ใบหน้าที่ดูนิ่งเฉยค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“กำไลหยกนี่เ้าเป็คนเลือกให้ข้าด้วยตัวเองเช่นนั้นหรือ”
นางยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้กับเล่าฮูหยิน
เล่าฮูหยินยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหยิบกำไลหยกนั่นมาสวมใส่
“ท่านแม่ท่านชอบหรือไม่เ้าค่ะ กำไลหยกนี่พออยู่บนข้อมือของท่านแล้วดูงดงามขลับผิวพรรณของท่านแม่ให้ดูเปล่งปลั่งและอ่อนเยาว์ยิ่งนัก”เหวินเฟิงเหอใช้วิชาแม่ค้าออนไลน์พูดโน้มน้าวจิตใจเล่าฮูหยิน
เล่าฮูหยินเมื่อได้ฟังคำหวานของเหวินเฟิงเหอก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“เฟิงเหอครั้นเ้าฟื้นมาครั้งนี้คำพูดคำจาของเ้าช่างฉอเลาะยิ่งนัก จริงอย่างที่เ้าว่า กำไลหยกนี่พออยู่ที่ข้อมือของข้าแล้วดูงดงามยิ่งนักจริงหรือไม่หยางเหมย”เล่าฮูหยินเอ่ยเยินยอตนเอง
หลี่หยางเหมยที่ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักแต่ต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ภายในจิตใจก่อนจะแสร้งยิ้มออกมา
“เ้าค่ะเล่าฮูหยิน ฮูหยินเหวินช่างตาถึงยิ่งนักเ้าค่ะ”
เล่าฮุหยินยิ้มด้วยความพอใจ
“เอาล่ะๆจ้วนสือ เฟิงเหอพวกเ้ามากันเหนื่อยเข้าไปข้างในกันเถอะข้าให้สาวใช้เตรียมอาหารเย็นไว้รอพวกเ้าแล้ว”
ทั้งสองพยักหน้าให้กับเล่าฮูหยินก่อนจะเดินตามนางเข้าไปในบ้าน
ครั้นพวกเขามาถึงที่โต๊ะอาหารเหวินเฟิงเหอก็เอาใจสามีด้วยการคีบอาหารให้กับเขา
“ท่านพี่ท่านทานเยอะๆนะเ้าค่ะ วันนี้พาข้าไปเที่ยวเล่นมาทั้งวัน”
“ขอบใจเ้ามากเฟิงเหอ”เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้นางอย่างอบอุ่น
เล่าฮูหยินมองดูทั้งสองก่อนจะวางตะเกียบลงพร้อมกับเอาผ้ามาเช็ดปากเรียวบางของนางอย่างเบามือ
“เฟิงเหอ เ้ากับจ้วนสือเ้าทั้งสองก็แต่งงานเป็สามี ภรรยากันมานานหลายปีแล้วเมื่อไหร่กันข้าจะมีหลานชาย หญิงมาวิ่งเล่นให้คลายเหงาเสียที”
เหวินเฟิงเหอหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายเพราะนางเป็หญิงสาวโสดและบริสุทธิ์มากในยุคปัจจุบันจึงรู้สึกระคายหูไม่คุ้นชินกับคำถามเช่นนี้
คหบดีเหวินมองดูท่าทางเขินอายของเหวินเฟิงเหอก่อนจะหันไปสบตาเล่าฮูหยิน
“ท่านแม่ เื่นั้นข้าว่าปล่อยให้เป็ไปตามฟ้าลิขิตเถอะข้ากับเฟิงเหอก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร”
ปรั๊ก...เสียงฝ่ามือทุบลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความโกรธ
ทั้งสองสะดุ้งตัวโหยงด้วยความใ
“เ้าบอกไม่รีบร้อนเช่นนั้นหรือจ้วนสือ เ้าทั้งสองแต่งงานกันมานานนับปีแต่ยังไม่มีทายาทให้กับตระกูล ข้าละอายคนจะแย่ไปไหนต่อไหนก็มีแต่คนมาถามถึงว่าเมื่อไหร่ข้าจะได้อุ้มหลานเสียที เอ๊ะหรือเป็เพราะเ้าเฟิงเหอที่ไม่สามารถมีหลานให้กับข้าได้”
เหวินเฟิงเหอรีบวางตะเกียบลงในทันทีก่อนจะหันไปมองหน้าของคหบดีเหวินผู้เป็สามี
“ท่านแม่เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้นเล่าเื่เช่นนี้จะไปโทษเฟิงเหอได้เช่นไรกัน”
“หึ จะไม่ให้ข้าโทษนางแล้วจะให้โทษใครนางเป็ภรรยามีหน้าที่อุ้มท้องให้สามีแต่นี่ตั้งนานหลายปีข้ายังไม่เห็นวี่แววว่านางจะท้องเสียที หึหากเป็เช่นนี้ข้าว่าเ้าควรจะหาฮูหยินเพิ่มเสียจะดีกว่า”เล่าฮูหยินพูดขึ้นพร้อมกับปรายหางตาตำหนิเหวินเฟิงเหอ
เหวินเฟิงเหอที่รู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของเล่าฮูหยินเป็อย่างมาก นางแสยะยิ้มออกมาเบาๆ
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าท่านอยากอุ้มหลาน เอาละต่อไปข้าจะตั้งใจทำหลานให้กับท่านแม่เองดีหรือไม่”นางแสร้งพูดเย้าแหย่าเล่าฮูหยินผู้เป็แม่สามี ก่อนที่มือเรียวเล็กจะเอื้อมไปกอดที่แขนของคหบดีเหวินพร้อมกับสายตาที่ยั่วยวน
“ท่านพี่ถ้าเช่นนั้นเรารีบกลับห้องกันเถอะข้าอยากรีบไปทำลูกกับท่านเสียแล้ว”นางพูดขึ้นราวกับ้ายั่วโมโหเล่าฮูหยิน
“เฟิงเหอเ้าพูดอะไรของเ้า”คหบอดีเหวินรู้สึกเขินจนหน้าแดงออกมา
“ไปเถอะน่าท่านพี่”นางรีบฉุดคนร่างใหญ่ให้ลุกตามนางไปในทันที
เล่าฮูหยินรู้สึกหงุดหงิดให้กับท่านทางยั่วโมโหของเหวินเฟิงเหอเป็อย่างมาก
เมื่อเหวินเฟิงเหอและคหบดีเหวินเข้ามาในห้อง
แกร๊ก..เสียงกอนประตูก็ถูกลงกอนล็อกไว้ในทันที
เหวินเฟิงเหอหันไปมองยังประด้วยความใ
“เอ๊ะ ท่านพี่ท่านล็อกประตูทำไมกัน”เหวินเฟิงเหอพูดขึ้นด้วยใบที่ดูตื่นตะหนก
“เหตุใดเ้าจึงต้องทำหน้าใเช่นนั้นกันก็เ้าชวนข้ามาทำลูกไม่ใช่หรอกหรือ”เขาพูดขึ้นพรางยิ้มให้กับนาง