บทที่ 1 ตายในหน้าที่
ภายใต้แสงนีออนสว่างจ้าแห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ปี 2025เงาร่างสูงระหงของหญิงสาว ที่สูงราวหนึ่งร้อยเจ็ดสิบใบหน้าถูกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ดวงตาคมกริบและใบหน้าที่งดงาม ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านอดหันกลับมามองอีกครั้งด้วยความชื่นชมไม่ได้
หญิงสาวกำลังเดินทอดผ่านตรอกซอยแคบเพื่อกลับเข้าคอนโดหรูหราแห่งหนึ่ง ผมยาวสลวยถูกรวบไว้ด้านหลังทำให้มองดูราวกับอายุไม่เกิน 20 ทั้งที่ในความเป็จริงอายุของเธอเกือบ 30 แล้ว
ลี่ซา คือชื่อของหญิงสาวที่เพื่อนในวงการเรียกขาน
นางคือผลผลิตจากหลักสูตรลับเฉพาะของหน่วยสวาทแห่งชาติผู้ที่สำเร็จจากหลักสูตรนี้ล้วนเป็สุดยอดฝีมือ ทั้งด้านการต่อสู้มือเปล่าการใช้อาวุธไฮเทคล้ำสมัย และกลยุทธ์การเอาตัวรอดทุกรูปแบบ ร่างกายของลี่ซาผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงกล้ามเนื้อทุกส่วนแข็งแกร่งและยืดหยุ่นดุจเสือดาวพร้อมที่จะปลดปล่อยพลังทำลายล้างได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวก้าวขึ้นลิฟต์ด้านล่างของคอนโดที่แยกเป็สัดส่วนทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ก็เผยให้เห็นห้องชุดสุดหรู แสงไฟสีส้มนวลจากโคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับกระทบกับพื้นหินอ่อนสีขาวนวลที่ขัดเงาจนขึ้นมันวาว
ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่มีโซฟาหนังแท้สีเทาเข้ม เข้าชุดกับเก้าอี้พักผ่อนดีไซน์ทันสมัยที่วางอยู่บนพรมขนแกะผืนใหญ่โต๊ะกลางทำจากหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลี
ผนังด้านหนึ่งเป็กระจกใสบานใหญ่มองเห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืนแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าส่องสว่างราวกับดวงดาวบนดิน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ลี่ซาในชุดนอน ก็ยืนเหม่อมองออกไปด้านนอกภายในใจนึกถึงเื่ราวก่อนที่จะมาอยู่เพียงในคอนโดหรูแห่งนี้ภายในมือยังมีแก้วไวน์แดงที่พร่องไปเกือบครึ่ง
ลี่ซ่าเป็ลูกสาวของนักธุรกิจผู้ร่ำรวยของเซี่ยงไฮ้ และคุณตาของเธอเป็ตำรวจที่มีชื่อเสียงโด่งดังเื่ความกล้าหาญ
อาจจะเป็เพราะเืเข้มข้นของคุณตาที่ไหลเวียนอยู่ในกายทำให้ลี่ซาเอ่ยขออนุญาตบิดาไปสมัครสอบเป็ตำรวจหน่วยสวาทในวันหนึ่ง
ภายในห้องทำงานที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยไม้สักขัดเงาลี่ซายืนตัวตรงเผชิญหน้ากับบิดาผู้มีสีหน้าเคร่งขรึม
แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีสาดส่องร่างบอบบางของเธอให้ดูโดดเด่น ทว่าสายตาของบิดาที่มองมากลับดูแข็งกร้าวราวกับน้ำแข็ง
“พ่อไม่เข้าใจเลยลี่ซาทำไมลูกถึงอยากไปเป็ตำรวจหน่วยสวาท งานนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับลูก”
เสียงของบิดาดังขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดแสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“หนูรู้ว่ามันอันตรายค่ะพ่อแต่หนูอยากทำ หนูอยากเป็ตำรวจที่มีความสามารถ และใช้ความสามารถ ที่หนูมีเพื่อช่วยเหลือคนอื่น”
ลี่ซาตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่แพ้กันดวงตาของเธอมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
“ไม่ได้พ่อไม่ยอมให้ลูกไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นเด็ดขาด อีกอย่างตระกูลของเราก็ร่ำรวยและมีงานหลายอย่างให้ลูกทำ หรือถ้าไม่อยากทำงาน พ่อก็จะหาผู้ชาย ดี ๆ สักคนให้แต่งงานกับลูกถึงตอนนั้นลูกก็แค่นั่งเฉิดฉายเป็คุณนายก็พอ ไม่ต้องไปเสี่ยงตายอย่างที่ลูกกำลัง้าในตอนนี้”
บิดาพยายามเกลี้ยกล่อมลูกสาว พร้อมกับขู่สำทับในตอนท้าย
“แต่ถ้าลูกยังดึงดันจะไป พ่อจะตัดลูกออกจากตระกูล”
ลี่ซาหน้าซีดเผือดคำขู่ของบิดาทำให้เธอใจหายวาบ และไม่คิดว่าบิดาจะพูดเล่นแต่ความตั้งใจของเธอก็ยังคงแน่วแน่
“หนูไม่เห็นว่าการที่้าไปทำงานเป็ตำรวจจะทำให้ตระกูลของเราเสียหายตรงไหน คุณตาก็เป็ตำรวจที่มีชื่อเสียง ใคร ๆ ก็ยังยกย่องและกล่าวขานจนถึงทุกวันนี้ให้หนูไปเถอะนะคะคุณพ่อ”
เมื่อเห็นว่าลี่ซาไม่ยอมอ่อนข้อบิดาจึงลุกขึ้นยืน แล้วเอ่ยไล่ลูกสาวด้วยท่าทางฉุนเฉียว
“ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ และไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าฉันจะไม่คุยกับแกอีก จนกว่าแกจะเปลี่ยนใจ”
ลี่ซาก้มหน้าเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งเสียใจ ผิดหวัง และโกรธ
ในคืนนั้นเอง มารดาของลี่ซาแอบเข้ามาในห้องของเธอด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ลูกรัก แม่รู้ว่าลูกอยากทำอะไร”
มารดากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แม่เข้าใจลูกดี แต่พ่อของลูกคงเป็ห่วงไม่อยากให้ซ้ำรอยกับคุณตาที่ต้องเสียสละชีวิตในหน้าที่”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“หนูรู้ค่ะแม่แต่เืของคุณตาในร่างของหนูคงเข้มข้น หนูอยากเป็ตำรวจจริง ๆ นะคะ”
ลี่ซาตอบเสียงแ่เบา
มารดาดึงลูกสาวเข้ามากอดด้วยความรักก่อนจะยื่นซองสีน้ำตาลให้ลี่ซา
“ในนี้เป็บัญชีเงินฝาก และโฉนดคอนโดใจกลางเซี่ยงไฮ้แม่เก็บไว้ให้ลูกเผื่อว่าวันหนึ่งลูก้ามัน”
ลี่ซาเบิกตากว้าง
“แม่คะ หนู…”
หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก
“ไม่ต้องห่วงแม่จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว พ่อของลูกจะไม่รู้เื่นี้”
มารดายิ้มให้ลี่ซาอย่างอ่อนโยน
“จงทำตามความฝันของลูกเถอะแม่จะคอยเป็กำลังใจให้ลูกเสมอและแม่ก็เชื่อว่าคุณพ่อก็รักและไม่มีทางที่จะตัดลูกออกจากตระกูลหรอกแต่ตอนนี้เขาแค่โกรธมากเท่านั้นเอง”
ลี่ซาสวมกอดมารดาแน่น น้ำตาคลอเบ้าเธอรู้ว่ามารดาเป็ห่วงเธอมากแค่ไหน แต่ก็พร้อมที่จะสนับสนุนเธอเสมอ
ในขณะที่สองแม่ลูกกอดกันอยู่นั้นบิดาของลี่ซายืนแอบฟังอยู่นอกห้องด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะค่อย ๆหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ราวกับว่าเขาไม่เคยได้ยินหรือเห็นอะไรเลย
ลี่ซาดึงความคิดของตนเองกลับมาสู่ปัจจุบันก่อนจะหันกลับเข้าไปยังห้องนอน และสะดุ้งตื่นในตอนดึก
“ภารกิจด่วน”
เมื่อได้รับคำสั่งหญิงสาวก็รีบออกจากคอนโด พร้อมกับกระเป๋าอุปกรณ์คู่กายที่เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา
แสงจันทร์สาดส่องลอดเมฆลงมากระทบผิวน้ำเป็ประกายลี่ซ่าในชุดปฏิบัติการสีดำทะมึนแนบลำตัว กำลังคลานต่ำไปยังโกดังร้างริมแม่น้ำ ที่ซึ่งขบวนการค้าชิ้นส่วนมนุษย์ข้ามชาติกำลังส่งมอบสินค้ากันอยู่
“ทีมหนึ่งตรึงกำลังทางทิศเหนือทีมสองอ้อมไปด้านตะวันออก ทีมสามเตรียมพร้อมบุกเข้าทางด้านหน้า”
เสียงกระซิบแ่เบาของลี่ซ่าดังลอดเครื่องสื่อสารไปยังลูกทีม
“ทุกคนระวังตัว พวกมันมีอาวุธหนัก”
เมื่อสัญญาณมาถึงลี่ซ่าะโพุ่งตัวออกจากที่ซ่อนพร้อมกับลูกทีมหน่วยสวาทแสงไฟจากปืนกลสาดส่องไปทั่วบริเวณ โกดังร้างกลายเป็สมรภูมิรบขนาดย่อมในพริบตาเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว สลับกับเสียงะเิ
“พวกมันมี RPG”
เสียงลูกทีมะโเตือนลี่ซ่ารีบหลบะุที่พุ่งเข้ามาอย่างหวุดหวิด เธอคลานต่ำไปยังที่กำบังก่อนจะหยิบะเิควันออกมาขว้าง
กลุ่มควันสีขาวโพลนปกคลุมทั่วบริเวณเป็สัญญาณให้หน่วยสวาทเคลื่อนพลเข้าประชิดตัวศัตรูลี่ซาใช้ความคล่องแคล่วของเธอหลบหลีกะุที่ยิงมาเป็ห่าฝนเธอเตะตัดขาชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่ถือปืนกลก่อนจะะโขึ้นคร่อมแล้วรัวะุใส่จนหมดแม็ก
“ลี่ซ่าทางนี้มีตัวประกัน”
เสียงลูกทีมคนหนึ่งะโลี่ซารีบสาวเท้าไปยังต้นเสียงพบว่ามีชาวต่างชาติกำลังใช้ปืนจ่อหัวหญิงสาวคนหนึ่งไว้
“ปล่อยเธอไปซะ”
ลี่ซ่าะโ
“เข้ามาสิ ถ้าอยากให้เธอรอด”
ชาวต่างชาติแสยะยิ้ม
ลี่ซ่าค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างใจเย็นเธอรู้ว่าต้องใช้ความใจเย็นและสมาธิอย่างสูงในสถานการณ์แบบนี้ เมื่อได้จังหวะ เธอก็พุ่งตัวเข้าไปแย่งปืนจากมือนักธุรกิจก่อนจะเตะก้านคอมันจนสลบ
“ทุกคนจับกุมพวกมันให้หมด”
ลี่ซ่าสั่งเสียงดัง
ชั่วขณะที่หญิงสาวกำลังหันกลับมาก็รู้สึกเหมือนถูกเข็มขนาดใหญ่แทงทะลุศีรษะอย่างรุนแรงความเ็ปนั้นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย ก่อนสติสัมปชัญญะจะเริ่มเลือนรางภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เสียงรอบข้างค่อย ๆ จางหายไปความคิดสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ
“เกิดอะไรขึ้น”
ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความมืดมิด