หน้าแท่นประลอง
ทางเข้าประตูเมืองชิงไห่
ณ เวลานี้มีผู้คนมากมายมากกว่าคราที่แล้ว เนื่องจากจุนเจี่ยก็พ่ายแพ้ที่นี่
ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาพ่ายในกระบวนท่าเดียว!
ดังนั้นเหล่าเทียนเจียว อัจฉริยะอันทรงเกียรติจากนิจากหลากหลายระดับ รวมถึงผู้ฝึกฝนอิสระก็ปรากฎตัวขึ้นที่นี่
เด็กชายบนแท่นกระบี่ชนะติดต่อกันมาโดยตลอดแบบไม่พัก
จนถึงตอนนี้ไม่มีคำว่าล้มเหลว พ่ายแพ้
ควรรู้ว่าไม่เพียงแค่รุ่นเยาว์เท่านั้นที่ท้าทาย รุ่นเก๋าบางคนยังทนไม่ได้ที่จะขึ้นประลอง แต่หากไม่ได้ใช้พลังฉี ใช้เพียงเจตจำนงกระบี่และเพลงกระบี่เท่านั้น
ถึงอย่างไรเด็กหนุ่มยังไร้พ่ายมาจนถึงตอนนี้
เพียงแค่นั้น
ชายหนุ่มสองคนปรากฎตัวขึ้น ภายใต้การจ้องมองของผู้ฝึกตนนับหมื่น
ใช่ มันคือ ลู่ ฉางชิงและเย่ ชิงเฉิน
ผู้ฝึกตนทั้งหลายเบิกตากว้างไม่ได้สติไปชั่วขณะ พวกเขาใเล็กน้อย
เย่ ชิงเฉินไม่ทันได้พูดอะไร จุนเจี่ยก็เดินเข้ามาทำความเคารพและกล่าว
“ผู้าุโ ช่วยพวกเราด้วย ใบหน้าของเมืองชิงไห่และนิกายเทียนเหอของเรากำลังจะสลายไปแล้ว”
ชิงเฉินมุมปากกระตุก
‘อะไร มาขอร้องข้าทำไม ข้าพึ่งสร้างรากฐาน’
‘นิกายเทียนเหอ อันดับ3ใช่หรือไม่’
‘ข้าจะสู้เขาได้อย่างไร อย่าบังคับให้ข้าใช้ไพ่ตายได้ไหม’
เขาได้เพียงแค่คิดในใจ แต่ในขณะนี้ ทุกคนต่างทำความเคารพให้ชิงเฉิน
แม้แต่ชายปริศนาบนแท่นกระบี่ยังประหลาดใจเล็กน้อย
นี่ค่อนข้างแปลก
ผู้ฝึกตนที่ขอบเขตสูงกว่าการสร้างรากฐานต่างมองผ่านการบ่มเพาะของชิงเฉินได้อย่างรวดเร็ว
มันแค่ระดับสร้างรากฐานและเป็ขั้นแรกด้วยซ้ำ
เป็ไปได้ไหมที่บุคคลนี้คือปรมาจารย์ที่ซ่อนอยู่
ปรมาจารย์ที่หาตัวจับได้ยากบางคนชอบแสร้งเป็คนธรรมดาและวิ่งเล่นในโลกของปุถุชน
ชิงเฉินรู้สึกสับสนเล็กน้อย มีเ้านิกายอยู่ข้างข้า เขาควรหล่อกว่าข้าใช่หรือไม่
อนิจจา ด้วยชิงโจวผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ฝึกกระบี่และดาบ รูปลักษณ์ของชิงเฉินจึงน่าสะพรึงเป็อย่างยิ่ง บวกกับอารมณ์ของเขา
ใช่ กระบี่ไร้เทียมทานก็คงไม่เกินจริงสำหรับรูปลักษณ์เช่นนี้
ยิ่งสับสนมากเท่าไร ใบหน้าเขายิ่งสงบขึ้นมากเท่านั้น นี่คือโรคติดตัวโดยกำเนิดของเขา
‘มันใช่เื่ของฉันหรือไม่ที่ชิงไห่ หรือแม้แต่ชิงโจวจะเสียหน้า?’
เขาสับสนจริงๆ จนทำให้คนภายนอกที่มองเข้าใจผิด ว่าเขาเ็าเกินไป สิ่งนี้ทำให้พวกเขาอายเล็กน้อย ท้ายที่สุดต้องพึ่งพาคนอื่นให้ช่วย
แต่ผู้ฝึกตนบางคนใบหน้าของพวกเขาหนากว่าปกติและเปิดปาก
“ผู้าุโ ข้าเข้าใจว่าท่านไม่ชอบชื่อเสียง แต่ครั้งนี้ทุกคนขอให้ผู้าุโเคลื่อนไหว เด็กคนนั้นตั้งแท่นกระบี่หน้าเมือง ชนะติดต่อกันมาโดยตลอด เทียนเหอพ่ายแพ้ ชิงไห่พ่ายแพ้ และบุคคลนั้นดูไม่เหมือนผู้ฝึกตนในเมืองใกล้ๆบางทีอาจจะมาจากแคว้นอื่นด้วยซ้ำ พฤติกรรมดังกล่าวมากเกินไป ข้าหวังว่าท่านจะยื่นมือเข้าช่วย”
ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงทำความเคารพอีกครั้งพร้อมกับกล่าว
“ข้าขอร้องให้ผู้าุโดำเนินการเพื่อรักษาหน้าของเมืองชิงไห่”
พฤติกรรมนี้ทำให้ชายหนุ่มชุดดำสงสัยมากยิ่งขึ้น
‘บุคคลนี้คือใคร ทำไมผู้ฝึกยุทธจึงให้ความเคารพ’
‘ดูเหมือนว่าเขาจะเป็ยอดกระบี่ที่ไม่มีใครเทียบได้?’
‘ข้าคิดว่าเขาเป็แค่ขั้นสร้างรากฐานเท่านั้น เขาถือว่าเป็ปรมาจารย์ได้หรือไม่?’
แต่คิดได้ไม่นานก็มีเสียงผู้ชมเข้าแทรก
“อย่ากังวล ปรมาจารย์ผู้ไร้เทียมทานระดับมหายานชอบปกปิดตัวตน เพื่อฝึกหัวใจเต๋า ใช่แล้ว สร้างรากฐานแค่พื้นผิว เื้ัคือมหายาน ฉันเคยพบปรมาจารย์เสแสร้งเป็ขอทานด้วยซ้ำ”
“เป็ไปได้ ฉันไม่เชื่อเช่นกับที่สร้างรากฐานจะมีอารมณ์เช่นนี้ นี่ไม่สามารถหลอกลวงได้ มหายาน ใช่เขาคือมหายาน!”
การวิเคราะห์ของทุกคนแตกต่างกันไปไกลเรื่อยๆ จนเกิดข่าวลือในกลุ่มเหล่านี้ว่า เย่ ชิงเฉิน จะทะยานขึ้นไป์ในวันพรุ่งนี้ด้วยซ้ำ
ชิงเฉิน รู้สึกกดดันเป็อย่างมาก
เขาไม่คาดคิดว่ามาถึงหน้าเมืองแล้วจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
อาศัยระดับสร้างรากฐาน เพื่อท้าทายเทียนเจียวที่ชนะทั้งเมืองโดยรอบติดต่อกัน?
ใครให้ความกล้าแก่พวกคุณพูดคำแบบนี้
ห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร
เด็กชายชุดดำบนแท่นมองชิงเฉินจากระยะไกล
ชิงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะมองไปเช่นกัน ด้วยใบหน้าสงบนิ่ง ปราศจากสิ่งใดในสายตา ราวกับจบเจอกับบุคคลธรรมดา
ชิงเฉินรู้สึกอายจริงๆต่อหน้าเด็กชุดดำ
เขา้าหลบตาแต่เขาไม่กล้าจริงๆเนื่องจากลู่ฉางชิงมองเขาอยู่ หากเขาทำเช่นนั้น มันจะทำให้เขาดูไร้ค่าหรือไม่
ทั้งสองมองกันชั่วขณะหนึ่ง
ชายชุดดำก็รู้สึกสับสนบวกกับความอยากรู้อยากเห็นเช่นกันและเขาก็ยกยิ้มขึ้น
‘น่าสนใจวิถีดาบของคนผู้คงไม่ธรรมดา พิจารณาจากบุคคลข้างตัวเขาแล้ว วีถีดาบช่างรุนแรงจนไม่กล้ามอง แต่กับบุคคลนี้ข้ากลับไม่เห็นเจตจำนงดาบของเขาเลย’
แข็งแกร่ง
แข็งแกร่งมาก
“ชิ”
‘มีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่น่าเชื่อถือได้ในตอนนี้คือวีถีของเขาอยู่เหนือข้าไปไกล’
นี่มันอุกอาจเล็กน้อย
ทั้งคู่ดูจากอายุแล้วคงไม่เกิน30ปี แม้แต่ยอดนักดาบไร้เทียมทานในชิงโจวควบแน่เจตจำนงดาบก็อายุเกือบร้อยปีเข้าไปแล้ว
น่ากลัวมาก ข้าฝึกดาบั้แ่อายุสามขวบ ถึงตอนนี้ก็เกือบสิบหกปีแล้ว ยังไม่สามารถรวบรวมเจตจำนงได้
หากเผชิญหน้าแบบเป็ตายเขาคิดว่า เขาไม่มีโอกาศชนะทั้งสองคนนี้มากนัก
แต่รอยยิ้มก็ปรากฎในดวงตาเขา
ใช่แล้ว เขาคือ1ในนักบุญแห่งนิกายดาบ์อันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ชิงโจว
เขามองหาผู้ฝึกฝนกระบี่และดาบที่แข็งแกร่งกว่าเขา เพื่อช่วยในการลับคม รวมถึงมาเข้าร่วมการชุมนุมเพื่อสร้างชื่อเสียง จะได้มีความมั่นคงในตำแหน่งนักบุญของเขา
คิดได้ดังนั้นชายชุดดำ้าท้าทายชิงเฉิน มากกว่าลู่ ฉางชิง
“ข้านักดาบนิรนามมาที่งานชุมนุมเพื่อลับคมดาบ ช่วยแนะนำได้หรือไม่”
เสียงชายหนุ่มดังขึ้น