สัปดาห์หน้าจะสอบไฟนอลแล้วทำให้ธามิณีต้องใช้สมาธิเพื่ออ่านหนังสือหลังกลับมาจากทำงานพิเศษ วันนี้ก็เช่นกันหญิงสาวอ่านแล้วคิดตามพร้อมกับจดใส่สมุดเล่มเล็กเพื่อให้ง่ายในการทบทวนเนื้อหาจนกระทั่งผล็อยหลับไปในตอน 5 ทุ่มกว่าๆ แต่ว่ามือยังจับปากกาหนังสือยังกางอยู่ข้างตัว ทุกอย่างควรดำเนินไปตามปกติ หากเธอไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกแทนที่จะเป็รุ่งสางอย่างหลายวันที่ผ่านมา
ธามิณีลืมตามองไปรอบตัวที่โล่งและกว้างมีแสงสว่าง แม้จะไม่มากนักทว่ามันแปลกจนไม่น่าจะเป็จริงไปได้เพราะรอบตัวของเธอมีหิมะเต็มไปหมดจนเธอต้องกอดตัวเองไว้เพราะอากาศที่เย็นะเื
“ที่ไหนเนี่ยหนาวชะมัด”
เสื้อยืดที่คอย้วยเพราะใช้มานานกับกางเกงขาสั้นแค่เข่าไม่สามารถช่วยปกป้องธามิณีจากความหนาวเย็นได้มากนักหญิงสาวลุกขึ้นยังคิดว่ามันไม่ใช่ความจริงการเกิดเื่ประหลาดในชีวิตของเธอไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ใได้อีกแล้วแต่มันแปลกตรงที่เธอมีชีวิตปกติมาตลอด แล้วทำไมถึงเกิดเื่ประหลาดได้อีก
“ฝันเหรอ”
แต่ในความฝันทำไมถึงรู้สึกหนาวมากและทุกก้าวที่ธามิณีเดินก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มยวบทว่าเย็นเฉียบได้ฝ่าเท้าเปล่าเปลือยได้เธอมองพื้นซึ่งปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนด้วยความไม่แน่ใจนักว่ามันคือที่ไหนแล้วเธอมาที่นี่ได้อย่างไร อีกทั้งใครบางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นโดยเอาหลังพิงกับต้นสนสูงมาก นั่นใช่ ‘เขา’หรือเปล่านะ
หญิงสาวไม่รอช้าเดินแกมวิ่งไปหาหากไม่ใช่ ‘เขา’ คนนั้นอย่างน้อยก็อาจตอบเธอได้ว่าตรงมันคือส่วนไหนของโลกหรือว่ามันเป็แค่ความฝันของเธอจริงๆพอเข้าไปจนใกล้ธามิณีจึงแน่ใจว่าเป็ ‘เขา’ นั่นเอง
“คุณ...ทำไมถึง”
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”ศนิเอ่ยแทรกด้วยความฉงนว่าเหตุใดธามิณีถึงมาอยู่ที่นี่ได้เธอไม่ควรมาและเป็ไปไม่ได้ที่จะรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ทำไมถึงเป็ไปได้
“ธามก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ไม่รู้ว่ามาได้ยังไง ไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหนแล้วทำไมคุณถึงาเ็” แม้ว่าแสงสว่างจะมีไม่มากนัก แต่เืสีแดงก็เด่นชัดบนหิมะ
“อยู่นิ่งๆอย่าเพิ่งขยับ” ศนิเอ่ย
ธามิณีไม่เข้าใจว่าชายคนนี้บอกให้เธออยู่นิ่งๆทำไม จนกระทั่งเขาลุกขึ้นยืนแล้ววาดแขนทั้งสองข้างของเขาโอบรอบตัวของเธอไว้หลวมๆยังไม่ทันที่เธอจะถามว่าเขาทำแบบนี้ทำไมความรู้สึกราวกับะโเข้าไปนั่งในรถรางโรลเลอร์โคสเตอร์ก็ทำให้เธอหลับตาลงทันทีเธอรับรู้ได้ว่าร่างกายกำลังผ่านแรงต้านบางอย่างที่ทำให้เหมือนร่างกายอาจขาดออกจากกันวินาทีต่อมาเธอรู้สึกว่าร่างกายโงนเงนมึนงงและหายใจหอบๆ ศนิคลายอ้อมกอดแล้วยืนนิ่ง
ธามิณีหายใจแรงรู้สึกเหนื่อยพลางมองไปรอบตัวจึงได้รู้ว่ากำลังยืนอยู่ในห้องที่อบอุ่นไม่ใช่กลางหิมะ เพียงไม่กี่วินาทีเขาพาเธอมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นในวินาทีก่อนเธออยู่กลางหิมะ แต่เพียงพริบตาเดียวเธอกลับมาอยู่ให้องที่เปิดไฟสว่างมีโซฟา ดวงไฟ เตาผิงและเตียง
เตียง...งั้นหรือ?
“อย่าเพิ่งคิดไปก่อนฉันพักอยู่ที่นี่” แม้ศนิจะไม่รู้ว่าธามิณีกำลังคิดอะไรแต่สายตาของเธอที่มองเตียงก่อนจะมองเขาอย่างกับพวกโรคจิตทำให้เขาเดาได้ทันทีว่าจินตนาการของธามิณีไปไกลถึงไหนแล้ว
ธามิณีพยักหน้าพลางถอนใจโล่งอกค่อยยังชั่ว แต่ทำไมเธอถึงทำแบบนั้นได้ ไม่สิ เขาต่างหากที่ทำได้
“ฉันปล่อยเธอแล้วทำไมเธอยังกอดฉันอยู่อีก”
ธามิณีมองแขนทั้งสองข้างที่กอดเขาไว้แน่นหญิงสาวรีบคลายอ้อมกอดที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าไปกอดเขาตอนไหนความใและกลัวทำให้มนุษย์ทำบางอย่างได้โดยที่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเองแต่เธอคงไม่พูดออกไปแบบนั้นหรอก
“ธามกลัวคุณล้มไม่ได้อยากกอดคุณไว้นักหรอกค่ะ” ธามิณีเม้มปากเพราะกำลังประหม่า“ธามช่วยประคองคุณไปที่โซฟาแล้วกันนะคะ”
ศนิมองออกว่าเวลาไหนมนุษย์พูดความจริงและเวลาไหนที่โกหก แต่หลายครั้งที่เขาไม่พูดอะไรให้อีกฝ่ายประหม่ามากไปกว่าเดิมชายหนุ่มยอมเดินไปตามแรงอันน้อยนิดของธามิณี แล้วยอมนั่งลงง่ายๆ ที่โซฟาส่วนหญิงสาวนั่งลงกับพื้นพรม
“เธอมองฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง”ศนิถามเมื่อรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่ธามิณีมองมาตาแป๋วแบบนั้น
“ประหลาดใจที่เห็นเืของคุณน่ะสิคะคุณมีเื ตัวก็อุ่น แต่มีอะไรหลายอย่างที่มนุษย์ทำไม่ได้ คุณไม่ใช่ผีไม่ใช่มนุษย์ แล้วคุณเป็อะไร” ธามิณีไม่กลัวเขาแต่กลับรู้สึกว่าปลอดภัยเวลาอยู่ใกล้ๆไม่ว่าอย่างไรก็ตามเธอต้องรู้เสียก่อนว่าเขาเป็ใครกันแน่
เรียวปากหนาคลี่ออกคล้ายยิ้ม“ในเวลาแบบนี้เธอควรหาอะไรมาห้ามเืให้ฉันรึเปล่า ไม่ใช่สงสัย”
“จริงด้วยคุณมีพวกกล่องปฐมพยาบาลไหมคะ” ธามิณียิ้มเพิ่งรู้ตัวว่าลืมไปจริงๆเธอไม่ได้พบเขามานาน ไม่นึกว่าหลังจาก 3 ปีกว่าผ่านไป เธอกลับได้พบเขาในสภาพกำลังาเ็
“น่าจะมีอยู่ในห้องน้ำกระมัง”
ธามิณีเดินเข้าไปในห้องน้ำเพียงครู่เดียวก็เดินออกมาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลและผ้าขนหนูผืนเล็ก เธอเพิ่งสังเกตว่าเขาหน้าซีดอาจเพราะเสียเืไปมาก
“มีจริงๆด้วยค่ะ ถ้างั้นธามจะทำแผลให้คุณนะคะ”
ภายในกล่องปฐมพยาบาลมีสำลีแอลกอฮอล์ และผ้าก๊อซ และยาสามัญประจำบ้านกระมังเพราะธามิณีพยายามจะอ่านแต่ก็อ่านไม่ออกเพราะไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ตอนนี้เธอมาอยู่ที่ไหน ไม่สิ ประเทศอะไรต่างหาก
ธามิณีมองศนิพลางชี้ไปที่เสื้อเชิ้ตสีดำของเขาซึ่งต้องถอดออกก่อนเธอถึงจะทำแผลตรงไหล่ให้เขาได้ ศนิยอมถอดเสื้อออกแม้ว่าเขาจะสามารถใช้พลังรักษาตัวเองได้แต่ในวันที่พลังของเขาถูกลดทอนไปจนเหลือเพียงส่วนเดียว การถนอมพลังไว้ย่อมดีกว่าเขาไม่ควรประมาท ศัตรูที่ซุ่มทำร้ายอาจลงมือซ้ำอีก เขาไม่มีวันตายแต่ธามิณีอาจตายได้ แม้ว่าเขาจะอยากได้ผลึกกาลอีกครึ่งกลับคืนมาแต่ว่าต้องเป็ไปตามอายุขัยของเธอ
ธามิณีหลับตาก่อนจะถอนใจแล้วลืมตามองแผล เธอไม่ชอบเห็นเื อาจเพราะการเสียพ่อแม่ไปในคืนนั้นทำให้เธอเกลียดการที่ต้องเห็นเืแต่สำหรับเขา เธออยากตอบแทนที่หลายๆ ครั้ง เขาช่วยชีวิตเธอไว้หลายต่อหลายครั้งมือบางหยิบสำลีมาซับเืออกก่อนจะล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยแอลกอฮอล์จากลักษณะของาแเหมือนเขาถูกธนูยิงใส่ ทำไมเขาไม่ใช้พลังทำให้สิ่งนั้นที่จะทำร้ายเขาได้หยุดลงหรือเผามันให้เป็จุณอย่างที่เธอเคยเห็นในหนังด้วยพลังที่เขามีสิ่งพวกนี้คงไม่ใช่เื่เหนือจินตนาการอยู่แล้ว
“ใครทำให้คุณาเ็หรือคะแปลกจัง คุณดูไม่ใช่คนที่จะถูกใครมาทำร้ายได้ง่ายๆ เลย” หญิงสาวชวนคุย การถูกจ้องมองมาแบบนี้แม้เขาจะสนใจแผลของตัวเอง แต่เธอก็เหมือนถูกจ้องไปด้วย
“เพราะครึ่งหนึ่งในตัวฉันเป็มนุษย์เหมือนเธอย่อมมีวันที่ถูกทำร้ายได้ แต่ไม่บ่อยนักหรอก”
คิ้วของธามิณีขมวดมุ่นศนิขยับกอดอก ทำให้เธอต้องขยับตามเพราะกำลังพันแผลให้เขา เธอหันหน้ามามองเขาคล้ายถามว่าแกล้งกันหรือแต่กลับไม่พูดอะไร เธอพันแผลไปเงียบๆ จนเสร็จ ก่อนจะมองไปส่วนอื่นๆในร่างกายของเขาที่พอจะเห็นได้พอเห็นว่าไม่มีแผลอะไรอีกจึงเก็บของรวมใส่ถุงแล้วทิ้งลงถังขยะแล้วนำกล่องปฐมพยาบาลไปเก็บที่เดิม
ศนิเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าของเขาเพื่อหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับสวมใส่ในคืนนี้ปกติแล้วเขาไม่จำเป็ต้องเลือก แค่คิดว่าจะใส่เสื้อผ้าชุดไหนเสื้อผ้าชุดนั้นจะมาอยู่ที่ร่างของเขาอย่างง่ายดาย เทพกึ่งมนุษย์เดินไปยังห้องน้ำที่ธามิณีเพิ่งออกมาเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าแทนการใช้พลังสำหรับเื่ง่ายๆ แบบนี้
ธามิณีมองหาที่นั่งให้ตัวเองในระหว่างที่รอชายผู้นั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าเพียงครู่เดียวเขาก็เดินกลับมาโดยใส่เสื้อยืดแขนยาวสีดำกับกางเกงตัวยาวสีเดียวกันเธอมองแล้วเม้มปากกลั้นยิ้มเมื่อคิดว่าเขาคงชอบสีดำเป็ชีวิตจิตใจ
ว่าแต่คืนนี้เธอต้องอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือถ้าเธออยากกลับไปที่หอพักต้องทำอย่างไรเธอมาที่นี่โดยมีเพียงชุดที่ใส่กับเท้าเปล่าๆ เท่านั้นเองแถมไม่มีเงินติดตัวสักบาท ว่าแต่ที่นี่มันคือที่ไหน ทำไมเต็มไปด้วยหิมะไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เธอถูกดึงมาอยู่ที่ไหนกันเนี่ย
ศนิมองด้วยความสนใจว่าธามิณีจะทำอะไร ในห้องนี้เป็ห้องกว้างๆมีเคาน์เตอร์สำหรับทำอาหารที่เขาไม่เคยสนใจนัก โซฟาตัวยาว ระเบียงและเตียงนอนธามิณีมองมาที่โซฟาอีกฝั่งแล้วนั่งตรงนั้นแม้ใจจริงอยากจะไปที่เตียงแทรกตัวเข้าไปในผ้าห่ม ตอนนี้เลยต้องมานั่งกอดตัวเอง
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”ศนิถามสิ่งที่เขาสงสัยเป็อันดับแรก ธามิณีไม่รู้วิธีใช้ผลึกกาลแต่เธอกลับมาอยู่ที่นี่ โดยที่เขาไม่ได้เป็ฝ่ายเรียกผลึกกาล
“ธามไม่รู้ค่ะจำได้ว่าหลับไปบนเตียงในห้อง แต่เพราะมันหนาวมาก ธามเลยตื่นแต่กลับเห็นคุณาเ็” ธามิณีก็สงสัยเหมือนกันทั้งที่คิดว่าเขาคงรู้เหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้น แต่กลายเป็ว่าเขาก็ไม่รู้เื่แปลกประหลาดในชีวิตของเธอไม่ได้มีต้นเหตุมาจากเขาหรอกหรือ
“หนาวใช่ไหม”ศนิถาม
“ค่ะหนาวมาก ธามคิดว่ามันต้องหนาวเพราะข้างนอกมีหิมะ”ธามิณีมองไปที่หน้าต่างที่หิมะกำลังโปรยปราย “แต่ในนี้ก็มีฮีตเตอร์แต่ทำไมธามยังหนาวเหมือนตัวจะแข็งให้ได้เลย คุณไม่หนาวบ้างหรือคะ”
“แย่แล้ว!”
ผลึกกาลทำให้ศนิมาหาธามได้และทำให้ธามไปหาศนิได้เหมือนกันขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี