ตอนที่ 18 นอนหลับร่วมกัน (1)
“พี่ชายเทพเซียนโจ๊กฝีมือท่านพ่อของข้าอร่อยมากเลยใช่ไหมขอรับ” จ้าวเสียวเป่าดื่มโจ๊กไป ขาน้อยๆคู่นั้นก็ห้อยต่องแต่งขยับไปมา
จ้าวไคฝูยื่นมือมาตีศีรษะเขาเบาๆ “พูดซี้ซั้วอะไรของลูก”แต่ต่อให้เขาพูดอย่างนั้น แววตาที่มองหลินเฉินกลับแฝงไปด้วยความคาดหวังรอคอย
หลินเฉินเหงื่อตก ก่อนเอ่ยไปตามความจริง “อืมข้าคิดว่าอร่อยมาก”
พูดจบก็ดื่มโจ๊กในมือต่อจนหมดชาม
สีหน้าจ้าวไคฝูเรียกได้ว่าดีใจจนบ้าคลั่งเลยก็ว่าได้ได้รับการยอมรับจากท่านเซียนหลินเช่นนี้ เขาก็ไม่ต้องกังวลกับฝีมือการทำอาหารของตนอีกต่อไปเมื่อเขาเห็นฉือม่อเองก็ดื่มหมดแล้วเช่นกัน จึงรีบเข้าไปตักเพิ่มให้อีกฝ่ายทันที
ฉือม่อหิวจนท้องกิ่วมากจริงๆเมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรรองท้องมาเยอะนัก บวกกับความเหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดทั้งวันท้องจึงร้องโครกครากตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไรดีเขาไม่อยากสร้างภาระให้อาจารย์เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
แม้ว่าโจ๊กในมือจะอร่อยมากจริงๆ แต่สำหรับฉือม่อแล้วสิ่งใดก็อร่อยสู้อาหารที่อาจารย์ทำให้เขากินเมื่อครั้งก่อนไม่ได้ ที่น่าเสียดายคืออาจารย์ทำเพียงครั้งนั้นครั้งเดียว
เขาก้มหน้าดื่มโจ๊กในมือ โจ๊กค่อยๆไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะของเขา ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมาในฉับพลัน
อีกอย่างเขาเห็นว่าอาจารย์ดูเหมือนจะพอใจโจ๊กชามนี้มากไม่เพียงครั้งก่อน ยังมีครั้งก่อนหน้าอีก ต่อให้อาจารย์จะเคยกินอาหารฝีมือเขา แต่อีกฝ่ายก็กินเพียงนิดเดียวเท่านั้นทว่าวันนี้เขากลับเห็นโจ๊กในชามของอาจารย์ใกล้จะหมดเกลี้ยงแล้ว
แววตาฉือม่อเผยความเศร้าเสียใจขึ้นมาในทันใดแต่ไม่นานก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ แววตาเลยส่องประกายขึ้นอีกครั้ง
จ้าวไคฝูเก็บกวาดพอประมาณ แล้วก็หันไปพูดกับหลินเฉิน“ท่านเซียนหลินขอรับ ห้องหับที่บ้านข้าทรุดโทรมไปหน่อยท่านอย่าได้ถือสาเลยนะขอรับ”
“ไม่เป็นไรหรอกผู้ใหญ่บ้านจ้าวขอเพียงมีที่พักให้ข้ากับลูกศิษย์ก็เพียงพอแล้ว”สิ่งที่หลินเฉินบอกนั้นเป็นความจริง อย่างไรก็ดีกว่าไม่มีที่พักอยู่แล้ว
ในตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาอันใหญ่หลวงก็คือบ้านจ้าวไคฝูมีเพียงสองห้องเท่านั้นจ้าวไคฝูกับจ้าวเสียวเป่านอนด้วยกันห้องหนึ่งเช่นนั้นก็แสดงว่าเขาต้องนอนกับเจ้าลูกศิษย์ตัวน้อยน่ะสิ ทำอย่างไรดีเล่าตอนเขานอนจะกรนหรือกัดฟันหรือเปล่านะถ้าสร้างความประทับใจไม่ดีให้เจ้าลูกศิษย์คนนี้ก็แย่เลย
ฉือม่อเองก็ตกใจเช่นกัน ถึงขั้นลนลานเล็กน้อยเลยก็ว่าได้ จะทำอย่างไรดี...
หลินเฉินหันหน้าไปก็เห็นว่าฉือม่อยังยืนนิ่งอยู่กับที่เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ยังไม่มาเข้านอนอีก”
พอได้ยินหลินเฉินพูดเช่นนั้น ฉือม่อถึงค่อยเดินเข้าไปอย่างเชื่องช้าแต่ละก้าวบ่งบอกถึงความลังเล ผ่านไปครู่ใหญ่ กว่าฉือม่อจะเดินไปถึงตัวหลินเฉิน
เขาครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยคำพูดในใจออกมา“อาจารย์”
“หืม” หลินเฉินที่นั่งอยู่บนเตียงขานตอบคำหนึ่ง
“อาจารย์ ข้านอนพื้นดีกว่า...”
หลินเฉินลืมตามองอีกฝ่าย ฉือม่อยังคงยืนกราน“ศิษย์ชอบนอนพื้นมากกว่าน่ะขอรับ...”
ยังมีคนชอบนอนพื้นด้วยหรือนี่แค่ฟังหลินเฉินก็รู้แล้วว่าฉือม่อกำลังโกหก แขนกับขาเล็กๆ นั่นของอีกฝ่ายบวกกับตอนนี้เป็นช่วงชุนเฟินอีก อากาศยามค่ำคืนหนาวเย็นน้ำค้างลงถ้าหนาวจนเป็นหวัดขึ้นมาจะทำอย่างไร
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้หลินเฉินปวดหัวเช่นกันฉือม่อไม่อยากนอนกับเขาขนาดนี้เชียวหรือ
ถึงจะไม่อยากนอนก็ต้องนอนอยู่ดี เขาจะนอนสบายอยู่บนเตียงแล้วปล่อยให้ลูกศิษย์หนาวเหน็บโดยไม่ทำอะไรเลยไม่ได้หรอก จริงไหม
“ไม่ต้อง เจ้ามานอนกับข้า” ประโยคนี้หยุดคำพูดต่อไปที่ฉือม่อกำลังจะเอ่ยได้สำเร็จ
แสงไฟจากเปลวเทียนริบหรี่ ฉือม่อนอนอยู่ด้านในส่วนหลินเฉินนอนตะแคงข้างอยู่ด้านนอก เขาเหลือบมองฉือม่อทีหนึ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายหลับไปแล้ว ถึงค่อยเป่าดับเทียน ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความมืดมิด บรรยากาศรอบด้านเงียบงันเงียบจนถึงขั้นได้ยินเสียงลมพัดนอกหน้าต่าง
หลินเฉินนอนราบอยู่บนเตียงในหัวก็ยังคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ อาจเพราะวันนี้เขาเหนื่อยเกินไปเพียงแค่คิดเฉยๆ หนังตาก็ปิดลง ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงภวังค์แห่งความฝัน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8