“หยางฟาง เ้ามาช่วยข้าขนขนมพวกนี้เร็วเข้า” หนิงลี่ะโเรียกเซียวหยางฟางที่ยืนดูต้นทางอยู่
หลังออกจากร้านของเถ้าแก่เนี้ยจี หนิงลี่กับเซียวหยางฟางก็เดินไปหาที่ลับตาเพื่อที่หนิงลี่จะได้เข้าไปซื้อของในมิติออกมาขาย คราวนี้หนิงลี่เดินไปโซนขนมขายส่ง นางตรงเข้าไปร้านขายขนมปังปี๊บทันที ที่ร้านขายส่งขนมปังปี๊บนี้มีทั้งแบบขายยกปี๊บและแบบที่แพ็คใส่ถุงเรียบร้อยแล้ว เป็ขนาดสำหรับขายให้เด็กนักเรียนถุงละห้าบาท
หนิงลี่เลือกขนมออกมาก่อนแค่ห้าอย่างคือถั่วกรอบแก้วเคลือบโกโก้ ทอฟฟี่กะทิ ขนมปังไส้สับปะรด ขนมขาไก่ห้ารส และเวเฟอร์สติ๊กม้าลายรสช็อกโกแลต หากในอนาคตการค้าขายเป็ไปได้ดี นางค่อยเลือกขนมอย่างอื่นออกมาขายอีก หนิงลี่เลือกซื้อขนมทั้งหมดเป็แบบแพ็คถุงไว้แล้วออกมาอย่างละห้าสิบถุง ขนมพวกนี้เป็ขนมอบแห้งสามารถเก็บไว้ได้นาน และง่ายต่อการเก็บรักษา อีกทั้งขนมห่อใสๆ ทำให้มองเห็นขนมด้านในแลดูน่ากินมาก เหมาะที่จะนำไปเสนอขายที่ร้านขายอาหารทานเล่นมากที่สุด
“เ้าซื้ออะไรออกมามากมายอย่างนี้ล่ะ รายได้ของวันนี้มีมากจนจะทับเ้าตายได้แล้ว” เซียวหยางฟางรีบเข้าไปช่วยหนิงลี่หิ้วกระสอบบรรจุขนมออกมาอย่างขำๆ
“ให้มันทับข้าให้ตายไปเลย ข้ายินดีอย่างยิ่ง มีเงินเยอะดีกว่าไม่มีเป็ไหนๆ เ้ามาดูสินอกจากขนมพวกนี้แล้ว ข้ายังซื้อผลไม้อบแห้งออกมาขายด้วยนะ ทั้งกีวีอบแห้ง สับปะรดอบแห้ง ลำไยอบแห้ง แอปเปิ้ลอบแห้ง แล้วก็องุ่นอบแห้ง ข้าเอาออกมาอย่างละสี่ชั่ง[1] อืม...รวมแล้วข้าซื้อของไปทั้งหมดห้าตำลึง” หนิงลี่พูดยิ้มๆ “เ้าคอยดูว่าคราวนี้เราจะทำกำไรได้มากเท่าไหร่ ถ้าวันนี้เราขายของได้กำไรมาก ข้าจะให้เ้าพาข้าไปซื้อวัวเทียมเกวียน ต่อไปเราจะได้ขนสินค้าพวกนี้มาจากที่บ้านเลย จะได้ไม่ต้องมาหาที่หลบอย่างวันนี้ เกิดอยู่ดีๆ บังเอิญมีคนเดินผ่านมาเห็นเข้า ข้าไม่ไว้ใจ” หนิงลี่พูดไป แต่มือก็ยังหยิบของจากมิติออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้หยุด
“ข้าไม่ปล่อยให้ใครมาทำร้ายเ้าได้หรอก เ้าวางใจเถอะ” เซียวหยางฟางดีดหน้าผากหนิงลี่เบาๆ “ไปเถอะ เราไปขายของแล้วจะได้รีบกลับบ้าน ป่านนี้ท่านแม่ยายกับน้องๆ ของเ้าคงเป็ห่วงแย่แล้ว”
“ข้าพูดจริงๆ นะ ข้าอยากได้เกวียนวัว ข้าี้เีเดินแล้ว ข้าเหนื่อยมาก ขาแข้งข้าปวดไปหมดแล้ว เ้าไม่สงสารข้าเลยหรือ” หนิงลี่พยายามทำหน้าให้น่าสงสารสุดชีวิต
“ไปเถอะ ถ้าขายได้เงินมาแล้ว เ้าอยากซื้ออะไรข้าจะไม่ห้ามเ้าแม้แต่คำเดียว แต่ถ้าเ้ายังทำหน้าตาน่ารักอยู่อย่างนี้ ระวังข้าจะทำอย่างอื่นแทน แถวนี้ยิ่งไม่มีคนเดินผ่านมาอยู่ด้วย” เซียวหยางฟางก้มไปกระซิบที่ข้างหูหนิงลี่
“เ้า!” หนิงลี่หน้าแดงขึ้นอย่างเขินอาย ก่อนที่นางจะรีบหิ้วถุงขนมเดินเข้าตลาดไป ปล่อยให้เซียวหยางฟางส่ายหน้าแล้วยิ้มน้อยๆ ไปกับท่าทางสุดแสนน่ารักของภรรยา
“ขนมของเ้าอร่อยทุกอย่างจริงๆ ทั้งถุงใส่ขนมของเ้ายังดูดีและสวยงามน่ากินมาก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ขนมทั้งหมดสองร้อยห้าสิบห่อ ข้าให้ราคาที่ห่อละสามสิบอีแปะ ทั้งหมดก็...” เถ้าแก่หวังเริ่มดีดลูกคิด
“เจ็ดตำลึงกับห้าร้อยอีแปะ” หนิงลี่ตอบก่อนที่เถ้าแก่หวังจะดีดลูกคิดเสร็จเสียอีก
“โอ...เ้าช่างคิดเลขได้เร็วนัก” เถ้าแก่หวังเดินเข้าร้านไปหยิบเงินมาให้หนิงลี่ พร้อมกับพูดอย่างใจร้อน “หากเ้ามีขนมชนิดอื่นอีกก็เอามาขายให้ร้านข้าได้ ขนมแปลกใหม่และอร่อยอย่างนี้ขายได้ไม่ยากหรอกข้ารับรอง ว่าแต่ครั้งหน้าเ้าจะมาส่งขนมให้ข้าได้เมื่อไหร่หรือ”
“อีกห้าวันข้างหน้าข้าจะแวะมาดูก็แล้วกันเ้าค่ะว่าท่านขายขนมหมดไปเท่าไหร่แล้ว และเพื่อเป็การไม่เอาเปรียบเถ้าแก่หวัง หากขนมพวกนี้เกินหนึ่งเดือนแล้วยังขายไม่หมด ข้าจะเก็บขนมเก่ากลับคืนไป และจะนำขนมใหม่มาทดแทนของเก่าให้ทั้งหมดเ้าค่ะ” หนิงลี่เสนออย่างใจกว้าง
“ไม่มีทาง ร้านขายขนมของข้าเป็ร้านที่ใหญ่และขายดีที่สุดในตำบล นอกจากที่ตำบลชิงสีของเราแล้ว ข้ายังมีร้านสาขาที่ตัวอำเภออีก ขนมที่เ้าเอามาให้ข้าวันนี้ใช้เวลาไม่กี่วันก็ขายหมดแล้ว มันไม่พอให้ข้าส่งไปขายที่สาขาในอำเภอด้วยซ้ำ แต่หากเ้าไม่สบายใจ ข้าจะรับข้อเสนอของเ้าไว้ก็แล้วกัน หากขนมห่อใดยังขายไม่ออกภายในหนึ่งเดือน ข้าจะให้เ้านำสินค้าใหม่มาเปลี่ยนให้” เถ้าแก่หวังตอบกลับ และมองหนิงลี่อย่างถูกใจสำหรับความใจกว้างและกล้าใดกล้าเสียของนาง ขนมที่แปลกใหม่และบรรจุใส่ถุงอย่างสวยงามเช่นนี้คงมีต้นทุนสูงอยู่ไม่น้อย แต่หนิงลี่กลับบอกกับเขาว่าสามารถเปลี่ยนของใหม่มาให้โดยไม่คิดเงิน คนใจกว้างอย่างนี้เถ้าแก่หวังยินดีจะทำการค้าในระยะยาวด้วยเป็อย่างยิ่ง
บอกลาเถ้าแก่หวังเสร็จ หนิงลี่กับเซียวหยางฟางก็เดินไปร้านขายผลไม้อบแห้งของเถ้าแก่หลี่ต่อทันที อันที่จริงหนิงลี่สามารถขายผลไม้อบแห้งให้เถ้าแก่หวังก็ได้ แต่นางไม่อยากผูกติดการค้ากับคู่ค้าแค่คนเดียว นางอยากสร้างเครือข่ายการค้ากับคู่ค้าคนอื่นด้วย
“ผลไม้อบแห้งพวกนี้ข้ายังไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อนเลย ส่วนใหญ่ร้านของข้าจะขายลูกพลับหรือไม่ก็พวกบ๊วยเค็มเท่านั้น” เถ้าแก่หลี่ชิมผลไม้อบแห้งอย่างพอใจ “อืม...รสชาติก็ดีมากด้วย พวกเ้าตั้งราคาขายไว้ที่เท่าใด ข้าขอบอกไว้ก่อนนะว่าอย่าคิดที่จะโก่งราคา หากพวกเ้าตั้งราคาไว้สูงเกินไป ลูกค้าที่จะมาซื้อก็จะน้อยลงตามไปด้วย แต่เ้าอย่าเพิ่งคิดว่าข้าอยากจะเอาเปรียบและกดราคาจากพวกเ้าเลยนะ ราคาสินค้าที่ร้านของข้าตั้งไว้ไม่สูงมากนัก เพราะข้าอยากให้คนทุกฐานะได้ซื้อสินค้าในราคาที่เหมาะสม”
“ผลไม้อบแห้งพวกนี้ข้าตั้งราคาไว้ไม่แพงหรอกเ้าค่ะ แค่ชั่งละหนึ่งตำลึงเท่านั้นเอง ข้าเอามาอย่างละสี่ชั่ง ทั้งหมดคิดเป็ยี่สิบตำลึงพอดีเ้าค่ะ” หนิงลี่แนะนำเถ้าแก่หลี่ต่อ “ผลไม้อบแห้งพวกนี้หากเถ้าแก่หลี่จัดใส่โหลแก้วใบใหญ่ตั้งไว้หน้าร้านจะทำให้ลูกค้ามองเห็นและของยังดูน่ากินมากกว่าที่ท่านจะวางใส่กล่องไม้ไว้ในร้านอีกนะเ้าคะ”
“โหลแก้วใบใหญ่หรือ อืม...แต่ของพวกนี้ต้องสั่งซื้อมาจากเมืองหลวง และราคามันค่อนข้างแพง ขนาดที่ใส่ผลไม้อบแห้งได้สองชั่งก็มีราคาใบละสิบตำลึงเข้าไปแล้ว” เถ้าแก่หลี่ทำท่าคิดหนัก
“ข้าสามารถหาโหลแก้วใบใหญ่มาให้เถ้าแก่ได้เ้าค่ะ”
“เ้าสามารถหาโหลแก้วมาให้ข้าได้อย่างนั้นหรือ” เถ้าแก่หลี่ถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะเครื่องแก้วในยุคนี้มีราคาค่อนข้างสูง ทั้งยังเป็ของหายาก แม้แต่ตัวเขายังไม่มั่นใจเลยว่าจะสั่งซื้อมาแล้ว แต่แม่นางน้อยนางนี้กลับกล้ารับปากว่าจะหาซื้อมาได้อย่างไม่กังวล เขาจะเชื่อนางดีหรือไม่
หนิงลี่เหมือนจะมองความคิดของเถ้าแก่หลี่ออก นางก็เลยชิงพูดขึ้นมาก่อน “ข้าเคยขายผลไม้อบแห้งพวกนี้ให้กับเถ้าแก่ใหญ่บางคนในเมืองหลวง ตอนนั้นตกลงกันไว้ว่าข้าจะทำผลไม้เชื่อมและผลไม้ดองส่งขายให้เขาด้วย เขาก็เลยส่งโหลแก้วใบใหญ่ขนาดสี่ชั่งมาให้ข้าไว้ใส่ผลไม้ดอง แต่น่าเสียดายที่เถ้าแก่ท่านนั้นเสียชีวิตไปแล้ว และลูกหลานของเขาก็ไม่ได้ทำการค้ากับข้าต่อ ดังนั้นข้าก็เลยไม่จำเป็ต้องใช้โหลแก้วพวกนั้นอีก แต่จะเก็บเอาไว้มันก็น่าเสียดาย ในเมื่อข้า้าทำการค้ากับเถ้าแก่หลี่ไปอีกนาน ข้าก็เลยจะขายโหลแก้วใบใหญ่พร้อมฝาปิดทั้งสิบใบให้กับเถ้าแก่หลี่ ข้าคิดเงินแค่ใบละสิบตำลึงเท่านั้นเ้าค่ะ”
“ใบละสิบตำลึง!” เถ้าแก่หลี่ถามอย่างใ
“แพงไปหรือเ้าคะ”
“มันจะแพงได้อย่างไร ข้าบอกกับเ้าไปก่อนหน้านี้แล้วว่าโหลแก้วใบขนาดสองชั่งยังมีราคาถึงใบละสิบตำลึง แต่ขวดโหลของเ้ามีขนาดใหญ่กว่าอีกเป็เท่าตัว เ้ายังคิดเงินแค่สิบตำลึง แม่นางน้อย ข้าก็เป็คนค้าคนขาย ข้าไม่อยากเอาเปรียบเ้า เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าขอซื้อขวดโหลทั้งหมดสิบใบจากเ้าในราคาใบละสิบห้าตำลึง เ้าพอใจกับราคานี้หรือไม่”
“ขอบคุณเถ้าแก่หลี่มากเ้าค่ะ พอดีวันนี้ข้าขนโหลแก้วพวกนั้นเข้าเมืองมาด้วย ตอนนี้มันอยู่บนเกวียนวัวที่ข้าฝากไว้ที่โรงพักม้าที่หน้าประตูเมือง ข้าจะรีบไปขนมาให้ท่านตอนนี้เลย”
“ข้าไม่กลัวว่าเ้าจะโกงเงินข้าหรอกนะ เอ๊า...นี่เงินค่าผลไม้อบแห้งกับค่าขวดโหล ทั้งหมดหนึ่งร้อยเจ็ดสิบตำลึง” เถ้าแก่หลี่ส่งเงินให้หนิงลี่อย่างพอใจ แม่นางน้อยคนนี้ช่างเป็คู่ค้าที่น่าสนใจจริงๆ
________________
[1] 1 ชั่งเท่ากับ 500 กรัม