"เอาล่ะ ในเมื่อตกลงกันได้แล้วข้าก็จะจำแลงกายเป็ปลอกคอั สวมรัดไว้รอบคอของเ้าก็แล้วกันเพราะบึงน้ำนี่มันไม่มีอะไรให้ข้าดูดซับพลังได้อีกแล้วจนกว่าเ้าจะพาข้าไปเจอหนองน้ำใหม่นั่นแหละนะ"
เ้าปลานีออนสติเฟื่องพูดเออออสรุปความเอาเองแบบเสร็จสรรพ
"ดูเหมือนข้าจำเป็ต้องเก็บพลังตบะที่ดูดซับมาไว้ก่อนจะเจอแหล่งน้ำใหม่...ขืนบินไปบินมาพลังงานอาจหมดแล้วเป็แบบคืนนรกนั่นอีก...เอ่อ... ข้าคงขาดใจตายแหง ...ระหว่างนี้ในฐานะทาส เ้าก็จงคอยดูแลเ้านายให้ดีๆ ด้วยเล่า!และเมื่อเจอแหล่งน้ำที่ดีกว่าที่นี่ เ้าก็จงโยนปลอกคอลงไปในน้ำง่ายแค่นี้ห่านอย่างเ้าก็คงทำได้กระมัง"
วาบ!
สิ้นคำสั่งเอาแต่ใจแสงสว่างจ้าแสบตาก็ะเิออกมารอบตัวปลาคราฟ
ร่างเรืองแสงนั้นหดเล็กลงและบิดเกลียวแปรเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็ปลอกคอทองคำสลักลวดลายัอันวิจิตรบรรจงก่อนจะลอยละล่องลงมาสวมรัดเข้ากับลำคอยาวระหงของห่านขาวอย่างพอดิบพอดี
กึก...
เจียงลี่หยูลองขยับลำคอไปมาน้ำหนักของมันเบาหวิวกว่าที่ตาเห็นสตรีในร่างสัตว์ปีกไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือเดือดร้อนอันใดนัก
'เอาเถอะอยากจะมาห้อยต่องแต่งเป็ปลอกคอหมา... เอ้ย ปลอกคอห่าน ก็ตามสบายอย่างน้อยมีสร้อยคอทองคำใส่มันก็ดูมีชาติตระกูลกว่าห่านต้มพะโล้ทั่วไปล่ะนะไม่ได้ลำบากต่อการใช้ชีวิตกินผักกาดของฉันสักเท่าไหร่ และฉันก็พอจะเดาออก หึหึ...เ้าปลานี่ไม่มีแบตเตอรี่พอจะบินหาแหล่งน้ำอะไรนั่นด้วยตัวเองสินะถึงได้มาอาศัยเป็ปรสิตห้อยคอคนอื่นเพื่อหาแหล่งน้ำ แต่โลกนี้มันก็พิลึกดีมีดูดซับตบะ ปลาบินได้ แถมยังแปลงร่างได้ เอาเถอะ เื่มันมาถึงขั้นนี้แล้ว...จะกาวกว่านี้ก็เชิญเลย'
ติ๊ง!
จู่ๆเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ใสแจ๋วที่ห่างไกลจากยุคโบราณหลายพันปีก็ดังขึ้นก้องในหัวของอดีตพนักงานออฟฟิศสาว
ฟุ่บ!
หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของเจียงลี่หยู บดบังทัศนียภาพของบึงน้ำด้านหน้าไปจนมิด
ั์ตากลมบล็อกเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้าอีกครั้ง
บนหน้าต่างโฮโลแกรมนั่นแสดงหน้าปัดและตัวหนังสือที่ระบุ 'ค่าสถานะ' ของก้อนขนอวบอ้วนอย่างชัดเจนทว่าตัวเลขในช่องพลังต่างๆ นั้น กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียยิ่งกว่าพลังของมดปลวดเสียอีก
‘ค่าพลัง 1 ทุกอย่างเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว’
แต่สิ่งที่สะดุดตา... คือบรรทัดล่างสุดที่กระพริบเรืองแสงวิบวับ
[สกิล: ช่องเก็บของ เลเวล 1]
ก้าบ!
เสียงร้องกังวานใสหลุดรอดออกมาจากจะงอยปากสีส้มด้วยความตกตะลึงสุดขีด
'เดี๋ยวนะ... หน้าต่างสีฟ้าลอยได้กลางอากาศ แถมยังมีสกิลช่องเก็บของอีก... หรือว่านี่คือ 'ระบบ' สูตรสำเร็จ ตัวช่วยสุดโกงแบบเดียวกับที่ตัวเอกในซีรีส์ทะลุมิติชอบใช้กันงั้นเรอะ!'
เจียงลี่หยูกระพือปีกลิงโลด
‘นี่เวลาก็ผ่านมาตั้งเท่าไหร่แล้วกว่าจะมีระบบให้ใช้ ...ฉันเกือบสู่ขิตตั้งสองรอบ แต่ในที่สุด... พระผู้เป็เ้า...เทพผู้สร้าง พระโพธิสัตว์ พระเยซู หรืออะไรก็ช่าง ในที่สุด...ก็เห็นใจฉันสินะ’
ั์ตากลมสีดำขลับจ้องเขม็งไปยังหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ
เมื่อพินิจพิเคราะห์ตัวอักษรเรืองแสงคำว่า 'สกิลช่องเก็บของ เลเวล 1' อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วความตื่นเต้นที่เคยพุ่งปรี๊ดก็ค่อยๆ ฟีบแบนลงราวกับลูกโป่งถูกเจาะลม
'ดูๆ ไปแล้ว... ไอ้สกิลระบบที่ว่านี่มันก็ไม่ได้โกงทะลุมิติเหมือนในซีรีส์ที่เคยดูเลยนี่หว่าค่อนข้างจะเป็สกิลพื้นฐานเสียด้วยซ้ำ'
ตีนผังผืดสีส้มย่ำเตาะแตะไปที่ริมตลิ่งจะงอยปากแบนกว้างก้มลงงับก้อนกรวดขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยขึ้นมาหนึ่งชิ้นเพื่อทำการทดสอบ
วิ้ง!
ก้อนหินในจะงอยปากหายวับไปในอากาศพร้อมกับปรากฏรูปไอคอนก้อนหินเล็กๆ ขึ้นบนหน้าต่างโฮโลแกรม
ทว่าเมื่อห่านสาวลองก้มลงไปคาบหินอีกก้อนเพื่อจะเก็บเพิ่มหน้าต่างสีฟ้ากลับกะพริบแสงสีแดงเตือนรัวๆ บ่งบอกว่าพื้นที่จัดเก็บเต็มพิกัดแล้ว
'เฮ้ย! บ้าไปแล้ว เก็บก้อนหินได้แค่ก้อนเดียวเนี่ยนะ!'
อดีตพนักงานออฟฟิศในร่างนกน้ำถึงกับสติแตกขนสีขาวบนหัวชูชันขึ้นด้วยความหงุดหงิด
'สกิลบ้าบออะไรเนี่ย ไร้ประโยชน์สิ้นดี!ความจุยังน้อยกว่ากระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ ของฉันในชาติก่อนเสียอีก!'
เพื่อความแน่ใจ เธอจึงใช้สกิลดึงก้อนหินออกมาทิ้งแล้วสับตีนผังผืดเดินไปหาเศษอาหารบนลานดิน
จะงอยปากสีส้มคาบเอาเมล็ดข้าวโพดเน่าๆขึ้นมาทดลองเก็บเข้าไปในหน้าต่างโฮโลแกรมอีกครั้ง
วิ้ง!
รูปเม็ดข้าวโพดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และใช่...มันก็ยังคงเก็บได้แค่เมล็ดเดียวถ้วน ไม่ขาดไม่เกินไปกว่านี้แม้แต่เศษเสี้ยว
เจียงลี่หยูสะบัดคอยาวระหงไปมาอย่างหัวเสียยอมแพ้ให้กับความไร้ประสิทธิภาพของระบบปลากระป๋องหมดอายุ
'เอาเถอะ... มีช่องให้ใส่ของแค่ชิ้นเดียวก็คงเอาไว้เก็บเมล็ดข้าวโพดกันตายตอนหิวโซได้สักมื้อล่ะมั้ง แต่เก็บได้เม็ดเดียวมันจะพอยาไส้ได้ไงฟะ'
สตรีในร่างสัตว์ปีกละความสนใจจากหน้าต่างโปร่งแสงหันไปมองความวุ่นวายบริเวณลานหน้าตำหนักหยางซิ่นอย่างฉงนสงสัย
บ่าวไพร่ในชุดมอซอกำลังเร่งรีบขนย้ายหีบสัมภาระไม้เก่าๆขึ้นไปจัดเรียงบนเกวียนเทียมวัวอย่างทุลักทุเลเพื่อเตรียมตัวอพยพย้ายที่อยู่ตามราชโองการที่ยังมาไม่ถึง
สองตีนผังผืดก้าวเดินอาดๆ ส่ายก้นอวบอ้วนบิดไปมามุ่งหน้าไปยังใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ตนเองเคยใช้เป็ที่พักอาศัยมาหลายเดือน
สวบ... สวบ...
จะงอยปากแบนกว้างก้มลงไปคาบดึงเอาเศษฟางแห้งที่ใช้ปูนอนขึ้นมาจนเต็มปากล้นแก้ม
จากนั้นห่านสาวก็ย่ำเตาะแตะตรงไปยังเกวียนขนของยืดคอยาวๆ โยนกองฟางในปากขึ้นไปสุมรวมกับหีบเสื้อผ้าขององค์ชายห้าอย่างตั้งใจ
'ย้ายสำมะโนครัวคราวนี้ต้องไปตกระกำลำบากที่ไหนก็ไม่รู้อย่างน้อยหอบฟางไปปูนอนเองก็ยังอุ่นใจกว่าต้องไปนอนหนาวสั่นเป็ห่านแช่แข็งบนพื้นดินล่ะนะ'