดีย ด้วยนิสัยร่าเริงและความสามารถในการสร้างความบันเทิงให้กับผู้ติดตามของเธอเธอรู้ดีว่าโลกออนไลน์นั้นเต็มไปด้วยการแสดงออกที่สดใสและน่าสนใจทุกครั้งที่เธอสตรีมสดหรือโพสต์คอนเทนต์ใหม่ๆ จะมีผู้คนมากมายเข้ามาชื่นชมและร่วมสนุกไปกับเธอ เมลิสา ชอบความรู้สึกที่ได้รับการยอมรับและการมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนคลับที่รักในตัวเธอสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็คนที่มีคุณค่าในโลกใบนี้ ในโลกโซเชียล เมลิสา คือคนที่มีความมั่นใจเธอสามารถพูดคุยกับผู้คนได้อย่างร่าเริงและมีความสามารถในการทำให้ทุกคนรู้สึกดีได้ง่ายๆการทำงานของเธอเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และมันทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตมีสีสันและไม่เหงาเธอสนุกกับการสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คน ทำให้เธอรู้สึกมีพลังและมีความหมายในทุกวัน
แต่ในชีวิตจริง เมลิสา มักจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาวะที่แตกต่างออกไปจากที่เธอแสดงในโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์กับ ไมค์ แฟนหนุ่มของเธอเริ่มมีปัญหาไม่น้อย ไมค์ เป็คนที่ไม่ค่อยให้ความสนใจกับสิ่งที่เธอทำ และบางครั้งก็ไม่เข้าใจความสำคัญของงานของเธอ เขามักจะบ่นเกี่ยวกับเวลาที่เธอใช้ไปกับการทำงานและการสนทนากับคนในโลกออนไลน์ เมลิสารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการสนับสนุนจาก ไมค์ ในเื่ที่เธอรักและทำให้เธอรู้สึกเสียใจไม่น้อย
แม้ว่าเธอจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่สดใสในโลกโซเชียลได้ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกเหงาและขาดความเข้าใจจากคนที่ใกล้ชิดที่สุด เมลิสา รู้สึกเหมือนเธอกำลังต้องต่อสู้กับความเหงาในโลกแห่งความเป็จริง แม้จะมีคนมากมายในโลกออนไลน์ที่ให้การสนับสนุน แต่สิ่งที่เธอ้าจริงๆ กลับเป็ความเข้าใจและการสนับสนุนจากคนที่เธอรักและหวังว่าจะเป็คนที่อยู่เคียงข้างเธอในทุกๆ เื่
การทะเลาะกันระหว่าง เมลิสา และ ไมค์ เริ่มต้นจากความรู้สึกที่เหมือนๆทุกครั้งแต่ในครั้งนี้ เมลิสา รู้สึกว่า ไมค์ ไม่ให้ความสำคัญกับเธอและงานที่เธอทำอย่างแท้จริง ไมค์ มักจะบ่นว่า เมลิสา ใช้เวลาไปกับการทำงานในโลกโซเชียลมากเกินไป จนไม่ค่อยมีเวลาให้กับเขา และบางครั้งเขาก็รู้สึกเหมือนเป็คนที่ไม่สำคัญในชีวิตของเธอ แม้ว่า เมลิสา จะพยายามอธิบายให้เขาฟังว่าเธอรักในสิ่งที่ทำและไม่สามารถละทิ้งมันได้ แต่ ไมค์ กลับไม่เข้าใจและยังคงแสดงท่าทีไม่พอใจ ใน่หลายเดือนที่ผ่านมา เมลิสา รู้สึกว่า ไมค์ เริ่มเปลี่ยนไปเขาดูไม่สนใจและไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เธอทำเหมือนเมื่อก่อน ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มมีช่องว่างที่ยากจะข้ามผ่าน เมลิสา เริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าจากการพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจกัน วันหนึ่งหลังจากที่ เมลิสา โพสต์คลิปใหม่ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ติดตามจำนวนมาก ไมค์ ก็เริ่มพูดขึ้นด้วยเสียงที่แสดงความหงุดหงิด
“อีกแล้วเหรอ? เธอมีเวลาให้คนอื่น แต่ไม่มีเวลาสำหรับฉันเลยนะ”
เมลิสา รู้สึกเหมือนโดนบีบคั้น และในขณะที่เธอพยายามอธิบายว่าเธอไม่สามารถละทิ้งสิ่งที่ทำได้ ไมค์กลับพูดขึ้นว่า
“เธอไม่เห็นเหรอว่าฉันก็้าเวลาและความสนใจจากเธอเหมือนกัน?”
“ไมค์...ฉันขอโทษจริงๆที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น แต่ฉันก็มีชีวิตและความฝันของตัวเองนะ”
เมลิสา พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าและท้อแท้
“แล้วฉันล่ะ? ฉันก็้าเธอเหมือนกัน แต่เธอไม่เคยเห็นฉันเลย”
ไมค์พูดเสียงแข็ง
เมลิสา สะอื้นออกมา
“ฉันไม่รู้จะทำยังไงให้เธอเข้าใจเลย... ฉันรู้สึกเหมือนเราอยู่กันคนละโลก”
ไมค์ มอง เมลิสา ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง
“ถ้าเธอคิดแบบนั้น... งั้นเราคงไปต่อไม่ได้แล้ว”
คำพูดของ ไมค์ ทำให้ เมลิสา รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา เธอไม่เคยคิดว่าเื่นี้จะถึงจุดนี้ แต่ความรู้สึกของเธอก็ไม่สามารถละเลยได้อีกต่อไป ในที่สุด เมลิสา ตัดสินใจที่จะพูดออกไปว่า
“ฉันคิดว่าเราไม่เหมาะสมกันแล้วไมค์... เราคงต้องแยกทางกัน”
ไมค์ เงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดด้วยเสียงที่แหบแห้ง
“ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว...ฉันก็ไม่สามารถบังคับให้เธอเปลี่ยนใจได้”
เมลิสา รู้สึกเหมือนหัวใจของเธอถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจจะเป็สิ่งที่ดีที่สุด แต่ความเสียใจที่เกิดขึ้นก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญไป
หลังจากการตัดสินใจที่ยากลำบาก เมลิสา กลับมาที่ห้องของตัวเองในคอนโดที่เธออยู่คนเดียว ทุกอย่างดูเหมือนจะเงียบสงบ แต่ภายในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความโหวงเหวง รู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ การตัดสินใจเลิกกับ ไมค์ ไม่ใช่เื่ง่ายเลย แม้ว่าเธอจะรู้ว่ามันเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองคน แต่ความเสียใจและความรู้สึกผิดยังคงกัดกินหัวใจของเธออย่างไม่หยุดยั้ง
เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาและหันไปมองโทรศัพท์ที่ยังคงมีข้อความจาก ไมค์ ที่ส่งมาหาเธอเมื่อคืนก่อน
“คิดถึงเธอนะ... ทำไมเราต้องเป็แบบนี้?”
ข้อความเ่าั้ยิ่งทำให้ เมลิสา รู้สึกเ็ปมากขึ้น เธอไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้เพราะตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดความรักที่เคยมีให้กันถึงต้องจบลงแบบนี้
เมลิสา นั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟา น้ำตาเริ่มไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอเคยรัก ไมค์ มาก แต่ความรู้สึกที่เขามีให้เธอกลับไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เธอทำ ทุกครั้งที่เธอพยายามอธิบายเกี่ยวกับงานที่เธอทำในโลกโซเชียล เขากลับมองว่าเธอไม่ให้ความสำคัญกับเขา และเมื่อไมค์บอกว่าเขา้าเวลาและความสนใจจากเธอ เมลิสา ก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถให้ได้อีกต่อไป
“ทำไมฉันต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย?”
เมลิสา พูดกับตัวเองในขณะที่น้ำตายังคงไหลลงมา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนที่ผิดที่ทำให้ ไมค์ ต้องเ็ป แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถละทิ้งสิ่งที่รักและสิ่งที่เธอทำเพื่อให้ใครคนหนึ่งพอใจได้
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เมลิสา หยิบมันขึ้นมาโดยอัตโนมัติและเห็นว่าเป็ข้อความจากพอลล่าเพื่อนสนิทของเธอที่คอยอยู่เคียงข้างเสมอ
“เธอเป็ยังไงบ้าง? ถ้าอยากคุยกับใคร ฉันพร้อมเสมอนะ”
ข้อความนั้นทำให้ เมลิสา รู้สึกอบอุ่นขึ้นบ้าง แม้ว่าเธอจะรู้ว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถทำให้ความเ็ปหายไปได้ในตอนนี้ แต่การมีคนที่เข้าใจและพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างทำให้เธอรู้สึกว่าความเหงาของเธอจะไม่ยาวนานเกินไป
เมลิสาตัดสินใจที่จะตอบข้อความของ พอลล่า
“ขอบคุณนะพอลล่า...ฉันแค่รู้สึกว่าทุกอย่างมันจบไปแล้วและไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไง”
เมลิสา ตอบด้วยอารมณ์ที่เต็มไปด้วยความเสียใจ
พอลล่า ตอบกลับมาทันที
“เธอไม่ต้องไปคิดอะไรเยอะหรอกนะ ตอนนี้ให้เธอได้พักบ้างและถ้าเธออยากคุยอะไรเพิ่มเติม ฉันจะอยู่ที่นี่เสมอ”
คำพูดของ พอลล่า ทำให้ เมลิสา รู้สึกถึงความรักและการสนับสนุนจากเพื่อน ถึงแม้ว่าเธอจะยังคงรู้สึกเ็ป แต่การมีคนที่คอยรับฟังทำให้เธอรู้สึกว่าความเสียใจนี้จะไม่ยืดเยื้อเกินไป
เมลิสา นั่งอยู่ในห้องเงียบๆ และหวนคิดถึง่เวลาที่เธอกับ ไมค์ เคยมีความสุขด้วยกันความทรงจำเ่าั้ยังคงสดใสในหัวใจของเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่เข้าใจกันไปได้ตลอดไป การตัดสินใจเลิกกับ ไมค์ ในที่สุดก็เป็สิ่งที่ เมลิสา เชื่อว่าเธอทำได้ดีที่สุด แม้ว่ามันจะเ็ป แต่เธอก็ต้องยอมรับว่าบางครั้งการเดินออกจากบางสิ่งก็เป็การเริ่มต้นใหม่ที่ดีกว่า
ส่วนทางด้านของ นธีร์ เองก็กำลังมีปัญหาเช่นกัน นธีร์ ลุกขึ้นจากเตียงในตอนเช้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา เขาทำงานเป็นักออกแบบเว็บไซต์ที่มีความรับผิดชอบสูงและ้าสมาธิในการทำงานตลอดเวลาเขาเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการตรวจสอบอีเมลและข้อความจากลูกค้า ก่อนที่จะนั่งลงที่โต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊กหลายเครื่อง ทุกๆ วันของเขามักจะเต็มไปด้วยงานที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและไม่เคยหยุดพัก
“วันนี้ต้องเสร็จให้ได้”
นธีร์ พูดกับตัวเองเบาๆ กับตัวเอง ขณะที่เขากำลังวางแผนงานที่จะต้องส่งให้ลูกค้าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาเป็คนที่มีความละเอียดในการทำงานสูง และมักจะมุ่งมั่นทำทุกอย่างให้ดีที่สุด แม้กระทั่งในเื่เล็กๆน้อยๆเขาก็ไม่เคยละเลยซึ่งเป็เหตุผลที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในสายงานนี้
ท่ามกลางการทำงานหนัก นธีร์ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความคิดถึง เอมิกา ได้แม้จะรู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม เขาเคยรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นมั่นคงแต่ใน่หลังๆเอมิกา กลับมีท่าทางห่างเหินและไม่เหมือนเดิม นธีร์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุขแต่บางครั้งความพยายามของเขากลับไม่เป็ผล เขาเริ่มสังเกตเห็นว่า เอมิกา ใช้เวลาอยู่กับโทรศัพท์มากขึ้นและมักจะไม่ค่อยให้ความสนใจเขาเหมือนก่อน
หนึ่งในวันที่เขากลับบ้านจากการทำงาน เขาเห็น เอมิกา กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวและยิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือของเธอ
“เอมิกา... เธอกำลังคุยกับใครเหรอ?”
นธีร์ ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความสงสัย
เอมิกา มองเขาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิม
“อ๋อ... ก็แค่เพื่อนคนนึงค่ะ”
เธอตอบสั้นๆ แล้วหันกลับไปมองโทรศัพท์ของตัวเองอีกครั้ง
นธีร์ รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชัดเจน เขารู้สึกว่า เอมิกา กำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากเขา แม้ว่าจะไม่พูดออกมาแต่ความรู้สึกนั้นก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาพยายามไม่ให้ความสงสัยกลายเป็ความเครียด แต่เขาก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกนี้ได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง นธีร์ จับได้ว่า เอมิกา กำลังนัดพบกับชายคนอื่นที่ไม่ใช่เขาเขาพบว่ามีข้อความจากชายคนหนึ่งในโทรศัพท์ของเธอที่แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าคำว่า "เพื่อน" นธีร์ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบของเขาถล่มลงมา เขาไม่สามารถเชื่อได้ว่าเอมิกาจะทำเช่นนี้กับเขา
“เอมิกา... ทำไม?”
นธีร์ ถามเสียงสั่น ขณะที่ เอมิกา เดินเข้ามาหาเขาในห้องนั่งเล่น
เอมิกาหันมามองเขาด้วยสายตาที่ไม่เหมือนเดิม
“มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดหรอกนธีร์... ฉันแค่... ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะไปต่อยังไงกับเรา”
เอมิกา พูดด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
นธีร์ มองเธอด้วยความเ็ป เขารู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะทำอะไร มันก็ไม่เพียงพอสำหรับ เอมิกา เขาพยายามจะเข้าใจเธอ แต่คำพูดของเธอทำให้เขารู้ว่าเธอไม่้าเขาอีกต่อไป
“ถ้าเธอไม่้าฉันแล้ว... ก็ไม่เป็ไร”
นธีร์ พูดออกมาอย่างหนักแน่น แม้ว่าภายในใจเขาจะเ็ปอย่างสุดๆ
“ถ้าเธอคิดว่าคนใหม่ดีกว่าฉัน... ฉันก็ยอมให้เธอไป”
เอมิกา ยิ้มให้เขาอย่างเ็า ก่อนจะพูดคำสุดท้าย
“ขอโทษนะนธีร์... แต่ฉันคิดว่าคงไปต่อกับเธอไม่ได้แล้ว”
นธีร์ ยืนอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบของเขาพังทลายลง เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ทำผิดอะไรแต่ความรู้สึกที่เขามีให้เอมิกากลับไม่เพียงพอที่จะรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ ใน่เวลาหลังจากการยุติความสัมพันธ์กับเอมิกา นธีร์รู้สึกเหมือนกับว่าโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุนไปชั่วขณะเขาหลับตาลงในคืนหนึ่งขณะที่นอนอยู่บนเตียงที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นจากการมีเอมิกาคอยอยู่ข้างๆแต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกว่างเปล่าและเงียบงัน เขารู้สึกถึงความเ็ปที่ลึกซึ้งในหัวใจแต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุดคือความรู้สึกว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร ความรักที่เขามีให้เอมิกาก็ไม่เพียงพอที่จะรักษาความสัมพันธ์นี้เอาไว้ได้
ในเช้าวันถัดมา นธีร์ รู้สึกเหมือนตัวเองหลุดจากวงจรชีวิตที่เคยเป็ เขาเดินไปยังห้องครัว ชงกาแฟในขณะที่ยังคงคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาไม่สามารถเชื่อได้ว่า เอมิกา จะทิ้งเขาไปง่ายๆ ทั้งๆ ที่เขาเคยคิดว่าเธอคือคนที่เขาจะใช้ชีวิตร่วมกันแต่ตอนนี้เขากลับต้องยอมรับความจริงที่ว่าเธอเลือกที่จะไปหาคนอื่น
การทำงานในวันนี้ก็ไม่สามารถช่วยให้เขาลืมเื่ราวทั้งหมดได้เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานโดยไม่มีสมาธิความคิดถึง เอมิกา ยังคงตามหลอกหลอนเขา เขาหลับตาลงอีกครั้งพยายามหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ได้
ในขณะที่เขากำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานเพียงลำพัง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขามองไปที่หน้าจอและเห็นชื่อของ ธามไท เพื่อนสนิทของเขาปกติแล้วเขาจะไม่รับโทรศัพท์ใน่เวลาที่อารมณ์ไม่ดี แต่วันนี้เขาตัดสินใจรับสาย
“ไทแก... มีอะไรหรือเปล่า?”
นธีร์ พูดเสียงเบาและดูเหมือนจะเหนื่อยล้า
“นธีร์!ฉันรู้ว่าแกไม่ค่อยสบายใจอยู่่นี้ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
ธามไทถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“เอมิกา... เธอทิ้งฉันไปแล้ว”
นธีร์ ตอบเสียงเครือ เหมือนกำลังสะอื้น
“เฮ้... ไม่ต้องร้องนะเพื่อน”
ธามไทพูดปลอบใจเขารู้ดีว่ามันไม่ง่ายสำหรับ นธีร์ ที่จะยอมรับความจริงนี้
“แกเป็คนที่ดี แต่ถ้าเธอเลือกที่จะไปแล้ว ก็แปลว่าเธอไม่เห็นค่าของเเกมากพอ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของเเกทั้งหมดหรอกนะ”
“แต่ฉันทำทุกอย่างแล้ว...ฉันพยายามทุกอย่างเพื่อให้มันดีขึ้น”
นธีร์ พูดด้วยเสียงสั่น
“แต่สุดท้าย... มันก็ไม่พอ”
“มันไม่ใช่ความผิดของเเกที่มันไม่พอ”
ธามไท ตอบ
“บางครั้งความรักมันก็ไม่ได้เป็เื่ที่เราสามารถควบคุมได้เเกไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะนธีร์”
นธีร์เงียบไปสักพักก่อนที่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“ฉันรู้ว่าเเกพูดถูก...แต่ตอนนี้มันยากที่จะรับมันได้”
ธามไท เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
“เเกต้องให้เวลากับตัวเองนะ อย่ารีบร้อนทำอะไรอย่าให้ความเ็ปนี้มันมาครอบงำเเก”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและอบอุ่น
“ขอบคุณนะมากว่ะไท... ฉันจะพยายาม”
นธีร์ ตอบด้วยเสียงที่เริ่มคลายความเศร้า
การพูดคุยกับ ธามไท ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว เขามีเพื่อนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างใน่เวลาที่ยากลำบากนี้ แม้ว่าเขาจะยังคงรู้สึกเ็ปจากการสูญเสีย เอมิกา แต่เขารู้ว่าเขาต้องเดินหน้าต่อไปและเริ่มต้นใหม่ในวันข้างหน้าเมื่อวางสายจาก ธามไท นธี
ร์ รู้สึกว่าเขาเริ่มกลับมามองโลกในแง่ดีขึ้นเขาเริ่มเข้าใจว่าแม้ว่าเขาจะรู้สึกเ็ปตอนนี้แต่เขาก็ยังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่และเขาจะไม่ยอมให้ความเ็ปนี้มาทำลายเขา