ตอนที่6 คนเ้าเล่ห์
“ก๊อกๆๆ” กาวินผลักประตูเข้าไปด้านในเห็นเธอนอนลืมตามองมาที่เขาตาแป๋วอยู่บนเตียงผู้ป่วยคนเดียว โดยมีรายการในจอทีวีอยู่เป็เพื่อน
“พี่ซื้อขนมมาฝากครับ” กาวินชูถุงขนมในมือให้เธอดูเห็นเธอยิ้มให้เขาก็ดีใจ แต่ตอนนี้เขาไม่อาจจะยิ้มให้เธอได้เพราะกำลังปั้นหน้าเป็คนมีพิรุธอยู่ โดยสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้มันคือเื่จริงแต่!เขาจะแสดงให้เธอเข้าใจว่าครั้งนี้เขาพูดโกหก ด้วยสีหน้าและน้ำเสียง
“ทำไมพี่หมอทำหน้าแบบนั้นคะ”
“พี่มีเื่จะสารภาพ”
“เื่อะไรเหรอคะ”
“คือ...ที่จริงแล้วเราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนหน้านี้เลยเื่ที่พี่บอกกับข้าวว่า พี่เป็สามีของข้าวน่ะพี่แค่อยากจะลองพิสูจน์ดูเฉยๆว่าข้าวความจำเสื่อมจริงหรือเปล่า” ในตอนนี้เธอมีสีหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“เราสองคนไม่ได้เป็อะไรกันทั้งนั้นพี่โกหกถ้าคุณหมอให้ข้าวออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ ก็ทางใครทางมันนะครับ” น้ำเสียงไม่นิ่งแถมสายตายังลอกแลกใครที่ได้เห็นก็ต้องเข้าใจว่าคำพูดที่พูดกับเธออยู่ตอนนี้มันดูไม่เป็ความจริงเอาเสียเลย
“พี่หมอ...เห็นหนูความจำเสื่อมแล้วจะทิ้งหนูไปใช่ไหมคะฮื่อ...” กาวินแบนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อเก็บอาการของตัวเองแล้วปั้นหน้าเศร้าหันกลับมาพูดกับเธออีกครั้ง
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ...” น้ำใสๆได้ไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างของเธอพร้อมกับเสียงของเธอที่ดังโวยวายขึ้น
“หนูไม่เชื่อ!...พี่หมอโกหก” เด็กน้อยหรือจะสู้ผู้ใหญ่อย่างเขา กาวินแอบซ้อนใบหน้าพอใจในผลงานครั้งนี้
“ไอ้หมอเกิดอะไรขึ้นวะ!” แสงเหนือได้ยินเสียงหญิงสาวในห้องร้องไห้เสียงดัง เขาจึงผลักประตูเข้ามาดูแล้วก็เห็นว่าเธอร้องไห้อยู่จริงๆด้วย
“ก็เื่ที่มึงให้กูมาพูดไงเป็ไงล่ะ”
“นี่เธอร้องไห้ทำไม”
“พี่หมอเขาไม่รักหนูแล้วเขาเห็นว่าหนูความจำเสื่อม เขาก็เลยจะทิ้งหนูค่ะ ฮื่อๆๆๆ” กาวินแอบยิ้มในใจปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ใส่เพื่อน
“เอาไงต่อดีมึง”กาวินทำทีเป็ว่าเขาได้สารภาพแล้ว ส่วนเธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เธอ
“คุณคนไข้ครับ ใจเย็นๆก่อนนะครับคืออย่างนี้นะครับ คุณกับไอ้หมอคนนี้ไม่ได้เป็สามีภรรยากัน มันก็แค่...” แสงเหนือกำลังจะช่วยเพื่อนอธิบายอีกรอบแต่ใบบัวกลับร้องโวยวายขึ้นมาพร้อมกับน้ำเสียงสะอึกสะอื้น จนคุณหมอหนุ่มทั้งสองคนเริ่มรู้สึกสงสาร
“หนูไม่เชื่อ!...ฮื่อๆๆ” ใบบัวยังคงร้องไห้โวยวายไม่ยอมหยุด
“พอเลยๆอยากจะเชื่ออะไรก็ปล่อยให้เธอเชื่อไปเถอะ” กาวินรู้สึกสงสารเมื่อได้เห็นน้ำตาของเธอเขาจึงร้องห้ามให้แสงเหนือพอแค่นี้
“ก็ต้องพูดให้รู้เื่สิวะ”
“แต่เธอกำลังป่วยอยู่นะมึงไม่เห็นเหรอ”
“ฮึก...ฮึก...”
“โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับ หนูข้าวอยากเชื่อยังไงก็เชื่อไปเลยครับพี่โอเคทุกสถานะเลย”
“ไอ้เพื่อนบ้านี่มันต้องเ้าเล่ห์อะไรสักอย่างแน่ๆ”แสงเหนือบ่นอุ๊บอิ๊บอยู่ข้างหลัง รู้อย่างนี้เข้ามาพร้อมกับมันั้แ่แรกก็คงดี
“เมื่อกี้พี่หมอโกหกหนูใช่ไหมคะ”
“เอาไงไอ้แสง”
“เออๆ ถ้างั้นก็แล้วแต่มึงเลยเงียบก่อนนะครับ”
“เอาเป็ว่าตามเดิมแล้วกันนะครับ”กาวินสรุปอย่างหน้าด้านๆ แสงเหนือก็พอจะมองออกว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันน่าจะเ้าเล่ห์อะไรสักอย่างแต่ก็คงต้องปล่อยไป เพราะสิ่งที่แสงเหนือ้าก็คือให้เพื่อนพูดความจริงส่วนเธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นก็แล้วแต่เธอ เพราะเขาคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ส่วนไอ้เพื่อนของเขามันก็ดูอยากจะได้เธอมาซะเหลือเกิน
“จริงนะคะ พี่หมอจะไม่ทิ้งหนูแล้ว”
“เฮ้อ...เป็ซะแบบนี้” การกระทำของกาวินที่กำลังลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนทำให้แสงเหนือส่ายหน้าเบาๆแล้วแอบคิดในใจว่า...ความรักไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยการโกหกแต่ถ้ามันเป็ความสุข ก็เอาที่สบายใจเลย
“เพราะมึงคนเดียวเห็นไหม”ประโยคนี้กาวินหันมาพูดกับแสงเหนือด้วยการขยับปากแต่ไม่มีเสียง
@ 7 วันผ่านไป
“เป็ยังไงบ้างครับอาจารย์หมอ”เช้าวันนี้คุณหมอเฉพาะทางด้านสมองเข้ามาตรวจอาการของใบบัวอีกครั้ง
“วันนี้อาจารย์จะให้กลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้วนะเดี๋ยวอาจารย์จะจ่ายยาให้ไปทาน ระหว่างนี้ก็ให้เธอค่อยๆคิดค่อยๆนึกอีกไม่นานก็น่าจะจำขึ้นมาได้บ้าง”
“ขอบคุณอาจารย์หมอมากนะครับ”
“ถ้าอย่างนั้นอาจารย์ขอตัวก่อนหากมีปัญหาหรืออาการผิดปกติ ก็ไปปรึกษาอาจารย์ที่ห้องได้ตลอดเลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“ครับ ขอบคุณครับ”
่เย็น
ในขณะที่กาวินกำลังทำเื่พาหญิงสาวกลับไปพักรักษาตัวต่อที่บ้านซึ่งเขาเลือกที่จะให้ไปพักอยู่ที่คอนโดของเขา ซึ่งหลายวันมานี้กาวินกับหญิงสาวก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ใบบัวดูยิ้มแย้มแจ่มใสมากกว่าวันแรกๆ
“ไอ้หมอ...” เสียงแสงเหนือดังขึ้นมาจากทางด้านหลังกาวินหันไปหาด้วยสีหน้าเอือมๆ
“เจอไอ้นี่อีกและ...มีอะไร!” พักนี้กาวินรู้สึกเหม็นขี้หน้าไอ้เพื่อนคนนี้ซะจริง
“มึงจะลักพาตัวเธอเหรอ” แสงเหนือแซว เพราะการเข้าไปอยู่ของหญิงสาวกับไอ้เพื่อนจอมเ้าเล่ห์ของเขานั้นมันก็ไม่ได้แตกต่างจากการลักพาตัวเธอเลยสักนิด
“พูดให้ดีๆไอ้แสง กูต้องรับผิดชอบเธออยู่แล้วมั้ย”กาวินยังคงยืนยันคำเดิม ไม่ว่าใครที่ถาม เขาก็มักจะตอบแบบนี้เสมอ รับผิดชอบในฐานะที่เขาเป็คนขับรถชนเธอเพราะั้แ่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีญาติของเธอออกตามหาเลย ส่วนกาวินได้ไปแจ้งความกับตำรวจลงบันทึกประจำวันเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
“โอเคๆ มึงมันร้ายกาจมาก”
“กูไม่ทำอะไรเธอหรอกน่า...” กาวินตั้งใจเอาไว้แล้วว่าเขาจะไม่มีวันทำอะไรเธอถ้าหากเธอไม่ได้ยินยอม
“ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันสองต่อสองมึงจะอดใจไหวเหรอ”
“บอกว่าไม่ทำก็ไม่ทำสิน่า...พูดมากจัง”ลึกๆแล้วเื่แบบนี้มันก็ตอบยาก เอาเป็ว่า...เขาไม่มีเจตนาไม่ดีกับเธอก็แล้วกัน
“คุกนะมึง”
“ไอ้สัสแสง...”
“กูก็แค่เป็ห่วงมึง แล้วก็สงสารเธอ”กาวินรู้จักแสงเหนือมานาน มันก็มักจะเป็คนดีมากแบบนี้อยู่เสมอ สิ่งที่แสงเหนือพูดกาวินรู้ว่าเพื่อนหวังดี
“กูจะดูแลเธอเองขอบใจมึงมากที่เป็ห่วง” กาวินแค่อยากให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ อยู่ด้วยกัน เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบฉวยโอกาสในเื่แบบนั้น
“โอเค กูอยู่ข้างมึงเชิญตามสบายเลยเพื่อน” กาวินพอใจในคำตอบของเพื่อนมาก ยังไงซะแสงเหนือก็คือเพื่อนรักที่รู้จักกันมานานส่วนหญิงสาวคนนั้นก็คือคนที่เขาอยากได้ไปเป็ลูกสะใภ้ให้คุณแม่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนแค่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยความสามารถอันชาญฉลาดของเขานี่แหละ