ในคืนที่เงียบงันรอยหลับตานอนหายใจอย่างแ่เบาอยู่ที่ห้องผู้ป่วยที่คุ้นเคย และคืนนี้ก็เป็คืนที่ถูกกำหนดไว้ให้รอยกลับเข้าไปในโลกแห่งฝันร้ายอีกครั้ง
ภายในความฝันที่มืดมิดประตูสีแดงปรากฏอยู่ตรงหน้าของรอยอีกครั้งพร้อมกับประตูทางเข้าแท่นบูชาแห่งฝันร้ายที่ถูกเปิดขึ้นมาเมื่อรอยเดินเข้ามาใกล้
แท่นบูชายังคงมีสภาพเหมือนเดิมแต่สภาพแวดล้อมภายนอกดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปไม่ใช่อยู่ภายในถ้ำที่มืดมิดเหมือนอย่างครั้งแรกที่เข้ามา ครั้งนี้มันกลายเป็พื้นที่โล่งมองเห็นท้องฟ้ากับพระอาทิตย์ได้อย่างแจ่มชัด ตรงหน้ามีหนองน้ำขนาดใหญ่พร้อมกับพืชพรรณนานาชนิดเติบโตอยู่รอบ ๆ ซึ่งถ้ามองทิวทัศน์จากมุมนี้เหมาะแก่การมาตั้งแคมป์ปิ้งเป็อย่างมาก
“ที่นี่มันที่ไหนกันล่ะเนี่ย?” ในระหว่างที่รอยกำลังสงสัยก็ปรากฏข้อความภารกิจเด้งขึ้นมา
ภารกิจที่ 2 ทดสอบความเร็วของผู้เริ่มต้นแห่งฝันร้าย
ความยากระดับ 0 ดาว (ผู้เริ่มต้น)
สถานที่ หนองน้ำชนเผ่านากา
ประเภทภารกิจ รวบรวมวัตถุดิบ (ดอกบัวแสงจันทร์)
ระยะเวลาของภารกิจ ไม่มีกำหนด
อัตตราการเสียชิวิต ไม่จำกัด
อาวุธที่สามารถเลือกใช้ได้จากแท่นบูชา 0 ชนิด
รางวัลสำเร็จภารกิจ ??
(บททดสอบจะเริ่มทันทีเมื่อผู้กรงถูกเปิดออก)
ทันที่รอยอ่านภารกิจจบก็มีกรงเหล็กขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
รอยเดินเข้ามาจับกรงเหล็กพร้อมกับบ่นไปด้วย
“อะไรวะเนี่ยเล่นเอาซะตกอกใไปหมดเลย แต่รอบนี้เป็ภารกิจความเร็วอย่างงั้นเหรอ?”
รอยรู้สึกสับสนกับชื่อของภารกิจอย่างมากก็เลยะโถามภูติแห่งฝันร้ายออกไปด้วยความสงสัย
“ไม่มีคำอธิบายอะไรอื่นแล้วเหรอ?”
“ความเงียบคือคำตอบอย่างงั้นหรอเ้าบ้าเอ้ย! อาวุธอะไรก็ไม่มีให้เลือก แถมเก็บดอกบัวบ้าบออะไรนี่อีก มองไปรอบ ๆหนองน้ำแล้วไม่เห็นมีดอกบัวให้เก็บเลยสักดอก”
ในระหว่างที่รอยกำลังบ่นอย่างหัวเสีย ท้องฟ้าที่เคยสว่างสดใสอยู่ ๆก็กลายเป็คืนเดือนมืดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนทำให้มองไปข้างหน้าแทบจะมองไม่ออกเลยว่าอะไรเป็อะไร
“หืม...ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ภารกิจมันจะเริ่มแล้วอย่างงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้นเองเสียงหวีดร้องอย่างน่าสยดสยองก็ดังระงมไปทั่ว รอยจึงหันไปมองรอบ ๆ ก็พบว่ามันอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยมองเห็นได้เพียงราง ๆเท่านั้น รูปร่างของมันเหมือนกับมนุษย์ที่มี 2 ขาตัวลีบ ๆเหมือนกับไม่มีเนื้อหนัง แต่ร่างกายส่วนหัวบนของมันคล้ายกับกบหรือปลาผสมกัน รอยเห็นรูปร่างของมันได้ไม่ชัดเจนมากนักเลยไม่รู้ว่ามันเป็ตัวอะไรกันแน่แต่ที่แน่ ๆคือมันคงไม่ได้มาด้วยความเป็มิตรอย่างแน่นอนเ้าตัวประหลาดนั่นเองก็ถูกขังไว้ไม่ต่างจากรอยเช่นกัน
กี๊ด กี๊ด
รอยได้ยินเสียงร้องของตัวประหลาดพร้อมกับแสงสีเงินส่องสว่างอยู่ท่ามกลางหนองน้ำที่อยู่ ๆก็ฝุดขึ้นมา แสงของดอกบัวสาดส่องราวกับพระจันทร์ยามค่ำคืนทำให้รอยเห็นหน้าของตัวประหลาดได้เด่นชัดยิ่งขึ้น
“มนุษย์กบหรือไงวะนั้น?” หน้าตาตัวประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวทำให้รอยแทบจะยืนไม่อยู่ เพราะตัวเขาเองเป็คนที่ไม่ชอบกบแบบสุด ๆเพียงแค่มองแววตากลมโตน่าขนลุกกับตุ่มิัที่ดูแล้วลื่นเหนอะหนะน่าขยะแขยงของมันก็แทบจะล้มทั้งยืนแล้ว ทันทีที่ดอกบัวปรากฏขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดเ้าตัวประหลาดนั่นมันก็เริ่มคลุ้มคลั่งขึ้นมาทันที ถ้าไม่มีกรงขังมันเอาไว้อยู่มันคงจะกระโจนพุ่งไปเก็บดอกบัวนั่นทันทีเลยเป็แน่
“ภารกิจความเร็วนี้ผู้ทดสอบจะต้องเก็บดอกบัวแสงจันทร์ให้ได้ก่อนที่เผ่านากาจะกินมันเข้าไป เพราะไม่เช่นนั้นผู้ทดสอบจะต้องพบกับจุดจบที่เลวร้ายและทันทีที่ผู้ทดสอบเก็บดอกบัวมาได้ก็ต้องทำเช่นเดียวกับเผ่านากา นั่นก็คือกินมันเข้าไปภารกิจของผู้ทดสอบก็ผ่านทันที”
“ง่าย ๆแบบนี้เลยเหรอ แต่ช่วยขยายความตรงที่บอกว่าพบจุดจบที่เลวร้ายนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?”
รอยรอฟังคำตอบของภูติแห่งฝันร้ายอยู่สักพักแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมาก็เลย
“มองดูระยะของดอกบัวแห่งแสงจันทร์ทางบกน่าจะประมาณ 50 เมตร ส่วนระยะจากทางน้ำไปถึงดอกบัวก็ประมาณ 50 เมตร ถ้าตามที่ภูติแห่งฝันร้ายบอกเมื่อกี้หมายความว่าใครกินดอกบัวแสงจันทร์นั่นได้ก่อนก็จะเป็ผู้ชนะซินะ”
“มันเป็แบบนี้เองซินะเลยไม่จำเป็ต้องใช้อาวุธอะไร แต่ดูยังไงมันก็คงไม่น่าจะง่ายอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง”
รอยมองไปทางเผ่านากาอีกครั้งก็คิดได้ว่ามันไม่มีกฏห้ามอะไรสักอย่างหมายความว่าเขาหรือเผ่านากาสามารถโจมตีซึ่งกันแล้วกันได้ รอยเองก็ไม่รู้ว่าไอเผ่านากามันมีความสามารถอะไร แต่ที่แน่ ๆในเมื่อมีน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยลักษณะทางกายภาพของมันที่คล้ายกับกบจะต้องเป็จุดแข็งของมันเป็แน่
ตึง!
กรงขังของรอยถูกเปิดออกพร้อมกับเผ่านากา ทันทีที่เผ่านาการู้ว่ามันไม่ได้ถูกพันธนาการจากกรงขังแล้วมันก็วิ่งกระโจนเข้าหาดอกบัวอย่างไม่รอช้า
แต่ความเร็วของมันแทบจะเรียกว่าเดินได้เลย
“นั่นมันวิ่งแล้วหรอวะเนี่ย?” ถึงรอยจะสงสัยในความช้าของมันแต่ก็ออกตัววิ่งอย่างเต็มกำลังไม่มีผ่อน ความเร็วในโลกนี้กับโลกแห่งความเป็จริงนั้นต่างกันมาก เพราะเพียงแค่ถีบตัวออกไปก็เหมือนกับตัวเขาเบาขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว
รอยวิ่งเกือบจะมาถึงหนองน้ำก็รีบเตรียมตัวะโลงทันที ถึงในใจจะแอบจะสงสัยอยู่ว่าในหนองน้ำจะมีตัวประหลาดอะไรโผล่มารึเปล่า
แต่ก่อนที่รอยจะะโลงน้ำก็ถูกอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วทะลุหน้าอกของเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว รอยก้มมองอกตัวเองด้วยความแปลกใจว่ามันคืออะไรก็ถูกสิ่งที่แทงดึงกลับไปก่อนเสียแล้ว
“อั๊ก! มันมาจากไหนกัน?” ความเ็ปที่ทั้งถูกแทงแล้วถูกดึงกลับทำให้รอยทรุดตัวล้มหน้าคว่ำอย่างอ่อนแรง
ตุบ ตุบ
เสียงย่ำเท้าจากฝั่งตรงข้ามดังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆจนทำให้รอยเงยหน้าขึ้นไปมองก็รู้ทันทีเลยว่านากาตัวนั้นถือหอกสามง่ามขู่คำรามมาทางเขา รอยรับรู้ความรู้สึกของมันได้ทันทีเลยว่าที่ทำแบบนี้ไปทำไม “อย่าแย่งของของข้า” แต่ภาพก็ตัดไปซะก่อนเพราะรอยไม่สามารถทนรับาแที่เจ็บสาหัสขนาดนี้ได้
รอยกลายสภาพมาเป็ดวงิญญาล่องลอยกลับเข้าไปอยู่ในกรงขังดูนากาะโลงน้ำไปเก็บดอกบัวแสงจันทร์อย่างไม่สามารถขัดขวางอะไรมันได้อีกต่อไป
ทันทีที่มันลงน้ำก็ดำหายไปแต่อีกเพียงไม่กี่วินาทีมันก็ว่ายไปถึงกลางบึงเก็บดอกบัวกินเข้าไปในทันที
“ความเร็วที่มันดำน้ำไปถึงดอกบัวไม่ได้เร็วมากนัก ถ้าวัดจากสถิติของมนุษย์”
นากาที่กินดอกบัวแสงจันทร์เข้าไปแล้วก็เกิดคลื่นพายุหมุนวนรอบ ๆตัวของมัน แสงปะทุขึ้นสว่างวาบจนเกิดเป็คลื่นขนาดใหญ่ะเิน้ำกระจายไปทั่วหนองน้ำ
“นั่นมันแปลงร่างเป็ซูเปอร์ไซย่าอยู่รึไงวะนั่น” รอยใกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างมากมันเหมือนกับการแปลงร่างไม่มีผิด
ภารกิจที่ 2 ล้มเหลว
เสียงของภูติแห่งฝันร้ายแจ้งเตือนพร้อมกับนากาที่อยู่ ๆก็หายตัวมาอยู่ที่กรงเหมือนเดิมที่ทุกอย่างกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง รอยเองก็เช่นกันที่กลับมาเป็ปกติเหมือนเดิมร่องรอยาแเองก็หายสนิท
“ถ้ายิ่งปล่อยให้นากากินดอกบัวแสงจันทร์มากยิ่งขึ้นพลังของนากาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ” เสียงภูติแห่งฝันร้ายบอกกล่าวทันทีที่ทั้ง 2 กลับเข้ามาอยู่ในกรง
“เื่สำคัญขนาดนี้แล้วทำไมเพิ่งมาจะมาบอกกันล่ะวะ?” รอยถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินในสิ่งที่ภูติแห่งฝันร้ายบอก
“ถึงเราจะไม่บอกกับผู้ทดสอบ แต่ยังไงผู้ทดสอบก็ต้องทำความเข้าใจกับภารกิจด้วยตัวเองอยู่ดี นี่ยังเป็แค่ภารกิจของผู้เริ่มต้นเท่านั้นถ้าผู้ทดสอบไม่รีบทำความเข้าใจกับภารกิจของตัวเองก็จะยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีกถ้าเจอกับภารกิจที่ยากขึ้นมากกว่านี้”
รอยพอได้ยินภูติแห่งฝันร้ายบ่นแบบนั้นเข้าไปก็ถึงกับเงียบปากสงบคำทันที เพราะสิ่งที่ภูติแห่งฝันร้ายพูดมานั้นไม่ผิดเลย “ถ้าเราลองสังเกตสภาพแวดล้อมหรือคู่ต่อสู้ให้ดีกว่านี้ เราคงไม่ตายง่าย ๆแบบนั้น”
รอยลองมองไปที่กรงฝั่งตรงข้ามก็เห็นว่านากามันมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นจากเดิมนิดหน่อย เพราะตอนแรกที่เห็นมันเป็เพียงแค่สัตว์ประหลาดตัวผอมแห้งหนังติดกระดูกแต่ตอนนี้มันเริ่มที่จะมีกล้ามเนื้อมากยิ่งขึ้น
“นี่จะบอกว่าพัฒนาการทางด้านกายภาพของมันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆเมื่อมันกินดอกบัวแสงจันทร์เข้าไปอย่างงั้นหรอ?”
ไม่มีเสียงตอบรับจากภูติแห่งฝันร้าย
“เออ…ไม่บอกก็ไม่บอกคิดเอาเองก็ได้” รอยพยายามรวบรวมพลังก่อนที่กรงจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งแล้วมองดูกรงฝ่ายตรงข้ามอย่างจริงจังมากขึ้น
ตุบ!
กรงถูกเปิดออกรอยรีบวิ่งออกไปเหมือนเดิมอย่างครั้งที่แล้วแต่ครั้งนี้เขาเฝ้ามองดูการกระทำต่าง ๆของมันอย่างตั้งใจว่ามันกำลังจะทำอะไร
ทันทีที่รอยกำลังจะวิ่งมาถึงหน้าหนองน้ำเพียงอีกไม่กี่ก้าวก็เห็นนากามันเรียกหอกสามงามมาจากไหนก็ไม่รู้ ขว้างมาทางรอย
ฟุบ!
หอกสามง่ามพุ่งตรงมาที่รอย ครั้งนี้รอยเห็นวิถีของหอกสามง่ามอย่างชัดเจนจึงก้มหลบมันได้ทัน หอกสามง่ามพุ่งเลยไปปักลงพื้นข้างหลังรอยไม่ไกลมากนัก รอยเห็นว่าได้โอกาสจึงรีบลุกแล้ววิ่งตรงไปต่อทันทีไม่ให้เสียเวลามากเกินไป เพราะเขารู้ว่าเ้านากามันสามารถดึงหอกสามง่ามกลับไปหาตัวเองได้ แต่ก็ยังคงมองดูเ้านากาอย่างระมัดระวังเพราะไม่รู้ว่ามันจะมีหอกสามง่ามอีกอันหรือเปล่า
รอยยังไม่รีบะโลงน้ำและดูท่าทีของมันซะก่อนว่ามันกำลังจะทำอะไรต่อไป เพราะคิดว่ามันอาจจะยังไม่ปลอดภัยถ้าลงน้ำไปแล้วเ้านากาที่สามารถโจมตีจากระยะไกลได้ก็คงจะกลายเป็เป้านิ่งให้มันเป็แน่
ดูจากท่าทีของมันที่ดึงหอกกลับไปไม่น่าจะมีหอกอันที่ 2 เพราะทันทีที่หอกกลับไปถึงตัวมันแล้วมันก็ปาหอกมาอีกครั้งด้วยความร้อนรนใจมากกว่าเดิมที่เห็นรอยวิ่งมาใกล้หนองน้ำมากกว่ามัน
รอยรอจังหวะที่มันปาหอกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ด้วยความร้อนรนของนากามันปาหอกวืดไปไกล รอยร่ายคำสาปสวนกลับไปทันทีที่มันวิ่งมาถึงระยะการใช้คำสาป
“คำสาปโซ่ิญญา”
ปรากฏวงเวทย์สีม่วงใต้เท้าของนากาโซ่เส้นหนาฝุดขึ้นมาจากวงเวทย์คล้ายกับงูพันแขนพันขาของนากาจนมันไม่สามารถขยับตัวออกไปจากขอบเขตของวงเวทย์ได้
นากาพยายามดิ้นรนจนทำให้โซ่ตรงแขนขวาขาด ทันทีที่โซ่ิญญาขาดมันก็มีโซ่เส้นใหม่ฝุดขึ้นมาพันแขนขวาของนากาอีกครั้ง
ก๊าซซ!
รอยะโลงน้ำทันทีที่เห็นว่าคำสาปร่ายโดนนากาแล้ว แสงจากดอกบัวส่องสว่างจนทำให้เห็นภายในน้ำได้เด่นชัด รอยมองแล้วว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตแปลก ๆก็รีบว่ายไปข้างหน้าอย่างสุดแรงเกิด และพยายามมองไปที่นากาทุกครั้งที่มีโอกาส
ความรู้สึกมีพลังแบบนี้รอยเองก็ยังไม่คุ้นชินกับมันสักเท่าไหร่ เพราะั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยว่ายน้ำได้เร็วขนาดนี้มาก่อนเลย เพียงไม่กี่วินาทีรอยก็ว่ายมาถึงดอกบัวแสงจันทร์คำสาปโซิญญาที่พันธนาการนากาเองก็หมดฤทธิ์ลง รอยรับรู้ได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงของมันทันทีที่รอยจับดอกบัวแสงจันทร์ รอยไม่รอช้ารีบกัดกินมันเข้าไปทันที
ฉึก!
หอกสามง่ามพุ่งแทงมาที่หลังของรอยอย่างจัง
“บ้าเอ้ย! ไกลขนาดนี้มันยังปามาถึงอีก”
รอยฝืนทนกับความเ็ปที่หลังแล้วรีบกลืนดอกบัวแสงจันทร์ไปจนหมด
ทันทีที่รอยกินหมดแล้วเสียง์ที่รอคอยก็ดังขึ้นมา
ภารกิจที่ 2 สำเร็จ
รอยกับนากาถูกวาร์ปกลับไปที่กรงขังเหมือนเดิม นากาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจ้องเขม็งมาที่รอยอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ มันพยายามพังกรงอย่างสุดแรงเกิดแต่ยังดีที่มันไม่สามารถพังกรงออกมาได้
“ไอเ้านั่นมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่แท่นบูชาแห่งฝันร้ายสร้างขึ้นอย่างงั้นหรอ ทำไมมันถึงไม่หายไปทันทีที่ภารกิจสำเร็จล่ะ?”
ไม่มีเสียงตอบรับเหมือนเดิม
แท่นบูชาปรากฏขึ้นมาพร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่างค่อย ๆจางหายไปอย่างไร้ร่องรอยกลายเป็ห้องสี่เหลี่ยมสีขาว
“ผู้เข้าทดสอบกรุณากลับเข้ามาตรงที่แทนบูชาเพื่อรับรางวัลสำหรับการสำเร็จภารกิจที่ 2”
ปรากฏเครื่องหมายคำถาม 3 ประเภทขึ้นตรงหน้าของรอย 1.อาวุธ 2.เครื่องแต่งกาย 3.เครื่องประดับ
“ทำไมของรางวัลต้องมีให้เลือกแบบสุ่มด้วยเนี่ย เกลียดรางวัลแบบนี้จริง ๆ”