ใครส่งดิฉันมาเป็ฮ่องเต้
ตอน เกือบโดนสนมเล่น
"ทำไมฉันหล่อขนาดนี้เนี่ย"
เมย์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอทุ้มต่ำและแหบพร่าในร่างของฮ่องเต้ เธอเอนหลังพิงขอบอ่างอาบน้ำทองเหลือง ดวงตาจ้องมองแท่งเอ็นของตัวเองที่บัดนี้แข็งตึงเปรี๊ยะ พลางใช้มือบีบเฟ้นลำรักที่ใหญ่ยาวอย่างเบามือ ความรู้สึกแปลกใหม่และเร้าใจยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุด
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องอาบน้ำก็เปิดออกอย่างแ่เบา พร้อมกับการปรากฏตัวของนางสนมรูปงามสองคน พวกนางแต่งกายด้วยผ้าไหมบางเบาสีสันสดใสเพียงน้อยชิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอิ่มที่ขาวผ่อง พวกนางเดินเข้ามาหาเมย์อย่างช้าๆ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสวย
นางสนมคนแรกที่มีเรือนร่างอรชรเอื้อมมือมา ลูบไล้แผงอกและกล้ามเนื้อซิกแพคเป็ลอนๆ ของเมย์อย่างแ่เบา ััที่นุ่มนวลนั้นทำให้เมย์สะท้านเล็กน้อย ส่วนนางสนมอีกคนที่มีสะโพกผายบั้นท้ายกลมกลึงก็เดินอ้อมมายืนข้างหลังเมย์
นางสนมด้านหลังหยิบสบู่ดินก้อนเล็กๆ ขึ้นมาทาลงบนทรวงอกอวบอิ่มของตนเองก่อนจะค่อยๆ เอนตัวลงมาใช้เต้านมใหญ่ถูไถแผ่นหลังของเมย์อย่างช้าๆ ััที่เย็นเยียบของสบู่ดินและความนุ่มหยุ่นของทรวงอกนางสนม ทำให้เมย์รู้สึกแปลกประหลาด
"ว้าย!" เมย์อุทานเสียงหลง เธอสะดุ้งสุดตัว ะโหนี ออกจากอ่างอาบน้ำอย่างรวดเร็ว
"ตายแล้ว! จะทำอะไร! บัดสีบัดเถลิง!"
เมย์บ่นอุบอิบ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความใและอับอาย เธอไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต
นางสนมทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ พวกนางหยุดการกระทำ แล้วหันมามองเมย์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
"อ้าว! ฝ่าา...ทรงไม่สบายพระทัยหรือเพคะ" นางสนมคนแรกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานใส "ปกติฝ่าาชอบให้หม่อมฉันปรนนิบัติแบบนี้ไม่ใช่หรือเพคะ"
"ใช่เพคะ ฝ่าาชอบให้ทำแบบนี้บ่อยๆ เพคะ" นางสนมอีกคนเสริมด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัย
"ฝ่าา! ฝ่าา!"
เสียงหวานใสของนางสนมที่ยังยืนเปลือยกายอยู่ตรงหน้าทำให้เมย์หลุดจากภวังค์ เธอรีบเอามือหยิกแก้มตัวเองอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บแปล๊บ
"โอ๊ย! เจ็บจริงด้วย" เมย์อุทาน "ตกลงฉันเป็ฮ่องเต้จริง ๆ เหรอเนี่ย!"
นางสนมคนแรกรีบตอบด้วยสีหน้าเป็กังวล "จริงเพคะ! ฝ่าาคงยังไม่หายดีแน่เลย หม่อมฉันจะไปตามหมอหลวงมาถวายการตรวจให้นะเพคะ"
"ไม่เป็ไร! ไม่ต้อง ๆ!" เมย์รีบโบกมือห้ามลุกลี้ลุกลน "นี่ ๆ มีอะไรจะถามหน่อย"
"ถามอะไรเพคะ?" นางสนมคนเดิมเอ่ยอย่างนอบน้อม
"แล้วก่อนหน้าที่ฉันจะป่วยน่ะ ฉันเป็อะไรมา?" เมย์ถามตรงๆ อย่างที่เคยชิน
"อ๋อ! ฝ่าายกทัพออกไปรบกับศัตรูที่รุกรานไงเพคะ ท่านทรงจำไม่ได้เลยหรือ?" นางสนมคนที่สองเอ่ยถามด้วยแววตาใ
"ใช่เพคะ! ท่านทรงต้านทัพข้าศึกไว้ได้ สังหารแม่ทัพชั่วได้ตั้งสามนายด้วยตัวคนเดียว ก่อนจะถูกฝูงทหารข้าศึกรุมฟันจนตกหลังม้าเพคะ!" นางสนมคนแรกเสริมอย่างตื่นเต้น ราวกับเล่าวีรกรรมอันยิ่งใหญ่
"อ๋อ! เหรอ! คุ้น ๆอยู่นะ จำได้สิ!" เมย์พยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว ทำทีเป็คุ้นเคยกับเื่ราวเ่าั้ ทั้งที่ในใจก็งงเป็ไก่ตาแตก นี่เขาเป็ฮ่องเต้สายบู๊อย่างนั้นเหรอ?
"แล้วฮ่องเต้เนี่ย มีคนเดียวเหรอ?" เมย์ถามต่ออย่างสงสัย
"เพคะ! ก่อนหน้านี้ท่านมีพี่น้องหกคน" นางสนมคนแรกตอบ
"แล้วไปไหนกันหมดล่ะ?"
"ก็...ทรงสละชีพในสนามรบหมดแล้วเพคะ" นางสนมคนที่สองตอบด้วยน้ำเสียงสลด "ท่านเป็รัชทายาทคนสุดท้อง เลยได้ขึ้นเป็ฮ่องเต้พระองค์สุดท้ายเพคะ"
"ชิบเป๋ง! นี่ฉันเพิ่งเกิดใหม่ จะตายอีกแล้วเหรอ!" เมย์คิดในใจอย่างร้อนรน นี่มันอะไรกัน ชีวิตใหม่เพิ่งเริ่มต้น ก็ต้องมาเผชิญหน้ากับความตายอีกแล้วหรือ?
"แล้วที่เขารบกันน่ะ บ่อยแค่ไหน? กี่ปีครั้ง?" เมย์ถามออกไปอย่างอดไม่ได้
"ก็ทุกใบไม้ผลิเพคะ" นางสนมทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับมันเป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นทุกปี
"ไม่ได้การแล้ว! ไหนๆ ก็จะตายในสนามรบอีกแล้วฉันต้องรีบเสวยสุขให้ได้มากที่สุด!" เมย์พึมพำออกมาอย่างลืมตัวไปว่าอยู่ในร่างฮ่องเต้
นางสนมทั้งสองที่ยังคงเปลือยกายอยู่ตรงหน้า เบิกตาโตเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"ได้เลยเพคะ!" นางสนมคนแรกเอ่ยเสียงใส
"หม่อมฉันจะสนองพระประสงค์เองเพคะ!" นางสนมอีกคนเสริม พลางเดินเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
เมย์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว นางสนมทั้งสองก็โผเข้ามากอดเธอจากด้านหน้าและด้านหลังอย่างแแ่ เต้าอวบอิ่มสองคู่บดแนบทั้งหน้าอกและแผ่นหลังของเมย์จนเธอรู้สึกอึดอัดและดิ้นไม่หลุด
นางสนมที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ อ้าปากเล็กน้อย แล้วคาบส่วนหัวดอกเห็ดแดงดูดอย่างแ่เบา จุ๊บ! จ๊วบ! เสียงดูดดึงดังขึ้นในความเงียบ
"โอ๊ย! อย่า! มันไม่ได้ใช้แบบนั้น!"
เมย์ร้องลั่นด้วยความใปนเสียวซ่าน เธอพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ร่างของนางสนมที่อยู่ด้านหลังก็กอดรัดแน่นหนึบ ไม่ให้เธอขยับได้
นางสนมข้างหลังกอดเมย์ไว้แน่น แล้วพยักหน้าให้นางสนมตรงหน้า อรั่ก! อรั่ก! นางสนมตรงหน้าไม่รอช้า นางโยกศีรษะดูดอมแท่งัขาวอย่างรวดเร็วและรุนแรง แรงดูดที่หนักหน่วงทำเอา แท่งัขาวพลันกลายร่างเป็ัสีแดงพองขยายเต็มปากนางสนม
"โอ๊ย! อ่าส์! อย่าทำข้า ๆ" ฝ่าาร้อง
ปุ๊ก! ท่านเอาศอกกระทุ้งท้องนางสนมข้างหลังจนลงไปดิ้นตัวงอ จิกหัวนางสนมคนข้างหน้าแล้ววิ่งหนีออกจากห้องอาบน้ำในสภาพตัวเปลือยเปล่า
"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!" เมย์ร้องลั่น วิ่งพรวดพราดออกจากห้องอาบน้ำในสภาพเปลือยกายขาวโพลน แสงไฟสลัวจากโคมไฟตามทางเดินยิ่งทำให้เงามืดดูบิดเบี้ยวและน่ากลัว
ความชุลมุนเกิดขึ้นในทันที เมื่อเหล่าขุนนางที่กำลังเดินสวนตามทางเดินมาเจอ ฝ่าาในสภาพเปลือยกาย พวกเขารีบ คุกเข่าเอาหน้าแนบพื้นด้วยความใและเกรงกลัว ราวกับไม่อาจมององค์จักรพรรดิผู้สูงส่งได้
"ฝ่าา! เป็อะไรไหมขอรับ!"
เสียงทุ้มกังวานดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงสง่า องครักษ์รูปงามนายหนึ่ง เขาวิ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว แล้วโอบรอบตัวพระองค์ ราวกับ้าใช้ร่างกายของตนเอง ปิดกำบังกายอันเปลือยเปล่าของท่านจากสายตาขุนนางทั้งหลาย
เมย์เงยหน้ามององครักษ์หนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า เขาหล่อเหลาจนแทบหยุดหายใจ ดวงตาเธอกลมโตเท่าไข่เป็ด ด้วยความตกตะลึง ใบหน้าคมสัน คิ้วเข้มได้รูป จมูกโด่งเป็สัน รูปร่างสูงกำยำในชุดองครักษ์สีดำทะมัดทะแมง ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างน่าประหลาด
"หล่อจัง!"
เมย์พึมพำออกมาอย่างลืมตัว เธอรู้สึกเหมือนตัวเอง ตกหลุมรักองครักษ์ถือดาบยาวเข้าอย่างจัง
"เ้าชื่ออะไร" เมย์ถามเสียงพร่า มือเรียวยกขึ้นแตะแขนแกร่งขององครักษ์
"ข้าน้อยชื่อ จวีฉวน ขอรับ เป็องครักษ์ส่วนตัวของฝ่าา" จวีฉวนตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกังวล
"หูว! ส่วนตัวเลยเหรอ!" เมย์อุทานอย่างตื่นเต้น ราวกับเพิ่งค้นพบสมบัติล้ำค่า เธอไม่สนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากชายหนุ่มตรงหน้า
"ปะๆ งั้นไปห้องข้า! ห้องอยู่ไหนนะ! นำไปสิ!" เมย์จับแขนองครักษ์รูปงามแน่น แล้วออกแรงดึงให้เขาเดินนำไป ราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรด