กู้ชิงเฉิงสวมหน้ากากปกปิดใบหน้ายามนี้นางจ้องมองอวี๋ชิงเหวินเมื่อเห็นเขามีสีหน้าเกรี้ยวกราดราวกับจะระเบิดอารมณ์ออกมานางจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ
รอยยิ้มนั้นฉายแววเปล่งประกายราวกับมวลบุปผาบานสะพรั่งทำให้อวี๋ชิงเหวินถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่รู้ว่าจะตอบสนองเช่นไรดี
จนกระทั่งผู้ดำเนินการประมูลส่งเสียงก้องกังวานถึงสามคราแล้วทุบค้อนประมูลลง เขาก็ได้สติกลับคืนมาก่อนจะมองไปยังขวดแก้วหลิวหลีที่ยื่นส่งมาตรงหน้าด้วยสีหน้ามึนงงภายในขวดแก้วนั้นบรรจุเม็ดยากลมเกลี้ยงเม็ดหนึ่ง
นี่คือเม็ดยาที่เขาประมูลมาด้วยราคาสูงลิ่วถึงแม้ตระกูลอวี๋จะต้องการยาไม่ใช่น้อย แต่ราคานี้คงจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะไปอีกนาน
เดิมทีเขากำลังคิดจะจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จเพื่อขึ้นเป็นประมุขตระกูลอวี๋แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว เกรงว่าความหวังคงจะริบหรี่เสียแล้ว
ในงานเช่นนี้ไม่เพียงตระกูลอวี๋ที่มาร่วมงาน ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ที่เหลือย่อมต้องมาด้วยเช่นกันเมื่อเห็นอวี๋ชิงเหวินถือยาอายุวัฒนะเม็ดนั้นพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะด้วยความดูแคลน
พวกเขาได้ยินเรื่องความบาดหมางระหว่างตระกูลอวี๋กับองค์รัชทายาทแล้วทว่าไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าแทรกแซง ด้วยเรื่องเช่นนี้ยากจะเข้ายุ่งเกี่ยวตระกูลใหญ่แม้จะทรงอิทธิพลเพียงใด ก็ยังต้องพึ่งพาราชสำนักกล่าวได้ว่าตระกูลใหญ่และราชสำนักนั้นเกื้อกูลกัน
อวี๋ชิงฮวาบังอาจใช้รุ่ยอ๋องเป็นเครื่องมือช่างเป็นการกระทำที่รนหาที่ตายโดยแท้ ดังนั้นการตายของเขาจึงไม่ถือว่าน่าเศร้าแม้ตระกูลอวี๋จะส่งคนไปเจรจากับตระกูลอื่นๆ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จยามนี้ตระกูลอวี๋จึงดูโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง
เมื่อการประมูลรอบแรกสิ้นสุดลงผู้คนต่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เพราะช่วงบ่ายของวันนี้จะมีกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆรออยู่
รายการวันนี้คือ‘สิ่งที่ทำไม่ได้’ กู้ชิงเฉิงได้ออกโจทย์ปริศนาขึ้นมาหลายข้อให้ทุกคนร่วมเล่นสนุกผู้ชนะจะได้รับโคมแก้วหลิวหลีอันวิจิตรตระการตาที่โรงช่างจั่นเยว่ประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นรางวัล
“ใช้ตะกร้าไม้ไผ่น้ำรึ นี่มันเป็นไปไม่ได้เลย!”
“เชือกเส้นเดียวตัดออกแล้วต้องไม่ขาด...”
“ทำอย่างไรให้ลูกทรงกลมในถ้วยออกมาโดยไม่ใช้มือและเท้า?”
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักผู้คนต่างถกเถียงกันอย่างออกรส บรรยากาศรอบๆ จึงเป็นไปด้วยดี
เนี่ยชิงเฟิงเห็นผู้คนต่างให้ความสนใจอย่างล้นหลามเขาจึงคลายใจและจากไป การประมูลครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอีกสิบสามวันแต่ละวันกิจกรรมจะต้องออกแบบอย่างพิถีพิถันเป็นพิเศษ
ทันทีที่เขากลับมาถึงห้องหนังสือก็มีคนใช้มารายงานว่าคุณชายสามแห่งตระกูลอวี๋ขอเข้าพบเนี่ยชิงเฟิงไม่คาดคิดว่าคนตระกูลอวี๋จะตามหาเขาถึงที่นี่ ช่างเป็นคนที่ดื้อรั้นไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ชนกำแพงทิศใต้ก็ไม่ยอมหันหลังกลับจริงๆ
“คุณชายสาม มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ?” เนี่ยชิงเฟิงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
อวี๋ชิงเหวินไม่ได้ใส่ใจหลายปีมานี้หอชิงอวี่มีชื่อเสียงและพลังอำนาจไม่ด้อยไปกว่าใครถึงแม้จะเทียบกับตระกูลใหญ่ไม่ได้ แต่ก็มีศักดิ์ศรีของตนเองดังนั้นอวี๋ชิงเหวินจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
“ข้ามาหาท่านเจ้าสำนักเนี่ยเพื่อขอเจรจาการค้า” อวี๋ชิงเหวินเอ่ยตอบด้วยความมั่นใจ
“ตระกูลอวี๋ถึงกับคิดจะเจรจาการค้ากับข้า ช่างเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่”เนี่ยชิงเฟิงยังคงแสดงความสนใจ “แต่การที่ข้าจะทำการค้าย่อมมองถึงผลประโยชน์เป็นหลัก”
“แน่นอน” สีหน้าของอวี๋ชิงเหวินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขาไม่คาดคิดว่าเนี่ยชิงเฟิงจะตรงไปตรงมาเช่นนี้
ตระกูลอวี๋เป็นตระกูลเก่าแก่ที่สืบทอดมานับร้อยปีย่อมมีอำนาจบารมีที่จะกดข่มผู้อื่นได้แต่วาจาของเนี่ยชิงเฟิงกลับเป็นการเตือนพวกเขาว่า หากไม่มีผลประโยชน์ใดๆ ไม่ว่าใครเขาก็จะไม่ร่วมมือด้วย
“พวกเราต้องการเพียงสองคน” อวี๋ชิงเหวินไอเบาๆแล้วเอ่ยเสียงต่ำ “ส่วนเรื่องราคานั้น เราสามารถเจรจากันได้”
“ต้องการคนรึ?” เนี่ยชิงเฟิงกระตุกมุมปาก “คุณชายสามอวี๋คงล้อเล่นแล้ว ที่นี่ของข้ามีของเก่า ของล้ำค่าและของแปลกประหลาดที่ท่านคาดไม่ถึง ส่วนคนนั้นไม่มี”
“อันที่จริงสองคนนี้ก็ไม่ใช่คนของท่านเจ้าสำนักเนี่ย” อวี๋ชิงเหวินหรี่ตาลง “เพียงแค่ท่านเจ้าสำนักเนี่ยไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวก็พอ”
“ผลประโยชน์เล่า?” เนี่ยชิงเฟิงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“หากจับคนที่ข้าต้องการได้ ข้าจะให้ทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง” อวี๋ชิงเหวินรู้ดีว่า หากครั้งนี้สำเร็จตำแหน่งเจ้าตระกูลคนต่อไปของตระกูลอวี๋ย่อมเป็นของเขาเขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ ดังนั้น ราคาที่เสนอออกไปจึงเป็นราคาสูงลิ่ว
--------
ยามนี้กู้ชิงเฉิงกำลังมองสบตากับโม่อวี้เฉินผ่านฉากกั้นนี่คงแสดงว่าชีวิตของชายผู้นี้ช่างมีค่ายิ่งนัก เงินเท่านี้นางต้องใช้เงินจากการประมูลกี่ครั้ง และขายยาอายุวัฒนะอีกกี่เม็ดกัน
โม่อวี้เฉินมองดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมาของกู้ชิงเฉิงพลางส่ายหน้าอย่างจนใจว่า “สองคนที่ว่า...รวมถึงเจ้าด้วย”คำกล่าวของเขาทำให้กู้ชิงเฉิงถึงกับพูดไม่ออก
ตระกูลอวี๋นี่ช่างขี้เหนียวนักคนตั้งสองคน แต่ให้ทองคำแค่หนึ่งหมื่นตำลึงเท่านั้น “ขี้เหนียวถึงเพียงนี้ยากนักจะสร้างความยิ่งใหญ่ได้” กู้ชิงเฉิงเชิดหน้าขึ้นมองอวี๋ชิงเหวินอย่างเหยียดหยาม
“เจ้ายังจะต่อรองราคากับพวกเขาอีกหรือ?” โม่อวี้เฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากนางผู้นี้ช่างซื่อตรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
“อย่างไรเสีย คนที่ถูกขายก็คือท่าน ไม่ใช่ข้า” กู้ชิงเฉิงรู้สึกว่าต่อให้เนี่ยชิงเฟิงมีใจกล้าบ้าบิ่นถึงสิบเท่าเขาก็ไม่กล้าตั้งราคาขายนางอย่างโจ่งแจ้งเป็นแน่
เมื่อนางพูดจบเนี่ยชิงเฟิงก็พยักหน้าพลางกล่าวว่า “ตกลงตามนั้น”
การกระทำนั้นเรียกให้กู้ชิงเฉิงตวัดตาค้อนใส่นางช่างมองคนผิดไปเสียจริง เนี่ยชิงเฟิงผู้นี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก
“ไม่รู้จักต่อรองราคากันเลยหรือไงนะ” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่พอใจโม่อวี้เฉินเองก็จนใจนัก เขาจึงยกมือดีดเหม่งของนางเบาๆ
เมื่อคราวนางยืนอยู่ที่อันหยวนถังและบังคับให้กู้ตงหลิงคุกเข่าขอโทษเหล่าคนในอันหยวนถังนางเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจและแรงกดดันอีกทั้งยังมีวิชาแพทย์ที่ยอดเยี่ยมและทำสิ่งต่างๆ อย่างเด็ดขาดซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับดิน
แน่นอนว่าเรื่องที่วางแผนหลอกใช้เขานั้นช่างมีความกล้าหาญยิ่งนัก ทำให้เขารู้สึกว่านางควรจะเป็นเช่นนี้
เนี่ยชิงเฟิงกลับไปตรวจสอบสถานที่จัดงานอีกครั้งคราวนี้เขาทุ่มเททำด้วยตนเองทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเกรงว่าหากไม่ระมัดระวังกู้ชิงเฉิงอาจได้รับบาดเจ็บ เขาจะไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นเป็นอันขาด
กิจกรรมช่วงบ่ายตระกูลเหยา หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่เป็นผู้ชนะบัดนี้คุณชายตระกูลเหยากำลังถือรางวัลอยู่ ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจเมื่อเขามองขึ้นไปก็เห็นเงาร่างสีดำวาบผ่านไป หัวใจพลันเต้นระรัวพอมองดูอีกครั้งก็ไม่พบสิ่งใด เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
อวี๋ชิงเหวินเคยมาหาเขาและกล่าวว่าจะร่วมมือกันทำการค้าใหญ่ แต่เขาก็ยังไม่อาจตัดสินใจได้การค้าใหญ่เช่นนี้ ย่อมต้องให้หัวหน้าตระกูลพิจารณาก่อน
หลังจากโน้มน้าวเนี่ยชิงเฟิงได้แล้วอวี๋ชิงเหวินก็เริ่มจัดเตรียมแผนการ เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างโจ่งแจ้งแต่การซ่อนมือสังหารไว้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก และอวี๋ชิงเหวินก็มีไหวพริบอยู่บ้าง
มือสังหารเหล่านั้นแฝงตัวอยู่ในเรือนของตระกูลเนี่ยปะปนอยู่กับคนรับใช้ ถึงเวลานั้นก็จะง่ายต่อการเข้าถึงกู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉิน
การประมูลในวันรุ่งขึ้นจัดขึ้นตามกำหนดการอวี๋ชิงเหวินผู้ได้รับของประมูลไปแล้ว ก็ยังคงอยู่เพื่อเปิดหูเปิดตาเนี่ยชิงเฟิงก็มีฝีมืออยู่ไม่น้อย ของที่นำออกมาล้วนไม่ใช่ของธรรมดาทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย บางคนมาเพียงเพื่อจะดูให้เห็นกับตาจึงรีบรุดเดินทางมาแต่ไกล
ผู้ดำเนินการประมูลบนเวทีกำลังดำเนินกิจกรรมแต่ในขณะนั้นเอง กู้ชิงเฉิงก็ทำถ้วยชาในมือหล่นแตกซึ่งเป็นถ้วยชาที่สาวใช้คนหนึ่งนำมาให้ ดูราวกับว่าถูกยื่นมาอย่างไม่มั่นคงชากระเด็นใส่เสื้อผ้าของกู้ชิงเฉิงจนเปียกโชกไปหมด
“หอชิงอวี่แห่งนี้ ใครก็เข้ามาได้แล้วกระมัง” โม่อวี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่ากลับแฝงด้วยพลังปราณ ทำให้ผู้คนในงานได้ยินอย่างชัดเจน
เนี่ยชิงเฟิงดูเหมือนจะจำใจให้คนดูแลจัดการเรื่องนี้
“แม่นางผู้นี้ พวกเราดูแลไม่ทั่วถึง ขออภัยยิ่งนัก ส่วนบ่าวผู้นี้ข้าจะจัดการเอง” ผู้ดูแลกล่าวด้วยท่าทีนอบน้อม
“จะจัดการเองรึ จัดการอย่างไร? ปรับเงินสองสามตำลึงหรือเพียงกล่าวตำหนิ?” กู้ชิงเฉิงไม่ยอมปล่อยวางพลางเลิกคิ้วขึ้น
ทำให้ผู้คนรู้สึกกดดันในทันทีดวงตาคู่งามนั้นกลับฉายแววอารมณ์มากมาย
“เอ่อ…” ผู้ดูแลเองก็งงงวยเรื่องเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คนที่มาที่นี่ล้วนผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มงวดจึงไม่มีทางเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อยเช่นนี้ขึ้นได้เลย
“จัดการได้ แต่ต้องเดี๋ยวนี้ ให้โบยนางจนสิ้นใจไปเสีย” กู้ชิงเฉิงไม่ใช่ผู้ใจดีมีเมตตา เมื่อปฏิบัติต่อศัตรูนางย่อมไร้ความปรานีอย่างถึงที่สุด
เดิมทีทุกคนคิดว่ากู้ชิงเฉิงทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่แต่เมื่อได้ยินว่านางจะโบยสาวใช้จนตาย ทุกคนก็ถึงกับตะลึง สตรีตัวเล็กๆ ผู้หนึ่งกลับเลือดเย็นไร้หัวใจถึงเพียงนี้!