ตอนที่ 18 ลงโทษ
ฉินอ๋องพาเหว่ยอิงกลับมายังเรือนสั่งบ่าวไพร่จักเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเหว่ยอิง
“เหว่ยอิงเ้าเป้นอย่างไรบ้าง”
“อึก...ท่านอ๋องฉินข้ากลัวเหลือเกิน...เหตุใดพระชายาของท่านถึงได้กระทำต่อข้าเช่นนี้ข้าเพียงเข้าไปทักทายตามประสาแต่ข้ากลับถูกกระทำมาเช่นนี้ อึก ฮือๆ”
เหว่ยอิงหลั่งน้ำตาออกมาเป็สายมือไม้ตัวสั่นไปหมดซึ่งแสดงถึงว่านางกำลังกลัวจริงๆ
“ท่านอ๋องเพคะท่านจักทำเช่นไรในเมื่อองค์หญิงของข้าถูกกระทำเช่นนี้หากไปถึงหูฮ่องเต้แคว้นซุนแล้วจักไม่เป็การดีสำหรับพวกท่านท่านต้องให้ความเป็ธรรมแก่องค์หญิงของหม่อมฉันนะเพคะ”คราวนี้เป็อวี๋เยว่ที่เอ่ยขึ้น
“ได้...ข้าจักไปจัดการกับเส้าเฟยตอนนี้”
“รอก่อนท่านอ๋อง...”ก่อนที่ฉินอ๋องจักเดินออกไปเหว่ยอิงก็ได้เรียกเอาไว้และฉินอ๋องเองก็หยุดแล้วหันกลับมายังเหว่ยอิงอีกครั้ง
“พาข้าไปด้วยได้หรือไม่ข้าอยากเห็นกับตาว่าพระชายาถูกลงโทษ ไม่ใช่แค่ลมปากเท่านั้น”
“งั้นเ้าก็ตามข้ามาเถิด...”
ฉินอ๋องกับองค์หญิงเหว่ยอิงได้เดินทางมุ่งหน้าไปยังเรือนของเส้าเฟยก่อนที่ทุกผู้จักหยุดยืนตรงหน้าเรือนของเขา
“พระชายา...ท่านอ๋องมาขอพบพะยะค่ะ”
เส้าเฟยทราบอย่างที่คนด้านหน้าเอ่ยมาเขาเดินออกไปเปิดประตูเรือนออกดูก็พบว่ามีหลายผู้กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา
ฉินอ๋องเองนั้นพอเห็นเส้าเฟยก็พูดอะไรไม่ออกและบริเวณลำคอของเส้าเฟยนั้นแดงจนมองเห็นได้ชัดเจน
“อึก..ฮือๆ...ท่านอ๋องท่านต้องให้ความเป็ธรรมแก่ข้านะเพคะ..ฮือๆ...”
“พระชายา...ไม่ต้องกลัวนะเพคะบ่าวอยู่ตรงนี้แล้ว”
เส้าเฟยมองบุคคลทั้งหลายตรงหน้าด้วยความมึนงงนี่มันเื่อะไรกันเหตุใดจึงยกผู้คนมามากมายเช่นนี้เหมือนกับว่าเขาทำอะไรผิดอย่างนั้นรึมีการมาบอกขอความเป็ธรรมอะไรกันที่หน้าเรือนของเขา
“เส้าเฟยรู้หรือไม่ว่าเ้ากระทำสิ่งใดลงไป” ฉินอ๋องเอ่ยถามความ
“กระทำงั้นรึกะหม่อมทำอันใดพะยะค่ะ” เส้าเฟยตอบกลับด้วยความไม่เข้าใจของอีกฝ่ายว่า้าสื่อสิ่งใดกับเส้าเฟยกันแน่
“ก็เห็นกันอยู่ว่าเ้าผลักเหว่ยอิงตกลงสระบัวเ้ายังจักไม่ยอมรับผิดอีกงั้นรึ!”
“นางะโลงไปเองเกี่ยวอะไรกับกะหม่อม...”
แน่นอนว่าเส้าเฟยก็คงไม่ยอมรับผิดง่ายๆก็เห็นๆกันอยู่ว่าเหว่ยอิงนางตั้งใจะโลงไปเอง เช่นนี้แล้วจักมากล่าวโทษกับเขาได้อย่างไร
“เ้านี่มันดื้อด้านจริงๆเส้าเฟยหากไม่ใช่เ้าผลักเหว่ยอิงลงไปแล้วใครจะเป็คนทำ!”
“ก็นางไหนเล่าถ้าไม่ใช่นางที่ะโลงไป”
“เส้าเฟย!”
“...”
ฉินอ๋องเองก็ไม่รู้จักว่าอย่างไรแล้วอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมรับง่ายๆหากยังเป็เช่นนี้เหว่ยอิงก็คงไม่ยอมเช่นกันถ้าเส้าเฟยยังไม่ถูกลงโทษ
“ทหาร!จับพระชายาเส้าเฟยไปโบยสิบที!”
“ฮือๆ...ท่านอ๋องท่านก็รู้ว่าข้าเป็ถึงองค์หญิงแห่งแคว้นซุนโทษเพียงเท่านี้มันจักไม่น้อยไปรึเพคะ”
“ยี่สิบที!”
“ท่านอ๋อง!!”
เส้าเฟยโมโหจนต้องตะหวาดออกไปจนสุดเสียงที่มีทำไมต้องเป็เขาที่เป็คนถูกลงโทษทั้งๆที่ความผิดที่กระทำก็ไม่ใช่เขาแบบนี้มันไม่ยุติธรรมชัดๆ
“ท่านอ๋องเพคะ...นางบ่าวผู้นั้นก็สมคบคิดเช่นกัน....”อวี๋เยว่เอ่ยพร้อมกับชี้นิ้วไปทางเจ่าเจียงที่ยืนข้างๆเส้าเฟยพอนางถูกกล่าวหาร่างกายก็สะดุ้งเฮือก
“นี่เ้า...”
“เจ่าเจียง...จับนางไปโบยเหมือนกับเส้าเฟย!”
ท้ายที่สุดเส้าเฟยกับเจ่าเจียงก็กลายเป็แพะรับปาบอย่างทรมานทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดแต่กลับถูกใส่ร้ายป้ายสี
ทั้งสองถูกโปยอย่างไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้ใดได้แม้กระทั่งฉินอ๋องเองก็ยังไม่ช่วยเขาทั้งๆที่รู้ว่าเขานั้นไม่ได้ทำอะไรผิดแม้แต่น้อย
“....”ไม้ที่ฟาดลงมาแต่ละครั้งมันช่างเ็ปไปถึงกระดูกยิ่งนักแต่เส้าเฟยก็มิปริปากร้องออกมาว่าตนเ็ปมากแค่ไหนส่วนเจ่าเจียงเองนางได้หลบคาไม้ั้แ่สิบไม้แรกแล้ว
“หึๆ...องค์หญิงดูสิเพคะเสียงของไม้ที่กระทบบนตัวของพวกนั้นมันช่างไพรเราะยิ่งนัก ฮ่าๆ”
“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น...ข้าจักทรมานมันจนตายไปในที่สุดตำแหน่งชายาเอกต้องตกมาเป็ของข้า ฮ่าๆ”
หลังจากที่ถูกโบยเส้าเฟยก็ถูกพาตัวกลับมายังเรือนของเขาเองาแที่ได้รับในครั้งมันไม่น่าเ็ปไปมาก ถ้าฉินอ๋องไม่เข้าข้างเหว่ยอิงจนเกินไป
เส้าเฟยเจ็บใจที่ไม่สามารถตอบโต้ใครได้เขาเก็บทุกอย่างเอาไว้คนเดียวต่อให้เขาตายเขาก็จะไม่ร้องขอชีวิตจากใครทั้งนั้นแม้แต่ฉินอ๋องเขาก็จักไม่ร้องขอ...
“ซีด....”แม้กระทั่งจักลุกไปหยิบถ้วยยาก็ยังไม่สามารถทำได้ คนดูแลก็ไม่มีสักคนมีเพียงเจ่าเจียงที่นอนเจ็บอยู่เท่านั้น
“เส้าเฟย...”
เป็ฉินอ๋องที่โผล่พรวดเข้ายังภายในเรือนของเส้าเฟยพอเห็นว่าเส้าเฟยกำลังพยายามกำลังจักยื่นมือไปหยิบถ้วยยาเขาก็พลันรีบมาหยิบแล้วยกไปให้กับเส้าเฟย
“นี่ยา...”
เคร้ง!!เส้าเฟยใช้มือปัดถ้วยยาที่ฉินอ๋องยกมาให้ จนถ้วยยานั้นตกลงไปตกเกลื่อนบนพื้น
ฉินอ๋องมองไปยังถ้วยยาที่ตกแตกอยู่บนพื้นด้วยความไม่เข้าใจคนเขาอุตส่าห์หวังดีจักหยิบถ้วยยาให้เหตุใดต้องทำเช่นนี้
“เส้าเฟยนี่เ้าเป็อะไร”
“ออกไป...”
“เส้าเฟย...ข้าเป็ห่วงเ้าจักให้ข้าไปที่ใดกัน”
“ออกไป...”
“เ้าพูดคำอื่นไม่เป็รึไงนอกจากคำว่าออกไป”
“...”
ครั้งนี้เส้าเฟยหันกลับมาเงียบบ้างพูดไปก็เท่านั้นเขาไม่อยากเห็นหน้าฉินอ๋องผู้นี้เลยั้แ่ไหนแต่ไรเส้าเฟยก็ไม่เคยชอบฉินอ๋องผู้นี้
พอเส้าเฟยเงียบไม่ยอมพูดคุยกับฉินอ๋องอยู่ไปก็ไม่มีสิ่งใดทำให้มันดีขึ้นเขาจึงตัดสินใจเดินออกมาจากเรือนของเส้าเฟยแล้วกลับไปยังเรือนของตนเอง
“เส้าเฟยเ้าเป็อะไรของเ้า...” พอกลับมาถึงก็บ่นอย่างคนอารมณ์เสียเตะข้าวเตะของที่ขวางทางเดิน หานเมิ่งเองก็รีบเข้ามาเพื่อจักดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินอ๋อง
“ท่านอ๋องกริ้วรึพะยะค่ะ”หานเมิ่งเอ่ยถาม
“เส้าเฟยไม่ยอมพูดอันใดกับข้านอกจากคำว่าออกไปซะ!!”
“กะหม่อมคิดว่าพระชายาอาจจะน้อยพระทัยพะยะค่ะ”
“น้อยใจข้าเื่อันใด?”
หานเมิ่งเองก็ไม่ต่างจากฉินอ๋องเท่าไหร่นักเขารู้อยู่แล้วว่าเส้าเฟยน้อยใจท่านอ๋องของเขาด้วยเื่อันใดแต่ฉินอ๋องเองที่ไม่รู้ตัวว่าทำสิ่งใดลงไป
“ท่านอ๋องเองก็น่าจักทราบดีว่าพระชายาไม่ใช่คนผิด”
พอหานเมิ่งเอ่ยออกไปเช่นนั้นแล้วฉินอ๋องเองก็ดูจักสงบลงแล้วหวนกลับมาคิดว่าเขาทำสิ่งที่ผิดพลาดต่อเส้าเฟยไปแล้ว
“ข้าผิดเองที่กระทำไปเช่นนั้นหากไม่ยอมเหว่ยอิงจักยองจบเื่นี้ได้งั้นรึ”
“หากเื่นี้มันเกิดขึ้นเป็ครั้งที่สองท่านอ๋องจักทำเช่นไร?”
“ไม่มีครั้งที่สอง...”
อาการาเ็ของเส้าเฟยนั้นใช้เวลาไปหลายวันพอสมควรและเขาเองก็ไม่ได้ออกมาเดินเล่นนอกเรือนนานแรมเดือนเห็นจะได้ เพราะแผลของเขายังไม่หายดีเท่าที่ควร
“ท่านเส้าเฟย...สำรับเ้าค่ะ”
เจ่าเจียงนางพอที่จะทำอะไรได้แล้วนั้นนางจึงทำหน้าที่จัดทำสำรับมาให้กับเส้าเฟยเพราะหากจะพึ่งนางบ่าวผู้อื่นแล้วคงไม่มีใครสนใจพวกเขาเพราะพวกนางบ่าวหันไปสนในองค์หญิงเหว่ยอิงกันหมดแล้ว
“เจ่าเจียง...เ้าหายดีแล้วรึเหตุใดไม่ให้บ่าวคนอื่นเอามาให้”
“ท่านเส้าเฟยบ่าวผู้ใดจักมาทำให้เ้าคะ พวกนางหันไปรับใช้องค์หญิงเหว่ยอิงกับหมดแล้วข้าทราบมาว่านางอวี๋เยว่นำเบี้ยมาแจกจ่ายพวกนางทำให้พวกนางหันไปดูแลรับใช้องค์หญิงเหว่ยอิงกันหมดแล้ว”
“ทุกคนเลยรึ...”
“ทุกคนเ้าค่ะ”
แม้กระทั้งบ่าวไพร่ก็ยังต้องซื้อไปอยู่ข้าตัวนางจนหมดสิ้นทั้งจวนนี้เส้าเฟยต้องอยู่อย่างลำบากแล้ว ไร้ซึ่งผู้คนข้างกายแม้แต่ฉินอ๋องเองก็ยังไปอยู่ข้างเหว่ยอิงั้แ่ตอนนั้นฉินอ๋องก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยือนเขาเลย
“ช่างนางเถิด...ผู้ใดอยากกระทำสิ่งใดก็ตามแต่ใจเขาส่วนข้านั้นไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใครอีกแล้ว”
เส้าเฟยอยู่อย่างสงบหนึ่งเดือนเต็มๆเขาอยู่แต่ภายในเรือนไม่ยอมออกไปข้างนอกเลยส่วนเื่ข่าวคนออกคนเข้าในจวนเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
“ท่านเส้าเฟย่นี้มีสิ่งใดแปลกไปหรือไม่เ้าคะ”
“แปลกรึ”
“เ้าค่ะ่นนี้ท่านเส้าเฟยชอบกินแต่ผักดอง ไม่เห็นกินอย่างอื่น”
“ก็ข้าชอบกินมิใช่รึ”
“เปล่าเลยเ้าค่ะแต่ก่อนชอบกินแต่เต้าหู้ผัดกับทอดแต่พอคิดๆดูแล้วท่านเส้าเฟยมีอาการเช่นนี้อยู่ครั้งหนึ่งนะเ้าคะเดี๋ยวข้ารีบไปตามหมอมาให้...”
“รอก่อน...”
ไม่ทันที่จักได้บอกให้เจ่าเจียงหยุดอีกฝ่ายก็รีบไปเสียแล้วอาการเหมือนครั้งก่อนอย่างนั้นรึเส้าเฟยแอบคิดเหมือนครั้งที่แล้วแต่ครั้งนั้นเขาชอบกินส้ม แต่ครั้งนี้มันเป็ผักดองมันจักเหมือนกันได้อย่างไรต้องไม่ใช่แน่ๆ
ไม่นานเกินรอเจ่าเจียงก็พอหมอมาตรวจดูอาการของเส้าเฟยที่เรือนหมอที่มาดูตรวจดูอาการนั้นเป็หมอหลวงจากวังหลวงไม่ใช่หมอที่อยู่ข้างนอกแต่อย่างใด
“เป็อย่างไรบ้างท่านหมอ...”เส้าเฟยเอ่ยถามขึ้น
“พระชายา...กะหม่อมมิได้...เอ่อ...”
“ท่านตอบข้ามาเถิด....”
“เอ่อ....”
“รอช้าเพราะเหตุอันใดท่านหมอหลวงรีบตอบพระชายาไปเถิดเ้าค่ะ” เจ่าเจียงที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆเอ่ยเสริมขึ้น
“กะหม่อมคิดว่าอาจจักตรวจผิดพลาดพะยะค่ะเพราะอาการที่กะหม่อมดูเหมือนหญิงกำลังตั้งครรภ์พะยะค่ะ”