บทที่ 18 เป่าหู
"ขอรับท่านย่า หากเยิ่นเม่ยเม่ยมาช่วยข้าไม่ทันข้าอาจจะเป็คนที่ได้รับาเ็ขอรับ"
"อ้ายเยว่เอ๋ยเ้าอย่าได้เชื่อใจผู้ใดง่ายเกินไป เ้ามิใช่บุตรของนาง นางจะหวังดีต่อเ้าได้อย่างไร ไม่แน่ลูกแมวตัวนี้อาจจะเป็นางที่นำเข้ามาแล้ววางแผนเข้ามาช่วยเ้าก็ได้ เมื่อนางช่วยเ้าแล้วนางจะได้ความดีความชอบแถมยังได้รับการดูแลจากท่านพ่อของเ้าอีก " อ้ายเยว่คิดตามคำพูดของท่านย่าที่เอ่ยออกมาอย่างสับสน แม่นมทำได้เพียงก้มหน้ามิกล้าออกความคิดเห็นในเื่นี้
"หากเป็เช่นท่านย่ากล่าวหมายความว่าข้าไม่ควรเข้าใกล้นางใช่หรือไม่ขอรับ" หญิงชราลูบหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน
"ใช่แล้ว ต่อจากนี้อย่าได้เข้าใกล้นาง หากนางเข้าใกล้เ้าจงอย่าทำดีกับนาง ย่าว่านางต้องมีแผนคิดมิดีมิร้ายกับเ้าเป็แน่ หากวันใดที่นางมีบุตรให้แก่ท่านพ่อของเ้า เมื่อนั้นเ้าอาจจะไม่ได้ความรักจากท่านพ่ออีกเลย " เพราะความเกลียดชังที่ตนมีต่อเยิ่นเม่ยเม่ย ทำให้นางใส่ร้ายเอ่ยวาจาเป่าหูหลานชายเพราะไม่อยากให้เด็กชายทำดีต่อนาง
"ข้าจะเชื่อฟังท่านย่านะขอรับ เมื่อใดที่ข้าเห็นนางข้าจะไม่ทำดีไม่เอ่ยวาจาดีกับนางเช่นดั่งที่ท่านย่าสอนข้า " แม้ว่าปากจะเอ่ยเช่นนั้นแต่ข้างในใจของอ้ายเยว่กับรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก
"ดีมาก ย่ามีเื่มาหาเ้าเพียงเท่านี้เ้าไปอ่านตำราเถิด อย่าห่วงเอาแต่วิ่งเล่น "
"ขอรับท่านย่า" เด็กชายเชื่อฟังท่านย่าของตนอย่างไม่ลงเลที่จะเกลียดชังเยิ่นเม่ยเม่ย
เรือนของหลิวอี้เฟ่ย
"คุณหนูมีเื่ยินดีอันใดหรือเ้าคะ ข้าเห็นยิ้มเล็กยิ้มน้อยไม่หยุดแถมยังให้ข้าเตรียมหาเนื้อผ้าสีสันสวยงามเช่นนี้มาให้อีกต่างหาก"สาวใช้ของนางได้ถามอย่างสงสัย เมื่อใบหน้าของหลิวอี้เฟ่ยมีแต่รอยยิ้ม
"อีกไม่กี่วันเรือนของท่านแม่ทัพจะจัดงานเลี้ยงใหญ่นะสิ ข้าอยากเป็สตรีที่โดดเด่นงดงามมากกว่าสตรีนางใด จึงหาชุดที่ไม่ว่าผู้ใดพบเห็นต้องมองมาที่ข้าเพียงผู้เดียว " หลิวอี้เฟ่ยพูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี
"คุณหนูของข้าไม่ว่าจะสวมใส่ชุดใดก็งดงามไปหมดเ้าค่ะ เช่นนั้นข้าว่าชุดนี้ดีมั้ยเ้าคะ " สาวใช้หยิบชุดสีเหลืองทองสง่างามแถมยังเป็สีที่ดีมาให้หลิวอี้เฟ่ยตัดสินใจ นางมองดูพลางใช้มือจับเนื้อผ้าแม้จะเป็สีที่งดงามสะดุดตาแต่ยังเหมือนขาดอันใดไปสักอย่าง
"อื้ม ข้าว่าชุดนี้ก็ดีแต่เหมือนจะไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่นัก"
"หากคุณหนู้าเครื่องประดับบนชุดนี้ข้าสามารถนำไปปักเย็บให้ใหม่ได้นะเ้าคะ ข้าว่าเท่าที่ดูมาชุดนี้เหมาะกับคุณหนูที่สุดแล้วเ้าค่ะ"
"งั้นเอาอย่างที่เ้าว่าก็แล้วกัน ชุดของข้าต้องออกมางดงามมากกว่าทุกคนเข้าใจหรือไม่?" หลิวอี้เฟ่ยกำชับสาวใช้อย่างชัดเจน
"เข้าใจแล้วเ้าค่ะ " สาวใช้ก้มโค้งน้อมรับคำสั่งพร้อมนำชุดนั้นไปตัดเย็บใส่เครื่องประดับให้งดงาม
"ท่านแม่ทัพไม่นานข้าจะตกเป็ของท่านแล้ว ข้าอยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ เสียจริง อยากเห็นสีหน้าของฮูหยินของท่านจะเป็เช่นไรเมื่อเห็นว่าท่านนอนอยู่กับข้า คงร้อนรุ่มหัวใจมากสินะขนาดข้าที่เฝ้าคอยตามรักท่านมา คืนที่ท่านเข้าห้องหอหัวใจของข้าเ็ปไปหมด เฮ้อ! แค่คิดข้าก็รู้สึกสนุกแล้วล่ะสิ "หลิวอี้เฟ่ยเอ่ยเพียงลำพังอย่างสุขใจ หากวันนั้นมาถึงนางจะถีบหัวของฮูหยินออกจากเรือนเอง
ฝั่งด้านของหลี่มี่เมื่อนางได้สาวใช้ที่เป็สายสืบให้นางเริ่มอุ่นใจ หากรู้แผนของฟางเหนียงราวกับว่านางถือไผ่เหนือกว่าคนพวกนั้นทำให้นางพอจะรับมือได้เพราะรู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น
"ไป๋ลู่อีกไม่กี่วันในเรือนแห่งนี้จะจัดงาน ข้าอยากได้ชุดใหม่ที่จะสวมใส่ในงาน ข้ามาที่นี่ไม่ค่อยมีเสื้อผ้าอาภรณ์มากนัก แถมแถวนี้ข้าเองไม่รู้จักเ้าพาข้าออกไปด้านนอกได้หรือไม่? "
"ฮูหยิน้าชุดใหม่หรือเ้าคะ ได้สิข้ารู้จักกับเ้าของร้านผ้าเป็อย่างดีแต่ถ้าหากจะสั่งตัดใหม่ข้าว่าคงไม่ทันการนะเ้าคะ "
"ไม่ต้องสั่งตัดใหม่หรอกข้าแค่ต้องหารชุดที่สวมใส่สบายเรียบง่ายเท่านั้น ชุดที่ข้ามีอยู่มีเพียงไม่กี่ชุด"
"เช่นนั้นไปกันเลยเ้าค่ะข้าจะพาท่านไปเอง" ไป๋ลู่รีบเดินไปหยิบไม้ไผ่มากางให้หลี่มี่เพื่อเดินไปที่ตลาด ตลาดกับเรือนของท่านแม่ทัพไม่ไกลนัก นางจึงเลือกที่จะเดินมากกว่าจะนั่งเกี้ยวเพราะตอนนี้ทุกคนในเรือนต่างพากันวุ่นวายเตรียมหาสิ่งของตามที่ฟางเหนียงรับสั่ง หลี่มี่เดินเข้าไปที่ห้องแต่งกายหยิบหีบเก็บสมบัติที่ท่านพ่อเคยให้ไว้ก่อนจะออกสนามรบ นางหยิบเงินมาจำนวนหนึ่งใส่ถุงผ้าห้อยเอวก่อนจะเดินนำไป๋ลู่ไปด้านนอก
ตลาดผู้คนคึกคักเดินสวนกันไปมาเสียงะโกล่าวบอกราคาร้องเรียกลูกค้าเข้าร้านตน
"ผู้คนมากมายเสียจริง "
"ฮูหยินไม่ชอบหรือเ้าคะ ข้าว่าที่คนเยอะ ๆ เช่นนี้มักจะมีอะไรให้ดูมากมายนะเ้าคะ "
"แล้วเมื่อไหร่จะถึงร้านผ้าที่เ้าบอกจะพาข้ามาดู ข้าไม่ชอบที่คนวุ่นวายรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว "
"อีกไม่ไกลแล้วเ้าค่ะ เชิญด้านนี้เ้าคะ" ไป๋ลู่ผายมือให้หลี่มี่เดินตามนางไปด้านหน้า เป็เวลาเดียวกันที่ท่านแม่ทัพกลับมาพอดี เขามองเห็นไป๋ลู่จากที่ไกล ๆ เมื่อควบม้าเข้ามาใกล้ ๆ เห็นเยิ่นเม่ยเม่ยกำลังเดินเข้าร้านผ้า
"นั่นใช่เยิ่นเม่ยเม่ยหรือไม่....ว่าแต่นางมาทำอันใดที่ร้านผ้ากัน " เขาครุ่นคิดในใจก่อนจะควบม้าไปใกล้ร้านนั้นะโลงจากหลังม้าพร้อมผูกเชือกไม่ให้ม้าไปทางใด ก่อนจะเดินตามเยิ่นเม่ยเม่ยเข้าไปด้านใน
"ฮูหยินชุดนี้ช่างเหมาะกับท่านเสียจริงเ้าค่ะ ไม่ว่าข้าจะหยิบชุดใดมาช่างเหมาะกับฮูหยินราวกับว่าตัดมาเพื่อฮูหยินเลยนะเ้าคะ " ไป๋ลู่เพลิดเพลินสนุกสนานกับการเลือกผ้า ส่วนหลี่มี่กลับต้องปวดหัวไม่ว่าจะเป็ชุดใดก็หมือนกันทั้งนั้นไม่เห็นว่ามีอันใดแตกต่าง
"ไป๋ลู่ข้าว่าชุดนั้นน่าจะเหมาะกับข้ามากกว่า เฒ่าแก่ข้าขอดูชุดนั้นได้หรือไม่" หลี่มี่หันไปเห็นชุดสีฟ้าเรียบง่ายแต่หรูหรานางไม่อยากเป็เป้าสายตาผู้ใด จึงไม่อยากเป็จุดเด่นหาใส่เสื้อผ้าที่เรียบง่ายจะดีกว่า
"แต่ว่าฮูหยินเ้าคะ ชุดนั้นมันธรรมดาเกินไปแล้วนะเ้าคะไม่เหมาะที่จะเคียงข้างท่านแม่ทัพเลย ฮูหยินอย่าลืมนะเ้าคะว่างานเลี้ยงเป็งานเลี้ยงฉลองตำแหน่งฉลองยศเช่นนี้ฮูหยินต้องใส่ชุดที่เดินเคียงข้างท่านแม่ทัพ ที่มองดูแล้วสง่างามกว่าสตรีใดในงานนะเ้าคะ" ไป๋ลู่ออกความคิดเห็น
"ใช่แล้วสาวใช้ของเ้าเอ่ยมาถูกใจข้าเหลือเกินอย่างนี้ต้องตบรางวัล เ้านำเบี้ยอัฐนี้ไปซื้อของที่เ้า้าเถิดแล้วกลับไปรอฮูหยินที่เรือน ไม่ต้องเป็ห่วงฮูหยินจะกลับเข้าเรือนพร้อมข้า เฒ่าแก่ข้าขอดูชุดสีแดงตัวนั้น" หลี่มี่หันขวับไปมองเมื่อได้ยินเสียงของเทียนหลันเซ่อเขามาที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่กัน
เขานำเบี้ยออกจากถุงยื่นให้ไป๋ลู่ก่อนจะชี้นิ้วไปยังชุดสีแดงงดงาม
"ขอบคุณท่านแม่ทัพ ฮูหยินเ้าคะข้าไปรอที่เรือนนะเ้าคะ" ไป๋ลู่ก้มโค้งคารวะท่านแม่ทัพก่อนจะเดินออกไปอย่างดีใจที่จู่ ๆ นางได้เบี้ยอัฐอย่างไม่ทันตั้งตัวจึงคิดจะนำเงินที่ได้ซื้อของกินไปฝากแม่กับน้องชาย
"ท่านแม่ทัพช่างตาถึงเสียจริง ชุดนี้นั้นข้าวางขายมานานแต่ไม่มีผู้ใดมีวาสนาที่จะสวมใส่ ก่อนที่ข้าจะได้ชุดนี้มาช่างตัดบอกว่าชุดเลือกเ้าของขอรับ ฮูหยินของท่านแท่ทัพเองก็งดงามหากได้สวมชุดนี้แล้วคงเหมาะน่าดู" เฒ่าแก่ร้านผ้ายิ้มแย้มเอ่ยชมเยิ่นเม่ยเม่ยไม่ขาดปาก พลางหยิบชุดที่เทียนหลันเซ่ออยากดูมาวางไว้ต่อหน้า
" ท่านแม่ทัพมาที่นี่ได้อย่างไรเ้าคะแล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
"ข้าบอกเ้าแล้วมิใช่หรือฮูหยินให้เรียกข้าว่าอย่างไร ส่วนข้ามาได้อย่างไรนั้นมิใช่เื่ที่เ้าต้องใส่ใจดูชุดเถิด ข้าว่าชุดนี้เหมาะกับเ้าอย่างที่เฒ่าแก่เอ่ยมาเมื่อครู่"