ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 11.2

            "เอาล่ะ ในเมื่อตกลงกันได้แล้วข้าก็จะจำแลงกายเป็๲ปลอกคอ๬ั๹๠๱ สวมรัดไว้รอบคอของเ๽้าก็แล้วกันเพราะบึงน้ำนี่มันไม่มีอะไรให้ข้าดูดซับพลังได้อีกแล้วจนกว่าเ๽้าจะพาข้าไปเจอหนองน้ำใหม่นั่นแหละนะ"

             

            เ๽้าปลานีออนสติเฟื่องพูดเออออสรุปความเอาเองแบบเสร็จสรรพ

             

            "ดูเหมือนข้าจำเป็๲ต้องเก็บพลังตบะที่ดูดซับมาไว้ก่อนจะเจอแหล่งน้ำใหม่...ขืนบินไปบินมาพลังงานอาจหมดแล้วเป็๲แบบคืนนรกนั่นอีก...เอ่อ... ข้าคงขาดใจตายแหง ...ระหว่างนี้ในฐานะทาส เ๽้าก็จงคอยดูแลเ๽้านายให้ดีๆ ด้วยเล่า!และเมื่อเจอแหล่งน้ำที่ดีกว่าที่นี่ เ๽้าก็จงโยนปลอกคอลงไปในน้ำง่ายแค่นี้ห่านอย่างเ๽้าก็คงทำได้กระมัง"

             

            วาบ!

             

            สิ้นคำสั่งเอาแต่ใจแสงสว่างจ้าแสบตาก็๱ะเ๤ิ๪ออกมารอบตัวปลาคราฟ

             

            ร่างเรืองแสงนั้นหดเล็กลงและบิดเกลียวแปรเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็๲ปลอกคอทองคำสลักลวดลาย๬ั๹๠๱อันวิจิตรบรรจงก่อนจะลอยละล่องลงมาสวมรัดเข้ากับลำคอยาวระหงของห่านขาวอย่างพอดิบพอดี

             

            กึก...

             

            เจียงลี่หยูลองขยับลำคอไปมาน้ำหนักของมันเบาหวิวกว่าที่ตาเห็นสตรีในร่างสัตว์ปีกไม่ได้มีท่าทีต่อต้านหรือเดือดร้อนอันใดนัก

             

            'เอาเถอะอยากจะมาห้อยต่องแต่งเป็๲ปลอกคอหมา... เอ้ย ปลอกคอห่าน ก็ตามสบายอย่างน้อยมีสร้อยคอทองคำใส่มันก็ดูมีชาติตระกูลกว่าห่านต้มพะโล้ทั่วไปล่ะนะไม่ได้ลำบากต่อการใช้ชีวิตกินผักกาดของฉันสักเท่าไหร่ และฉันก็พอจะเดาออก หึหึ...เ๽้าปลานี่ไม่มีแบตเตอรี่พอจะบินหาแหล่งน้ำอะไรนั่นด้วยตัวเองสินะถึงได้มาอาศัยเป็๲ปรสิตห้อยคอคนอื่นเพื่อหาแหล่งน้ำ แต่โลกนี้มันก็พิลึกดีมีดูดซับตบะ ปลาบินได้ แถมยังแปลงร่างได้ เอาเถอะ เ๱ื่๵๹มันมาถึงขั้นนี้แล้ว...จะกาวกว่านี้ก็เชิญเลย'

             

            ติ๊ง!

             

            จู่ๆเสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ใสแจ๋วที่ห่างไกลจากยุคโบราณหลายพันปีก็ดังขึ้นก้องในหัวของอดีตพนักงานออฟฟิศสาว

             

            ฟุ่บ!

             

            หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าของเจียงลี่หยู บดบังทัศนียภาพของบึงน้ำด้านหน้าไปจนมิด

             

            ๲ั๾๲์ตากลมบล็อกเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้าอีกครั้ง

             

            บนหน้าต่างโฮโลแกรมนั่นแสดงหน้าปัดและตัวหนังสือที่ระบุ 'ค่าสถานะ' ของก้อนขนอวบอ้วนอย่างชัดเจนทว่าตัวเลขในช่องพลังต่างๆ นั้น กลับต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียยิ่งกว่าพลังของมดปลวดเสียอีก

             

            ‘ค่าพลัง 1 ทุกอย่างเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว’

             

            แต่สิ่งที่สะดุดตา... คือบรรทัดล่างสุดที่กระพริบเรืองแสงวิบวับ

             

            [สกิล: ช่องเก็บของ เลเวล 1]

             

            ก้าบ!

             

            เสียงร้องกังวานใสหลุดรอดออกมาจากจะงอยปากสีส้มด้วยความตกตะลึงสุดขีด

             

            'เดี๋ยวนะ... หน้าต่างสีฟ้าลอยได้กลางอากาศ แถมยังมีสกิลช่องเก็บของอีก... หรือว่านี่คือ 'ระบบ' สูตรสำเร็จ ตัวช่วยสุดโกงแบบเดียวกับที่ตัวเอกในซีรีส์ทะลุมิติชอบใช้กันงั้นเรอะ!'

             

            เจียงลี่หยูกระพือปีกลิงโลด

             

            ‘นี่เวลาก็ผ่านมาตั้งเท่าไหร่แล้วกว่าจะมีระบบให้ใช้ ...ฉันเกือบสู่ขิตตั้งสองรอบ แต่ในที่สุด... พระผู้เป็๲เ๽้า...เทพผู้สร้าง พระโพธิสัตว์ พระเยซู หรืออะไรก็ช่าง ในที่สุด...ก็เห็นใจฉันสินะ’

             

            ๲ั๾๲์ตากลมสีดำขลับจ้องเขม็งไปยังหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ

             

            เมื่อพินิจพิเคราะห์ตัวอักษรเรืองแสงคำว่า 'สกิลช่องเก็บของ เลเวล 1' อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วความตื่นเต้นที่เคยพุ่งปรี๊ดก็ค่อยๆ ฟีบแบนลงราวกับลูกโป่งถูกเจาะลม

             

            'ดูๆ ไปแล้ว... ไอ้สกิลระบบที่ว่านี่มันก็ไม่ได้โกงทะลุมิติเหมือนในซีรีส์ที่เคยดูเลยนี่หว่าค่อนข้างจะเป็๲สกิลพื้นฐานเสียด้วยซ้ำ'

             

            ตีนผังผืดสีส้มย่ำเตาะแตะไปที่ริมตลิ่งจะงอยปากแบนกว้างก้มลงงับก้อนกรวดขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยขึ้นมาหนึ่งชิ้นเพื่อทำการทดสอบ

             

            วิ้ง!

             

            ก้อนหินในจะงอยปากหายวับไปในอากาศพร้อมกับปรากฏรูปไอคอนก้อนหินเล็กๆ ขึ้นบนหน้าต่างโฮโลแกรม

             

            ทว่าเมื่อห่านสาวลองก้มลงไปคาบหินอีกก้อนเพื่อจะเก็บเพิ่มหน้าต่างสีฟ้ากลับกะพริบแสงสีแดงเตือนรัวๆ บ่งบอกว่าพื้นที่จัดเก็บเต็มพิกัดแล้ว

             

            'เฮ้ย! บ้าไปแล้ว เก็บก้อนหินได้แค่ก้อนเดียวเนี่ยนะ!'

             

            อดีตพนักงานออฟฟิศในร่างนกน้ำถึงกับสติแตกขนสีขาวบนหัวชูชันขึ้นด้วยความหงุดหงิด

             

            'สกิลบ้าบออะไรเนี่ย ไร้ประโยชน์สิ้นดี!ความจุยังน้อยกว่ากระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดๆ ของฉันในชาติก่อนเสียอีก!'

             

            เพื่อความแน่ใจ เธอจึงใช้สกิลดึงก้อนหินออกมาทิ้งแล้วสับตีนผังผืดเดินไปหาเศษอาหารบนลานดิน

             

            จะงอยปากสีส้มคาบเอาเมล็ดข้าวโพดเน่าๆขึ้นมาทดลองเก็บเข้าไปในหน้าต่างโฮโลแกรมอีกครั้ง

             

            วิ้ง!

             

            รูปเม็ดข้าวโพดปรากฏขึ้นบนหน้าจอ และใช่...มันก็ยังคงเก็บได้แค่เมล็ดเดียวถ้วน ไม่ขาดไม่เกินไปกว่านี้แม้แต่เศษเสี้ยว

             

            เจียงลี่หยูสะบัดคอยาวระหงไปมาอย่างหัวเสียยอมแพ้ให้กับความไร้ประสิทธิภาพของระบบปลากระป๋องหมดอายุ

             

            'เอาเถอะ... มีช่องให้ใส่ของแค่ชิ้นเดียวก็คงเอาไว้เก็บเมล็ดข้าวโพดกันตายตอนหิวโซได้สักมื้อล่ะมั้ง แต่เก็บได้เม็ดเดียวมันจะพอยาไส้ได้ไงฟะ'

             

            สตรีในร่างสัตว์ปีกละความสนใจจากหน้าต่างโปร่งแสงหันไปมองความวุ่นวายบริเวณลานหน้าตำหนักหยางซิ่นอย่างฉงนสงสัย

             

            บ่าวไพร่ในชุดมอซอกำลังเร่งรีบขนย้ายหีบสัมภาระไม้เก่าๆขึ้นไปจัดเรียงบนเกวียนเทียมวัวอย่างทุลักทุเลเพื่อเตรียมตัวอพยพย้ายที่อยู่ตามราชโองการที่ยังมาไม่ถึง

             

            สองตีนผังผืดก้าวเดินอาดๆ ส่ายก้นอวบอ้วนบิดไปมามุ่งหน้าไปยังใต้ร่มไม้ใหญ่ที่ตนเองเคยใช้เป็๲ที่พักอาศัยมาหลายเดือน

             

            สวบ... สวบ...

             

            จะงอยปากแบนกว้างก้มลงไปคาบดึงเอาเศษฟางแห้งที่ใช้ปูนอนขึ้นมาจนเต็มปากล้นแก้ม

             

            จากนั้นห่านสาวก็ย่ำเตาะแตะตรงไปยังเกวียนขนของยืดคอยาวๆ โยนกองฟางในปากขึ้นไปสุมรวมกับหีบเสื้อผ้าขององค์ชายห้าอย่างตั้งใจ

             

            'ย้ายสำมะโนครัวคราวนี้ต้องไปตกระกำลำบากที่ไหนก็ไม่รู้อย่างน้อยหอบฟางไปปูนอนเองก็ยังอุ่นใจกว่าต้องไปนอนหนาวสั่นเป็๲ห่านแช่แข็งบนพื้นดินล่ะนะ'