ตอนที่4 นมเหมือนกัน
“เดี๋ยว! เดี๋ยวเ้าตัวเล็ก! อย่าร้องดังนักสิฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหาแม่นมที่ไหน”
อาเหยารู้สึกว้าวุ่นใจจนอดบ่นให้ทารกน้อยในอ้อมกอดไม่ได้เพราะกำลังคิดหาหญิงหลังคลอดคนใหม่ที่พอจะแบ่งปันน้ำนมให้กับเ้าซาลาเปาได้ทั้งกังวลใจเพราะหมู่บ้านตงกวงมีขนาดเล็กเกินกว่าจะมีหญิงหลังคลอดหลายคน
เร็วเข้า! คิดให้ออกเสียทีสิ ข้าหิว! ข้า้าอาหารเพิ่ม! เ้ารีบคิดให้ออก.....แล้วพาข้าไปเสียทีไปเดี๋ยวนี้เลย.....ไปเลย!!!
ซุนเสวี่ยมี่คิดอย่างมีความหวังแต่แผดเสียงร้องไห้ต่อไปเพราะเป็วิธีเดียวในการสื่อสารกับมนุษย์บนภพโลกส่วนนางสามารถเข้าใจภาษามนุษย์ได้อย่างง่ายดายด้วยความสามารถส่วนตัวของเทพผู้ชาญฉลาด
ทันใดนั้นเทพผู้อาภัพเบิกตากว้างดีใจเพราะััได้ถึงพลังชีพอันคุ้นเคยของพี่ชายจำเป็สามคนกำลังวิ่งมุ่งหน้าตรงมาทางนี้นางหยุดร้องไห้ทันทีเพราะจำเป็ต้องถนอมเรี่ยวแรงไว้ทำอย่างอื่นทั้งรู้สึกยินดีเมื่อทบทวนเหตุการณ์ผ่านมาในอดีตชาติจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงบางเื่ว่า
ไชโย!แสดงว่าเ้าก้อนขนมนั่นมันผสานอยู่ในตัวข้าแน่แท้ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่หิวมากมายเยี่ยงนี้มิหนำซ้ำมันยังเป็เนตร์อีกด้วย แบบนี้ข้าก็เกิดใหม่ไม่เสียเปล่าแล้ว เกาซิ่ง!!!
เทพตัวน้อยแปรเปลี่ยนจากร้องไห้ดังจ้าเป็หัวเราะร่ายินดีมีความสุขพลางทดสอบปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์อันน้อยนิดตรงเข้าหาเด็กหนุ่มผู้คุ้นเคยในทันทีเพราะ้าเดินทางไปกับพวกเขามากกว่าจะอยู่ใต้อาณัติของสองสามีภรรยาในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้อีก
อาเหยาพลันหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านด้วยความงุนงงเพราะจู่ๆ เ้าก้อนแป้งหยุดร้องไห้แต่กลับกลายเป็เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมีความสุขแทนพอเงยหน้าขึ้นมาพลันตกตะลึงจนไม่ได้ยื้อยุดตัวทารกในอ้อมแขนไว้เพราะถูกหนึ่งในกลุ่มเด็กชายสามคนพุ่งเข้ามาคว้าแล้ววิ่งหนีไปยังทิศทางหนึ่งก่อนจะได้สติแล้วะโเสียงดังให้สามีในบ้านรับรู้เหตุร้ายแรงว่า
“กรี๊ด! พี่ซาน!ออกมาเร็วๆ เข้า ออกมาเดี๋ยวนี้!ช่วยฉันที! ช่วยด้วย!!!”
หลี่หนิงหลงวิ่งเข้ามาคว้าห่อผ้าสีฟ้าในอ้อมกอดของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่หน้ารั้วบ้านหลังใหญ่เขาััได้ถึงจิตอันคุ้นเคยเหมือนเมื่อครั้งอยู่ในศาลเ้าพลางมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่าในห่อผ้าสีฟ้าจะต้องเป็น้องน้อยของตนจึงคว้าเอามาอุ้มไว้แล้ววิ่งหนีไปยังอีกทิศทางหนึ่งซึ่งวิ่งผ่านมาแล้วเห็นว่ามีฟาร์มเลี้ยงวัวนมอยู่พอดีโดยเดิมพันต่อการตามล่าตัวจากบรรดาคนงานของเศรษฐีหรือพ่อบ้าน
เด็กหนุ่มร่วมสาบานทั้งสามคนวิ่งตามกันอย่างกระชั้นชิดโดยไม่มีใครสนใจหันไปมองการกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของอาเหยาทุกคนรู้ดีว่าในสถานการณ์คับขันจำเป็ต้องวิ่งพาทารกในห่อผ้าสีฟ้าหนีไปก่อนโดยปล่อยให้พี่รองในกลุ่มเป็คนนำไปด้วยความไว้วางใจ
กระนั้นหลี่หนิงอันร่างใหญ่แต่มีร่างกายอ่อนแอที่สุดกลับร้องขอน้องในกลุ่มด้วยความเหน็ดเหนื่อยจนหายใจไม่ทันว่า
“นะ.....น้องรองวิ่งช้า ๆ หน่อย พี่จะไม่ไหวแล้วนะ”
หลี่หนิงหลงเพิ่งจะก้มลงดูทารกในห่อผ้าแว่บหนึ่งพลางรู้สึกอบอุ่นใจเพราะจดจำแววตาใสกระจ่างได้ชัดเจนทั้งรู้สึกยินดีที่ได้พบกับน้องน้อยอีกครั้งในสภาพเรียบร้อยแตกต่างจากครั้งแรกเขาตอบพี่ใหญ่ในกลุ่มเสียงเข้มพร้อมกับวิ่งเกาะกลุ่มไปด้วยกันว่า
“อดทนไว้ฉันก็เหนื่อยเหมือนกัน ตรงนั้นมีฟาร์มเลี้ยงวัว น่าจะมีน้ำนมให้น้องเราดื่มค่อยไปพักที่นั่น อดทนก่อน”
หลี่หนิงหวงหายใจหอบแฮกๆ ทว่ายังพอวิ่งไปพูดไปด้วยได้ จึงชี้นิ้วตรงไปยังทิศทางขวามือที่เพิ่งวิ่งผ่านมาอย่างเข้าใจว่า
“ปะ.....ไปตรงนั้นใช่ไหมที่พวกเราเพิ่งวิ่งผ่านมา”
“ใช่.....ตรงนั้นแหละ”หลี่หนิงหลงวิ่งต่อไปพร้อมพูดยืนยันให้ทุกคนรู้จุดหมายปลายทาง
ครั้นสองพี่น้องได้ยินคำตอบชัดเจนต่างพากันวิ่งมุ่งหน้าตรงไปยังเป้าหมายด้วยความทุลักทุเลเพราะถนนกำลังมีหิมะโปรยปรายลงมากะทันหันทั้งที่ก่อนหน้าอากาศเย็นสบายและไม่มีหิมะสักนิด ทว่าทุกคนต่างรู้สึกดีที่อากาศไม่หนาวเย็นเกินไปด้วยคิดว่าในฟาร์มอาจพอขโมยอาหารมาให้ทารกน้อยได้ดื่มกิน
สามพี่น้องร่วมสาบานต่างออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้นหวังหลุดพ้นการไล่ล่าจากพ่อบ้านกับภรรยาโดยมีเสียงดังไล่หลังมาอยู่ในระยะห่างไกลมากขึ้นตามลำดับ
หลี่หนิงหลงทำหน้าที่เป็ผู้นำกลุ่มเขาพาสองพี่น้องวิ่งคดเคี้ยวไปมาเพื่อหลบหนีพ่อบ้านและภรรยาไปในตัวเพราะไม่้าให้ผู้คนล่วงรู้เป้าหมายแท้จริงก่อนวิ่งวกกลับไปยังฟาร์มเป้าหมาย ทั้งรู้สึกดีที่เ้าก้อนแป้งไม่ส่งเสียงร้องไห้เรียกความสนใจจากสองสามีภรรยาอีก
เ้าเด็กนี่ท่าทางฉลาดไม่เบาซะจริงแล้วยังเป็คนเดียวสามารถััพลังของข้าได้ ถ้าอยู่แดนเซียนละก็ คนผู้นี้คงบำเพ็ญตบะจนกลายเป็เซียนได้ไม่ยากนักไว้ให้ข้าแข็งแกร่งกว่านี้อีกนิดเถอะ แล้วข้าจะช่วยสอนวิธีบำเพ็ญตบะให้พวกเ้าเป็การตอบแทนถ้าพวกเ้ามีโชควาสนาจริง ไม่แน่ว่าอาจจะไปยังแดนเซียนได้เหมือนข้า
เทพซุนเสวี่ยมี่จ้องมองเสี้ยวใบหน้าหลี่หนิงหลงด้วยความพึงพอใจนางปล่อยให้เด็กหนุ่มผู้มีโชคชะตาต่อกันเป็คนอุ้มและวิ่งพาไปหาอาหารอย่างสบายใจโดยััได้ถึงความพิเศษในตัวเด็กหนุ่มพลางคิดจะมอบโชควาสนาให้เมื่อตนมีสภาพร่างกายเหมาะสมและแข็งแกร่งขึ้นแล้ว
สักพักหนึ่งหลี่หนิงหลงอุ้มพาเ้าก้อนแป้งมาถึงยังโรงเรือนเลี้ยงโคนมจำนวนสามตัวซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเศรษฐีตระกูลโจวไม่ไกลนักแต่อยู่กันคนละทิศทางแล้วยังมีรั้วสูงกั้นแบ่งแยกพื้นที่ออกจากกันอย่างชัดเจนฉะนั้นการลักลอบเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้จึงไม่ถูกพบเห็นจากคนงานของเศรษฐีโจว
โคนมสามตัวอยู่ในโรงเรือนหลังคาสูงปิดกั้นมิดชิดทั้งสี่ด้านมีเพียงสองด้านที่้าเปิดโล่งครึ่งหนึ่งให้อากาศถ่ายเทสะดวก โคนมแต่ละตัวอยู่ในคอกใหญ่แยกจากกันโดยมีรางอาหารอยู่หน้าคอกติดทางเดินตรงกลางส่วนฝั่งตรงข้ามคอกโคนมเป็ที่เก็บหญ้าแห้งไว้เป็อาหารหลักในฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วงดังเช่นเวลานี้
เทพซุนเสวี่ยมี่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเด็กหนุ่มทั้งสามคนซึ่งรวมตนเองเข้าไว้ด้วยเพราะรู้สึกยินดีต่อปริมาณอาหารจากโคนมทั้งสามตัวซึ่งมีมากพอดับความหิวโหยได้แล้วยังสามารถแบ่งปันให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนดื่มประทังหิวแทนอาหารหลักได้เช่นกัน ดังนั้นจึงส่งพลังปราณที่เหลืออยู่ออกไปกระตุ้นให้โคนมทั้งหมดผลิตน้ำนมออกมาเพิ่มขึ้น
“โอ้โฮ! พี่ใหญ่พี่รอง ดูนี่สิวัวทั้งสามตัวมีน้ำนมพุ่งออกมาเยอะเชียว ฉันขอดื่มก่อนนะ หิวจนตาลายหมดแล้ว”
หลี่หนิงหวงผู้ผอมแกร็นตาโตเป็ประกายเมื่อวิ่งเข้ามาในโรงเลี้ยงโคนมพลันเหลือบเห็นโคนมมีน้ำนมพุ่งออกมาจากเต้าทันใดพลางกลืนน้ำลายด้วยความหิวโหยแล้วบอกพี่น้องอีกสองคน ก่อนพุ่งตัวเข้าไปนอนหงายใต้ท้องโคนมแล้วเงยหน้าอ้าปากงับพวงนมของโคตัวหนึ่งในบัดดลโดยไม่สนใจอาการตกตะลึงของพี่น้อง
“เฮ้! น้องเล็ก!รอฉันด้วยสิ ฉันก็หิวเหมือนกันนะ”
หลี่หนิงอันท้วงน้องเล็กในกลุ่มเสียงดังเพราะกลัวว่าจะดื่มนมจนหมดเพียงคนเดียวก่อนวิ่งปราดเข้าไปในคอกไกลสุดแล้วทำท่าทางคล้ายกันด้วยการนั่งชันเข่าเงยหน้างับพวงนมพลางดูดน้ำนมอย่างแรงโดยปล่อยให้น้องรองผู้อุ้มทารกน้อยมองตาปริบ ๆ
หลี่หนิงหลงกำลังจะอ้าปากกล่าวท้วงพี่น้องทั้งสองคนทว่าเสียงท้องตนก็ร้องจ๊อก ๆ ขึ้นมาพอดี ขณะทารกน้อยกำลังเบ้ปากเตรียมร้องไห้แล้วต้องหยุดเบ้ปากกะทันหันก่อนเปล่งเสียงหัวเราะดังลั่นด้วยความชอบใจกลบเกลื่อนท่าทีผิดหวัง
เฮอ.....เ้าเด็กนี่น่าสงสารซะจริงข้าจะรอให้เ้าดื่มนมอิ่มก่อนละกัน อย่างน้อยข้าก็ดื่มนมรองท้องมาแล้วเดี๋ยวเ้าจะพาลเป็ลมไปซะก่อน แล้วจะไม่มีใครอุ้มข้าไปหาอาหารอีก อ้าว! เร็วเข้าสิ! ไปดื่มนมซะ!
เทพน้อยในร่างทารกเปลี่ยนใจจากการตั้งท่าเตรียมร้องไห้เพื่อให้เด็กหนุ่มอุ้มไปหาโคนมโดยเร็วทว่าพอได้ยินเสียงท้องอีกฝ่ายร้องประท้วงแสดงความหิวขึ้นมาจึงเปลี่ยนใจให้โอกาสผู้เป็พี่ชายจำเป็ได้ดื่มนมประทังความหิวแทนทั้งคิดว่าตนดื่มนมของจางซันมาแล้ว ถึงแม้จะยังไม่เติมเต็มหรือดับความหิวโหยได้ทั้งหมดกระนั้นยังพอรอคอยให้เด็กหนุ่มผู้ใจดีได้ดื่มก่อนสักระยะ
หลี่หนิงหลงกำลังลังเลใจอยู่พอดีว่าควรนำน้องสาวไปดื่มนมทันทีหรือไม่ทว่าพอเห็นทารกเปลี่ยนจากหน้าเบ้ร้องไห้เป็หัวเราะร่าจึงผ่อนลมหายใจโล่งอกแล้วก้มหน้าบอกน้องในอ้อมกอดด้วยความเขินอายว่า
“น้องพี่พี่ขออนุญาตดื่มนมก่อนเ้านะ หวังว่าจะอารมณ์ดีไปตลอดจนกว่าพี่จะอิ่มพี่ดื่มไม่มากหรอก แล้วจะเหลือน้ำนมไว้ให้น้องซูเทียนเหยี่ยน ไม่ใช่สิเหยี่ยนเอ๋อร์ พี่ควรจะเรียกน้องด้วยชื่อนี้สินะ แล้วต้องขอโทษที่พามาดื่มนมวัวพี่ไม่สามารถไปหาแม่นมให้น้องได้ หวังว่าจะเข้าใจพี่ด้วย”
เทพซุนเสวี่ยมี่อยากจะเอามือออกมาโบกให้สัญญาณว่าตามสบายทว่าใบหน้าน้อย ๆ ััได้ถึงอากาศหนาวเย็นภายนอกซึ่งมีหิมะตกหนักลงมากะทันหันพลันเปลี่ยนใจเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ไม่เหลือพลังปราณมากพอให้ขับออกมาห่อหุ้มหรือให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้นางจึงฉีกยิ้มกว้างโชว์เหงือกแดงเป็สัญญาณว่าให้พี่ชายจำเป็ดื่มนมได้อย่างสบายใจ
“ขอบใจมากนะเหยี่ยนเอ๋อร์”
หลี่หนิงหลงนึกว่าทารกน้อยพึงพอใจต่อการเรียกชื่อเล่นด้วยชื่อซึ่งถูกตั้งมาจากพ่อแท้จริงทั้งรู้สึกโล่งอกเพราะไม่พบท่าทีงอแง้าดื่มนมอีกพลางนำร่างทารกน้อยวางกับพื้นใกล้ตัวซึ่งมีหญ้าปกคลุมอยู่แล้วนั่งเอนตัวเหยียดขาเงยหน้างับพวงนมก่อนดูดนมจากโคนมอย่างหิวโหย โดยมีเสียงดูดสลับขึ้นลงจากทั้งสามคอกดังไม่หยุด
ระหว่างเด็กหนุ่มทั้งสามคนกำลังแยกย้ายดูดนมจากเต้ากันอย่างหิวโหยเทพผู้อาภัพนอนหงายจ้องมองเพดานโรงเลี้ยงโคนมพลางทอดถอนใจแล้วพยายามตั้งจิตอธิษฐานไปถึงมารดาผู้เป็เทพธิดาแห่งเผ่าเหมันต์ในแดนเซียนอาคเนย์ซึ่งเป็พื้นที่ปกครองของเผ่าเหมันต์ด้วยตั้งใจอยากให้บิดามารดารับรู้ว่าตนยังมีชีวิตอยู่แต่ต้องมารับโทษทัณฑ์อยู่ในภพโลกอย่างจริงจังว่า
ท่านแม่.....ข้าขอโทษป่านนี้ท่านคงร้องไห้ฟูมฟายแน่เลย ท่านพ่อก็ไม่รู้จะช่วยร้องขอต่อเทียนจวินได้ไหมอย่าให้ข้าต้องทนทุกข์อยู่ในภพโลกนานนักเลย แค่นี้ข้าก็รู้สึกแย่แล้ว ข้าสำนึกผิดจริงๆ ข้าไม่ควรดื้อซนในงานเลี้ยง ได้โปรดอภัยในความผิดของข้าด้วย
อนิจจา !!!ช่างน่าเห็นใจยิ่งนัก !!!
เทพซุนเสวี่ยมี่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าการรับประทานผลท้อ์ในครั้งนั้นได้ส่งผลให้ระดับความแข็งแกร่งพุ่งพรวดขึ้นจนฉุดไม่อยู่จากแต่เดิมมีความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตเทวะระดับจุติได้พัฒนาข้ามขั้นไปสู่ระดับปัจฉิมในทันทีทันใดเป็ผลให้เทียนจวินต้องสั่งลงทัณฑ์ฉับพลันเพื่อช่วยเทพทุกตนในงานเลี้ยงรอดพ้นจากอานุภาพทัณฑ์สายฟ้าแห่ง์โดยไม่มีโอกาสอธิบายให้รับรู้ถึงความจำเป็ด้วยเหตุผลนี้เทพผู้อาภัพจึงลงมาจุติยังภพโลกโดยไม่ทันตั้งตัว
จากนั้นเทพตัวน้อยหลับตาถนอมเรี่ยวแรงซึ่งเหลืออยู่น้อยนิดไว้ทว่าเพียงครู่เดียวต้องลืมตาขึ้นมากะทันหันเพราะพบว่าตนถูกอุ้มนำตัวไปจ่อเข้ากับเต้าของโคมนมต่อหน้าโดยมีเสียงบอกอย่างกระตือรือร้นจากผู้เป็พี่ชายจำเป็ว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์พี่ดื่มเสร็จแล้ว น้ำนมจากวัวยังเหลือเยอะอยู่น้องอย่าตำหนิที่พี่พามาดื่มนมวัวเลยนะ พี่ไม่สามารถพาไปหาแม่นมได้ หวังว่าน้องจะไม่ถือสาว่าพามาดื่มนมไม่สะอาดนักน้องคงเข้าใจพี่อยู่ใช่ไหม”