EP 4
จ บ จ า ก ต ร ว จ ง า น โรงซักรีด เอรามีสีหน้าเคร่งเครียดตลอดทาง กระทั่งขับรถกลับถึงโรงแรม จวนจะได้เวลาอาหารเที่ยงกิตติหลงคิดว่าจุดหมายปลายทางของบอสจะเป็ห้องอาหาร ... แต่ผิดคาด!
“เลี้ยวรถมาแผนกวิศวกรรมทำไมคะเนี่ยบอส?” กิตติเลิกคิ้วถามใ...นี่อย่าบอกนะว่าจะตามมาหาเื่กับยายเด็กช่างตัวเปี๊ยกนั่น . . . แม่เ้าประคุณโดนจัดชุดใหญ่คอมโบ้เช็ตจนหูลู่ไปรอบนึงแล้วยังไม่สาแก่ใจบอสอีกเหรอเนี่ย!?
“เบื้องหน้ายังทำงานไร้ประสิทธิภาพได้ขนาดนั้นแล้วนายไม่อยากรู้เื้ับ้างหรือไง ฮึ นายกี้”
กิตติผงกหน้ายิ้มแหยๆเดินตามหลังบอสก้าวเข้าสู่ประตูแผนกวิศวกรรมสิ่งแรกที่กิตติรู้สึกคือความร้อนอบอ้าวภายในห้องกวาดตาดูจึงเห็นว่าไม่มีเครื่องปรับอากาศมีเพียงพัดลมติดผนังสองฝั่งซึ่งไม่ได้เปิดใช้งาน คิดในใจว่าพวกช่างใช้ชีวิตอยู่กันเข้าไปได้ยังไง
ขณะที่มุมมองของเอราพุ่งภาพไปยังพื้นห้องที่เต็มไปด้วยสายไฟ โรลปลั๊ก กระป๋องสีถูกวางอยู่กระจัดกระจาย บรรดากองเอกสารและแฟ้มที่แยกกัน กองพะเนินอยู่บนโต๊ะซึ่งมีทั้งหมดสามโต๊ะ พอจะเดาได้ว่าโต๊ะตัวในสุด เป็ของหัวหน้าแผนกซึ่งไม่ได้สะอาดและเป็ระเบียบมากไปกว่าโต๊ะอื่นชายหนุ่มส่ายหน้าให้คะแนนแผนกนี้ติดลบสีแดงเถือกในหัวทันที
ปีกุนขับรถบั๊กกี้ที่ถูกเซ็ตค่าจำกัดความเร็วไม่เกินสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงกลับถึงแผนกช่างในอีกยี่สิบนาทีต่อมาพอก้าวขาลงแล้วหันหน้าไปเจอะรถฮอนด้าซีวิคสีแดงจอดอยู่ก็ทำเอาสยองผ่านประตูกระจกที่เคยกระจ่างใส มองลึกเข้าไปข้างใน เห็นมีเงาคนเดินตะคุ่มๆ อยู่คิดจะกลับหลังหันหนีไปหางานซ่อมชักโครกหรือล้างแอร์รอบพิเศษก็คงไม่ทันเพราะเหมือนว่าคนข้างในจะรับรู้ได้ถึงการมาของเธอ
...เวรอีกแล้วลูกหมูเอ๋ย...
เธอกลั้นใจผลักประตูก้าวเข้าไปพร้อมกับที่ได้กลิ่นความหายนะซึ่งลอยมาตุๆ
โผล่หน้าเข้าไปปุ๊บนายอ่ำก็อ้าปากแซะหาเื่ปั๊บ
“หัวหน้าแผนกเธอไปไหนยังไม่พักเที่ยงเลยนี่”
“ปกติหัวหน้าช่างไม่ค่อยอยู่ออฟฟิศหรอกค่ะมีงานต้องทำตลอด ช่างคนอื่นก็เหมือนกันนอกจากคีย์รีพอร์ตเพื่อส่งรอบแล้วก็ไม่มีใครเคยได้นั่งติดเก้าอี้ทุกคนต่างก็มีงานทำตลอดทั้งวัน” ปีกุนตอบยืดยาวหลับหูหลับตาเดินหิ้วกล่องอุปกรณ์และเลี้ยวเข้าไปเก็บในห้องสโตร์ซึ่งมีทางเข้าเป็ซอกเล็กๆ ติดกับโต๊ะหัวหน้าช่าง
กิตติกลืนน้ำลายเอื๊อกขมคอแทนคำตอบที่ฟังดูคล้ายคำยอกย้อนนั้นบอสที่ปกติก็หน้าเข้มเพราะมีเชื้อสายคนปักษ์ใต้เป็ทุนเดิมนี่บวกความตาขวางเข้าไปด้วย ยิ่งดูน่ากลัวหนัก ...ถูกเชือดแน่ยายลูกช่างตัวเปี๊ยก
"เ้าของโรงแรมเขาอยากจะพบกับหัวหน้าแผนก"เอราบอก เอาเท้าเขี่ยขากิตติเบาๆ กิตติสะดุ้งลำตัวยืดตรงแบบอัตโนมัติรีบสวมบทบาทเป็คุณช้างแทบไม่ทัน
"เธอก็แค่โทร.เรียก หรือไม่ก็วอ.เรียกทำไมต้องพูดยอกย้อนให้มากความ"กิตติเหลือบตามองบอสทำนองจะถามว่าประมาณนี้ใช้ได้ไหม หรือเอาให้หนักกว่านี้ซึ่งเอราไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบ สายตาของเขายังมองเขม็งที่คนตัวเล็กโฟกัสอย่างทะลุทะลวงเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเผื่อว่าบางทีมันอาจมีความลับจากนายธเนศซุกซ่อนอยู่
"พี่เอ๋ลากลับบ้านต่างจังหวัดค่ะ"
"แล้วรองหัวหน้าช่าง?!" เอราเอามือกอดอก สายตาคมกริบมองเธอไม่กะพริบราวกับจะต้อนให้จนมุมเผื่อเธอจะได้ร้องไห้ขี้มูกโป่ง
"ไม่มีค่ะ" ตอบสั้นๆ พูดเยอะ เธอจะโดนหาว่ายอกย้อน
"งั้น seniortechก็ได้ ไปตามมา" เสียงนั้นสั่งเคร่งขรึม
"ยังไม่มาค่ะ" เธอบอกเท่านั้น คร้านจะสาธยายว่าวันนี้พี่ประหยัดเข้ากะบ่าย . . .เข้างานบ่ายสอง - เลิกงานห้าทุ่ม
"ตกลงทั้งแผนกมีเธอทำงานอยู่คนเดียวว่างั้น?!" เอราประชด
"ค่ะ"เธอตอบเสียงเ็าจมูกโด่งเรียวได้รูปรั้นขึ้นอย่างท้าทายภายใต้ใบหน้ามอมแมมซึ่งเรียบสนิท
"ดี!"เสียงเอราเข้มขึ้นระดับแปด "งั้นตามไปพบที่ห้องผู้บริหารคุณช้างเขามีเื่อยากจะคุยด้วย"
กิตติรับมุกไม่ทัน เงอะงะเหลือกตามองบอสฝ่ายนั้นหลิ่วตาส่งสัญญาณประมาณว่าให้ตามน้ำไปเถอะน่า กิตติจึงหันไปแสยะยิ้มสั้นๆให้กับสาวร่างเล็ก ทวนคำสั่งที่เอราพูดไปแล้วอีกหนึ่งรอบ
"ได้ยินแล้วใช่ไหม ตามไปพบที่ห้องผู้บริหาร มีเื่ต้องคุยกัน"
ว่าแต่จะให้เขาคุยกับยายเด็กช่างในหัวข้ออะไรละเนี่ย? งานวิศวกรรมเขารู้เื่ซะที่ไหน กีกี้จบ Marketing มานะคะบอส
กิตติเหงื่อตกเต็มแผ่นหลังกับร่องก้น ...ถ้าให้คุยกับหนุ่มวิศวะหล่อๆ กล้ามแน่นๆ เขาคงจะหาเื่คุยแบบน้ำไหลไฟดับแต่นี่กับยายชะนีน้อย ท่าทางเอาเื่ซะด้วยจะโดนมันเอาค้อนทุบหัวหรือเอาสว่านเจาะกะโหลกไหมล่ะเนี่ย!?
สองหนุ่มกลับขึ้นรถแล้วขับออกไปธรรมดารถบั๊กกี้แผนกช่างเอาไว้สำหรับงานช่างและห้องผู้บริหารก็อยู่คารคารเดียวกับล๊อบบี้ ซึ่งไม่ไกลจากแผนกช่างมากมายนักร้อยสองร้อยเมตรก็เดินถึง
ปีกุนหอบแฮ่กๆไหปลาร้าบานเดินผ่านหน้าป้ากุ๊กแม่ครัวแคนทีน ที่ปั่นรถถีบสวนทางมา
แกะโลั่น
"เดี๋ยวๆ ลูกหมู หยุดก่อน"
"อะไรป้า? หมูกำลังรีบ"
ป้ากุ๊กลากรถถีบเดินเข้ามาหาหน้าตามีแววของความอยากรู้อยากเห็น
"ได้ข่าวว่าเ้าของโรงแรมถึงกับเดินตรวจงานด้วยตัวเองเลยเหรอวะป้ารู้มาจากคนที่โรงซักรีด เขาลือกันให้แซดว่าทั้งดุทั้งเขี้ยว"ป้ากุ๊กทำท่าสยองประกอบคำถาม
"เอาไว้ค่อยมาเล่าให้ฟังทีหลังแล้วกันนะป้าตอนนี้หนูกำลังงานเข้า"
"งานอะไรของเอ็งเข้าตอนเที่ยงๆ แล้วไม่กินข้าวกินปลาก่อนเหรอ"
ปีกุนได้แต่ส่ายหน้าปนเสียงหอบไม่มีแรงจะเปล่งเสียงตอบ เดินผละจากป้ากุ๊กแล้วมุ่งหน้าสู่อาคารล็อบบี้ขณะที่ท้องเธอก็กำลังร้องจ๊อกๆ
ออฟฟิศฝ่ายบริหารอยู่ชั้นบนสุดของอาคารล๊อบบี้ซึ่งปกติแล้วรกร้างว่างเปล่า หลังจากคุณธเนศกับคุณวรรณสุรีย์แวะลงมาดูงานเมื่อปีกลายก็ไม่ลงมาอีกเลยปีกุนสูดลมเข้าปอดลึกๆ แล้วเปิดประตูก้าวเข้าไป คุณช้างและคนของเขาเหมือนจะนั่ง 'รอเธอ' อยู่ในนั้น
ชายร่างสันทัดบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งผายมือเชิญให้เธอนั่งเก้าอี้ด้านตรงข้ามบนโต๊ะ เห็นแฟ้มจากแผนกทรัพยากรบุคคลวางอยู่ เธอมีรางสังหรณ์แปลกๆแต่ยอมนั่งลงโดยดีใกล้กันนั้นนายอ่ำนั่งกอดอกเอนหลังพิงพนักอยู่บนโซฟานวมหนังสีน้ำตาลเขามองเธอไม่วางตา มองซะปีกุนอยากถามว่ามองอะไร มองหาเื่หรือไงเป็บ้าหรือเปล่า หรือว่าเป็โรคแอนตี้ชะนีเด็ก
"ทำงานที่นี่มานานแล้วเหรอ"กิตติพูดตามสคริปต์
"ค่ะ"
"กี่ปี"คนตัวล่ำบนโซฟาถามขรึมๆ
"สิบเอ็ดเดือนค่ะ"
เอราทำเสียงหึ!
"นั่นเรียกว่ายังไม่นาน"
ปีกุนกัดฟันกรอด
"ค่ะ ยังไม่นาน"
"จบสาขาอะไร" กิตติถามต่อ
"วิศวะไฟฟ้าค่ะ"
คนบนโซฟากระตุกยิ้ม ... ลูกสาวนายธเนศเก่งไม่เบาเลยนี่...
"แล้วพื้นเพเป็คนที่ไหน คิดยังไงถึงมาทำงานที่นี่ ภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เหรอ" กิตติรู้สึกเหมือนกำลังนั่งสอบสวนนักโทษที่โดนเข้าเครื่องจับเท็จ
"ก็ถ้ารู้โพรไฟล์ฉันแล้วยังจะมาซักอีกทำไมคะ"เธอย้อน กิตติทำหน้าเหรอหรา คนเขียนสคริปต์มองตาขวาง
"ถ้าคุณมีแฟ้มประวัติการสมัครงานของฉันคุณคงจะทราบดีแล้วมั้งคะว่าฉันเป็ลูกสาวแม่บ้านบ้านคุณธเนศคุณธเนศช่วยฝากงานที่นี่ให้"
"เป็เด็กเส้น ถึงว่าสิ..."เสียงพึมพำฟังไม่ค่อยชัดแว่วมาจากคนบนโซฟา ปีกุนรู้หรอกว่าหมอนั่นกำลังหมั่นไส้เธอรังสีความแอนตี้ชะนีแผ่ชัดซะขนาดนั้น
"ที่เรียกมาพบก็ไม่ใช่อะไร เห็นว่าเธอเป็ผู้หญิง ทำงานแผนกช่างอาจทำได้ไม่ดีเท่าให้ผู้ชายทำ..." กิตติพูดตามบทอีกครั้ง แม้จะรู้สึกหดหู่ที่ต้องทำร้ายจิตใจคนฟังแต่ก็ไม่กล้าท้วงติงเ้าของสคริปต์ ซึ่งยังนั่งกอดอกมองมาเขม็งอยู่บนโซฟา
" ลองพิจารณาตัวเองดูก่อนไหมเผื่อว่าเธออยากย้ายไปอยู่แผนกแม่บ้าน ดูแลทำความสะอาด ปูเตียง ทำห้อง ทำเป็ไหม” กวาดสายตาไล่มองคนเบื้องหน้าช้าๆ วิเคราะห์อย่างพิถีพิถันก่อนจะแอบนอกบทเล็กน้อยว่า
“เอ หน่วยก้านดีแบบนี้หรือว่าย้ายไปแผนก F&B งานเสิร์ฟน่าจะฝึกฝนกันได้หรือจะไปแผนกต้อนรับ รูปร่างหน้าตาพอจะเป็รีเซฟชั่นได้อยู่นะ” กิตติให้ทางเลือก แต่แล้วก็นิ่วหน้ากับตัวเอง “ว่าแต่ทักษะด้านภาษาอยู่ระดับไหนอังกฤษ จีน พอจะสื่อสารได้ไหม"
"ให้ฉันลาออกง่ายกว่าคะ"ปีกุนบอกด้วยแววตาแน่วนิ่ง ขีดจำกัดความอดทนของเธอปรับระดับขึ้นเองอัตโนมัติแต่ก็พร้อมจะสูญเสียการควบคุมได้ทุกเมื่อ ถ้าท้องไส้เธอมันยังร้องโครกครากอยู่อย่างนี้
ความจริงปีกุนก็พอรู้ว่าคุณธเนศเป็พ่อเลี้ยงของคุณช้างแต่คิดไม่ถึงว่ากับเด็กหัวนอกแบบคุณช้างจะยังไม่เปิดใจรับเื่นี้เกลียดพ่อเลี้ยงแล้วลามมาเกลียดคนรับใช้ มันไม่เกี่ยวกันไหม? นี่คงพานเกลียดหมาเกลียดแมวคุณธเนศ เกลียดต้นไม้ทุกต้นที่คุณธเนศปลูกเกลียดที่ต้องอยู่บ้านเดียวกัน ใช้อากาศหายใจในรัศมีใกล้ๆ กันจนต้องระเห็จมาอยู่ที่นี่เฮ้อะ! โลกทัศน์แคบเกินไปจริงๆ
เอรากระแอมเบาๆลุกจากโซฟาเดินมายืนกอดอกอยู่ข้างกิตติ พูดขึ้น
"คุณช้างเขาไม้ได้หมายความว่าจะให้ออกเคสเธอไม่ได้แย่ขนาดนั้น ... เราแค่คิดกันว่าเธอไม่เหมาะกับงานช่าง"
เธอเลิกคิ้วมองเขา
หมอนี่กล้าใช้คำว่า 'เรา' จริงตามที่เธอคาดเอาไว้แหงนายอ่ำไม่ใช่ผู้ติดตามธรรมดาๆ ลองกล้าเอาตัวเองบวกเข้าไปกับคุณช้างขนาดนี้แล้วดูคุณช้างออกจะเกรงๆ เขาอยู่ไม่น้อย อีกหน่อยคงขึ้นมานั่งแท่นผู้บริหารกลายเป็ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ดี! เผื่อจะช่วยถ่วงดุลฝ่ายจัดซื้อกับฝ่ายการเงินให้เพลาๆ ความบ้าอำนาจลงมั่ง
"แต่เอาเถอะ" เอราว่าต่อ"ถ้ายังยืนกรานจะเป็ช่างต่อก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอกเราคงต้องรอประเมินจากผลงานกันต่อไป"
"ค่ะ ฉันก็ว่างั้น"
คำตอบของคนร่างเปี๊ยกในชุดช่างสีกรมท่าเรียบเฉยใบหน้าเล็กเรียวที่เคยมีเค้าของความขาวผ่องซึ่งบัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบฝุ่นหรือน้ำมันจารบีอะไรสักอย่างพยักเพียงเล็กน้อยไม่ได้แสดงออกถึงความหวาดหวั่น
"เอาล่ะๆโอเคตามนั้น" กิตติหันไปทางบอส "เอางั้นนะ"
"โอเค” เอรายอมอ่อนข้อให้ลูกสาวศัตรูอีกครั้ง เขาไม่อยากได้ชื่อว่ารังแกเด็ก “ของแบบนี้มันต้องวัดกันจากผลงานระยะยาวไม่ใช่ประเดี๋ยวประด๋าวและนายธเนศคงไม่โอเค ถ้าคนของเขาต้องโดนบีบให้ลาออก"
เห็นบอสยอมรามือง่ายๆ กิตติโล่งใจทันทีเพราะเวทนาสงสารชะนีน้อยตาดำๆ ประกอบกับว่าตอนนี้มันเที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว
...จ๊อกกกกก... เสียงท้องของใครสักคนร้องดังกังวานหนักหน่วง
ปีกุนมั่นใจว่าตัวเองแขม่วตับไตใส้พุงกระเพาะอาหารและระบบน้ำย่อยไว้อย่างดีแล้วแล้วทำไมมันถึงได้ส่งเสียงร้องออกมาอีก
เปล่าหรอก
เสียงร้องจ๊อกๆ ดังมาจากท้องของกิตติ
กิตติเหลือบมองบอส ยิ้มแห้งผ่านแววตาวิงวอน
"ได้เวลาพักเที่ยงแล้วนี่"เอราเอ่ยขณะทำทียกมือดูนาฬิกา
กิตตินั่งยืดตัวตรงและทำเสียงขรึมแอ๊บหล่อ
"หมดเื่แล้วเธอกลับไปได้ หาข้าวหาปลากินให้อิ่มๆ ล่ะ ตัวกระเปี๊ยกเดียวถือเครื่องมือแต่ละทีฉันล่ะกลัวกระดูกซี่โครงเธอจะหัก" กิตติพูดน้ำเสียงเจือความเวทนาสงสาร
ปีกุนยกมือไหว้ทำความเคารพคุณช้างโดยไม่ได้ปรายตามองร่างกำยำที่ยืนหัวโด่อยู่ข้างๆ แม้สักนิด ลุกขึ้นแล้วเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกอิดโรยและหิวไส้กิ่วจนนึกอยากเขมือบหัวคนบางคน
กิตติเอนตัวรูดลงกับพนักพิงพร้อมกับถอนใจยาวอย่างผ่อนคลายก่อนจะเอ่ยถามไขข้อข้องใจให้ตัวเอง
"ไปแกล้งเขาทำไม๊ บอสเด็กตัวเท่าเมี่ยง จะมีพิษมีภัยอะไรนักหนา เสียเวลาเปล่าๆ"
เอราเลื่อนเก้าอี้ตัวที่ปีกุนเพิ่งลุกไปเมื่อครู่มานั่งเบาะเก้าอี้ยังอุ่นๆ
"นายจะไปรู้อะไร นายธเนศส่งเด็กนั่นมาสอดแนมงานเรา" เอรายกมือกอดอกเอาขายาวๆ พาดขึ้นไปตั้งตรงขอบโต๊ะ"คงเห็นว่าตัวเท่าเมี่ยงหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก แล้วเราจะตายใจ เปล่าเลย"เอราหัวเราะหึในคอหอย กิตติยิ้มปะแล่มๆ ตงิดๆในรูหูตอนที่บอสเอ่ยคุณลักษณะของศัตรู
"ถ้าเป็แบบนั้นจริงคุณธเนศจะได้อะไรจากการส่งลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองมาตกระกำลำบาก"เื่นี้กิตติสงสัยมานานแล้ว
"ก็เพราะมันคิดว่าเราจะตายใจไงเล่าแล้วคนอย่างนายธเนศมันไม่เคยรักใครจริงๆ นะสิ นอกจากรักตัวเอง ขนาดลูกสาวแท้ๆมันยังไม่รัก แล้วกับแม่ฉัน นายคิดว่ามันจะรักจริงๆ นะเหรอ ฮึหวังเข้ามาปอกลอกซะมากกว่า"
"แต่เท่าที่รู้นายธเนศก็เ้าพ่ออสังหาฯ ฐานะร่ำรวยเป็ร้อยๆ ล้านจำเป็จะต้องปอกลอกคุณวรรณทำไมล่ะคะ กี้ไม่เข้าใจเลยจริงๆ"
"โลภไง...นายไม่รู้จักคำนี้เหรอ?" เอราหดเท้ากลับก่อนจะผุดขึ้นจากเก้าอี้"เบื่อละ พอเหอะ เลิกพูดเื่นายธเนศ ไป ไปหาอะไรกระแทกปากแก้เซ็งหน่อยงานวันนี้พอแค่นี้แล้วกัน"
ร่างสูงกำยำก้าวยาวๆ ออกจากห้องเป็คนแรก
กิตติยิ้มกว้าง "พอก็พอค่ะบอสกี้ล่ะดีใจ๊ดีใจที่ได้ฟังคำนี้" วิ่งดุ๊กๆ ตามหลังเ้านายไปอย่างลิงโลด
. . . . . . . . . . . . . .